Super God Gene – ตอนที่ 2498

หานเซิ่นยื่นมือออกไปสัมผัสหน้าผากของมนตรา หลังจากนั้นเขาก็เริ่มหมุนฟันเฟืองของเรื่องราวของยีน

 

ฟันเฟืองที่เหมือนกันของพวกเขาทั้งคู่สามารถเชื่อมต่อกันได้ พวกมันประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ

 

ขณะที่ฟันเฟืองของหานเซิ่นเริ่มหมุน ฟันเฟืองของมนตราก็หมุนตาม ฟันเฟืองทั้ง 2 เร่งความเร็วขึ้นพร้อมกัน และสัญลักษณ์มนตราบนฟันเฟืองก็สว่างไสวขึ้นเรื่อยๆ

 

แต่เนื่องจากฟันเฟืองประสานกัน ฟันเฟืองทั้ง 2 จึงหมุนกันไปคนละทิศทาง หนึ่งในพวกมันหมุนตามเข็มนาฬิกา ขณะที่ฟันเฟืองอีกอันหมุนทวนเข็มนาฬิกา

 

พวกเขาทั้งคู่มีพลังของเรื่องราวของยีน แต่หานเซิ่นตรวจพบว่าพลังของตัวเขาเองนั้นแตกต่างไปจากของมนตรา แต่เขาไม่สามารถบอกได้ว่าอะไรกันที่ทำให้พลังของพวกเขาแตกต่างกัน

 

หานเซิ่นคาดเดาว่าความแตกต่างของพลังนั้นมาจากฟันเฟืองของพวกเขาที่หมุนไปในทิศทางตรงกันข้าม

 

ขณะที่หานเซิ่นพยายามหาว่าการเชื่อมต่อระหว่างฟันเฟืองมีประโยชน์อะไรกัน ทันใดนั้นร่างกายของมนตราก็เริ่มจะเปลี่ยนแปลงภายใต้มือของเขา

 

ความเปลี่ยนแปลงนี้แตกต่างไปจากในตอนที่เธอกลายเป็นชุดเกราะ ปืนพก ปืนไรเฟิลหรือปืนอาร์พีจี มนตราก้าวเข้ามาหาหานเซิ่นและเชื่อมต่อกับร่างกายของเขา

 

“นี่มัน…” หานเซิ่นตกใจ นี่เป็นความรู้สึกที่คุ้นเคย มันเป็นความรู้สึกเดียวกับตอนที่เขารวมร่างกับนางฟ้า

 

แน่นอนว่าในตอนที่มนตรารวมเข้ากับร่างกายของหานเซิ่น ร่างกายของเขาก็เกิดความเปลี่ยนแปลง ผมและดวงตาของเขาเปลี่ยนไปสะท้อนสีของมนตรา และสัญลักษณ์ประหลาดของมนตราก็ปรากฏขึ้นบนหน้าผากของเขา

 

การรวมกันนี้แตกต่างไปจากตอนที่มนตรากลายร่างเป็นชุดเกราะให้กับหานเซิ่น แต่เหมือนกับที่หานเซิ่นรวมร่างกับนางฟ้า เพราะร่างกายของหานเซิ่นไม่ได้ห่อหุ้มไปด้วยชุดเกราะ

 

หลังจากที่รวมร่างกับมนตรา หานเซิ่นก็สังเกตเห็นว่าตอนนี้เขามีฟันเฟืองของเรื่องราวของยีนอยู่ 2 อัน เขาแทบจะไม่อยากจะเชื่อ พวกมันยังคงทำงานและหมุนไปในทิศทางตรงกันข้าม แต่นอกจากการส่งผลกระทบต่อกันแล้ว พวกมันก็ไม่ได้เชื่อมต่อกับฟันเฟืองจักรวาลอื่น พวกมันไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากตอนที่พวกมันแยกจากกัน พวกมันไม่ได้ปลดปล่อยพลังอาณาเขตอะไรออกมา

 

แต่หลังจากที่พวกมันรวมกัน ความแข็งแกร่งของหานเซิ่นก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก

 

หลังจากนั้นจู่ๆหานเซิ่นก็รู้สึกได้ถึงพลังลึกลับจากภายในจิต เขาเคยรู้สึกถึงพลังนี้มาก่อน และตอนนี้มันก็เกิดขึ้นอีกครั้ง หานเซิ่นรีบมองไปที่ชุดเกราะคริสตัลสีดำที่อยู่ในจิต สัญลักษณ์หนึ่งปรากฏขึ้นบนหมวกของชุดเกราะคริสตัลสีดำ ซึ่งมันดูเหมือนกับสัญลักษณ์บนหน้าผากของหานเซิ่น มันเรืองแสงอ่อนๆ

 

หานเซิ่นรู้สึกว่าการเชื่อมต่อระหว่างเขากับชุดเกราะคริสตัลสีดำไม่เคยใกล้ชิดถึงขนาดนี้มาก่อน มันเหมือนกับว่าเขาสามารถควบคุมมันได้ด้วยจิตใจของเขา

 

แต่หานเซิ่นรู้สึกตัวอย่างรวดเร็วว่ามันเป็นภาพมายาซะมากกว่า เขาเห็นถึงการเชื่อมต่อระหว่างตัวเองกับชุดเกราะคริสตัลสีดำ แต่เขายังไม่สามารถควบคุมมันได้

 

แต่ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้หานเซิ่นรู้สึกดีใจ “นี่พลังของเรื่องราวของยีนมีไว้เพื่อควบคุมชุดเกราะคริสตัลสีดำอย่างนั้นหรอ? การเชื่อมต่อระหว่างเราและชุดเกราะคริสตัลสีดำนั้นแน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิม ถ้าเรื่องราวของยีนเพิ่มระดับขึ้นถึงจุดๆหนึ่ง บางทีเราอาจจะควบคุมชุดเกราะคริสตัลสีดำได้จริงๆ”

 

หานเซิ่นนึกย้อนไปถึงตอนที่ชุดเกราะคริสตัลสีดำทำลายล้างรูปปั้นของสิ่งมีชีวิตที่อ้างตัวว่าเป็นพระเจ้า เขารู้สึกอยากจะพัฒนาเรื่องราวของยีนไปจนถึงขั้นสูงสุดเพื่อที่เขาจะได้สวมใส่ชุดเกราะที่ทรงพลังอย่างนั้น

 

แต่นั่นก็ทำให้หานเซิ่นกังวลขึ้นมาเล็กน้อย “เรื่องราวของยีนถูกคิดค้นโดยผู้นำเซเคร็ดและผู้หญิงประหลาดคนนั้น จุดประสงค์ของมันก็คือฆ่าพระเจ้า ทำไมเรื่องราวของยีนถึงได้มีความเกี่ยวข้องกับชุดเกราะคริสตัลสีดำกัน? นี่ชุดเกราะคริสตัลสีดำเป็นของผู้นำเซเคร็ดอย่างนั้นหรอ? ชุดเกราะคริสตัลสีดำมีต้นกำเนิดมาจากก็อตแซงชัวรี่ ถ้ามันมีความเกี่ยวข้องกับผู้นำเซเคร็ด อย่างนั้นทำไมผู้นำเซเคร็ดถึงได้ทิ้งมันเอาไว้ในก็อตแซงชัวรี่? ถ้าชุดเกราะคริสตัลสีดำคือสิ่งที่ผู้นำเซเคร็ดสร้างขึ้นเพื่อฆ่าพระเจ้า มันล้มเหลวอย่างนั้นหรอ? นั่นคือเหตุผลที่เขาเอามันไปทิ้งในก็อตแซงชัวรี่อย่างนั้นใช่ไหม?”

 

หานเซิ่นรู้ว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่ผู้นำเซเคร็ดจะทิ้งชุดเกราะไปแบบนั้น ทุกอย่างเป็นเพียงแค่การคาดเดาเท่านั้น เขายังไม่รู้ความจริงในเรื่องนั้น

 

หลังจากที่ได้รู้ว่ามนตราสามารถทำอะไรได้ หานเซิ่นก็รู้สึกหดหู่ การหมุนฟันเฟืองของเรื่องราวของยีนไม่ได้ช่วยอะไรเขามากนัก การรวมร่างกับมนตราแค่ทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น มันไม่ได้มีความสามารถพิเศษอะไรอย่างอื่น

 

‘ไม่มีทาง เรื่องราวของยีนควรจะเป็นเอกราช ผู้หญิงคนนั้นไม่เคยพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องที่เรื่องราวของยีนจำเป็นต้องพึ่งชุดเกราะ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน? นี่ชุดเกราะคริสตัลสีดำถูกสร้างขึ้นมาเพราะมันเป็นหนทางเดียวที่ผู้นำเซเคร็ดจะฝึกเรื่องราวของยีนได้อย่างนั้นหรอ? นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกมันเชื่อมต่อกันได้ใช่ไหม?’ หานเซิ่นคิด

 

ในตอนแรกที่หานเซิ่นพยายามฝึกเรื่องราวของยีน เขาทำไม่สำเร็จ มันเป็นเพราะความช่วยเหลือของชุดเกราะคริสตัลสีดำที่ทำให้เขาสามารถฝึกเรื่องราวของยีนได้

 

ถ้าผู้นำเซเคร็ดและผู้หญิงคนนั้นคิดค้นเรื่องราวของยีนขึ้นมาและสังเกตว่าไม่สามารฝึกมันได้ ผู้นำเซเคร็ดก็อาจจะพบหนทางที่จะฝึกมันด้วยการใช้ชุดเกราะคริสตัลสีดำนี้ ถ้าเป็นแบบนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหานเซิ่นในตอนที่เขาฝึกเรื่องราวของยีนก็อาจจะเป็นอะไรที่สมเหตุสมผล

 

แต่มันมีเรื่องหนึ่งที่ไม่สมเหตุสมผล ถ้าชุดเกราะคริสตัลสีดำเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยฝึกเรื่องราวของยีนจริง ผู้นำเซเคร็ดก็ต้องถนุถนอมมันราวกับสมบัติล้ำค่า มันจะไม่มีเหตุผลที่เขาจะทิ้งมันเอาไว้ในก็อตแซงชัวรี่ นอกจากนั้นทำไมเขาถึงได้ทิ้งมันเอาไว้ในก็อตแซงชัวรี่เขตหนึ่ง?

 

ไม่ว่าจะคิดมากแค่ไหน หานเซิ่นก็ยังไม่เข้าใจ ด้วยเหตุนั้นเขาจึงหยุดคิดและคลายการเชื่อมต่อกับมนตรา

 

‘แปลกจริงๆ ในตอนที่เรารวมร่างกับมนตรา ทำไมกระบวนการของมันถึงได้คล้ายคลึงกับตอนที่เรารวมร่างกับนางฟ้า?’ หานเซิ่นอยากตามนางฟ้ามาเพื่อลองรวมร่างกัน แต่เธอไม่ได้อยู่ที่นี่ ดังนั้นเขาจึงต้องรอไปก่อน

 

ในตอนที่หานเซิ่นกลับมาที่ห้องควบคุม โจรสลัดยืนเรียงแถวกันตรงหน้าเป่าเอ๋อ พวกเขาต่างดูหดหู่ พวกเขาต่างเป็นระดับดยุกและราชัน แต่ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยสติ๊กเกอร์ พวกเขาดูน่าหัวเราะ

 

ดวงตาของเหล่าโจรสลัดดูเหมือนกำลังร้องขอความช่วยเหลือ ดังนั้นหานเซิ่นจึงอุ้มเป่าเอ๋อขึ้นมาบนไหล่และพูด “ตอนนี้พวกเจ้ากลับไปทำงานได้แล้ว”

 

หลังจากนั้นหานเซิ่นก็เริ่มเดินออกไป แต่ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงโจรสลัดคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา “กัปตัน ดูนั่น! มีบางสิ่งกำลังตรงเข้ามาหาพวกเรา”

 

หานเซิ่นหันไปมองตามที่ชายคนนั้นบอกและเห็นยานรบขนาดใหญ่ลำหนึ่งท่ามกลางหมู่เมฆ ยานรบนั้นเกือบจะใหญ่โตเท่ากับดวงดาวทั้งดวง

 

ยานรบที่ใหญ่โตขนาดนั้นไม่ได้หายากอะไร แต่ที่นี่คือระบบเทียนเซีย เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ไม่สามารถทำงานในที่แห่งนี้ได้ ด้วยเหตุนั้นมันจึงน่าแปลกที่ได้เห็นว่ายานที่ใหญ่โตขนาดนี้ยังทำงานได้

 

ขณะที่หานเซิ่นกำลังคำนึงถึงความประหลาดนี้ ยานรบก็เคลื่อนเข้ามาใกล้กับวาฬขาว วาฬขาวที่ใหญ่โตนั้นดูเหมือนกับปลาที่เล็กกระจิดริดเมื่ออยู่ต่อหน้ายานรบขนาดมหึมา

Super God Gene

Super God Gene

ในยุคสมัยที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของมนุษย์ถูกพัฒนาจนถึงระดับสูง ในที่สุดมนุษยชาติก็ได้ค้นพบวิธีการเทเลพอร์ต แต่เมื่อพวกเขาทดลองเทเลพอร์ต กลับพบว่าพวกเขาไม่ได้ถูกส่งไปในอนาคต อดีตหรือสถานที่อื่นๆที่มนุษย์รู้จัก แต่มันคือโลกที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง สถานที่ลึกลับนี่ถูกเรียกว่า ‘ก็อด เเซงชัวรี่’ ที่นี่มีสิ่งมีชีวิตประหลาดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อมนุษย์ลองกินสิ่งมีชีวิตประหลาดเข้าไป ร่างกายของพวกเขาพัฒนาขึ้นและยังเพิ่มอายุขัยขึ้นด้วย มันคือก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ชาติในการวิวัฒนาการเพื่อสร้างยุคสมัยที่ยิ่งใหญ่ “ด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ถูกฆ่า คุณได้รับวิญญาณอสูรด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ เมื่อกินเนื้อของด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ คุณมีโอกาสได้รับ 0 ถึง 10 Geno Point โดยการสุ่ม” The future unfolded on a magnificent scale into the Interstellar Age. Humanity finally solved the space warp technology, but when humanity transported themselves into the other end, they discovered that place neither had a past nor future, nor was there any land under the starry skies…… The mysterious sanctuary was actually a world filled with countless tyrannical unusual organisms. Humanity faced their great leap in evolution, starting the most glorious and resplendant new era under the starry skies. “Slaughtered the God Blood organism ‘Black Beetle’. Received the God Blood Black Beetle’s Beast Soul. Used the God Blood Black Beetle’s flesh. Randomly obtaining 0 to 10 points of God Gene(s).”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset