Storm in the Wilderness ขุนศึกสยบสวรรค์ – บทที่ 165 กระอักเลือดจนไม่อาจหวนกลับ

Storm in the Wilderness – ขุนศึกสยบสวรรค์ ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 165 กระอักเลือดจนไม่อาจหวนกลับ

 

“เจ้าเป็นใคร?”

 

ไป๋เยี่ยนหูหดหูและร้อนรนเมื่อเห็นสตรีพรหมจรรย์ผู้มีขั้นการฝึกตนแกร่งกล้า เขาต้องการสังหารเยี่ยฉวนเพื่อจัดการเรื่องนี้โดยเร็วที่สุดเพราะยิ่งล่าช้ายิ่งก่อให้เกิดปัญหา ทว่าสิ่งที่เขากลัวกลับเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด “ทุกคนโจมตี! ฆ่ามันให้หมด! สํานักทั้งสามต้องรวมกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง จงฆ่าทุกคนที่ขัดขวาง! พวกเจ้าคิดว่าไอ้บ้าที่ไหนมาอ้างตนว่าเป็นคนสํานักอสูรเมฆาก็ได้งั้นหรือ?! สํานักอสูรเมฆาเคยยื่นมือเข้ามายุ่งกับสํานักหมอกเมฆาเสียที่ไหน?!”

 

ไป๋เยี่ยนหูตัดสินใจสั่งการให้สังหารสตรีพรหมจรรย์และนักรบพฤกษาเถียนกู่เสีย!

 

แม้จะกังวลใจแต่เขาไม่เชื่อว่าคนเหล่านี้มาจากสํานักอสูรเมฆา ต่อให้เป็นเช่นนั้นจริงเขาก็ไม่สน แม้วันข้างหน้าจะมีปัญหาตามมาอีกมากมายเพียงใดก็ต้องปลิดชีพเยี่ยฉวนวันนี้ให้จงได้!

 

“ฆ่ามัน!”

 

“สามสํานักจําต้องรวมเป็นหนึ่ง!”

 

เหล่ายอดฝีมือพุ่งไปข้างหน้าด้วยจิตสังหารแรงกล้า ในหมู่พวกเขามีทั้งผู้ใต้บังคับบัญชาที่เชื่อถือได้ของไป๋เยี่ยนหู บริวารที่ทูตแห่งโลกันตร์ส่งมาช่วย และศิษย์ชั้นเลิศแห่งสํานักหมอกเมฆาที่ยอมจํานน บรรดาศิษย์ไม่กล้าลงมือ โหดเหี้ยมเมื่อต้องประจันหน้ากับศิษย์พี่ใหญ่เยี่ยฉวน แต่

 

พวกเขาไร้ความกังวลใดๆ เมื่อต้องเผชิญกับคนแปลกหน้าทั้งสองและดาหน้าเข้าใส่ทันที!

 

“พวกเจ้าประเมินความสามารถตนเองสูงไปหน่อยแล้ว เถียนกู่ ฆ่าให้หมด!” หงจื่อเซียออกคําสั่งอย่างเลือดเย็น

 

“ขอรับ!”

 

นักรบพฤกษาโค้งรับคําสั่งของหญิงสาว ร่างสูงแปดเมตร ขยายขึ้นอีกครั้งพร้อมเงาแส้คู่กายปรากฎบนฝ่ามือ แส้ยาวตวัดฟาดส่งกองกําลังของไป๋เยี่ยนหูกระเด็นขึ้นไปในอากาศชั่วพริบตา! หน้าอกของพวกเขาเสียหายอย่างรุนแรงและบางคนก็ตายคาที่ทันที แม้แต่ชายสวมหน้ากากขั้นปรมาจารย์ แห่งเต๋าระดับสองผู้เป็นบริวารของทูตแห่งโลกันตร์ก็สิ้นลมทันทีเมื่อแส้ระเบิดศีรษะของเขาแตกกระจาย

 

นับประสาอะไรกับปรมาจารย์แห่งเตระดับหนึ่ง พวก เขาไม่อาจหยุดเถียนกู้ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว!

 

ทุกคนบนยอดเขาต่างตกตะลึง ไป๋เยี่ยนหูเหงื่อไหลโซมกาย

 

เขาอาการสาหัสเจียนตายจากการโจมตีของปีศาจเขาโค้ง และเหลือปรมาจารย์ผู้แข็งแกร่งจากทูตแห่งโลกันตร์เพียงสองคนเท่านั้นที่อยู่เคียงข้าง ทว่าทั้งสองกลับตายตกไปในกระบวนท่าเดียว แล้วผู้ใดจะหยุดนักรบพฤกษาผู้น่าสะพรึงกลัวได้? ทั้งสองมาจากสํานักอสูรเมฆาจริงหรือ?

