Storm in the Wilderness ขุนศึกสยบสวรรค์ – บทที่ 173 ตุ๊กตาตัวนี้เป็นของ

Storm in the Wilderness – ขุนศึกสยบสวรรค์ ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 173 ตุ๊กตาตัวนี้เป็นของ

“เอ๊ะ ใครน่ะ?”

เยี่ยฉวนหุบยิ้มและแสร้งทําว่ามองไม่ชัด เขาถอยหลังไปสองก้าว เพื่อพินิจดูเรือนร่างสะโอดสะองของหงจื่อเซียหัวจรดเท้าก่อนกล่าวออกพร้อมรอยยิ้มชั่วร้าย “นี่ หากไม่ใช่แม่นางจื่อเซีย ข้าคงนึกสงสัยว่าสํานักเรามีสตรีที่งดงามเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใด ข้าชักอยากให้เจ้ามาเป็นศิษย์น้องหญิงของข้าจริงๆเสียแล้ว หุ่นดีขนาดนี้ไม่น่า…”

 

หากเป็นชายอื่นคงฉวยโอกาสลอบมองเรือนร่างของนางราวกับโจรหากได้พบสตรีที่งดงามเช่นนี้ แต่เยี่ยฉวนถือคติว่าเมื่อได้มองทั้งที่ก็จงมองอย่างเปิดเผย ไม่เช่นนั้นก็อย่ามองเสียดีกว่า

สีหน้าเย็นชาของหงจื่อเซียแลดูไม่น่ามองยิ่งกว่าเดิม เมื่ออยู่ในสำนักอสูรเมฆา นางเป็นผู้สันโดษและสํารวมทั้งยังวางตัวอยู่เหนือกว่าคนทั้งปวง ผู้ใดบังอาจอวดดีต่อหน้านางต้องตายสถานเดียวเท่านั้น

 

หงจื่อเซียรู้สึกอยากฆ่าใครสักคนเสียตอนนี้ แต่ที่แห่งนี้คือสํานักหมอกเมฆาอันเป็นถิ่นของเยี่ยฉวนจึงได้แต่ข่มใจเอาไว้แม้จะขุ่นเคืองเพียงใดก็ตาม นางตรงเข้าประเด็นเพราะไม่อยากข้องเกี่ยวกับเยี่ยฉวนอีกต่อไป “หุบปากเถอะเยี่ยฉวน ข้าต้องการหารือกับเจ้า”

 

“ย่อมได้ เราควรหารือกันอย่างเหมาะสม แต่ก็อย่างที่ข้าบอก ว่าข้าจะรับผิดชอบเจ้าเอง”

เยี่ยฉวนพยักหน้า คําพูดของเขาทําให้หงจื่อเซียโกรธแทบสิ้นสติ ทว่าชายหนุ่มยังคงกล่าวต่อไป “ตามข้ามาสิ มีถ้ําแห่งหนึ่งอยู่ไม่ไกล เหมาะเป็นสถานที่หารือในค่ําคืนนี้”

 

เยี่ยฉวนออกเดินด้วยท่าที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว หงจื่อเซียขบเขี้ยวเคี้ยวฟันและสูดหายใจลึกหลายครั้งเพื่อระงับอารมณ์ก่อนเดินตามเยี่ยฉวนไป

 

ไม่นานนักทั้งสองก็มาถึงปากถ้ํามืดมิดแห่งหนึ่ง

เยี่ยฉวนค่อยๆ เข้าไปในถ้ําที่มืดสนิทจนมองไม่เห็นแม้มือของตนเองที่อยู่ตรงหน้า หงจื่อเซียลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตามเข้าไป

 

มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าเยี่ยฉวนมีแผนการอะไรในที่มืดเช่นนี้

 

หงจื่อเซียเริ่มเป็นกังวล แม้ขั้นการฝึกตนของเยี่ยฉวนจะต่ําต้อยจนไม่อาจเทียบนางแม้ปลายเล็บ แต่การเผชิญหน้ากันหลายครั้งทําให้นางตระหนักถึงวิธีการอันแยบยลของเขา เยี่ยฉวนยังเยาว์ แต่ความเจ้าเล่ห์เพทุบาย ความร้ายกาจ และความไร้ยางอายกลับไม่เป็นรองแม้แต่ดวงวิญญาณชั่วร้ายที่อยู่มานับหมื่นปี ความประมาทเพียงครั้งเดียวอาจทําให้ตกหลุมพรางของเขาก่อนที่จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเสียอีก!

 

ถึงจะเป็นกังวลแต่หงจื่อเซียไม่รู้จักคําว่า “ถอยกลับ” หญิงสาวก้าวเข้าไปในถ้ําอย่างกล้าหาญ

ภายในถ้ํามืดสนิทจนมองไม่เห็นสิ่งใด สถานการณ์ย่ําแย่กว่าที่นางคาดไว้ อีกทั้งเยี่ยฉวนที่เข้ามาก่อนหน้าก็ไม่รู้อยู่ที่ใดราวกับหายวับไปในอากาศ

“ไอ้หนู เจ้าอยู่ไหน?! ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!” หงจื่อเซียตื่นตระหนก นางปลดเข็มขัดออกสะบัดเบาๆ เข็มขัดอ่อนนุ่มกลับตั้งตรงราวกับหอก รัศมีเจ็ดสีหลังศีรษะหมุนวนเมื่อนางอยู่ในสภาวะตื่นตัว

 

“พรึ่บ!”

เสียงประหลาดดังขึ้นท่ามกลางความมืดก่อนเปลวไฟริบหรี่ จะปรากฏลึกเข้าไปในถ้ํา

 

เยี่ยฉวนจุดคบเพลิงไว้ตามกําแพงหินก่อนนั่งขัดสมาธิลงบนพื้น พลางตบแผ่นหินข้างกาย เขากล่าวออกด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “แม่นางจื่อเซีย อย่ากังวลไปเลย ข้าน่ากลัวถึงเพียงนั้นเลยหรืออย่างไร? มาๆ นั่งลงเสีย เจ้ามีเรื่องจะหารือกับข้าไม่ใช่หรือ?”

 

“เจ้าได้วางยาไว้ในถ้ําหรือไม่?” หงจื่อเซียหวาดระแวง

 

นางรู้สึกตึงเครียดโดยไม่ทราบสาเหตุทุกครั้งที่เห็น รอยยิ้มของเยี่ยฉวน หญิงสาวสัมผัสได้ว่าเยี่ยฉวนไม่ใช่ชายหนุ่มแรกรุ่นธรรมดา หากแต่เป็นดวงจิตเก่าแก่ที่มีชีวิตอยู่มาหลายล้านปี และสามารถกลืนกินผู้คนจนไม่เหลือแม้แต่โครงกระดูก อีกทั้งยังรู้สึกว่าเขาวางแผนอย่างรอบคอบทุกครั้งที่ลงมือทําสิ่งใด คนอื่นๆเดินหนึ่งก้าวแล้วจึงคิดหนึ่งขั้น แต่เยี่ยฉวนกลับเดินหนึ่งก้าวและคิดล่วงหน้าไปสิบขั้น!

“ใช่ ข้าวางยาไว้.. ยาแรงเสียด้วย แรงที่สุดในบรรดายาปลุกกําหนัด เมื่อสูดดมเข้าไปแล้วบุรุษจะบ้าคลั่งและสตรีจะมัวเมาอย่างคนโง่เขลา ท่านสตรีพรหมจรรย์ผู้ยิ่งใหญ่เชื่อข้าหรือไม่?”

 

เยี่ยฉวนยิ้มยียวนอย่างใจเย็น “เจ้าเป็นสตรีพรหมจรรย์ผู้สูงส่ง แล้วข้าเล่า? ข้าเป็นเพียงศิษย์รุ่นเยาว์ในสํานักหมอกเมฆาผู้ต่ําต้อย หากเจ้าเป็นข้าจะบังอาจคิดวางยางั้นหรือ? ต่อให้ข้าวางยาเจ้าจริง แล้วจะเกิดอะไรขึ้นได้? คิดว่าข้าจะล่วงเกินเจ้าและฉวยโอกาสสู่ขอกับองค์ราชินีเผ่าอสูรเพื่อสานสัมพันธไมตรีระหว่างสํานักงั้นหรือ? เฮ้อ… แม่นางจื่อเซีย นี่เจ้าเห็นข้าเป็นคนเช่นนั้นเองหรือ?”

 

หงจื่อเซียไม่ได้เอ่ยคําใด เพียงแค่พ่นลมออกเท่านั้น

 

นางมองเยี่ยฉวนเป็นคนเช่นนั้นจริงๆ ชายผู้นี้ย่อมมีความกล้าพอจะขึ้นใจรวบหัวรวบหางนางและสู่ขอกับสํานักอสูรเมฆา เขาทําเรื่องไร้ยางอายเช่นนั้นได้เป็นแน่! ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะไม่ทําเพื่อให้ทั้งสองสํานักเกี่ยวดองกัน!

หงจื่อเซียระแวดระวังอย่างมาก นางตรวจตราโดยรอบอยู่ครู่ใหญ่จนมั่นใจว่าไม่มีอันตรายจึงเดินมานั่งขัดสมาธิตรงข้ามกับเยี่ยฉวนและเข้าประเด็นทันที “คืนเตาหลอมระดับสวรรค์มาเสีย หากต้องการสิ่งใดแลกเปลี่ยนก็บอกมา”

ตลอดระยะเวลาที่เยี่ยฉวนกําลังสะสางเรื่องราวในสํานัก สตรีพรหมจรรย์ได้คิดหาวิธีตัดสัมพันธ์ระหว่างนางกับเยี่ยฉวนโดยเร็วที่สุด นางไม่อาจทนอยู่ในสํานักหมอกเมฆาตามคําสั่งของท่านอาจารย์อีกต่อไปแล้ว หายนะทางอารมณ์ของนางไม่อาจหมดไปหากยังต้องอยู่ใกล้เยี่ยฉวน แต่ถ้าหากนําเตาหลอมระดับสวรรค์ติดมือกลับ ไปด้วยก็ยังพอแก้ตัวกับราชินีเผ่าอสูรได้บ้าง

“ไม่มีทาง” เยี่ยฉวนปฏิเสธเสียงเรียบ

 

“ข้ามีเงินทองและแกนผลึกแก้วมากมายให้เจ้า” หงจื่อเซียไม่สะทกสะท้านกับคําตอบของเยี่ยฉวนเพราะนางได้คาดการณ์เอาไว้แล้

 

“สํานักหมอกเมฆามีแกนผลึกแก้วใช้เพียงพอแล้ว ส่วนเงินทองนั้นเป็นเรื่องทางโลก ไม่มีประโยชน์อันใดกับผู้ฝึกตนอย่างพวกข้าหรอก” เยี่ยฉวนปฏิเสธ

“ถ้าเช่นนั้นข้าจะมอบทรัพย์สมบัติเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้สํานักหมอกเมฆาของเจ้า”

หงจื่อเซียจับจ้องเยี่ยฉวนเพื่อสังเกตทุกอิริยาบถ แต่ต้องผิดหวัง เมื่อเยี่ยฉวนไม่มีท่าที่โอนอ่อนตามแม้แต่น้อย หญิงสาวจึงได้แต่ขบกรามแน่น “ข้าจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาการฝึกตนของสํานักอสูรเมฆา ที่ช่วยให้บรรลุขั้นปรมาจารย์แห่งเต๋าได้เร็วขึ้นให้แก่เจ้า เจ้าว่าอย่างไร?”

หงจื่อเซียเดิมพันหมดหน้าตัก การถ่ายทอดเคล็ดวิชาเฉพาะของสํานักถือเป็นการละเมิดกฎหลักของสํานักอสูรเมฆา แต่นางก็พร้อมเสียงเพื่อไปจากสํานักหมอกเมฆาโดยเร็วที่สุด!

 

การบรรลุขั้นปรมาจารย์แห่งเต๋าย่อมล่อตาล่อใจศิษย์รุ่นเยาว์ ไม่ว่าสํานักใด พวกเขาฝึกตนอย่างหนักก็เพื่อครอบครองพลังอันแข็งแกร่งไม่ใช่หรอกหรือ?

 

หงจื่อเซียนับว่าใจกว้างอย่างมากกับข้อเสนอนี้ ทว่านางกลับต้องผิดหวังอีกครั้ง!

เยี่ยฉวนสั่นศีรษะพร้อมเอ่ยคําเฉยเมย “ข้าไม่ต้องการสมบัติหรือเคล็ดวิชาการฝึกตนใดๆหรอก สํานักหมอกเมฆามีสิ่งเหล่านั้นมากพอแล้ว ซ้ํายังมีจํานวนมากกว่าและคุณภาพดีกว่าสํานักเจ้าเสียอีก ส่วนเรื่องการฝึกตนนั้นข้าบรรลุขั้นปรมาจารย์แห่งเต๋ด้วยตัวเองได้ แม่นางจื่อเซียไม่ต้องห่วง”

 

“แล้วเจ้าต้องการสิ่งใด?” สตรีพรหมจรรย์จ้องเยี่ยฉวนเขม็ง ความอดทนของนางกําลังหมดลง จิตสังหารแรงกล้าค่อยๆก่อตัวขึ้นทีละน้อย

 

“ข้าไม่ต้องการสิ่งใดนอกจากเตาหลอมระดับสวรรค์ หรือถ้าข้าบอกว่าต้องการเจ้า แม่นางจื่อเซียจะเชื่อข้าหรือไม่?”

 

เยี่ยฉวนยกยิ้มขณะลอบใช้เคล็ดวิชาเรียกตุ๊กตาหุ่นกระบอกหน้าตาน่ารักให้ปรากฏขึ้นในมือ “ตุ๊กตาตัวนี้เป็นของขวัญสําหรับเจ้า เจ้าชอบหรือไม่?”

 

เยี่ยฉวนอัญเชิญตุ๊กตาหุ่นกระบอกที่เขาขัดเกลาจนเชื่องออกมาหน้าตาเฉย!

Storm in the Wilderness ขุนศึกสยบสวรรค์

Storm in the Wilderness ขุนศึกสยบสวรรค์

Storm in the Wilderness, 蛮荒风暴
Score 7.2
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2015 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง Storm in the Wilderness ขุนศึกสยบสวรรค์บทนำ ณ ห้องโถงใหญ่บนยอดเขาเมฆาอินทนิล…เหล่าผู้อาวุโสทั้งห้าและบรรดาลูกศิษย์ในสำนักนับพันชีวิตต่างจ้องมองไปทางเดียวกันอย่างไม่เชื่อสายตา! ทุกคนต่างคิดว่าเขาตายไปแล้วในสุสานเทพเจ้าเมื่อสามเดือนก่อน! แม้แต่ผู้พิทักษ์ขั้นซิ่วฉือระดับห้ายังถูกลอบโจมตีจนสิ้นชีพ แล้วเหตุใดผู้ที่บรรลุเพียงขั้นอู่เจ๋อระดับที่หนึ่งเช่นเขาจึงมีชีวิตรอดจากหายนะในภารกิจครั้งนั้น?! ใช่…เขาตายไปแล้ว… ‘เยี่ยฉวน’ คนเก่าจอมขลาดเขลาและเหยียมอายคนนั้นตายไปแล้ว! บัดนี้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาคือเยี่ยฉวนคนใหม่ที่ฝึกตนจนบรรลุขั้นอู่เจ๋อระดับสี่โดยใช้เวลาเพียงชั่วข้ามคืน! เขาได้พบเคล็ดวิชาลึกลับ ‘ขัดเกลาปีศาจกลืนกินสวรรค์’ จากสุสานเทพเจ้าโดยบังเอิญ วิชานี้มีพลานุภาพมหัศจรรย์เหนือกว่าเคล็ดวิชาซ่อนเร้นสวรรค์เสียอีก! หากเขาฝึกฝนเคล็ดวิชานี้จนสำเร็จต้องมีระดับขั้นการฝึกตนที่สูงกว่าภพชาติก่อนเป็นแน่! หรือบางทีอาจบรรลุถึงขั้นผู้อมตะแห่งเต๋าที่เป็นเพียงตำนาน!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset