Special District 9 เขตพิเศษที่ 9 – ตอนที่ 261 ชาเหมิง

Special District 9 – เขตพิเศษที่ 9 Special District 9 ตอนที่ 260 สิ่งล่อใจ

 

ตอนที่ 260 สิ่งล่อใจ

 

ในอาคาร

 

จือเกอลุกขึ้นนั่งไขว่ห้างและเอื้อมมือไปหยิบบุหรี่ไฟฟ้าก่อนพูด “สามหมื่นต่อหัว ราคาดีมาก”

 

“ใช่ครับพี่” ชายหนุ่มพยักหน้า “แต่เราไม่รู้อยู่ดีว่าสองคนนั้นมันจะเอากี่คน

 

“แกโง่รึเปล่า?!” จือเกอสบถด่าก่อนจะพูดเสริม “ พวกเขาอยู่ไกลจากฮ่งเจียงไม่ใช่รึไง…แล้วจะซื้อกลับไปแค่คนเดียวงั้นเหรอ?”

 

“นั่นสินะครับ” ชายหนุ่มตอบกลับ

 

“งั้นฉันจะโทรไป” จือเกอเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ของสำนักงาน จากนั้นไม่นานก็โทรออก

 

จากนั้นสิบวินาที

 

“ฮัลโหล? เสี่ยวจือ!”

 

“ทำอะไรอยู่เหรอพี่?” เสี่ยวจือถามด้วยรอยยิ้ม

 

“ก็ไม่ได้ทำอะไร แค่เล่นไพ่อยู่”

 

“ส่งสินค้าจากเพิ่งเปยแล้วหรือยัง?” เสี่ยวจือถามขณะสูบบุหรี่ไฟฟ้า

 

“กำลังส่ง สินค้าน่าจะถึงในสองสามวัน” อีกฝ่ายตอบ

 

เสี่ยวจือถามต่อ “สินค้าออกมาหมดแล้วใช่ไหม?”

 

“หมดทั้งล็อตเลย ไม่ใช่ว่าต้องส่งทุกวันอยู่แล้วเหรอ?”

 

“ใช่ ใช่แล้ว” เสียวจือพยักหน้าและพูด “ถ้าฉันต้องการสินค้าเพิ่ม พี่หามาได้หรือเปล่า?”

 

“หืม ทำไมล่ะ?” อีกฝ่ายพูดขณะเล่นไพ่ โดยหนีบโทรศัพท์แนบกับหูข้างซ้าย

 

“อาจต้องการเพิ่มอีกหน่อย”

 

“เอาเท่าไหร่ เดี๋ยวจัดให้”

 

“อีกฝ่ายยังไม่ได้บอกจำนวนที่แน่นอนมา ก็เลยมาบอกนายก่อนว่าอาจต้องการเพิ่ม” เสี่ยวจือพูดขณะคาบบุหรี่ไฟฟ้าคาปาก

 

“โอเค งั้นเดี๋ยวโทรมาบอกจำนวนได้เลยนะ”

 

“เดี๋ยวก่อน!” เสี่ยวจือตะโกนอย่างกะทันหัน “มีอีกเรื่อง งานนี้เราจะได้ส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นอีกคนละสองพัน”

 

อีกฝ่ายชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้ม “ไปเอามาจากไหนนะนั่น?!”

 

“เรื่องเล็กน้อยนะ” เสี่ยวจือพูดต่อ “แต่ไม่จำเป็นต้องบอกใครหรอกนะ”

 

“ทำไมล่ะ? หนิวเจนกับนายไม่ได้รายงานเจ้านายเหรอ?”

 

“พี่เงินรักษาตัวอยู่นะ อีกสักพักคงจะออกมา” เสี่ยวจือเกาหัวและกล่าวต่อ “ตอนนี้ไม่มีใครรับผิดชอบเรื่องนี้ ฉันจึงหาเงินค่าขนมไปพลาง”

 

“อืม เข้าใจแล้ว” อีกฝ่ายพยักหน้า

 

“อย่าปากโป้งล่ะ”

 

“วางใจเถอะ ถ้าต้องการสินค้าด้วยตัวเอง มันก็ไม่ยาก!”

 

“รบกวนด้วยนะพี่เล่อ”

 

“เรื่องเล็กน้อย! แค่นี้นะ”

 

“ครับ”

 

เสี่ยวจือวางสายพร้อมกับรอยยิ้ม “แบ่งให้หกพันห้า หนึ่งคนเราก็ได้ตั้งสองหมื่นสามพันห้าร้อย ฮ่าฮ่า”

 

บนเก้าอี้ ชายหนุ่มที่ตื่นเต้นและวิตกกังวลจึงถาม “เราไม่ได้รายงานกับเจ้านาย ถ้าเกิดเขารู้เราจะซวยไหมพี่?”

 

“มีคนเอาเงินมาให้เราทั้งทีก็รับเอาไว้เถอะ แถมเจ้านายก็ไม่ได้รู้จักอะไรกับพวกนั้น” จือเกอพูด “เขากำลังวุ่นวายกับธุรกิจยาอยู่นายจะเอาเรื่องเล็กแบบนี้ไปรายงานเขาเหรอ?”

 

“อ๋อครับ” ชายหนุ่มพยักหน้า

 

“ตอนนี้ก็แค่ดูว่าสองคนนั้นจะเอายังไงกันแน่” เสี่ยวจือครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดแผนของเขาทันที “นายจะต้อง…”

 

ในห้องส่วนตัวของร้านอาหารระดับไฮเอนด์ เขตเจียงหนาน

 

เปยเตอหยงแนะนำตำรวจนายหนึ่งด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวเค่อ นี่คือเฉินป๋อหัวหน้าหมวดสี่ของหน่วยป้องกันนอกเขต รู้จักกันไว้นะ”

 

“สวัสดีครับหัวหน้าเฉิน” หยวนเค่อยิ้มและยื่นมือออกไป

 

“สวัสดีครับ!” เฉินป๋อจับมือหยวนเค่อทันที

 

เปยเตอหยงพูดขณะผายมือไปยังเฉินปอ “ถ้าไม่ได้พี่น้องปอช่วยฉันคงพูดไม่ได้เต็มปากว่าฉันมีทุกวันนี้ได้ เขาคือคนที่อยู่กับฉันมานานที่เดียว”

 

“ฮ่าฮ่า!” เฉินปอยิ้ม

 

“หัวหน้าเฉิน คุณดูเป็นคนมีความสามารถตั้งแต่แรกเห็น เราอาจเป็นคู่ค้าที่ดีต่อกันในอนาคต” หยวนเค่อยิ้มขณะพูดเชิญชวน “มาเถอะ มานั่งกินกันก่อน”

 

“นี่เสี่ยวเค่อ ฉันขอแนะนำอีกคน ถัดจากน้องเฉินคือหยางหนาน” เปยเตอหยงแนะนำชายวัยกลางคนที่มีหนวดเครารุงรัง

 

หยวนตกตะลึง “หน้าเหมือนคนดังที่ฉันรู้จักเลย!”

 

“ฮ่าฮ่า” หยางหนานยิ้มและพยักหน้าแต่ไม่ได้พูดอะไร

 

หลังทักทายกันเสร็จทุกคนก็นั่งทีละคน พนักงานนำไวน์มาเสิร์ฟและทุกคนก็จิบไวน์ด้วยกัน

 

หลังจากดื่มละเลียดไวน์มากว่าสี่สิบนาที เปยเตอหยงจึงขยับไปกระซิบข้างหูของหยวนเค่อ “ฉันบอกเฉินปอหมดแล้ว เขาก็เกือบจะไม่เอาด้วยแล้ว!”

 

หยวนเค่อตะลึงไปครู่หนึ่งก่อนถามกลับอย่างรู้เท่าทัน “พี่หมายความว่าไง?”

 

“สิ่งที่ฉันหมายถึงคือสิ่งนี้” เปยเตอหยงเอานิ้วโป้งและนิ้วชี้มาดูกัน

 

“อะไรเหรอพี่ คันนิ้วเหรอ?” หยวนเค่อแกล้งถาม

 

“ก็คนมันเขินนะ ให้ทำไงได้?”

 

“ฮ่าฮ่า!” หยวนเค่อยิ้มพลางดุว่า “จิ้งจอกเฒ่า” ในใจก่อนจะหันไปถามเสี่ยวจิ๋ว “เราเอาอะไรติดมือมาด้วยรึเปล่า?”

 

“ไม่ มันอยู่ในรถ”

 

“งั้นค่อยพาเฉินปอไปทีหลังแล้วกัน” หยวนเค่อพูด

 

เปยเตอหยงได้ยินก็ถามทันที “นายเตรียมมาเท่าไหร่?”

 

“ก็เพียงพอสำหรับการจัดการล่ะ” หยวนเค่อพูดโดยไม่แสดงสี หน้าอะไร

 

“ไม่เป็นไร” เปยเตอหยงพยักหน้าและหันกลับมาพูดกับเฉินปอ “เดี๋ยวฉันจะพานายไปที่รถนะ”

 

“จะเปลืองเงินไปไหมพี่?” เฉินปอยิ้ม

 

“ไม่เลย!” เปยเตอหยงยิ้ม “มาดื่มกัน!”

 

หลังจากพูดถึงเรื่องนี้แล้ว หยวนเค่อก็ถาม “ใครจะเป็นคนลงมือ?”

 

เปยเตอหยงก็ตอบ “หยางหนาน!”

 

“อ๋อ” หยวนเค่อพยักหน้าอย่างสบายใจเมื่อได้ยินว่าเป็นเขา

 

ครู่เดียวท้องฟ้าก็มีดลง

 

แผนกคอลัมน์กฎหมายของสถานีออนไลน์ ในห้องบรรณาธิการจ่าวเปากำลังจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อดูแผนไตรมาสใหม่ที่เขาสร้างไว้

 

“กริ้ง!”

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

 

“ฮัลโหล?!” จ่าวเปารับโทรศัพท์อย่างสบายใจ

 

“มีเรื่องแล้ว มีเรื่องใหญ่แล้ว!” ถังหยวน ตะโกนด้วยความตื่นตระหนกใส่โทรศัพท์ “โทรแล้วๆ มันโทรมาแล้ว!”

 

“นายเล่นอะไร? พูดดีๆ สิ!” จ่าวเปาถามด้วยความงงงวย

 

“พวกค้ามนุษย์มันโทรมาแล้ว ทำไงดีเพื่อน?!” ถังหยวนถามอย่างเร่งด่วน

 

ข่าวเปาลุกขึ้นยืนทันทีด้วยความประหลาดใจ “พวกนั้นว่าไง?”

 

“ฉันไม่ได้รับสายแต่โทรศัพท์ยังดังอยู่เลย ฟังสิ!” ถังหยวนเปลี่ยนโทรศัพท์เครื่องเก่าทันทีหลังรู้ว่าจ่าวเปาฝากเบอร์เขาให้กับพวกค้ามนุษย์

 

“ให้ตาย..รีบรับสายสิ!” จ่าวเปาเร่ง “คุยกับพวกนั้น แล้วบอกว่าต้องการซื้ออะไร!”

 

“คุยยังไงล่ะ?”

 

“คุยก็คือคุยไง..ฉันจะบ้าตาย! อุตส่าห์ไปนั่งเฝ้ามาตั้งหลายวันจะปล่อยไปง่ายๆ เหรอ? รีบรับสายไปก่อน” จ่าวเปากระตุ้น “รับเลยเร็ว!”

 

“โอเคๆ” ถังหยวนปาดเหงื่อบนหน้าผากก่อนสูดหายใจลึกเต็มปอด และกดรับสาย “ฮัลโหล? โทรจากไหน?”

 

“ผมส่งข้อความหาคุณ ไม่เห็นเลยรึไง?”จือเกอถาม “ไม่ได้ดูมือถือเหรอ?”

 

“มาคุยธุรกิจกันหน่อย ผมว่าง” จือเกอกระซิบ “มาคุยกันที่จอยพาเลซคืนนี้สิ”

 

หลังจากนั้นไม่กี่นาที

 

“พวกนั้นให้ไปเจอที่ไหน?” ข่าวเปาถามถึงหยวนอย่างเร่งด่วน

 

“ที่จอยพาเลซ!”

 

“ให้ตายสิ!” จ่าวเปาอุทานออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

“มีอะไร?”

 

“ฉันจะบอกความจริงว่าฉันเข้าไปจอยพาเลซไม่ได้” จ่าวเปาตอบ “ถังหยวนนายก็แกล้งเป็นคนซื้อที่ติดต่อกับพวกนั้นก่อน ฉันจะรอคำตอบข้างนอก!”

 

“นายอยู่ข้างนอก! จะบ้าเหรอแล้วฉันจะคุยกับนายได้ยังไง?” ถังหยวนก่นด่า

 

Special District 9 เขตพิเศษที่ 9

Special District 9 เขตพิเศษที่ 9

Special District 9 เขตพิเศษที่ 9
Status: Ongoing
บทนำ โลกกำลังเกิดหายนะ…ภัยพิบัติร้ายแรงทำลายล้างมนุษยชาติ…สัตว์กลายพันธุ์…ผู้คนขาดแคลนอาหาร…สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม…ยุคสมัยและอารยธรรมถูกทำลาย… ‘ฉินอวี่’ ชายหนุ่มผู้อาศัยอยู่ในเขตพัฒนาซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นดินแดนไร้กฎ ด้วยสภาพแวดล้อมอันน่าสังเวช…ทั้งถนนผุผัง ระบบบำบัดน้ำเสียใช้การไม่ได้ รวมไปถึงบ้านเก่าทรุดโทรมและกลิ่นปฏิกูลคละคลุ้ง ฉินอวี่จึงลาออกจากงานและตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อซื้อสัญชาติเข้าไปอยู่ในเขตปกครองพิเศษที่เก้า…หวังให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม! ภายในเขตพิเศษที่เก้า…ฉินอวี่เข้าสมัครงานในสำนักงานตำรวจนครบาลเมืองพื้นทมิฬเพื่อดิ้นรนเพื่อหาเลี้ยงชีพ แม้ต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย ทว่าในความโชคร้ายยังมีความโชคดีซ่อนอยู่…เขาได้เจอเพื่อนร่วมงานผู้หวังดีที่เปรียบเสมือนเพื่อนแท้… ระหว่างทำงานในสำนักงานตำรวจ…ฉินอวี่ได้เผชิญการกดขี่มากมายและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยไหวพริบเฉียบแหลมและแผนการอันชาญฉลาด เขาจะสร้างตำนานบทใหม่ของตนเองได้อย่างไร…โปรดติดตามต่อใน…เขตพิเศษที่เก้า!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset