Super God Gene – ตอนที่ 2441

หว่านเอ๋อยังคงหมดสติอยู่ หานเซิ่นตัดสินใจวางเธอลงกับพื้น

 

หานเซิ่นต้องการจะลองดูว่าถ้าเขากับหว่านเอ๋ออยู่ห่างจากกันแล้ว เขาจะสามารถเปิดใช้งานร่างกายเทพเจ้าสปิริตขั้นสุดยอดได้ไหม

 

หลังจากที่ปล่อยหว่านเอ๋อไป หานเซิ่นก็เปิดใช้งานโหมดเทพเจ้าสปิริตขั้นสุดยอดอีกครั้ง แสงสีขาวห่อหุ้มร่างกายของเขา

 

สีแดงหายไปจากดวงตาของเขาภายใต้แสงสีขาวอันศักดิ์สิทธิ์เหมือนกับก่อนหน้านี้ แต่ครั้งนี้หานเซิ่นสามารถคงร่างกายเทพเจ้าสปิริตขั้นสุดยอดเอาไว้ได้และพลังของเขาก็ไม่ได้จางหายไป

 

“นี่หว่านเอ๋อเป็นสาเหตุที่ทำให้พลังของเราหายไปจริงๆอย่างนั้นหรอ? นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? มันเป็นไปได้ยังไงกันที่ร่างกายเทพเจ้าสปิริตขั้นสุดยอดจะได้รับผลกระทบจากเธอ?”
หานเซิ่นมองไปที่หว่านเอ๋อด้วยความแปลกใจ เขาสังเกตเห็นว่าร่างกายของเธอเองก็เรืองแสงสีทอง นอกจากนั้นดวงตาและผมของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีทอง

 

แต่ในตอนนี้หานเซิ่นไม่มีเวลามามัวกังวลถึงเรื่องนั้น เขารวบรวมพลังเพื่อใช้ท่าตบขั้นสุดยอดอีกครั้งและชกหมัดเข้าไปหาดวงตาของรูปปั้น

 

แต่ในจังหวะที่หานเซิ่นเข้าไปใกล้ โซ่สสารสีแดงก็ปรากฏขึ้นมาและฟาดเข้าใส่หานเซิ่น

 

ร่างกายเทพเจ้าสปิริตขั้นสุดยอดของหานเซิ่นเมินเฉยต่อแสงสีเลือดอย่างสมบูรณ์ แสงสีเลือดผ่านเขาไปราวกับว่าเขาไม่มีตัวตน เหมือนกับว่าเขาเป็นแค่วิญญาณ

 

แต่เมื่อหมัดของหานเซิ่นชกไปถูกดวงตาของรูปปั้น คลื่นกระแทกที่เกิดขึ้นก็ซัดหานเซิ่นกระเด็นกลับไปด้านหลัง ท่าตบขั้นสุดยอดนั้นทำลายดวงตาของรูปปั้นไม่สำเร็จ

 

“นี่มันแข็งยิ่งกว่าแมลงประหลาดระดับเทพเจ้าตัวนั้นซะอีก”
เมื่อคิดได้แบบนั้นมันก็ทำให้หานเซิ่นรู้สึกหนาวขึ้นมา แต่เขาเองก็คาดเอาไว้แล้วว่าผลจะออกมาเป็นแบบนี้

 

เขาไม่สามารถทำลายรูปปั้นได้ นั่นหมายความว่าเขาจะไม่สามารถไขความลับของพลังที่ทำให้ดวงตาทุกคนเปลี่ยนเป็นสีแดงได้ แบบนั้นถึงพลังของมันจะไม่มีผลกระทบต่อเขา เนื่องจากเขามีร่างกายเทพเจ้าสปิริตขั้นสุดยอด แต่ถ้าคนอื่นได้รับอาการตาสีแดงนี้ เขาก็ไม่สามารถช่วยอะไรคนพวกนั้นได้

 

หานเซิ่นหันหลังกลับและเริ่มเดินจากไป แต่ทันใดนั้นรูปปั้นก็เริ่มเคลื่อนไหว จู่ๆร่างกายที่ใหญ่โตของมันก็ลุกขึ้นยืนและมองมาที่หานเซิ่น ทั้งห้องโถงสั่นสะเทือนขณะที่รูปปั้นลุกขึ้นมา

 

“มันมีชีวิต!” หานเซิ่นไม่ได้ประหลาดใจอะไรนัก เขารีบกระโดดเข้าไปหาหว่านเอ๋อเพื่อจะคว้าตัวเธอมาก่อนที่จะวิ่งหนีไป

 

แต่หลังจากนั้นหานเซิ่นก็เห็นว่าหว่านเอ๋อพยุงตัวเองขึ้นมาจากพื้น เส้นผมกับดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีทอง ตอนนี้เธอดูเหมือนกับตอนแรกที่หานเซิ่นได้เห็นเธอ

 

ดวงตาของเธอเปิดขึ้นมา แต่พวกมันขาดการโฟกัสราวกับว่าเธอกำลังเหม่อลอย

 

รูปปั้นก้าวออกมาข้างหน้าและส่งมือที่เหมือนกับปีศาจลงมาตบหานเซิ่น แต่ว่ามันถูกหยุดเอาไว้ก่อนที่มาถึงตัวของหานเซิ่น

 

หว่านเอ๋อเทเลพอร์ตไปตรงหน้ารูปปั้น หลังจากนั้นเธอก็สะบัดมือและตัดหัวของรูปปั้นจนขาด

 

ตูม!

 

หัวขนาดใหญ่ของรูปปั้นตกลงมาสู่พื้นทำให้เกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ในบริเวณที่มันตกลงมา

 

หานเซิ่นตกตะลึง หว่านเอ๋อมีร่างกายที่อ่อนแออย่างมาก แต่หลังจากที่เธอเปลี่ยนเป็นสีทอง พลังของเธอก็กลายเป็นอะไรที่น่าสะพรึงกลัว

 

นี่ต่างไปจากภาพที่ 6 บนฉากกั้นโดยสิ้นเชิง ภาพที่ 6 บนฉากกั้นนั้นแสดงถึงบุคคลไร้ใบหน้าคนหนึ่งนอนอยู่บนพื้น ขณะที่บุคคลไร้ใบหน้าอีกคนคุกเข่าภาวนาต่อรูปปั้น

 

แต่ถึงหัวของรูปปั้นจะถูกตัดขาด รูปปั้นก็ยังคงไม่พังทลาย ร่างกายของมันเริ่มดิ้นไปมาและมือทั้งหนึ่งพันก็เริ่มเคลื่อนไหว ดวงตาสีแดงเริ่มเรืองแสงออกมาและปกคลุมทั้งห้องโถงด้วยแสงสีแดง โซ่สสารสีแดงนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาและเลื้อยเข้าไปหาร่างกายของหว่านเอ๋อ

 

พลังของหว่านเอ๋อเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อ แต่ร่างกายของเธอยังคงได้รับความเสียหายได้ เธอไม่ได้มีร่างกายที่เป็นอมตะเหมือนอย่างร่างกายเทพเจ้าสปิริตขั้นสุดยอดของหานเซิ่น

 

โซ่สสารนับไม่ถ้วนพันรอบร่างกายของหว่านเอ๋อ ขณะเดียวกันรอยยิ้มที่ชั่วร้ายก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของรูปปั้นที่อยู่บนพื้น หลังจากนั้นมันก็ลอยขึ้นมาและพยายามจะกลืนกินหว่านเอ๋อเข้าไป

 

หัวใจของหานเซิ่นเต้นรัว เขาก้าวออกไปข้างหน้าเพื่อจะช่วยหว่านเอ๋อ แต่ทันใดนั้นแสงสีทองที่ออกมาจากร่างกายของเธอก็สว่างยิ่งขึ้นกว่าเดิม โซ่สสารที่พันร่างกายอยู่เริ่มจะละลาย เธอยกมือข้างหนึ่งขึ้นและยื่นออกไปสัมผัสหัวของรูปปั้นที่เข้ามา หลังจากนั้นหัวของรูปปั้นก็ระเบิดราวกับดอกไม้ไฟ

 

หัวของรูปปั้นแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ แต่รูปปั้นก็ยังคงไม่ตาย ถึงอย่างนั้นมันก็ดูตกใจอย่างมาก ร่างกายที่ใหญ่โตของมันหันกลับหลังและพยายามจะวิ่งหนีไป

 

ร่างกายของหว่านเอ๋อแว็บหายไป และเธอก็ไปปรากฏตัวอีกครั้งที่ด้านข้างของรูปปั้น เธอยื่นมือออกไปและวางลงบนร่างกายรูปปั้น

 

ปัง!

ร่างกายของรูปปั้นระเบิดและกลายเป็นเศษหินที่ร่วงหล่นลงมา แขนของมันกระจัดกระจายไปทั่ว

 

“แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!” หานเซิ่นตกตะลึงกับพลังที่เธอแสดงออกมา แม้แต่รูปปั้นที่เขาไม่สามารถทำอะไรได้ก็ยังถูกเธอทำลายในชั่วพริบตา

 

แขนส่วนใหญ่ที่ตกลงมาบนพื้นถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี และดวงตาที่อยู่บนมือแต่ละข้างก็ถูกทำลายไปเช่นกัน ดวงตาบางดวงที่ยังไม่ถูกทำลายมีเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก พวกมันกำลังจะตายไปในอีกไม่ช้า แขนของรูปปั้นที่ยังไม่ถูกทำลายนั้นดิ้นไปมาบนพื้นราวกับงูที่กำลังจะตาย

 

หนึ่งในลูกตานั้นพุ่งออกมาจากมือและกลายเป็นแสงสีเลือดที่พยายามหนีออกไปจากห้องโถง

 

หานเซิ่นยืนอยู่ที่ทางออกของห้องโถงและมองดูดวงตาสีเลือดที่พุ่งเข้ามา เขาใช้ท่าตบขั้นสุดยอดเพื่อตบใส่มันร่วงกลับลงไปบนพื้น

 

เมื่อดวงตานั้นแตกกระจาย ชิ้นส่วนของรูปปั้นที่ดิ้นอยู่ก็หยุดนิ่งไปในที่สุด

 

“ซีโน่เจเนอิคบลัดอายอีวิลก็อตระดับเทพเจ้ากลายพันธุ์ถูกฆ่า ยีนซีโน่เจเนอิคกลายพันธุ์ถูกค้นพบ คุณได้รับวิญญาณอสูรบลัดอายอีวิลก็อต”

 

เมื่อหานเซิ่นได้ยินเสียงประกาศ เขาก็รู้สึกแปลกใจอย่างมาก เขาไม่ได้รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังทำอะไรขณะที่ตบใส่ลูกตา เขาแค่ไม่ต้องการให้มันหนีไปได้ เขาไม่ได้คิดว่าจะได้รับรางวัลจากมัน

 

ก่อนที่หานเซิ่นจะมีเวลาตรวจเช็ควิญญาณอสูรบลัดอายอีวิลก็อต หว่านเอ๋อก็เทเลพอร์ตเข้ามาหาเขา ดวงตาสีทองของเธอมองมาทางเขา แต่พวกมันการขาดโฟกัส ซึ่งทำให้เขาไม่สามารถบอกได้ว่าเธอกำลังมองมาที่เขาจริงๆหรือเปล่า

 

หลังจากนั้นหว่านเอ๋อก็ยื่นมือเข้ามาหาหานเซิ่น หานเซิ่นรู้สึกตัวว่าพลังที่มหาศาลของหว่านเอ๋อกำลังจะฆ่าเขา ความรู้สึกอันตรายที่ท่วมท้นกดลงบนไหล่ของหานเซิ่น ความรู้สึกนี้รุนแรงจนเกือบจะทำให้เขาหายใจไม่ออก

Super God Gene

Super God Gene

ในยุคสมัยที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของมนุษย์ถูกพัฒนาจนถึงระดับสูง ในที่สุดมนุษยชาติก็ได้ค้นพบวิธีการเทเลพอร์ต แต่เมื่อพวกเขาทดลองเทเลพอร์ต กลับพบว่าพวกเขาไม่ได้ถูกส่งไปในอนาคต อดีตหรือสถานที่อื่นๆที่มนุษย์รู้จัก แต่มันคือโลกที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง สถานที่ลึกลับนี่ถูกเรียกว่า ‘ก็อด เเซงชัวรี่’ ที่นี่มีสิ่งมีชีวิตประหลาดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อมนุษย์ลองกินสิ่งมีชีวิตประหลาดเข้าไป ร่างกายของพวกเขาพัฒนาขึ้นและยังเพิ่มอายุขัยขึ้นด้วย มันคือก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ชาติในการวิวัฒนาการเพื่อสร้างยุคสมัยที่ยิ่งใหญ่ “ด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ถูกฆ่า คุณได้รับวิญญาณอสูรด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ เมื่อกินเนื้อของด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ คุณมีโอกาสได้รับ 0 ถึง 10 Geno Point โดยการสุ่ม” The future unfolded on a magnificent scale into the Interstellar Age. Humanity finally solved the space warp technology, but when humanity transported themselves into the other end, they discovered that place neither had a past nor future, nor was there any land under the starry skies…… The mysterious sanctuary was actually a world filled with countless tyrannical unusual organisms. Humanity faced their great leap in evolution, starting the most glorious and resplendant new era under the starry skies. “Slaughtered the God Blood organism ‘Black Beetle’. Received the God Blood Black Beetle’s Beast Soul. Used the God Blood Black Beetle’s flesh. Randomly obtaining 0 to 10 points of God Gene(s).”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset