Super God Gene – ตอนที่ 2183

ทั้งเมืองสตีลกำลังตกอยู่ในความโกลาหล ดยุกและมาร์ควิสทั้งหมดมารวมกันอยู่ในเมือง ทำให้บรรยากาศภายในเมืองตึงเครียดอย่างมาก ซึ่งแต่ละเผ่าพันธุ์ต่างสงสัยกันและกัน

 

สุดท้ายคนทรยศก็ยังไม่ถูกพบ และนั่นหมายความว่าหานเซิ่นไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากอยู่ที่นั่นต่อไป

 

ถึงแม้ทางรีเบทจะพยายามเจรจา แต่ทางเดสทรอยเยอร์ก็ยังคงยืนกรานว่าจะไม่ให้ใครออกไปจากดาวโซดิถ้าคนทรยศยังไม่ถูกพบ ทุกเผ่าพันธุ์จะไม่ได้รับอนุญาตให้ไปออกไป และนั่นรวมถึงรีเบทด้วย

 

หานเซิ่นเชื่อว่ามันมีคนคอยช่วยเหลือคนทรยศอยู่ด้วย เขาคิดว่าความโกลาหลในตอนนี้เป็นความจริงใจของใครบางคนเพื่อช่วยเหลือให้คนทรยศหนีไป แต่มันยากจะตัดสินความจริงของเรื่องนี้ เพราะมันไม่มีเบาะแสอะไร ดังนั้นการจะบอกว่าคนทรยศทำงานคนเดียวหรือไม่เป็นเรื่องที่ยืนยันได้ยาก

 

และนั่นก็เป็นเหตุผลที่แต่ละเผ่าพันธุ์ต่างสงสัยซึ่งกันและกัน

 

วันต่อมา หลังจากที่หานเซิ่นออกมาจากห้อง เขาก็พบว่าร้านอาหารเต็มไปด้วยยอดฝีมืออีกครั้ง แต่ทว่าครั้งนี้เขาไม่สามารถหาที่นั่งได้ และในจังหวะที่เขากำลังจะนำอาหารกลับไปกินที่ห้อง เฟเธอร์หญิงเมื่อวันก่อนก็เรียกเขา

“ทำไมพวกเราไม่มานั่งกินด้วยกันล่ะ?”

 

หานเซิ่นหันไปมองและเห็นว่าเธออยู่ตามลำพัง ถึงแม้คนอื่นกำลังจับตามองเธอ แต่มันก็ไม่มีใครกล้าไปนั่งข้างๆเธอ

 

หานเซิ่นรู้ว่านั่นเป็นเพราะเธอเป็นบุคคลที่น่าสงสัย ทำให้ไม่มีใครต้องการไปนั่งกับเธอ พวกเขาหวาดกลัวยอดฝีมือคนอื่นมากกว่าที่จะหวาดกลัวผู้หญิงคนนั้น

 

แต่หานเซิ่นไม่สนใจเรื่องนั้น เขาได้มีปฏิสัมพันธ์กับเธอไปแล้วเมื่อวันก่อน ดังนั้นการนั่งกับเธออีกครั้งจะไม่สร้างความแตกต่างอะไร

 

ในตอนที่หานเซิ่นและพวกพ้องของเขานั่นลง หญิงสาวจากเอ็กซ์ตรีมคิงก็เดินเข้ามาในร้านอาหาร ผู้คนยังคงไม่รู้ว่าเธอมาจากเอ็กซ์ตรีมคิง แต่ พลังตบของเธอทำให้ผู้คนหวาดกลัว

 

ผู้หญิงจากเอ็กซ์ตรีมคิงที่เพิ่งเข้ามาในร้านอาหารไม่สามารถหาที่นั่งให้กับตัวเองได้ ดังนั้นเธอจึงเดินไปยังโต๊ะที่เคยใช้ในวันก่อน

 

แต่ในวันนี้มีดราก้อนหลายคนกำลังนั่งอยู่ และในหมู่ของพวกเขาก็มีดราก้อนซิกซ์อยู่ด้วย

 

เมื่อทุกคนเห็นผู้หญิงคนนั้นเดินเข้าไปหาดราก้อนซิกซ์ ทุกคนก็รู้ในทันทีว่ากำลังจะได้ดูอะไรที่น่าสนุก

 

เมื่อผู้หญิงจากเอ็กซ์ตรีมคิงเดินไปถึงที่โต๊ะ เธอก็พูดกับพวกเขาตรงๆ

“ข้าจะอนุญาตให้พวกเจ้ามีโอกาสได้ไปจากที่ตรงนี้”

 

ไม่มีใครคาดคิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะพูดออกไปแบบนั้น เพราะยังไงซะมันก็ไม่มีใครในที่นี่กล้าพูดกับดราก้อนซิกซ์ซิกซ์แบบนั้น ทุกคนรู้สึกสนใจอย่างมากว่าดราก้อนซิกซ์จะมีปฏิกิริยาอย่างไร

 

ดราก้อนซิกซ์กรอกตาและหันมามองผู้หญิงคนนั้น “ทำไมข้าต้องทำแบบนั้นด้วย?”

 

ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้พูดอะไรอีก เธอแค่ชกหมัดออกไป

 

ดราก้อนซิกซ์ยกหมัดขึ้นและตอบโต้หมัดของหญิงสาวด้วยพลังพิชิตมารของเขา พลังของทั้ง 2 ปะทะกัน

 

แต่พวกเขาทั้งคู่ดึงหมัดของตัวเองกลับก่อนที่จะปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา มันดูเหมือนจะเสมอกัน เนื่องจากไม่มีฝ่ายไหนกระเด็นถอยหลังออกไป

 

แต่ดวงตาของดราก้อนซิกซ์เบิกกว้าง เขายืนขึ้นและพูด “ไปกันเถอะ”

 

หลังจากนั้นเขาและพวกพ้องก็รีบจากไป ปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นได้นั่งทานอาหารบนโต๊ะๆนั้นตามลำพัง

 

ทุกคนมองดูอย่างเงียบๆ ขณะที่ผู้หญิงคนนั้นสั่งอาหารของเธอ ไม่มีใครเข้าใจได้ว่าทำไมดราก้อนซิกซ์ถึงยอมมอบโต๊ะของเขาให้กับเธอ นี่ทำให้ผู้คนรู้สึกสงสัยในตัวผู้หญิงคนนั้นยิ่งกว่าเดิม

 

หานเซิ่นรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นมาจากเอ็กซ์ตรีมคิง ดังนั้นเขาจึงรู้ว่าทำไมดราก้อนซิกซ์ถึงยินดีเดินจากไป นอกจากนั้นหานเซิ่นยังคิดว่าดราก้อนซิกซ์จงใจเลือกที่นั่งตรงนั้นก็เพื่อทดสอบเธอ แต่หลังจากหมัดนั้นดูเหมือนว่าดราก้อนซิกซ์จะรับรู้ว่าเธอเป็นใคร ด้วยเหตุนั้นเขาจึงถอยไปแต่โดยดี

 

ในขณะที่หานเซิ่นกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น บาร์ก็ยกมีดกระดูกขึ้นและวิ่งเข้าไปหาหานเซิ่นพร้อมกับตะโกน “วันนี้คือวันตายของเจ้า!”

 

หานเซิ่นขมวดคิ้ว ถ้าบาร์เข้ามาจู่โจมเขาแบบนี้ มันก็หมายความว่าชายคนนั้นพบหนทางที่จะต้านทานพลังในการแช่แข็งของเขาแล้ว หานเซิ่นไม่ได้หวาดกลัวอะไรต่อบาร์ แต่เขาคิดว่านี่เป็นอะไรที่น่ารำคาญ

 

แถมเมืองสตีลยังถูกปิดล้อม ทำให้เขาไม่สามารถหนีไปจากที่นี่ได้

 

“บาร์ อย่าได้อวดดีจนเกินไป ที่นี่เป็นเขตแดนของรีเบท” ผู้จัดการชาวรีเบทขมวดคิ้ว

 

“แล้วยังไง?” หลังจากที่บาร์พูดแบบนั้น เขาก็ฟันใส่หานเซิ่นขณะที่แสงสีแดงดำห่อหุ้มมีดกระดูก

 

ทั้งร้านอาหารตกอยู่ในความโกลาหล ทุกคนที่อยู่ในวิถีของมีดแสงพยายามวิ่งหนีออกไป

 

แต่หานเซิ่นยังคงนั่งอยู่ในที่เดิมและไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน เขาชักปืนพกออกมาและยิงใส่บาร์

 

มีดกระดูกฟันถูกกระสุนที่เข้ามา ทำให้กระสุนถูกหยุดไป นอกจากนั้นมีดแสงยังคงพุ่งต่อไปข้างหน้า มันตัดผ่านร้านอาหารและก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนจนสิ่งก่อสร้างแห่งนี้ถล่มลงมา

 

หานเซิ่นหลบมีดแสงของบาร์ ขณะที่เขาทำอย่างนั้นเขาก็นำปืนมาจ่อที่ตัวของบาร์ หลังจากนั้นเขาก็ยิงออกไปโดยไม่รีรอ

 

บาร์ไม่ถนัดการตั้งรับ เขาไม่แม้แต่จะพยายามป้องกันตัวเอง ด้วยเหตุนั้นกระสุนจึงพุ่งเข้าไปถูกตัวเขาอย่างง่ายดาย หลังจากนั้นน้ำแข็งจากกระสุนก็เริ่มแพร่ขยายไปทั่วร่างของเขา

 

แต่ครั้งนี้ที่คอของบาร์มีสร้อยคอสีเงินอยู่ อัญมณีบนสร้อยคอเริ่มเรืองแสงที่ดูเหมือนกับเปลวไฟออกมา มันละลายพลังน้ำแข็งและป้องกันเขาจากการถูกแช่แข็ง

 

“สร้อยคอไลท์ไฟร์ซีด!” บางคนตะโกนขึ้นมาเมื่อจดจำสร้อยคอที่บาร์กำลังสวมใส่อยู่ได้

 

เมื่อบาร์เห็นว่าสร้อยคอได้ผล เขาก็ยิ้มออกมา หลังจากนั้นเขาก็มองหานเซิ่นด้วยความโกรธ เขากวัดแกว่งมีดกระดูกและตะโกนขึ้นมา

“ข้าจะกินเจ้า!”

 

หานเซิ่นเปิดใช้งานวิชาโลหิตชีพจรก่อนที่จะเรียกปีกมังกรออกมา เขากระพือปีกเพื่อเทเลพอร์ตหนีไปจากการโจมตีที่เข้ามา

 

บาร์ส่งเสียงคำราม เขายกมีดกระดูกขึ้นและวิ่งตามหานเซิ่นไป ขณะที่ดวงตาของเขาลุกโชติช่วงด้วยดวงไฟ

 

ทั้งร้านอาหารตกอยู่ในความสับสนอลหม่าน ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนเริ่มเรื่องทั้งหมดนี้ แต่ตอนนี้ทุกคนกำลังต่อสู้กัน และในขณะที่ทุกคนกำลังต่อสู้กันอย่างชุลมุน โรงแรมก็ถูกทำลายเป็นชิ้นๆอย่างรวดเร็ว

 

ไม่มีใครรู้ว่าดราก้อนซิกซ์กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ตอนนี้เขาชกหมัดเข้าใส่เฟเธอร์หญิงที่เคยนั่งอยู่กับหานเซิ่น

 

เฟเธอร์หญิงกระพือปีกและหลบหลีกการโจมตีที่เข้ามา ดราก้อนซิกซ์ไม่สามารถจับตัวเธอเอาไว้ได้

 

แต่มันก็เหมือนกับว่าเขาจงใจที่จะไม่ตามเฟเธอร์หญิงคนนั้นไป เพราะดราก้อนซิกซ์ปล่อยให้แสงสีเขียวที่ห่อหุ้มหมัดของเขาพุ่งต่อไปหาซีโร่และคนอื่นๆ

 

ซีโร่และคนอื่นสามารถหลบหลีกหมัดนั้นได้ แต่มันก็มีคนอีกหลายคนที่เข้ามาจู่โจมพวกเธอ

 

หานเซิ่นหนีออกไปด้านนอกเพื่อต่อสู้กับบาร์ และในที่สุดเขาก็รู้สึกตัวว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น ผู้คนรู้สึกสงสัยในตัวหญิงสาวที่อยู่รอบๆเขา และพวกเขาก็ต้องการจะทดสอบพวกเธอ หานเซิ่นไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ

 

เพราะหานเมิ่งเอ๋อ นางฟ้าและซีโร่ต่างก็ไม่ใช่คนทรยศที่พวกเขากำลังตามหา แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้สำคัญอะไร ถ้าพวกพ้องของหานเซิ่นถูกฆ่าได้ นั่นเป็นเรื่องเดียวที่สำคัญสำหรับคนอื่น ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้พวกหานเซิ่นเพิ่งจะได้รับศัตรูใหม่เพิ่มมาเป็นฝูง

Super God Gene

Super God Gene

ในยุคสมัยที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของมนุษย์ถูกพัฒนาจนถึงระดับสูง ในที่สุดมนุษยชาติก็ได้ค้นพบวิธีการเทเลพอร์ต แต่เมื่อพวกเขาทดลองเทเลพอร์ต กลับพบว่าพวกเขาไม่ได้ถูกส่งไปในอนาคต อดีตหรือสถานที่อื่นๆที่มนุษย์รู้จัก แต่มันคือโลกที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง สถานที่ลึกลับนี่ถูกเรียกว่า ‘ก็อด เเซงชัวรี่’ ที่นี่มีสิ่งมีชีวิตประหลาดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อมนุษย์ลองกินสิ่งมีชีวิตประหลาดเข้าไป ร่างกายของพวกเขาพัฒนาขึ้นและยังเพิ่มอายุขัยขึ้นด้วย มันคือก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ชาติในการวิวัฒนาการเพื่อสร้างยุคสมัยที่ยิ่งใหญ่ “ด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ถูกฆ่า คุณได้รับวิญญาณอสูรด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ เมื่อกินเนื้อของด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ คุณมีโอกาสได้รับ 0 ถึง 10 Geno Point โดยการสุ่ม” The future unfolded on a magnificent scale into the Interstellar Age. Humanity finally solved the space warp technology, but when humanity transported themselves into the other end, they discovered that place neither had a past nor future, nor was there any land under the starry skies…… The mysterious sanctuary was actually a world filled with countless tyrannical unusual organisms. Humanity faced their great leap in evolution, starting the most glorious and resplendant new era under the starry skies. “Slaughtered the God Blood organism ‘Black Beetle’. Received the God Blood Black Beetle’s Beast Soul. Used the God Blood Black Beetle’s flesh. Randomly obtaining 0 to 10 points of God Gene(s).”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset