Picking Up Attributes From Today ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก – บทที่ 44 จอมเวทระดับ 5 ข้อตกลงของแลนซ์

เหมิงเหล่ยนั้นได้รับชื่อเสียงเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากหลังจากที่ได้รับชัยชนะในศึกแรกมา ซึ่งก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี พร้อมเงินค่าตัวอีก 1000 เหรียญทองซึ่งทําให้เขาอารมณ์ดีขึ้นไปอีก

1000เหรียญทอง เท่ากับ 100 แต้มค่าสถานะ แถมเขาเองยังเก็บของได้เยอะอีกด้วย ตอนนี้ค่าวิญญาณของเขาพุ่งขึ้นไปแตะหลัก 2000 เรียบร้อยแล้ว เหมิงเหล่ยเลยใช้เงินอีกนิดหน่อยเพื่อ เพิ่มค่าความสามารถของตัวเองให้กลายเป็นระดับ 5
เจ้าของเหมิงเหล่ย
เผ่าพันธุ์มนุษย์ (มีสายเลือดมังกรไฟ)
ความมั่งคั่ง 22614 เหรียญทอง
ค่าร่างกาย นักรบระดับ 5 (2729/5000)
ค่าวิญญาณ จอมเวทระดับ 5 (2014/5000)
พลังเวท จอมเวทระดับ 5 (2316/5000)
เวทมนตร์ เยอะมาก

วิชาออร่าสงคราม วิชามังกรไฟ
ทักษะการต่อสู้เพิ่มมากขึ้นด้วย

ตอนนี้เขาเป็นทั้ง จอมเวทและนักรบระดับ 5 จะเรียกตัวเองว่าเป็นผู้ฝึกฝนวิชาทั้งสายบู๊และสายบันก็ยังได้
เหมิงเหล่ยนั้นพึงพอใจกับผลการฟาร์มของตัวเองมาก ในแดนสวรรค์แห่งนี้ การเป็นคนที่ฝึกทั้งร่างกายและเวทมนตร์นั้นไม่ใช่เรื่องต้องห้าม มีครึ่งมังกรหลายๆคนก็ทําแบบนั้น ฝึกฝนร่างกายของตัวเองไปพร้อมๆกับเรียนรู้พลังเวทด้วย

เหมิงเหลยไม่รู้ว่ามันจะเกิดผลเสียอะไรไหมในอนาคตที่เขากลายเป็นระดับสูง แต่สําหรับเขาแล้ว เขาเองก็ไม่ได้อยากล้มเลิกการฝึกฝนซักอย่าง เพราะในการต่อสู้ การที่ได้เปรียบทั้ง 2 อย่างนั้น ยังไงมันก็ดีกว่า

กว่าจะกลับถึงวิทยาลัยได้ก็ล่อไปเกือบ ตี 1 แล้ว
เหมิงเหล่ยจัดการอาบน้ําทําความสะอาดห้องให้เรียบร้อย ก่อนจะเริ่มตั้งจิตสมาธิตอนกลางคืนตามปรกติเงียบๆอยู่คนเดียว
เช้าวันต่อมา เหมิงเหลยเลิกทําจิตสมาธิเสร็จก็ไปกินข้าวหาอะไรเติมกําลัง จากนั้นเขาก็เริ่มไปฝึกวิชามังกรเพลิงตามที่วางแผนไว้

หลังจากผ่าน 3 วันแห่งการฝึกฝน เหมิงเหลยรู้สึกว่าวิชาออร่า สงครามมังกรไฟในร่างกายขอเขานั้นมันมีพลังมากขึ้น ความเร็วในการไหลของลมปราณก็สูงขึ้น ทุกๆครั้งที่ออร่ามังกรไฟเสร็จสิ้นการไหลเวียน สายเลือดมังกรไฟก็จะบริสุทธิ์มากขึ้นไปอีกด้วย
เมื่อไรก็ตามที่สายเลือดมังกรไฟในตัวของเขา ไม่อาจชําระล้างได้ผ่านออร่างมังกรไฟแล้ว นั่นหมายความว่าเขาได้สําเร็จวิชานี้แล้ว และเมื่อถึงตอนนั้นเขาก็จะเข้าสู่สถานะบริสุทธิ์เต็มตัว
และวันนั้นจะเป็นวันที่เขาสามารถแปลงร่างเป็นมังกรไฟได้
“ได้ยินว่าเจ้าไม่ได้ไปเรียนมา 3 วันแล้วอย่างงั้นเหรอ”
ตอนที่เหมิงเหล่ยกําลังนั่งขัดสมาธิเตรียมตัวฝึกวิชามังกรไฟอยู่นั้นเอง เพื่อนร่วมห้องแอบบี้ของเขาเดินลงมาจากบันไดแล้วมองเหมิงเหล่ยอย่างเย็นชา
“ใช่”
เหมิงเหล่ยไม่ได้ปฏิเสธ
“แล้วก็ดูเหมือนว่าวันนี้เจ้าก็จะไม่ไปอีกแล้วซินะ” แอบบร่ถาม
“ใช่ แล้วต่อไปฉันก็คงไม่ไปด้วย” เหมิงเหล่ยยิ้มแล้วพูด “การเรียนพวกนั้นมันไม่จําเป็นกับฉันแล้ว เข้าเรียนไปก็เสียเวลาเปล่า ฉันเอาเวลามาฝึกเองดีกว่า”
แอบบี้ขมวดคิ้วตอนได้ยินแบบนั้น คําพูดของเหมิงเหล่ยมันดูหยิ่งผยองมากๆ วิทยาลัยเวทมนตร์มังกรไฟนั้นเป็นวิทยาลัยเวทมนตร์อันดับ 3 ของจักรวรรดิ อาจารย์แต่ละคนที่สอนก็เก่งๆทั้งนั้น
แล้ว เหมิงเหล่ย ที่เป็นแค่จอมเวทระดับ3 กล้าพูดออกมาแบบนั้นได้ยังไงกัน
“ที”

ช่างหยิ่งผยองจริงๆ
ถึงแม้ว่าเขาจะหงุดหงิดแต่แอบบี้ก็เมินเฉยต่อไป เขาไม่พูดอะไรต่อแล้วออกจากหอพักไป
“ไอ้หมอนั้น มันแปลกๆแหะ” เหมิงเหล่ยสายหัว และในตอนนั้นเองที่เครื่องมือสื่อสารเวทมนตร์ของเขาดังขึ้นมา

บนโลกนี้มีเครื่องมือเวทมนตร์มากมาย และเครื่องมือเวทมนตร์สื่อสาร(หรือโทรศัพท์) นั้นก็เป็นหนึ่งในนั้น มันทําหน้าที่คล้ายคลึงกับโทรศัพท์บนโลก แต่ดูต่างออกไปมาก

โทรศัพท์เวทมนตร์นั้นไม่ใช่ว่าทําอะไรได้หลากหลายเหมือนโทรศัพท์จริงๆ ติดตั้งแอปหรือใช้โปรแกรมอะไรไม่ได้เลย การใช้งานของมันเพียงอย่างเดียวคือการสื่อสารแค่นั้น
เหมิงเหล่ยเปิดโทรศัพท์ออกมา แล้วแสงสว่างก็รวมตัวกันจนเป็นใบหน้าของคน คนๆนั้นคือไกด์ของคลาส และรุ่นพี่ของเขา เจนนี้ เลน

“รุ่นพี่ ว่ายังไงครับ”
เหมิงเหล่ยงงเล็กน้อย เจนนี้นั้นใกล้จะเรียนจบปีนี้แล้ว และก็กําลังยุ่งสุดๆ ปรกตินางไม่น่าจะโทรหาใครถ้าไม่ใช่เรื่องที่ใหญ่จริงๆ

“เหมิงเหล่ย นี้เจ้าไม่ได้เข้าเรียนมา 3 วันแล้วอย่างงั้นเหรอ” รุ่นพี่เจนนี้ถามด้วยสีหน้าจริงจังมาก

“ใช่ครับทําไมเหรอครับ มีอะไรรึเปล่า” เหมิงเหล่ยงงไปพักนึง ฟังจากเสียงของพี่เจนนี้เหมือนกับว่ามีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นยังไงอย่างงั้น
“นี้เจ้ากําลังโดดเรียนอยู่นะรู้ตัวไหม” รุ่นพี่เจนนี้เริ่มการเทศนา “พึ่งสอบเสร็จมาได้ไม่กี่วัน แต่ก็เริ่มโดดเรียนซะแล้ว ข้าไม่อยากจะคิดเลยว่าเจ้าจะไปทําอะไรได้ในอนาคตน่ะ”

“เดี๋ยวก่อนนะครับ ไม่เห็นต้องจริงจังขนาดนั้นเลยนี่ครับ ข้าจําได้ว่าทางวิทยาลัยไม่ได้มีกฏว่าต้องเข้าเรียนวิชาเวทมนตร์นี่ครับ ที่ข้าต้องทําก็แค่สอบให้ผ่านถูกต้องไหมครับ” เหมิงเหล่ยเริ่มงุนงงกว่าเดิม
“เจ้าก็พูดถูก ทางวิทยาลัยไม่ได้มีกฏอะไรแบบนั้น แต่กฏที่ว่านั้นมีไว้สําหรับนักเรียนปีโตนะ ถ้าเจ้าเป็นรุ่นพี่ปีโตที่เรียนเรื่องทฤษฎีเวทมนตร์กับพื้นฐานเวทมนตร์จนหมดแล้ว ก็ไม่จําเป็นต้องเข้าเรียนจริง” รุ่นพี่เจนนี้พูดต่อ “แต่นี่เจ้ายังเป็นเด็กปี 1 อยู่เลยนะ ยังระดับพื้นฐานอยู่เลย เจ้าจะโดดเรียนติดกัน 3 วันแบบนี้ไม่ได้ นี่เจ้ารู้เปล่าว่าหัวหน้าอาจารย์เดิร์ครู้เรื่องนี้แล้วนะ แล้วเข้าก็โกรธมากแล้วก็เรียกตัวเจ้าไปที่ห้องทํางานของเขาด้วย”
“จําเป็นต้องไปจริงๆเหรอครับ”
เหมิงเหล่ยนั้นตอนนี้ตารางแน่นมาก เขาสามารถเพิ่มค่าความสามารถ หลายร้อยแต้มได้ต่อวัน แล้วเขาจะเอาเวลาที่ไหนไปหาอาจารย์กัน
“ข้ามีหน้าที่แค่ส่งมอบข้อความของอาจารย์เท่านั้น ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าอยากจะไปรึเปล่า” รุ่นพี่เจนนี้ดูจะไม่พอใจกับนิสัยของเหมิงเหล่ยอย่างแรง “แต่ข้าก็อยากจะเตือนเจ้าไว้ด้วย ว่าหัวหน้าอาจารย์เดิร์คเองเป็นหัวหน้าอาจารย์ของระดับชั้นปี 1 เจ้าควรจะเคารพเขาด้วยการหาเวลาไป ถ้าเจ้ารู้ว่าอะไรเหมาะอะไรควรก็ไปซะเถอะ” แล้วหลังจากนั้นนางก็วางสายไปทันที
“อ้า
ซวยชิบหายเลย”

เหมิงเหล่ยกรอกตา

ใช่แล้ว ยังไงเขาก็ต้องไป หัวหน้าอาจารย์เดิร์คนอร์เวย์ไม่ใช่คนที่มีความอดทนสูงขนาดนั้น ถ้าเขาไม่โผล่หะวไปละก็ เหมิงเหล่ยคงได้ตายอนาถแน่ๆ เขาไม่มีทางเลือก และเขาเองก็ไม่อยากเป็นเป้าสายตาของหัวหน้าอาจารย์ขนาดนั้น

หลังจากออกจากหอพักแล้ว เหมิงเหล่ยก็เดินทางไปที่ตึกเรียน แต่ในตอนนั้นเองที่มีครึ่งมมังกรตัวสูง เกล็ดสีเขียวมาหยุดเขาไว้ เขาคนนั้นคือแลนซ์ ครึ่งมังกรที่โดนเหมิงเหล่ยซัดหน้าหงายไปตอนวันสอบเข้า

“โย่ ว่าไงละไอ้เด็กอัจฉริยะหน้าใหม่เหมิงเหล่ย จะไปไหนอย่างงั้นเหรอ” แลนซ์มองเหมิงเหล่ยด้วยสีหน้าประหลาดๆ

เหมิงเหลยมองแล้วพูดสวนทันที “รอบที่แล้วยังไม่เข็ดหรือยังไง”
“เจ้ามนุษย์ต่ําต่อย กล้าดียังไงมาทําตัวหยิ่งผยอง ครั้งที่แล้วข้าไม่ทันได้ระวังตัว เจ้าเลยชนะไป เจ้าคิดว่าข้ากลัวงั้นเหรอ” แลนซ์โกรธจัด “ข้าจะบอกอะไรให้นะ ตอนนี้ข้าเพิ่มระดับของตัวเอง 2 ขั้นรวดจนตอนนี้กลายไปเป็นนักรบระดับ 5 แล้ว ถ้าเจ้าเก่งจริงก็มาเจอกับข้าในสนามซิ จะได้รู้ว่าการโดนกระทืบมันเป็นยังไง”
“นักรบระดับ 5 เหรอ”
เหมิงเหล่ยยักคิ้ว แล้วพูดด้วยความตกใจ “ถ้าข้าจําไม่ผิด เมื่อ 3 เดือนก่อนเจ้ายังเป็นระดับ 3 อยู่เลยนี่ แล้วนี่เจ้าเลื่อนมาเป็นระดับ 5 ใน 3 เดือนเนี่ยนะ”
“ข้านะ เป็นอัจฉริยะ 1 ในทศวรรษยังไงละ จะเอาข้าไปเปรียบเทียบกับมนุษย์กระจอกไม่ได้หรอก”
แลนซ์กอดอกแล้วพูด “ว่ายังไงละเจ้ามนุษย์หน้าโง่ เจ้ากล้ามาประลองกับข้าในสนามไหมละ หากเจ้าไม่กล้า ก็จงหลีกทางให้ข้าซะ แล้วก็ไม่ต้องมาให้ข้าเห็นหน้าอีก”

“เหอะๆ คิดว่าข้าไม่กล้าเหรอ”เหมิงเหล่ยยิ้ม “ข้าพร้อมใส่เดี่ยวกับเจ้าในสนามอยู่แล้วเแต่ข้าแค่เกรงว่าจะต่อยให้เจ็บมือฟรีเนี่ยซิ จะไม่มีอะไรมาเดิมพันกันหน่อยเลยรึไงนะ เจ้าคงเข้าใจใช่ไหม”
“เจ้าอยากได้ของเดิมพันซินะ หึม ก็ได้ ส่วนของข้า ข้าต้องการแค่ประกาศให้คนทั้งวิทยาลัยรู้ว่า อัจฉริยะหน้าโง่อย่างเจ้าหน่ะมันกระจอก เทียบกับพวกเราครึ่งมังกรไม่ได้”
“โอเค ได้” เหมิงเหล่ยยิ้ม ” แล้วเจ้าจะให้ข้าเท่าไรละ”
“10000 เหรียญทอง ถ้าเจ้าเอาชนะข้าได้ เจ้าเอาไปเลย 1 หมื่นเหรียญทอง แต่ถ้าเจ้าแพ้ หืมมม ข้าไม่เอาเงินจากเจ้าหรอก ข้าแค่ได้สะใจต่อหน้าทุกคนก็พอแล้ว”

“เอ๋” เหมิงเหล่ยขมวดคิ้ว
“เงินต้อยต่ําของเจ้าน่ะมันไม่มีความหมายกับข้าหรอก” แลนซ์พูดดั่งคนมีชัย “ข้าแค่อยากจะประกาศต่อหน้าทุกคนว่า ถึงพรสวรรค์ของเจ้าจะดีแค่ไหน แต่เจ้าก็ยังเป็นได้แค่ไอ้สวะ”
“ข้าโอเคกับเงื่อนไขนะ แต่ 1หมื่นมันน้อยไปวะ” เหมิงเหล่ยยิ้ม “1แสนไปเลย ถ้าเจ้ายินดีจ่ายค่า 1 แสนถ้าข้าชนะก็ได้เลย”
“1แสนอย่างงั้นเหรอ นี่เจ้าจะปล้นกันรึไง” แลนซ์หัวเสีย “50000 ได้เท่านี้ละ”
“หืม อยากจะลากข้าไปตบกลางสี่แยกแต่กลับมีเงินไม่ถึงแบบนี้ จะไปทําอะไรได้”เหมิงเหล่ยหัวเราะ “ก็ได้ 50000เหรียญทองก็เอาวะ”

Picking Up Attributes From Today

Picking Up Attributes From Today

Status: Ongoing
Picking Up Attributes From Today ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก ในทวีปแดนสวรรค์ ทั้งเผ่ามังกร เผ่ายักษ์ เผ่าครึ่งสัตว์ เผ่าภูติ สัตว์เวทมนตร์ และเผ่าพันธ์อื่นๆต่างแย่งกันขึ้นเป็นใหญ่ เผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นถูกกระทำเยี่ยงทาสและต้องใช้ชีวิตอย่างต้อยต่ำ ในขณะที่เผ่ามังกรนั้นถือตัวเองเป็นขุนนางกดขี่ในทุกๆด้าน แต่ถึงอย่างนั้น จุดเปลี่ยนก็ได้มาถึง ชายหนุ่มนามเหมิงเหล่ย มนุษย์ผู้ถูกส่งมาจากโลกมนุษย์ถูกส่งมาให้กลายเป็นแค่ ชาวบ้านธรรมดา แต่ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็ได้รับ ระบบเก็บของที่แข็งแกร่งที่สุด “ติ้ง ค้นพบไอเทมดรอป จะเก็บมารึไม่” จะเป็นเงิน สิ่งของ ไอเทม อาวุธ เวทมนตร์ ลมปราณ พลังวิญญาณ ระบบเก็บของที่แข็งแกร่งที่สุด (หรือยอดระบบเก็บของ) ก็สามารถเก็บได้ทุกอย่าง …. “จะฝึกเป็นจอมเวทหรือเป็นนักรบดีละ โว้ยเลือกยากจริง เป็นมันทั้ง2อย่างเลยละกัน” ตามติดชีวิตของเหมิงเหล่ยสู่การเดินทาง เปลี่ยนชะตาจากชีวิตชาวบ้านธรรมดา สู่ตัวตนที่เหนือทุกสรรพสิ่ง ได้ใน “ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Picking Up Attributes From Today”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset