Super God Gene – ตอนที่ 2585

เนื่องจากหนิงเยวี่ยไม่ยอมปล่อยมือจากเขา หานเซิ่นจึงต้องพาเธอติดไปด้วย กู่ชิงเฉิง จันทราสวรรค์ เป่าเอ๋อและนกแดงน้อยก็ไปด้วยเช่นเดียวกัน ฟางชิงอวี่ตัดสินใจที่จะรออยู่เบื้องหลัง

 

ยิ่งพวกเขาเข้าไปลึกมากเท่าไหร่ สายลมก็น่ากลัวมากขึ้นเท่าไหร่ ในตอนนี้เมื่อไหร่ก็ตามที่ลมพัดมา แม้แต่กู่ชิงเฉิงและจันทราสวรรค์ก็ไม่สามารถรักษาสมดุลของตัวเองได้ พวกเขาไม่รู้ว่าทำไมสายลมถึงได้รุนแรงขึ้นเมื่อพวกเขาเดินทางลึกเข้าไป

 

การที่มีลมพัดมาได้ อีกด้านหนึ่งก็ต้องมีทางออกอยู่ แต่เมื่อเขามองลงไป เขาก็ไม่เห็นอะไรที่ลมจะผ่านเข้ามาได้

 

หนิงเยวี่ยดูหวาดกลัว แต่เธอไม่ได้รับผลกระทบอะไร ดาบเขียวน้อยนั้นป้องกันเธอจากสายลมที่น่ากลัว

 

‘ดาบเขียวน้อยนั่นคืออะไรกันแน่? ความสามารถของมันเป็นอะไรที่น่ากลัวเกินไป’ หานเซิ่นถอนหายใจออกมา

 

ขณะที่เขากำลังคิดอยู่นั้น จู่ๆเสือขาวก็หายตัวไป มันเหมือนกับว่าเจ้าเสือขาวสลายกลายเป็นอากาศธาตุ

 

“ทำไมเจ้าเสือขาวถึงหายตัวไป?” หนิงเยวี่ยพูดขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว

 

ก่อนที่หานเซิ่นจะตอบอะไร เจ้าเสือขาวก็ปรากฏตัวออกมาอีกครั้ง มันส่งเสียงใส่หานเซิ่นและหายตัวไปอีกครั้ง

 

หานเซิ่นและคนอื่นเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง พวกเขาพบรูอยู่บนพื้น มันเป็นรูที่เกือบจะตรงดิ่งลงไปด้านล่าง ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เจ้าเสือขาวดูเหมือนหายตัวไป และด้วยเหตุนั้นพวกหานเซิ่นจึงไม่สังเกตเห็นรูจนกระทั่งพวกเขาเข้ามาใกล้มัน

 

พวกเขาตามเสือขาวลงไป และสิ่งที่เจอด้านล่างก็ทำให้หานเซิ่นต้องประหลาดใจ

 

มันเป็นถ้ำรูปโถ พวกเขาเข้ามาจากด้านข้างและมันไม่มีทางอื่นอยู่อีก สถานที่แห่งนี้เป็นทางตัน

 

แต่ความจริงที่ถ้ำแห่งนี้เป็นทางตันไม่ใช่สิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจมากที่สุด เนื่องจากมันมีบางสิ่งอยู่ในถ้ำแห่งนี้

 

หานเซิ่นไม่รู้ว่ามันคืออะไร เนื่องจากมันออกมาให้เห็นแค่หนึ่งฟุตเท่านั้น ของสิ่งนั้นมีสีม่วงและมีสัญลักษณ์ประหลาดสลักอยู่บนผิวของมัน มันดูเหมือนกับด้ามจับของบางสิ่ง แต่มันไม่ได้เหมือนกับด้ามจับของมีดหรือดาบ นั่นก็เพราะด้ามจับนี้หนาแค่ไม่กี่นิ้วมือ และจากส่วนที่ยื่นออกมาให้เห็น พวกเขาก็รู้ว่ามันยาวเกินกว่าที่จะเป็นด้ามจับปกติ

 

ตูม!

ขณะที่หานเซิ่นและคนอื่นๆมองไปที่วัตถุทองแดงสีม่วงที่ถูกฝังอยู่ในหิน สัญลักษณ์ประหลาดก็เรืองแสงสีม่วงออกมา หลังจากนั้นพายุที่น่ากลัวก็ถูกปลดปล่อยจากวัตถุสีม่วงนั้น

 

ทุกคนถูกสายลมพัดกระเด็นออกไป พวกเขาถูกเด้งไปเด้งมารอบๆถ้ำราวกับเป็นลูกบอลยางจนกระทั่งลมนำพวกเขาออกไปยังรูที่พวกเขาใช้เข้ามา หลังจากพวกเขาก็กลับมาทรงตัวได้

 

หานเซิ่นและนกแดงน้อยอยู่ในสภาพกระเซอะกระเซิง สายลมนั้นรุนแรงยิ่งกว่าที่พวกเขาเคยประสบมาก่อน

 

สายลมนั้นเบาลงไปมากเมื่อเข้าไปในอุโมงค์ ภายในถ้ำแห่งนั้นพวกเขาต้องรับพลังอย่างเต็มที่ของสายลมนั่น

 

“นี่มันคืออะไรกัน? ทำไมมันถึงได้ทรงพลังขนาดนี้?” หานเซิ่นมองไปที่วัตถุทองแดงสีม่วงด้วยความตกใจ

 

“เหมียว” เสือขาวเดินไปข้างๆวัตถุทองแดงสีม่วงและใช้อุ้งเท้าของมันชี้ไปที่ของสิ่งนั้น หลังจากนั้นมันก็ส่งเสียงเรียกหานเซิ่น

 

“เจ้าต้องการให้ข้าเอามันออกมาอย่างนั้นหรอ?” หานเซิ่นถาม

 

“เหมียว” เสือขาวส่งเสียงร้องพร้อมกับพยักหน้า

 

กู่ชิงเฉิงจ้องมองไปที่วัตถุทองแดงสีม่วงอยู่ชั่วครู่และพูด
“บางทีสิ่งนี้อาจจะยับยั้งเจ้ามอนสเตอร์ที่อยู่ภายนอกได้”

 

“เหมียว” เสือขาวรีบพยักหน้าในทันทีหลังจากที่ได้ยินที่กู่ชิงเฉิงพูด

 

‘เป็นไปได้ด้วยอย่างนั้นหรอ’ หานเซิ่นคิดและรู้สึกตื่นเต้นกับเรื่องนั้น เขาพยายามคิดหาหนทางที่จะจัดการกับมอนสเตอร์ที่ขึ้นมาบนเกาะ แต่เขายังคงคิดอะไรไม่ออก ถ้าอาวุธนี้สามารถใช้กับเจ้ามอนสเตอร์ได้ อย่างนั้นวิกฤตของพวกเขาก็จะถูกแก้ไข และหานเซิ่นก็ยังจะได้รับสมบัติอย่างหนึ่งไปด้วย นี่ถือเป็นเรื่องที่ดีมากๆ

 

หานเซิ่นไม่พูดอะไร เขาเดินตรงไปหาวัตถุทองแดงสีม่วง เขาใช้วิญญาณอสูรผีเสื้อเนตรม่วงเพื่อตรวจสอบมัน

 

ดวงตาของหานเซิ่นแยกออกเป็น 4 แฉกและเริ่มหมุนวน ด้วยวิญญาณอสูรผีเสื้อเนตรม่วง ประวัติศาสตร์ของวัตถุทองแดงสีม่วงก็เริ่มเล่นย้อนกลับเหมือนกับภาพวิดีโอ

 

หานเซิ่นรู้สึกแปลกใจ ขณะที่วิญญาณอสูรผีเสื้อย้อนเวลากลับไป เขาก็ได้เห็นว่ามันคืออะไร มันก็คือเปียนหรือแส้เหล็กของจีน

 

แส้เหล็กถือเป็นอาวุธที่หาได้ยากมากๆ มันดูเหมือนกับดาบ แต่ใบมีดของมันเป็นสี่เหลี่ยม และแทนที่จะเน้นความคมเหมือนกับดาบ อาวุธนี้กลับมุ่งเน้นไปที่ความแข็งแรงเพียงอย่างเดียว

 

โดยปกติแล้วแส้เหล็กจะถูกใช้เป็นคู่ ดังนั้นแส้เหล็กเดี่ยวๆจึงถือว่าหาได้ยาก

 

ด้วยเหตุผลบางอย่างแส้เหล็กถูกทิ้งเอาไว้เบื้องหลังในทะเลสีดำ ชั้นตะกอนที่สะสมจากทะเลสีดำค่อยๆก่อตัวเป็นเกาะที่พวกเขายืนอยู่ข้างในตอนนี้ ดูจากความลึกของถ้ำ หานเซิ่นก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยว่ามันเป็นเพราะอาวุธนี้หรือเปล่าที่ดึงตะกอนของทะเลสีดำมารวมกันจนเกิดเป็นเกาะแห่งนี้ขึ้นมา

 

แต่สัญลักษณ์ประหลาดของแส้เหล็กนั้นปลดปล่อยสายลมที่รุนแรงออกมาเรื่อยๆ ซึ่งมันขยับหินที่เกาะอยู่ออกไป นอกจากนั้นมันยังขุดจนเกิดเป็นถ้ำนี้ขึ้นมา เมื่อดูการที่มันถูกซ่อนเป็นอย่างดีแล้ว หานเซิ่นก็ไม่รู้เลยว่าเจ้าเสือขาวหามันพบได้ยังไง

 

หลังจากนั้นหานเซิ่นก็เกิดความคิดแปลกๆอย่างหนึ่งขึ้นมา
‘นั่นหมายความว่าเกาะแห่งนี้คือหินที่อยู่ภายในกระเพาะของแมงมุมหลุมดำ เจ้าแมงมุมควรจะขับสสารย่อยไม่ได้ออกไป แต่เนื่องจากแส้เหล็กทองแดงสีม่วงนี้ สสารเหล่านั้นจึงถูกสะสมกันจนเป็นก้อน และหลังจากผ่านไปเป็นพันๆล้านปี เกาะแห่งนี้ก็ถูกสร้างขึ้นมา’

 

“ให้ข้าเป็นคนลองดู” จันทราสวรรค์พูด ขณะที่หานเซิ่นยังคงมองดูมัน จันทราสวรรค์ก็เดินเข้าไปหาเแส้เหล็กทองแดงสีม่วง เธอรวบรวมพลังและยื่นมือไปจับส่วนที่ยื่นออกมาจากหิน

 

ปัง!

ก่อนที่จันทราสวรรค์จะดึงมันออกมาได้ สายลมที่รุนแรงก็พัดร่างกายของเธอกระเด็นออกไป หานเซิ่นและคนอื่นๆก็ถูกพัดออกไปเช่นกัน

 

พวกเขาไม่รู้ว่าแส้เหล็กทองแดงสีม่วงนี้คืออะไรกันแน่ แต่ความจริงที่มันสามารถปลดปล่อยพลังมหาศาลออกมาโดยที่ไม่มีใครใช้นั้นถือเป็นอะไรที่มหัศจรรย์มากๆ แม้แต่นกแดงน้อยก็ยังไม่สามารถทนต่อสายลมที่มันปล่อยออกมาได้ นี่ต้องไม่ใช่อาวุธธรรมดาๆอย่างแน่นอน

 

“ดูเหมือนมันจะเป็นอาวุธระดับเทพเจ้าธาตุลม ในพวกเรามีใครที่เชี่ยวชาญธาตุลมไหม?” กู่ชิงเฉิงพูด

 

ทุกคนแลกเปลี่ยนสายตากันและกัน แต่ในหมู่พวกเขาไม่มีใครที่ใช้พลังธาตุลม

 

“พวกเราควรจะลองดูก่อน บางทีพวกเราอาจจะไม่จำเป็นต้องมีธาตุลม ถ้าพวกเราดึงมันออกมาไม่ได้ พวกเราก็ควรจะกำจัดหินที่อยู่รอบๆมันออกไปก่อน” หานเซิ่นพูด

 

จันทราสวรรค์พยักหน้าและนำเอาร่มกระดาษออกมา เธอใช้มันเหมือนกับดาบและฟันใส่ไปที่ก้อนหินเหนือแส้เหล็ก ปลายของร่มนั้นปลดปล่อยดาบแสงออกไป

 

การโจมตีนั้นรุนแรงพอที่จะเจาะดวงดาวทั้งดวงจนเป็นรู แต่เมื่อแสงจางหายไป ก้อนหินกลับไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน พวกเขาทุกคนจ้องมองไปที่ก้อนหินอย่างตกตะลึง

Super God Gene

Super God Gene

ในยุคสมัยที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของมนุษย์ถูกพัฒนาจนถึงระดับสูง ในที่สุดมนุษยชาติก็ได้ค้นพบวิธีการเทเลพอร์ต แต่เมื่อพวกเขาทดลองเทเลพอร์ต กลับพบว่าพวกเขาไม่ได้ถูกส่งไปในอนาคต อดีตหรือสถานที่อื่นๆที่มนุษย์รู้จัก แต่มันคือโลกที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง สถานที่ลึกลับนี่ถูกเรียกว่า ‘ก็อด เเซงชัวรี่’ ที่นี่มีสิ่งมีชีวิตประหลาดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อมนุษย์ลองกินสิ่งมีชีวิตประหลาดเข้าไป ร่างกายของพวกเขาพัฒนาขึ้นและยังเพิ่มอายุขัยขึ้นด้วย มันคือก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ชาติในการวิวัฒนาการเพื่อสร้างยุคสมัยที่ยิ่งใหญ่ “ด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ถูกฆ่า คุณได้รับวิญญาณอสูรด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ เมื่อกินเนื้อของด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ คุณมีโอกาสได้รับ 0 ถึง 10 Geno Point โดยการสุ่ม” The future unfolded on a magnificent scale into the Interstellar Age. Humanity finally solved the space warp technology, but when humanity transported themselves into the other end, they discovered that place neither had a past nor future, nor was there any land under the starry skies…… The mysterious sanctuary was actually a world filled with countless tyrannical unusual organisms. Humanity faced their great leap in evolution, starting the most glorious and resplendant new era under the starry skies. “Slaughtered the God Blood organism ‘Black Beetle’. Received the God Blood Black Beetle’s Beast Soul. Used the God Blood Black Beetle’s flesh. Randomly obtaining 0 to 10 points of God Gene(s).”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset