Super God Gene – ตอนที่ 2266

“อย่าบอกข้านะว่าหานเซิ่นเป็นชื่อปลอมของเจ้า” ราชินีจิ้งจอกพูดพร้อมกับยิ้มให้หานเซิ่น

 

“ชื่อของข้าคือหานเซิ่น ส่วนซานมู่เป็นชื่อเล่นของข้า ญาติๆและเพื่อนสนิทของข้าจะเรียกข้าด้วยชื่อนั้น” หานเซิ่นยิ้มแห้งๆออกมา

 

ราชินีจิ้งจอกกรอกตาของเธอ แต่เธอไม่คิดจะพูดถึงมันไปมากกว่านั้น เธอหันกลับไปมองที่เอ็ดเวิร์ดและคนอื่น
“แล้วพวกเจ้าล่ะเป็นใครกัน?”

 

ราชาอัศวินไอซ์บลูพูด “พวกเราคือหน่วยอัศวินไอซ์บลูของเอ็กซ์ตรีมคิง ได้โปรดอย่าได้เข้าใจเจตนาพวกเราผิดไป พวกเรามาที่นี่ก็เพื่อจับตัวคนทรยศเท่านั้น พวกเราไม่ได้มีเจตนาจะล่วงเกินท่าน!”

 

“เขาทำอะไร พวกเจ้าถึงต้องการตัวเขามากขนาดนั้น?”
ราชินีจิ้งจอกถามด้วยความสงสัย “นี่ถือเป็นทีมออกล่าที่ใหญ่พอดู”

 

ราชาอัศวินไอซ์บลูและเอ็ดเวิร์ดขมวดคิ้ว พวกเขาจงใจบอกเธอว่าพวกเขามาจากเอ็กซ์ตรีมคิง ซึ่งนั่นเป็นชื่อที่หวาดกลัวไปทั่วทั้งจักรวาล

 

แต่เมื่อพวกเขาได้เห็นใบหน้าของราชินีจิ้งจอก พวกเขาก็รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือกังวลใจเลยแม้แต่นิดเดียว การพยายามข่มขู่เธอด้วยชื่อของเอ็กซ์ตรีมคิงนั้นล้มเหลวไม่มีชิ้นดี

 

จิ้งจอกเปลี่ยนร่างไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่อะไร และถึงแม้อีกฝ่ายจะเป็นจิ้งจอกเปลี่ยนร่างระดับเทพเจ้า อีกฝ่ายก็ควรจะต้องหวาดกลัวต่อชื่อของเอ็กซ์ตรีมคิงอยู่ดี แต่ทว่าราชินีจิ้งจอกนั้นไม่ได้กระวนกระวายอะไร

 

พวกเขาไม่รู้ว่าราชินีจิ้งจอกถูกกักขังอยู่ที่นี่ตั้งแต่ก่อนที่เผ่าเอ็กซ์ตรีมคิงจะขึ้นมายิ่งใหญ่ ชื่อของพวกเขาจึงไม่มีความหมายอะไรสำหรับเธอ เพราะพวกเขาเป็นเพียงแค่เผ่าพันธุ์เล็กๆในยุคสมัยของเธอ

 

“เขาคือคนทรยศของหน่วยอัศวินไอซ์บลู แต่เขาเป็นคนที่หนีเก่งและมันเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเราที่จะจับตัวของเขา พวกเราตามรอยของเขาจนมาถึงที่นี่ มันไม่เคยอยู่ในเจตนาของพวกเราที่จะละเมิดท่าน” เอ็ดเวิร์ดพูด

 

หานเซิ่นและราชินีจิ้งจอกเพียงแค่แลกเปลี่ยนคำพูดกันไม่กี่คำต่อหน้าของเอ็ดเวิร์ด แต่เขาก็สามารถบอกได้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นไม่ได้เป็นอะไรที่อบอุ่นนัก ดังนั้นเขาจึงไม่ได้พูดถึงโบราณวัตถุ

 

หานเซิ่นต้องเก็บโบราณวัตถุเอาไว้ที่ไหนสักแห่ง นั่นหมายความว่าพวกเขายังมีโอกาสอยู่ แต่ถ้าเอ็ดเวิร์ดพูดถึงโบราณวัตถุและมันถูกสิ่งมีชีวิตระดับเทพเจ้าเอาไป พวกเขาก็จะไม่มีโอกาสชิงมันกลับคืนไปได้

 

ใบหน้าของราชินีจิ้งจอกดูนิ่งสนิทราวกับก้อนหิน เธอถือเชือกและใช้มันฟาดใส่เอ็ดเวิร์ดที่ตอนนี้กำลังถูกห้อยกลับหัวอยู่บนอากาศ ใบหน้าของเอ็ดเวิร์ดเกิดเป็นแผลยาวที่ลึกเข้าไปจนเผยให้เห็นกระดูกหัวกะโหลกของเขา เลือดเริ่มไหลลงมาตามเส้นผมของเขา

 

ทุกคนตกตะลึง ราชินีจิ้งจอกไม่ได้พูดอะไรสักคำ ขณะที่เธอยังคงฟาดใส่เอ็ดเวิร์ดต่อไป ในเวลาอันสั้นร่างกายของเอ็ดเวิร์ดก็เต็มไปด้วยบาดแผลและเลือด

 

“ข้าโกหกคนอื่นมาก่อนที่ทวดของพวกเจ้าจะเกิดมาด้วยซ้ำ และเจ้าคิดว่าหลอกข้าได้อย่างนั้นหรอ? เจ้าอยากจะตายมากสินะ?”
สายตาของราชินีจิ้งจอกดูเลือดเย็นขณะที่เธอมองไปที่เอ็ดเวิร์ด
“ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง ทำไมพวกเจ้าถึงไล่ล่าเขา?”

 

“เขาขโมยบางสิ่งที่สำคัญมากๆไปจากพวกเรา! นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเราไล่ล่าเขา” เอ็ดเวิร์ดพูด

 

“สิ่งนั้นคืออะไร?” ราชินีจิ้งจอกขมวดคิ้ว

 

“พวกเราไม่รู้ว่ามันคืออะไร!” ขณะที่ราชินีจิ้งจอกกำลังจะขยับมืออีกครั้ง เอ็ดเวิร์ดก็พูดต่อในทันที
“พวกเราพบเมืองโบราณแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทะเลทราย หานเซิ่นแอบเข้าไปข้างในและขโมยสิ่งของอย่างหนึ่งมาจากที่นั้น แต่พวกเราไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร ถ้าท่านอยากจะรู้ว่าเขาขโมยอะไรไป แบบนั้นท่านก็ต้องไปถามเขา”

 

ราชินีจิ้งจอกมองเอ็ดเวิร์ดและคนอื่นอย่างละเอียด หลังจากนั้นเธอก็หันมาหาหานเซิ่น เธอพูดด้วยรอยยิ้ม
“น้องชายของข้าทำได้ดีมาก ดูเหมือนเจ้าจะได้รับของบางอย่างมาจากเมืองที่เจ้าพูดถึงสินะ ดีมากๆ”

 

“ข้าได้นำบางสิ่งมาจากเมืองโบราณนั่นจริงๆ” หานเซิ่นพยักหน้า

 

“มันอยู่ที่ไหนกัน?” ดวงตาของราชินีจิ้งจอกดูแหลมคม สิ่งที่เป็นของผู้นำเซเคร็ดนั้นเป็นอะไรที่ล่อตาล่อใจแม้แต่เธอเองก็ตาม

 

หานเซิ่นยิ้ม เขาไม่คิดจะมอบแผ่นหินนั่นให้กับใครทั้งนัก
“พี่สาว สิ่งไหนที่ท่านต้องการมากกว่า ของนั่นหรืออิสรภาพ?”

 

“ข้าเป็นคนที่โลภมาก ข้าต้องการทั้งอิสรภาพและของสิ่งนั้น”
ทันใดนั้นพลังเชือกของราชินีจิ้งจอกก็พุ่งตรงเข้าไปหาหานเซิ่น

 

หานเซิ่นพุ่งออกไปสู่ห้องโถงด้านข้างและคิดจะหนีเข้าไปในประตูโครงกระดูกนรก

 

ในจังหวะที่หานเซิ่นปรากฏภายในห้องโถง พลังเชือกของราชินีจิ้งจอกก็มาถึงตัวเขาเรียบร้อยแล้ว แต่ทันใดนั้นรังนกก็ปรากฏขึ้นในมือของหานเซิ่น ภายในรังนั้นมีไข่สีแดงฟองหนึ่งอยู่

 

เชือกพลังของราชินีจิ้งจอกสามารถรัดตัวยอดฝีมือระดับครึ่งเทพได้อย่างง่ายดาย แต่เมื่อมันสัมผัสกับรังนกนั่น มันก็ขาดอย่างง่ายดายราวกับเส้นด้าย

 

ขณะที่การโจมตีของราชินีจิ้งจอกสลายไป หานเซิ่นก็กระพือปีกและเทเลพอร์ตหนีเข้าไปในประตูโครงกระดูกนรก

 

ราชินีจิ้งจอกรู้สึกแปลกใจ เมื่อเธอตามเขาเข้าไปในไวท์โบนเฮลล์ หานเซิ่นก็หายตัวไปแล้ว เธอมีพลังและพื้นที่ที่จำกัดในที่แห่งนั้น เธอทำได้แค่ยืนอยู่บนภูเขาหัวกะโหลกและมองไปรอบๆ เธอไม่สามารถไล่ตามเขาไปไกลกว่านั้นได้

 

“หานเซิ่น เจ้าอยากจะแก่ตายอยู่ในไวท์โบนเฮลล์หรือยังไง?” ราชินีจิ้งจอกหลี่ตาขณะที่มองไปรอบๆ

 

“มันยังมีหนทางตายที่เลวร้ายยิ่งกว่าการตายด้วยกันกับผู้หญิงที่งดงามอย่างท่าน” หานเซิ่นยืนอยู่บนยอดเขาที่ห่างไกลและยิ้มให้กับราชินีจิ้งจอก

 

ราชินีจิ้งจอกไม่ได้พูดอะไรอีก เธอกลับเข้าไปในปราสาท

 

เมื่อกลับเข้ามาในปราสาท ราชินีจิ้งจอกก็มองไปที่เอ็ดเวิร์ดและคนอื่นๆ เธอสะบัดมือและโยนทุกคนยกเว้นกุนซือไวท์ไปหน้าประตูโครงกระดูกนรก

 

“นำตัวหานเซิ่นและของสิ่งนั้นกลับมาให้ข้า หรือไม่ก็ตายอยู่ที่นี้” ราชินีจิ้งจอกสั่งเอ็ดเวิร์ดและคนอื่นๆ

 

ขณะที่คนอื่นๆลุกขึ้นมาอย่างลำบากลำบนและเริ่มเคลื่อนที่เข้าไปในไวท์โบนเฮลล์ ราชินีจิ้งจอกก็หันกลับไปหากุนซือไวท์
“เจ้ารู้วิธีที่จะทำลายการป้องกันของที่นี่อย่างนั้นสินะ?”

 

“ข้าพอจะรู้อะไรนิดหน่อย” กุนซือไวท์พยักหน้า

 

“การบังคับให้ประตูทางเข้าของปราสาทเปิดออก… นั่นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ” ราชินีจิ้งจอกยิ้มออกมา

 

เมื่อหานเซิ่นเห็นเอ็ดเวิร์ดและคนอื่นๆเข้ามาในไวท์โบนเฮลล์ เขาก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขารีบถอยหนีไปหากิเลนโลหิตในภูเขาดอกบัวทันที

 

เอ็ดเวิร์ดและคนอื่นๆมองโลกกระดูกขาวรอบๆโดยพูดไม่ออก พวกเขาตกตะลึงไม่ต่างจากตอนที่หานเซิ่นเข้ามาในนี้เป็นครั้งแรก

 

ครามทำสมาธิขณะที่เปิดใช้งานพลังพิเศษของเขา และไม่กี่วินาทีเขาก็สัมผัสได้ว่าหานเซิ่นกำลังแอบหนีไปที่ภูเขาดอกบัว “เขาอยู่ที่นั่น!”

 

“ไปกันเถอะ!” ราชาอัศวินไอซ์บลูออกคำสั่ง และพวกเขาทั้งหมดก็ทะยานออกไปเพื่อจับตัวหานเซิ่น

 

ไวท์โบนเฮลล์นั้นกว้างใหญ่ ซึ่งมันจะเป็นเรื่องยากที่จะหาตัวหานเซิ่นได้พบอีกครั้ง ถ้าหานเซิ่นหนีห่างไปจากพวกเขาไกลเกินไป

 

และเนื่องจากการถูกข่มขู่โดยราชินีจิ้งจอก ตอนนี้พวกเขามุ่งมั่นยิ่งขึ้นที่จะนำโบราณวัตถุนั้นกลับไปให้ได้

 

ราชาอัศวินไอซ์บลูเป็นคนที่รวดเร็วที่สุดในกลุ่ม ดังนั้นเขาจึงไปถึงภูเขาดอกบัวก่อนเป็นคนแรก แต่ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะเข้าไปในภูเขานั้น เขาก็รู้สึกได้ถึงลมปราณโลหิตที่พุ่งขึ้นมาจากยอดภูเขาดอกบัว

 

เขามุ่งหน้ามาด้วยความเร็วเต็มกำลัง และนั่นก็ทำให้เขาไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหันได้ เขารวบรวมพลังของตัวเองและส่งคลื่นดีปบลูอะบิสไปปะทะกับคลื่นสีแดง

 

ตูม!

 

ลมปราณโลหิตฉีกผ่านชุดเกราะของราชาอัศวินไอว์บลูไป และเลือดก็เริ่มจะพุ่งออกมาจากอกของเขาด้วยความเร็วที่ไม่เป็นธรรมชาติ มันเหมือนกับว่ามีพลังบางอย่างกำลังดูดเลือดออกมาจากตัวของเขา

Super God Gene

Super God Gene

ในยุคสมัยที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของมนุษย์ถูกพัฒนาจนถึงระดับสูง ในที่สุดมนุษยชาติก็ได้ค้นพบวิธีการเทเลพอร์ต แต่เมื่อพวกเขาทดลองเทเลพอร์ต กลับพบว่าพวกเขาไม่ได้ถูกส่งไปในอนาคต อดีตหรือสถานที่อื่นๆที่มนุษย์รู้จัก แต่มันคือโลกที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง สถานที่ลึกลับนี่ถูกเรียกว่า ‘ก็อด เเซงชัวรี่’ ที่นี่มีสิ่งมีชีวิตประหลาดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อมนุษย์ลองกินสิ่งมีชีวิตประหลาดเข้าไป ร่างกายของพวกเขาพัฒนาขึ้นและยังเพิ่มอายุขัยขึ้นด้วย มันคือก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ชาติในการวิวัฒนาการเพื่อสร้างยุคสมัยที่ยิ่งใหญ่ “ด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ถูกฆ่า คุณได้รับวิญญาณอสูรด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ เมื่อกินเนื้อของด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ คุณมีโอกาสได้รับ 0 ถึง 10 Geno Point โดยการสุ่ม” The future unfolded on a magnificent scale into the Interstellar Age. Humanity finally solved the space warp technology, but when humanity transported themselves into the other end, they discovered that place neither had a past nor future, nor was there any land under the starry skies…… The mysterious sanctuary was actually a world filled with countless tyrannical unusual organisms. Humanity faced their great leap in evolution, starting the most glorious and resplendant new era under the starry skies. “Slaughtered the God Blood organism ‘Black Beetle’. Received the God Blood Black Beetle’s Beast Soul. Used the God Blood Black Beetle’s flesh. Randomly obtaining 0 to 10 points of God Gene(s).”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset