Reincarnation Of The Strongest Sword God – ตอนที่ 2432

รากฐานที่น่ากลัว

“เรือเหาะ ?”

“อาจเป็นสภาสิบแปดปีกรึปล่าว ?”

เมื่อจักรพรรดิเก้ามังกร และสมาชิกคนอื่นๆของดราก้อนฟีนิกซ์พาวิลเลี่ยนได้ยินคนพูดถึงเรือเหาะ พวกเขาก็นึกถึงสภาสิบแปดปีกทันที

เมื่อเรือเหาะมังกรสีเลือดของสภาสิบแปดปีกปรากฎขึ้นครั้งแรกใน God domain มันได้ก่อให้เกิดความปั่นป่วนครั้งใหญ่ไปทั่วเลยในหมู่มหาอำนาจต่างๆ และในเวลานั้นชื่อของ “สภาสิบแปดปีก” ก็ตราตรึงอยู่ในใจของมหาอำนาจต่างๆ

ในยุคที่อะเม้าท์บินได้ยังคงหายากอย่างน่าเหลือเชื่อ เรือเหาะนั้นมันก็มีประโยชน์อย่างมากมายมหาศาล ยิ่งไปกว่านั้นเรือเหาะนั้นยังจะปกครองท้องฟ้าด้วยพลังการต่อสู้ที่มันมีอยู่ได้ หากผู้เล่นไม่มีอาวุธต่อต้านอากาศยานอันทรงพลังที่เพียงพอ การต้องเผชิญหน้ากับเรือเหาะของศัตรูจะสร้างความเสียหายให้กับพวกเขาอย่างมหาศาลเลย

อย่างไรก็ตามจักรพรรดิเก้ามังกรและพรรคพวกของเขาก็สลัดความคิดนี้ออกไปทั้งหมด เพราะคราวนี้มันมีเรือเหาะสามลำมาอยู่ที่หน้าประตูบ้านพวกเขา

การได้รับเรือเหาะมาสักลำนั้นมันก็เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมากอยู่แล้ว และกิลอย่างสภาสิบแปดปีกไม่มีทางจะได้รับมันมาเพิ่มเป็นสามลำแน่นอน และเมื่อฟีนิกซ์เรนกับบลูฟีนิกซ์ได้ยินเรื่องนี้ พวกเขาก็เต็มไปด้วยความสับสนมากๆ

พวกเขานั้นรู้อยู่แล้วว่าสภาสิบแปดปีกจะเดินทางมาที่เมืองทไวไลท์ แต่พวกเขาก็ไม่น่าจะสามารถมาได้ด้วยเรือเหาะสามลำใช่ไหม ?

มันไม่ใช่สภาสิบแปดปีกงั้นหรอ ? ฟีนิกซ์เรนขมวดคิ้ว เมื่อเธอครุ่นคิดถึงเรื่องนี้

กองกำลังที่มีเรือเหาะสามลำนั้นจัดว่าไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย จากข้อมูลที่ดราก้อนฟีนิกซ์พาวิลเลี่ยนได้มาจนถึงตอนนี้นั้น แค่เรือเหาะหนึ่งลำมันก็มากเกินพอที่จะทำให้ผู้ปกครองเมืองกิลเมืองหนึ่งปวดหัวได้แล้ว หากเรือเหาะสามลำทำการโจมตีเมืองกิลพร้อมกัน มันก็มีแนวโน้มว่าจะทำลายโครงสร้างการป้องกันขั้นพื้นฐานของเมืองลงได้ทั้งหมดเลย แม้ว่าจะไม่สามารถยึดเมืองได้ก็ตาม

แม้แต่เมืองทไวไลท์ของดราก้อนฟีนิกซ์พาวิลเลี่ยนก็ยังจะต้องมีช่วงเวลาที่ยากลำบากในการรับมือกับเรือเหาะสามลำ

นี่คือสาเหตุที่มหาอำนาจต่างๆนั้นพยายามอย่างมากที่จะได้รับอะเม้าท์บินได้เป็นของตัวเอง

หากไม่มีหน่วยที่คอยต่อสู้ทางอากาศ กิลจะเสียเปรียบเรือเหาะอย่างมาก และแม้ว่าเมืองกิลจะมีป้อมปราการป้องกันกับหอคอยลูกธนู แต่โครงสร้างเหล่านี้ทั้งหมดก็ต้องใช้ความพยายามอย่างมากจึงจะสามารถโจมตีให้โดนเรือเหาะที่เคลื่อนที่อยู่ได้ และเผลอๆการต่อสู้นั้นจะเป็นการต่อสู้แบบฝ่ายเดียวด้วยซ้ำ

เรือเหาะสามลำ ? โคลท์ชาโด้วนั้นอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์นี้มากๆ นี่ทวีปด้านตะวันออกมีพลังมากพอจนพัฒนามาตราฐานมาได้ขนาดนี้แล้วงั้นหรอ ?

ทวีปด้านตะวันตกนั้นก็มีเรือเหาะเช่นกัน แต่มันก็มีความท้าทายอย่างมากกว่าที่ผู้เล่นจะได้รับมา แม้ว่ามหาอำนาจบางส่วนในทวีปด้านตะวันตกจะค้นพบเบาะแสที่จะนำไปสู่เรือเหาะได้ แต่พวกเขาก็ยังคงต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกว่าที่พวกเขาจะได้รับมันมา นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เธอตัดสินใจจะผนวกสภาสิบแปดปีก

ฟีนิกซ์เรน จักรพรรดิเก้ามังกร และโคลท์ชาโด้วนั้นรีบออกจากกิลฮอลไปพร้อมกับคนของพวกเขาทันที พวกเขานั้นอยากรู้มากๆว่าใครกันที่เป็นเจ้าของเรือเหาะสามลำนี้

ยักษ์เหล็กทั้งสามตอนนี้นั้นลอยอยู่เหนือลานกว้างของสถานที่พักกิล และเสียงคำรามของเครื่องยนเวทย์มนต์ของพวกมันก็ดังก้องไปทั่วบริเวณ และแม้แต่ผู้เล่นที่อยู่นอกสถานที่พักกิลของดราก้อนฟีนิกซ์พาวิลเลี่ยนก็ยังสัมผัสได้เลยว่าเสียงของเรือเหาะนี้มันดังมากๆ

ผู้เชี่ยวชาญของดราก้อนฟีนิกซ์พาวิลเลี่ยนซึ่งเคยต่อสู้มาแล้วมากมายในสงครามขนาดใหญ่ต่างก็ตกตะลึง แม้ว่าเรือเหาะนี้จะดูไม่ได้ก้าวร้าวใดๆและลอยอยู่กลางอากาศเฉยๆ แต่สัญชาตญาณของพวกเขาก็กรีดร้องบอกพวกเขาว่าให้หนีให้ห่างจากเรือเหาะ และเมื่อจ้องมองไปยังเรือเหาะ พวกเขาก็รู้สึกราวกับว่าพวกเขากำลังยืนอยู่ต่อหน้ามอนสเตอร์ขนาดมหึมาสามตัว

นี่คือสาเหตุที่กองกำลังของดราก้อนฟีนิกซ์พาวิลเลี่ยนที่ประจำการอยู่ที่เมืองทไวไลท์นั้นอนุญาติให้เรือเหาะเข้ามาในเมือง และลอยอยู่เหนือสถานที่พักกิล พวกเขาไม่ได้ใส่ใจที่จะเตือนเรือเหาะหรือพยายามจะไล่ออกไป เพราะพวกเขาทำได้แค่จ้องมองยักษ์เหล็กพวกนี้บินผ่านไปอย่างระมัดระวังและหวาดกลัวเท่านั้น

เมื่อฟีนิกซ์เรนและทีมของเธอโผล่ออกมาจากกิลฮอล เรือเหาะก็เริ่มร่อนลงจอด และสมาชิกของดราก้อนฟีนิกซ์พาวิลเลี่ยนต่างก็รีบจัดเตรียมที่ว่างไว้ให้สำหรับเรือเหาะทั้งหมดทันที เพราะกลัวว่าพวกเขาจะไปยั่วยุใครก็ตามที่เป็นเจ้าของยักษ์เหล็กพวกนี้ และมันไม่มีผู้เล่นในลานกว้างแม้แต่คนเดียวที่จะไม่อยากรู้ว่าใครเป็นเจ้าของเรือเหาะทั้งหมดนี้ เพราะแม้แต่ซุเปอร์กิลก็ยังไม่มีพลังทางอากาศแบบนี้เลย

ในขณะที่ทุกคนกำลังสงสัยว่ามหาอำนาจกลุ่มใดกันที่เป็นเจ้าของเรือเหาะพวกนี้ ช่องทางด้านข้างของเรือเหาะก็เปิด และก็มีบันไดปูลงมา ในขณะที่เหล่าผู้เล่นก็ค่อยๆลงมาตามบันได ซึ่งไม่เพียงแต่ผู้เล่นเหล่านี้ทุกคนจะเป็นผู้เล่นขั้นสาม แต่พวกเขายังมาถึงเลเวลหนึ่งร้อยห้ากันแล้วด้วย แถมพวกเขายังมีตราสัญลักษณ์กิลของสภาสิบแปดปีกติดอยู่ที่หน้าอกกันทุกคน

“สภาสิบแปดปีก ?!”

“เป็นไปได้ยังไงกัน ?!”

การเปิดเผยนี้ทำให้เหล่าสมาชิกของดราก้อนฟีนิกซ์พาวิลเลี่ยนตกตะลึงมากๆ

ความจริงที่ว่าสภาสิบแปดปีกได้รับเรือเหาะมาหนึ่งลำนั้นมันก็น่าตกตะลึงมากแล้ว แต่ตอนนี้พวกเขากับได้ค้นพบว่ากิลยังมีอีกสองลำ ฝูงชนบางกลุ่มถึงกับขยี้ตาว่านี่พวกเขาไม่ได้เห็นภาพหลอนไปใช่ไหม ….

แต่ไม่ว่าพวกเขาจะขยี้ตามากแค่ไหน ความจริงที่ว่าผู้เล่นเหล่านี้มีตราสัญลักษณ์ของสภาสิบแปดปีกอยู่ก็ไม่เปลี่ยนแปลง และจากข้อมูลในฐานข้อมูลของดราก้อนฟีนิกซ์พาวิลเลี่ยน ชายสวมเสื้อคลุมที่ลงจากเรือเหาะเป็นคนสุดท้ายนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหัวหน้ากิลสภาสิบแปดปีก แบล๊คเฟรม

เป็นไปไม่ได้ ?! สภาสิบแปดปีกมีเรือเหาะสามลำได้ยังไงกัน ?! จักรพรรดิเก้ามังกรจ้องมองไปยังซือเฟิงด้วยความตกตะลึง

เรือเหาะนั้นหายากมากๆ และแม้แต่ซุเปอร์กิลก็ยังไม่มีใครได้รับมันมา แล้วสภาสิบแปดปีกมีเรือเหาะสามลำได้ยังไงกัน ?

ฟีนิกซ์เรนเองก็ตกตะลึงอย่างมากในทำนองเดียวกัน เธอไม่คิดเลยว่าเรือเหาะสามลำนี้จะเป็นของสภาสิบแปดปีก นั่นคือเรือเหาะสามลำเลยนะที่พวกเขากำลังพูดถึง !!!

ด้วยมีกองกำลังทางอากาศแบบนี้ สภาสิบแปดปีกจะสามารถเคลื่อนที่ไปใน God domain ได้อย่างไร้คู่ต่อกร และการขนส่งสินค้าข้ามทะเลของพวกเขาก็จะไม่ใช่ปัญหาเลย

ในตอนที่สภาสิบแปดปีกมีเรือเหาะหนึ่งลำนั้น มันก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาสามารถจะปราบปรามมหาอำนาจต่างๆทางทะเลได้ อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นแบบนั้น แต่ท้องทะเลมันก็มีขนาดใหญ่มากๆ ซึ่งเรือเหาะแค่ลำเดียวนั้นไม่สามารถจะใช้ป้องกันเส้นทางการเดินเรือทั้งหมดของสภาสิบแปดปีกได้ อย่างไรก็ตามด้วยเรือเหาะสามลำ สภาสิบแปดปีกจะสามารถส่งมอบสินค้าได้อย่างปลอดภัยในทุกๆที่ที่พวกเขาต้องการได้แน่นอน

ตราบใดที่สภาสิบแปดปีกสามารถทำการขนส่งได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้แบบนี้ในทะเล พวกเขาก็จะไม่มีปัญหาในการจะได้รับเงินและทรัพยากรจำนวนมหาศาลเลย

มหาอำนาจต่างๆก็ล้วนรู้เรื่องนี้ดี ดังนั้นพวกเขาจึงได้ลงทุนอย่างมากในกองทัพเรือของพวกเขา และพวกเขาก็ทุ่มเทเพื่อให้แน่ใจว่าเส้นทางการขนส่งทั้งหมดของพวกเขาจะปลอดภัย

ในท้องทะเลนั้นมันมีทรัพยากรอยู่มากมายที่นำเสนอให้มากกว่าบนผืนดิน และเส้นทางคมนาคมในทะเลที่มั่นคงนั่นหมายความว่าจะมีแหล่งทรัพยากรทางเรือที่มั่นคง

เมื่อฟีนิกซ์เรน และจักรพรรดิเก้ามังกรหายตกตะลึงนั้น อีกสิ่งหนึ่งที่เมื่อพวกเขามองไปยังเรือเหาะของสภาสิบแปดปีกแล้วทำให้พวกเขาขนลุกและตกใจก็คือ เรือเหาะทั้งสามลำนั้นเหมือนกันทั้งหมด !!!

ในตอนแรกพวกเขานั้นมัวแต่ตกตะลึงกับเรื่องของเรือเหาะสามลำ พวกเขาจึงไม่ได้สังเกตรายละเอียดของเรือเหาะว่าพวกมันเหมือนกันทั้งสามลำ

ซึ่งการเป็นแบบนี้นั้นมันก็หมายความว่าสภาสิบแปดปีกนั้นไม่ได้อาศัยโชค และไปสะดุดเข้ากับเรือเหาะสามลำแน่นอน กิลจะไปพบเรือเหาะสามลำนี้โดยบังเอิญได้ยังไง ? เรือเหาะนั้นมีความคล้ายกับเรือเร็วที่แล่นในทะเล มันจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับที่ๆถูกค้นพบ

เนื่องจากเรือเหาะของสภาสิบแปดปีกเหมือนกันทั้งหมด ดังนั้นมันจึงแปลว่ากิลจะต้องได้รับพวกมันมาด้วยวิธีการเดียวกัน และเรือเหาะทั้งสามลำตรงหน้าของพวกเขานี้ก็บอกใบ้แล้วว่าตราบใดที่สภาสิบแปดปีกปฎิบัติตามเงื่อนไขต่างๆได้ พวกเขาก็จะได้รับเรือเหาะเพิ่มขึ้น

กองกำลังเรือเหาะสามลำนั้นก็แทบจะจัดว่าเป็นอมตะแล้วในระยะนี้ของเกม หากสภาสิบแปดปีกสามารถสร้างกองเรือเหาะเต็มอัตราได้ในอนาคต ….

มันไม่มีผู้เล่นใดในลานกว้างนี้ที่จะจินตนาการออกเลยว่าสภาสิบแปดปีกจะควบคุมกองทัพอากาศแบบไหนในอนาคต

ฟีนิกซ์เรนและจักรพรรดิเก้ามังกรนั้นไม่ใช่เพียงแค่ผู้เดียวที่ตระหนักถึงสิ่งนี้ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนของดราก้อนฟีนิกซ์พาวิลเลี่ยนที่อยู่ในลานกว้างนี้ก็ตระหนักเช่นกัน พวกเขาทั้งหมดต่างจ้องมองไปยังซือเฟิงราวกับเขาเป็นสัตว์ประหลาด

หากสภาสิบแปดปีกสามารถสร้างกองทัพอากาศได้อย่างเต็มรูปแบบ มันจะไม่มีมหาอำนาจใดกล้ายั่วยุกิลแน่นอน

“ฉันขอโทษที่มาช้าเกินไปหน่อย ปรมาจารย์ฟีนิกซ์พาวิลเลี่ยน” ซือเฟิงกล่าวขณะที่เขาเดินเข้ามาใกล้ฟีนิกซ์เรน เขาเหลือบไปมองโคลท์ชาโด้วและผู้เล่นที่ด้านหลังของเธอ พลางกล่าวด้วยรอยยิ้มต่อว่า “ฉันหวังว่า ฉันไม่ได้มาขัดจังหวะใครนะ ..”
เขาต้องการจะเก็บเรือเหาะของเขาเอาไว้เป็นความลับ อันเนื่องมาจากสภาสิบแปดปีกยังคงต้องใช้เวลาพัฒนากองทัพอากาศ แต่อย่างไรก็ตามเพื่อให้แน่ใจว่าตำแหน่งและอิทธิพลของฟีนิกซ์เรนในดราก้อนฟีนิกซ์พาวิลเลี่ยนจะยังคงมั่นคงและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขาจึงถูกบังคับให้ต้องเปลี่ยนแผน

สภาสิบแปดปีกนั้นไม่เพียงแต่จะใช้เหรียญทองหมดที่มีเพื่อสร้างเรือเหาะสามลำนี้เท่านั้น แต่กิลยังทำการยืมเงินและวัสดุจากศาลาลับมาด้วย ซึ่งมันก็จะทำให้กิลนั้นยังไม่สามารถสร้างเรือเหาะลำใหม่ได้เพิ่มขึ้นในเร็วๆนี้ แถมในตลาดมันก็ยังไม่มีวัสดุที่เพียงพอจะใช้สร้างเรือเหาะลำอื่นด้วย

วัดจากการแสดงออกของทุกคนที่นี่ ซือเฟิงก็คิดว่าเขาน่าจะบรรลุเป้าหมายแล้ว

Reincarnation Of The Strongest Sword God

Reincarnation Of The Strongest Sword God

เริ่มต้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง เขาได้เข้ามาสู่ “เกมแห่งมีชีวิต” นี้อีกครั้งเพื่อที่จะควบคุมโชคชะตาของตัวเอง ครั้งนี้ , เขาจะไม่ถูกควบคุมจากคนอื่น ก่อนหน้านี้ราชาแห่งดาบเลเวล 200 , เขาได้ขึ้นไปสู่จุดสูงสุดในชีวิต วิธีการที่จะได้รับเงิน! กลยุทธ์แห่งชัยชนะในดันเจี้ยน! เควสในตำนาน! สถานที่ดรอปอุปกรณ์! ทักษะที่ยังไม่ถูกค้นพบ! แม้แต่ความลับที่พวกผู้ทดสอบเบต้าไม่รู้ , เขารู้มันทั้งหมด สงครามอันยิ่งใหญ่ , ความก้าวหน้าในชีวิต , เข้าสู่ความเป็นพระเจ้า , บรรลุถึงจุดสูงสุดแห่งดาบ ตำนานของชายผู้ที่จะกลายเป็นเทพแห่งดาบได้เริ่มขึ้นแล้ว Starting over once more, he has entered this “living game” again in order to control his own fate. This time, he will not be controlled by others. Previously the Level 200 Sword King, he will rise to a higher peak in this life. Methods to earn money! Dungeon conquering strategies! Legendary Quests! Equipment drop locations! Undiscovered battle techniques! Even the secrets Beta Testers were unknowledgeable of, he knows of them all. Massive wars, life advancement, entering Godhood, sword reaching to the peak; a legend of a man becoming a Sword God has begun.

Comment

Options

not work with dark mode
Reset