 

ไป๋เยี่ยนหูเริ่มเข่าอ่อนด้วยความกลัวจับจิต!

 

กองกําลังกบฏและกองทัพสํานักเครื่องนิลจํานวนมากที่อยู่หน้าห้องโถงใหญ่ไม่กล้าขยับแม้แต่ก้าวเดียวเมื่อเห็นสตรี

 

พรหมจรรย์และนักรบพฤกษา เถียนกู่ยืนนิ่งไร้การเคลื่อนไหว ผู้คนต่างเห็นแส้ยาวในมือของเขาเป็นเพียงกิ่งไม้แห้งธรรมดา

 

ใช้กิ่งไม้แห้งเป็นอาวุธแต่กลับทรงพลังถึงเพียงนี้ พวกเขาเป็นใครกันแน่?!

 

ทุกคนที่สังเกตการณ์อยู่พากันตกตะลึงและกระวนกระวาย

 

โท่วป่าเซียงที่ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดในเทือกเขา หมอกเมฆาร้อนรนไม่ต่างกัน ความหวาดกลัวฉายชัดในดวงตาขณะกล่าวออก “เจ้า…. พวกเจ้าเป็นใครกันแน่?”

 

“ท่านเจ้าสํานักผู้ประเสริฐ ขอข้าแนะนําสั้นๆ ชายร่างสูงใหญ่ผู้นี้คือเถียนกู่ ยอดฝีมือรุ่นปัจจุบันแห่งสํานักอสูรเมฆา และนี่คือสตรีพรหมจรรย์ผู้ยิ่งใหญ่”

 

เยี่ยฉวนก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมกล่าวแนะนําด้วยรอยยิ้ม

 

ทั้งไป๋เยี่ยนหูและโท่วป่าเซียงเป็นกังวลและเผยสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อเห็นท่าทางของนักรบพฤกษา แต่เยี่ยฉวนกลับโล่งใจอยู่ภายในก่อนเดินไปหาสตรีพรหมจรรย์ “แม่นางจื่อเซีย ยินดีต้อนรับสู่สํานักหมอกเมฆา เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?”

 

การมาถึงของยอดฝีมือแห่งสํานักอสูรเมฆาทั้งสอง ทําให้เยี่ยฉวนโล่งใจอย่างมากเนื่องจากไป๋เยี่ยนหูและโท่วป่าเซียงไม่อาจแสดงท่าที่ดุดันได้อีกต่อไป แต่อีกนัยหนึ่งก็เกรงว่าพวกเขาอาจมาเพื่อโจมตีสํานักหมอกเมฆาและชิงเตาหลอมระดับสวรรค์กลับคืน แม้อาจไม่เป็นเช่นนั้นเพราะราชินีเผ่าอสูรเป็นผู้ยินยอมให้ยืมด้วยตนเอง ทว่าชายหนุ่มก็อดเป็นกังวลไม่ได้

 

“องค์ราชินีเผ่าอสูรมีพลานุภาพมหาศาล พระองค์ทรงล่วงรู้ว่าสํานักหมอกเมฆาเกิดภัยพิบัติจึงส่งพวกข้ามาที่นี่

 

หงจื่อเซียชําเลืองมองเยี่ยฉวน นางเอ่ยอย่างประหยัดคําพูดราวกับทองคําซ้ํายังเย็นชาผิดปกติ

 

เหตุการณ์ในสํานักอสูรเมฆาทํา ให้หงจื่อเซียชิงชังเยี่ยฉวนยิ่ง นางคงสังหารเขาไปแล้วหากผู้เป็นอาจารย์ไม่ห้ามไว้ เคราะห์ร้ายที่ราชินีเผ่าอสูรทรงมีพระบัญชาให้นางและเถียนกู่มาปกป้องเด็กเหลือขอผู้นี้ หญิงสาวจึงได้แต่ข่มความขุ่นเคืองไว้ในใจ

 

“ฮ่าๆๆ อย่างนี้นี่เอง ขอบใจแม่นางจื่อเซีย”

 

เยี่ยฉวนหัวเราะ น่าขันยิ่งนัก! การช่วยสํานักหมอกเมฆา เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น แท้ที่จริงแล้วสตรีพรหมจรรย์และเถียนกู่มาเพื่อปกป้องเตาหลอมระดับสวรรค์ไม่ให้ตกไปอยู่ในเงื้อมมือของผู้อื่นต่างหาก แล้วไป๋เยี่ยนหูและโท่วป่าเซียงจะทําอะไรปรมาจารย์แห่งเต๋าระดับสูงทั้งสองได้?

 

ในที่สุดเยี่ยฉวนที่เสียเปรียบและวิตกมาเป็นเวลานานก็ได้โอกาสหายใจหายคอ เขาจึงหัวเราะสุดเสียงพลางรั้งเอวบอบบางของหงจื่อเซียเข้ามาแนบชิด “ข้ารู้ดี เมื่อองค์ราชินีหมายหมั้นข้ากับแม่นางจื่อเซียแล้วไม่อาจกลับคําได้ วางใจเถิดจื่อเซีย ข้าบอกแล้วว่าข้าจะรับผิดชอบเจ้าเอง ข้าไม่ใช่ผู้ชายเหลาะแหละเช่นนั้นหรอก”

 

คําพูดของเยี่ยฉวนทําให้จ๋อเซียหวนนึกถึงเหตุการณ์ในเตาหลอมระดับสวรรค์และโกรธจัดจนพลังงานแปรปรวน ในยามนั้นเขาคว้าขาเปลือยเปล่าของนางไว้หลังเสื้อผ้าสลายเป็นผุยผง มิหนําซ้ําในยามนี้ยังจงใจกอดรัดเอวนางในที่แจ้ง เพื่อทําให้ไป๋เยี่ยนหูและโท่วป่าเซียงเข้าใจความสัมพันธ์ของทั้งคู่ผิด!

 

“เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง? ดีสุดๆไปเลยไม่ใช่หรือ?”

 

หงจื่อเซียเลิกคิ้ว แม้ใบหน้าของนางจะเยือกเย็นแต่พลังและจิตสังหารในกายกลับเดือดพล่านจนแทบปะทุ!

 

ใคร่กอดก็กอดไป แต่เยี่ยฉวนกลับคิดไม่ซื่อแอบสัมผัสบั้นท้ายของนางผ่านเนื้อผ้าบางเบา! ไอ้เด็กผีทะเล มันรนหาที่ตายเสียแล้ว!

 

สตรีพรหมจรรย์โกรธจัดจนอยากละทิ้งคําสั่งของราชินี เผ่าอสูรและตีเยี่ยฉวนให้ตาย โทสะของนางสั่นสะเทือนทั้งสํานักหมอกเมฆา

 

“เข้าใจผิดแล้ว! นี่เป็นการเข้าใจผิดขอรับ! ท่านสตรีพรหมจรรย์ผู้ยิ่งใหญ่… ทั้งหมดเป็นแผนการของไป๋เยี่ยนหู พวกเราสํานักเครื่องนิลไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง พวกเราต่างก็ถูกหลอกมาขอรับ”

 

โท่วป่าเซียงหน้าถอดสีขณะโค้งคํานับหงจื่อเซียจากระยะไกลก่อนหนีไปด้วยความหวาดกลัว เขามาที่นี่พร้อมความฝันอันน่าตื่นเต้นในการรวมสามสํานักเข้าด้วยกันและ ขนานนามว่าสํานักสัมฤทธิ์เมฆา ทว่าบัดนี้กลับหนีหางหด โดยไม่เหลียวแลร่างไร้วิญญาณของเหล่าศิษย์สํานักเครื่องนิลเบื้องหลังแม้แต่น้อย!

 

จิตสังหารที่พลุ่งพล่านของหงจื่อเซียไม่ทําให้เยี่ยฉวนหวาดกลัวแต่อย่างใด ทว่าโท่วป่าเซียงถึงกับอกสั่นขวัญแขวน

 

สตรีพรหมจรรย์เป็นใคร?

 

นางเป็นความยิ่งใหญ่ของสํานักอสูรเมฆา เป็นว่าที่ราชินีเผ่าอสูรในอนาคต และถูกลิขิตมาให้เป็นยอดปรมาจารย์ผู้ปกครองทั้งทวีปอัคคีสวรรค์ในวันข้างหน้า!

 

โท่วป่าเซียงเกรงกลัวสถานะและภูมิหลังของสตรีพรหมจรรย์อย่างมาก เขาคิดว่าเยี่ยฉวนเป็นเพียงจิ้งจอกที่หยิบยืมความดุดันของพยัคฆ์ร้ายมากล่าวอ้างอย่างไร้สาระเท่านั้น ทว่าชายหนุ่มกลับเกี่ยวพันกับสํานักอสูรเมฆาอย่างแท้จริง

 

เตาหลอมระดับสวรรค์ในมือของเขาเป็นของจริง ความเกี่ยวข้องระหว่างเยี่ยฉวนและสํานักอสูรเมฆาก็เป็นเรื่องจริง เมื่อแต่งงานกับสตรีพรหมจรรย์แล้วจะมีผู้ใดกล้าล่วงเกินเขาอีก? จะมีผู้ใดในเทือกเขาหมอกเมฆากล้าขวางทางการกลับคืนสู่ความรุ่งเรืองของสํานัก?

 

โท่วป่าเซียงทั้งหวาดหวั่นและหนักใจ การรีบหนีไปตั้งหลักเพื่อหาวิธีรับมือเป็นหนทางที่ดีที่สุดในยุทธวิธีร้อยแปดที่ชายชรามี!

 

“ท่านเจ้าสํานักผู้ประเสริฐ ท่านจะหนีไปไม่ได้นะ ท่านเจ้าสํานัก…”

 

โท่วป่าเซียงจากไปแล้ว ทิ้งให้ไป๋เยี่ยนหูตะลึงงันจนพูดไม่ออก กองกําลังกบฏโดยรอบไม่ได้โง่เขลา พวกเขาค่อยๆถอยห่างจากไป๋เยี่ยนหูและทิ้งให้ชายชราเผชิญหน้ากับสํานักอสูรเมฆาอันยิ่งใหญ่เพียงลําพัง

 

สถานการณ์ได้เปรียบเมื่อครู่กลับกลายเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?

 

ไป๋เยี่ยนหูที่ถูกต่อต้านและทอดทิ้งเผยสีหน้าซีดเผือดขณะมองดูเยี่ยฉวนกอดเอวสตรีพรหมจรรย์ไว้พร้อมรอยยิ้ม ฉับพลันเขาสัมผัสถึงรสหวานแปร่งในปากก่อนกระอักเลือดออกมา ทั้งร่างสั่นเทิ้มและล้มลงกับพื้นเพราะไม่อาจต้านทานอาการบาดเจ็บที่ทรุดลงเรื่อยๆได้อีกต่อไป

 

ไป๋เยี่ยนหูยังไม่ทันนั่งเก้าอี้เจ้าสํานักให้อุ่นใจก็มาถึงทางตันเสียแล้ว! เขาโกรธเยี่ยฉวนเสียจนกระอักเลือด ชายชราผู้คึกคะนองและทรงอํานาจเมื่อครู่กลับถูกทอดทิ้งให้โดดเดี่ยวและสิ้นหวังในชั่วพริบตา!

Storm in the Wilderness ขุนศึกสยบสวรรค์

Storm in the Wilderness ขุนศึกสยบสวรรค์

Storm in the Wilderness, 蛮荒风暴
Score 7.2
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2015 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง Storm in the Wilderness ขุนศึกสยบสวรรค์บทนำ ณ ห้องโถงใหญ่บนยอดเขาเมฆาอินทนิล…เหล่าผู้อาวุโสทั้งห้าและบรรดาลูกศิษย์ในสำนักนับพันชีวิตต่างจ้องมองไปทางเดียวกันอย่างไม่เชื่อสายตา! ทุกคนต่างคิดว่าเขาตายไปแล้วในสุสานเทพเจ้าเมื่อสามเดือนก่อน! แม้แต่ผู้พิทักษ์ขั้นซิ่วฉือระดับห้ายังถูกลอบโจมตีจนสิ้นชีพ แล้วเหตุใดผู้ที่บรรลุเพียงขั้นอู่เจ๋อระดับที่หนึ่งเช่นเขาจึงมีชีวิตรอดจากหายนะในภารกิจครั้งนั้น?! ใช่…เขาตายไปแล้ว… ‘เยี่ยฉวน’ คนเก่าจอมขลาดเขลาและเหยียมอายคนนั้นตายไปแล้ว! บัดนี้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาคือเยี่ยฉวนคนใหม่ที่ฝึกตนจนบรรลุขั้นอู่เจ๋อระดับสี่โดยใช้เวลาเพียงชั่วข้ามคืน! เขาได้พบเคล็ดวิชาลึกลับ ‘ขัดเกลาปีศาจกลืนกินสวรรค์’ จากสุสานเทพเจ้าโดยบังเอิญ วิชานี้มีพลานุภาพมหัศจรรย์เหนือกว่าเคล็ดวิชาซ่อนเร้นสวรรค์เสียอีก! หากเขาฝึกฝนเคล็ดวิชานี้จนสำเร็จต้องมีระดับขั้นการฝึกตนที่สูงกว่าภพชาติก่อนเป็นแน่! หรือบางทีอาจบรรลุถึงขั้นผู้อมตะแห่งเต๋าที่เป็นเพียงตำนาน!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset