Special District 9 เขตพิเศษที่ 9 – ตอนที่ 90

ตอนที่ 90 หยวนหัวขอแสดงความนับถือ

หยงตงจุดบุหรี่ในขณะที่เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “ผมไม่คิดว่าเขาจะเปลี่ยนใจ”

“เขาถูกแทงข้างหลังในช่วงเวลาวิกฤตแบบนี้” หยวนหัวชี้แจงพร้อมขมวดคิ้ว “ตอนนี้พวกนั้นอาจพยายามแก้แค้นเรา”

“ถ้าตระกูลหม่าไม่รู้ว่าเขาเป็นคนทำ เขาอาจยังคงพยายามล้างแค้นพวกเราในเรื่องนี้” หยงตงตอบเชิงวิเคราะห์

“แม้แต่คนโง่ก็รู้ ว่าสินค้าในโกดังของตระกูลหม่าถูกเปลี่ยนโดยเสี่ยวฉู่ คุณคิดว่าเด็กคนนั้นจะยังกลับไปที่ตระกูลหม่าอีกหรือไม่? แม้ว่าลุงหม่าจะไว้ชีวิตเขา แต่คิดว่าคนอารมณ์ร้อนอย่างหม่าเหลาเอ๋อจะยอมเหรอ ในทางกลับกันแม้หม่าเหลาเอ๋อจะยอมทน คิดไหมว่าสำนักงานตำรวจจะปล่อยเขาไปง่ายๆ? นี่เป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการตายของคนเสพยาสองคนเลย เจ้าหน้าที่ต้องหาใครสักคนมารับผิดชอบเรื่องนี้แน่นอน”

หยวนหัวใช้เวลาคิดครู่หนึ่งเกี่ยวกับสิ่งที่หยงตงพูดก่อนที่จะพยักหน้าเห็นด้วย

“ตราบใดที่เสี่ยวฉู่ยังไม่เสียสติ มันต้องหลบหนีด้วยเงินที่เราให้” หยงตงกล่าวต่อ “แต่เงินที่เราให้ไปน่ะน้อยนิด มันคงไม่เอาตัวเองออกไปเสี่ยงในช่วงนี้แรก มันรู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้มันเกินกว่าที่จะจินตนาการได้แล้ว ถ้ามันพลาดนั่นหมายถึงความตาย”

“มันจะต้องไม่เกิดขึ้น” หยวนหัวส่ายหน้าก่อนพูดต่อ “ยังไงซะมันก็เป็นภัยคุกคามของเราอยู่ เฒ่าหม่ามีตาเฒ่าหลี่หนุนหลัง พวกมันมีทางตามหาเด็กคนนั้นได้แน่ วิธีเดียวที่จะรับรองความปลอดภัยของเราได้คือปิดปากเด็กนั่นซะ!”

“อืม ผมเห็นด้วย” ชายหัวโล้นที่นั่งอยู่แถวโต๊ะไพ่นอกกระจอกสนับสนุน

หยวนหัวเดินไปมารอบห้องครู่หนึ่งก่อนจะหันไปหาหยงตง “มันจะปลอดภัยกว่าถ้าให้นายดูแลเรื่องนี้ จัดการให้เรียบร้อยซะ”

“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเองครับ” หยงตงรับงานทันที

“วันนี้เรามาจบเกมกันเถอะ” หยวนหัวกล่าวขณะที่เขาเดินไปที่ประตู เขากวักมือเรียกหยงตงและพูดว่า “ตามฉันมา คุยกันหน่อย”

“ครับ” หยงตงตอบ เขายืนขึ้นและตามหยวนหัวออกไป

สิบนาทีต่อมา

ทั้งสองเดินตรงเข้าไปในห้องทำงาน หยวนหัวเดินไปที่ลิ้นชักพร้อมกับหยิบเอกสารทางการเงินออกมาหนึ่งกอง เขาเริ่มหยิบเอกสารขึ้นมาตรวจสอบ จากนั้นเขียนเลขจำนวนหนึ่งแสนลงบนกระดาษและประทับตราของตัวเองก่อนจะส่งมันให้หยงตง

“หมายความว่าอะไรครับ? ผมไม่เข้าใจ” หยงตงรู้สึกตื่นตระหนกเมื่อเห็นกระดาษตรงหน้า

“ส่วนหนึ่งของโบนัสสิ้นปี” หยวนหัวอธิบายด้วยรอยยิ้ม “ฉันให้นายก่อน”

“จะดีเหรอครับ?” หยงตงถามด้วยความสับสน “ตอนนี้ธุรกิจของเราตึงมากและยอดขายก็กำลังลดลง คุณให้โบนัสเป็นรายบุคคลแบบนี้ คนอื่นจะไม่คิดมากเหรอครับ?”

หยวนหัวตอบอย่างจริงจังว่า “หยงตง…นายเฉียบแหลมที่สุดในบรรดาคนที่ติดตามฉันมาตั้งแต่แรก เมื่อเราเผชิญกับวิกฤติ นายมักจะมีไอเดียที่ช่วยให้เราผ่านพ้นไปได้เสมอ คนที่สร้างประโยชน์ให้ก็ควรได้รับรางวัลไม่ใช่เหรอ? ถ้ามีใครไม่พอใจ ก็ให้พวกนั้นสร้างผลงานให้ฉันสิ”

รอยยิ้มผุดขึ้นบนริมฝีปากของหยงตงพลางหัวเราะเบา ๆ “วันนี้คุณดูอารมณ์อ่อนไหวเป็นพิเศษนะครับ”

“เปล่า” หยวนหัวตอบขณะเดินไปที่หน้าต่าง เขาเทไวน์ให้ตัวเองขณะที่เขาอธิบาย “ฉันทะเลาะกับหยวนเค่อเมื่อไม่กี่วันก่อน เขากล่าวว่าวิธีดำเนินการของบริษัทเรานั้นล้าสมัย คล้ายกับกลุ่มอันธพาลไปวันๆ เขาพูดเกินไปมากแต่เมื่อกลับมาคิดอีกที มันก็อาจจะจริง”

หยงตงฟังพร้อมกับคิดตาม

“ในการสร้างอาณาจักร เราต้องใช้คนอย่างเจ้าหัวโล้นนั่น แต่คนปกป้องอาณาจักรเราต้องการคนอย่างนาย” หยวนหัวมองไปที่หยงตงขณะที่เขาพูด “ในอีกสองปีข้างหน้า ฉันให้นายอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้นและจะทยอยมอบสิทธิพิเศษบางอย่างให้ ตราบใดที่นายไม่ทำให้บริษัทผิดหวัง ฉัน…หยวนหัวก็จะไม่ทำให้นายผิดหวังเช่นกัน”

หยงตงยิ้มตอบคำพูดเหล่านั้น “ผมไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อจะดูความสำเร็จของบริษัทแต่อย่างใด เป็นเพราะมีคนอย่างคุณเป็นเจ้านาย คนที่ให้ความสำคัญกับผู้ใต้บังคับบัญชาตัวเอง ผมรู้สึกว่าการทำงานกับคุณจะเป็นอะไรที่มั่นคง”

“อืม” หยวนหัวพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม

ในเมือง

หม่าเหลาเอ๋อนั่งอยู่ในรถริมถนนใกล้กับบ้านพักเก่าๆ รอประมาณสิบนาทีก่อนที่เสี่ยวหลิวจะพาหนุ่มที่รุ่นราวคราวเดียวกับเขามาด้วย

“ลงมา” หม่าเหลาเอ๋อพูดขณะเปิดประตูและลงจากรถ

ริมถนน ชายที่เสี่ยวหลิวพามาก็พูดด้วยท่าทางกังวล “พี่ ผมไม่รู้จริงๆ ว่าเขาทำอะไรลงไป”

“ไม่ต้องห่วง ฉันแค่จะถามคำถามนายสักสองสามข้อ” เสี่ยวหลิวกล่าว

ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน หม่าเหลาเอ๋อก็เดินเข้ามาหาทันที เขาคว้าคอเสื้อของชายหนุ่มแล้วผลักเขาชิดกับกำแพงและถามว่า “แกรู้จักฉันไหม?!”

“ผะ ผมรู้!” ชายหนุ่มตอบด้วยสีหน้าซีดเผือด “มีอะไรเหรอครับพี่เหลาเอ๋อ?!”

“ฉันต้องการตัวเสี่ยวฉู่แกรู้ไหมว่ามันอยู่ที่ไหน?” หม่าเหลาเอ๋อจับไหล่ชายหนุ่มแน่นขณะที่ถามด้วยสีหน้าจริงจัง

ชายหนุ่มทำตาเหลือกลานและตอบทันทีว่า “พี่เหลาเอ๋อ ผมไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนจริงๆ ครับ ผะ…ผมไม่ได้คุยกับเขาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว!”

หม่าเหลาเอ๋อดีดนิ้วตัวเองและหลิวจื้อชูชักปืนออกมาและกดไปที่หัวของชายหนุ่มทันที

“พะ พี่เหลาเอ๋อ ได้โปรดอย่าทำแบบนี้เลย…”

“ฉันจะถามแกอีกครั้ง ไอ้เสี่ยวฉู่มันอยู่ไหน?” หม่าเหลาเอ๋อตะคอกถาม “ฉันหมดความอดทนที่จะเล่นกับแกแล้ว ทีนี้ก็ให้คำตอบที่ฉันพอใจมา”

ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงกระบอกปืนเย็นเฉียบที่กดไปที่ขมับของเขาทั้งได้กลิ่นดินปืนตลบอบอวล ขาของเขาสั่นเล็กน้อยในขณะที่เขาพึมพำ “ขะ เขา…ผมคิดว่าเขาไปที่มณฑลเฟิงเป่ย”

“ทำไม?” หม่าเหลาเอ๋อถาม

“ผมมีเพื่อนที่ทำงานในกาสิโนในมณฑลเฟิงเป่ย” ชายหนุ่มกลืนน้ำลายขณะที่เขาตอบ “ถ้ายังอยู่เขามักจะไปที่นั่นเสมอ”

หม่าเหลาเอ๋อเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถามว่า “เสี่ยวฉู่บอกแกเป็นการส่วนตัวใช่มั้ย?”

“มะ ไม่!” ชายหนุ่มส่ายหัวและตอบ “เสี่ยวฉู่ไม่เคยเปิดใจให้ใครมาก่อน ผมรู้แค่ว่าเขากำลังมุ่งหน้าไปที่เฟิงเป่ยเพราะเพื่อนที่กาสิโนโทรมาถามว่าผมจะไปเยี่ยมเขาพร้อมกับเสี่ยวฉู่รึเปล่า…แต่มีเรื่องที่ต้องจัดการที่บ้าน ผมจึงปฏิเสธ”

“งั้น…แกสามคนเป็นเพื่อนสนิทกันเหรอ”

“ครับ ผมรู้จักเพื่อนคนนั้นมากว่าสิบปีแล้ว” ชายหนุ่มตอบ

“ตอนนี้อยู่ที่ไหน”

“พี่เหลาเอ๋อ ฉันรู้ว่าเจ้าฉู่ทำให้พี่ขุ่นเคือง แต่เพื่อนของผมคนนั้น…”

“ฉันแค่ต้องการตัวเสี่ยวฉู่ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายนายและเพื่อน” หม่าเหลาเอ๋อตอบพร้อมกับขมวดคิ้ว “แค่บอกสถานที่มา”

ชายหนุ่มครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะก้มหน้าลงและตอบว่า “เขาทำงานอยู่ที่คฤหาสน์เริงรมย์ในเฟิงเป่ย”

หม่าเหลาเอ๋อมองชายหนุ่มอย่างตั้งใจขณะถามว่า “ไม่ได้โกหกใช่ไหม?”

“ไม่ ไม่แน่นอน!” ชายหนุ่มส่ายหัวด้วยพร้อมตอบ “ผมรู้จักพี่ดี ผมไม่มีทางกล้าโกหกหรอก”

“เออดี” หม่าเหลาเอ๋อพูดพร้อมพยักหน้า เขาหันกลับมาและสั่งว่า “เสี่ยวหลิว พาไอ้นี่ไปที่โกดังสำรองของเราที่ถนนเถ้าธุลีให้อยู่ที่นั่นสองสามวัน ฉันจะปล่อยมันหลังจากได้ตัวเสี่ยวฉู่”

“พี่เหลาเอ๋อ หมายความว่าไงครับ? นี่ไม่ยุติธรรม! ผมบอกพี่ไปหมดแล้ว ทำไมถึงยังขังผมไว้ล่ะ?!” ชายหนุ่มอ้อนวอนด้วยความกลัวที่แสดงออกจากสายตา “ได้โปรดปล่อยผมไปเถอะ พ่อผมก็ไม่สบายพรุ่งนี้ผมยังต้องเตรียมอาหารของเขาแต่เช้า…”

“ฉันจะหาคนมาทำอาหารให้พ่อแก” หม่าเหลาเอ๋อพูดขณะเดินกลับไปที่รถ “ฉันต้องป้องกันไว้เผื่อมีใครแอบแทงข้างหลังและจะปล่อยแกไปหลังจากที่เอาตัวเสี่ยวฉู่มาได้”

ชายหนุ่มเบิกตากว้างขณะที่เขาตัวสั่นด้วยความกลัว “พี่เหลาเอ๋อ ไม่ใช่… ขอเวลาหน่อย อย่าไปเลย… ขอผมคิดอีกนิด…ผมโกหก! เพื่อนของเราคนนั้นไม่ได้ทำงานในคฤหาสน์เริงรมย์แต่อยู่ในร้านดูคคาร์นิวัล!”

หลิวจื้อชูเดินเข้าไปเตะหนุ่มคนนั้นอย่างไร้ความปรานี “แกคิดจะเล่นตุกติกเหรอ ห๊ะ!?”

“พี่เหลาเอ๋อ…ผมไม่กล้าทำอีกแล้ว ผมสาบานว่าคราวนี้ผมพูดความจริง!” ชายหนุ่มคุกเข่าลงบนพื้นขณะที่เขาร้องไห้อย่างสิ้นหวัง

สองชั่วโมงต่อมา

หม่าเหลาเอ๋อยืนอยู่ในสถานีเหนือของซ่งเจียง เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโทรหาฉินอวี่ “ฉันกำลังจะไปมณฑลเฟิงเป่ย ไอ้เด็กเปรตฉู่หนีไปที่นั่น”

……….……….……….……….

Special District 9 เขตพิเศษที่ 9

Special District 9 เขตพิเศษที่ 9

บทนำ โลกกำลังเกิดหายนะ…ภัยพิบัติร้ายแรงทำลายล้างมนุษยชาติ…สัตว์กลายพันธุ์…ผู้คนขาดแคลนอาหาร…สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม…ยุคสมัยและอารยธรรมถูกทำลาย… ‘ฉินอวี่’ ชายหนุ่มผู้อาศัยอยู่ในเขตพัฒนาซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นดินแดนไร้กฎ ด้วยสภาพแวดล้อมอันน่าสังเวช…ทั้งถนนผุผัง ระบบบำบัดน้ำเสียใช้การไม่ได้ รวมไปถึงบ้านเก่าทรุดโทรมและกลิ่นปฏิกูลคละคลุ้ง ฉินอวี่จึงลาออกจากงานและตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อซื้อสัญชาติเข้าไปอยู่ในเขตปกครองพิเศษที่เก้า…หวังให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม! ภายในเขตพิเศษที่เก้า…ฉินอวี่เข้าสมัครงานในสำนักงานตำรวจนครบาลเมืองพื้นทมิฬเพื่อดิ้นรนเพื่อหาเลี้ยงชีพ แม้ต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย ทว่าในความโชคร้ายยังมีความโชคดีซ่อนอยู่…เขาได้เจอเพื่อนร่วมงานผู้หวังดีที่เปรียบเสมือนเพื่อนแท้… ระหว่างทำงานในสำนักงานตำรวจ…ฉินอวี่ได้เผชิญการกดขี่มากมายและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยไหวพริบเฉียบแหลมและแผนการอันชาญฉลาด เขาจะสร้างตำนานบทใหม่ของตนเองได้อย่างไร…โปรดติดตามต่อใน…เขตพิเศษที่เก้า!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset