Super God Gene – ตอนที่ 2721

“นั่นเป็นอัญมณีที่งดงามมากๆ” เป่าเป๋อพูด ขณะที่เธอจ้องไปที่อัญมณีในมือของพระเจ้าแห่งความว่างเปล่า ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยความสนใจ

 

พระเจ้าแห่งความว่างเปล่ายิ้มที่มุมปาก เขาดูอวดดีขณะที่พูดขึ้นว่า
“หนูต้องการมันไหม? แค่พูดว่าหนูต้องการมันและมันจะเป็นของหนู”

 

“จริงอย่างนั้นหรอ?” เป่าเอ๋อดูประหลาดใจ เธอจ้องไปที่พระเจ้าแห่งความว่างเปล่าอย่างไม่อยากจะเชื่อ

 

“แน่นอน ตราบใดที่หนูพูดสิ่งที่ต้องการออกมา สาวน้อยน่ารักอย่างหนูก็จะมีทุกอย่างที่หนูใฝ่ฝัน”

 

“ลุงเป็นคนดีจริงๆ!” เป่าเอ๋อพูดด้วยความตื่นเต้น

 

พระเจ้าแห่งความว่างเปล่าหัวเราะ เขาถืออัญมณีไว้ตรงหน้าเป่าเอ๋อและยิ้ม
“แค่พูดออกมาว่าหนูต้องการมัน หลังจากนั้นอัญมณีนี่จะตกเป็นของหนู”

 

เป่าเอ๋อมองไปที่อัญมณีด้วยความปรารถนา และเธอก็ค่อยๆเอื้อมมือออกไปหาอัญมณี

 

พระเจ้าแห่งความว่างเปล่าซ่อนรอยยิ้มเหยียดหยามขณะที่คิดกับตัวเอง
‘ผู้หญิงทุกคนเป็นเหมือนกันหมด ไม่สำคัญว่าพวกนางจะเป็นเด็กหรือคนชรา พวกนางก็รักสิ่งที่เป็นประกายกันทุกคน’

 

แต่จู่ๆเป่าเอ๋อก็ดึงมือกลับ และพูดด้วยใบหน้าที่ดูผิดหวัง “ความจริงแล้วหนูไม่ต้องการมัน”

 

“อะไรกัน? ทำไมจู่ๆหนูถึงไม่ต้องการมัน?” พระเจ้าแห่งความว่างเปล่าถามด้วยความประหลาดใจ เขาตกใจกับการเปลี่ยนใจอย่างกะทันหันของเป่าเอ๋อ

 

“แม่เคยบอกว่าไม่ควรรับสิ่งของจากคนแปลกหน้า”
เป่าเอ๋อพูดอย่างจริงจัง แต่ดวงตาของเธอยังคงมองไปที่อัญมณี ดูเหมือนกับว่าเธอพยายามจะห้ามตัวเองจากการเอื้อมมือออกไปคว้ามัน

 

พระเจ้าแห่งความว่างเปล่าพูดด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนว่าหนูจะรับสิ่งของจากคนแปลกหน้าไม่ได้ แต่ลุงไม่ใช่คนแปลกหน้า ลุงเป็นเพื่อนสนิทของพ่อหนู แบบนั้นหนูรับของจากลุงได้ถูกไหม?”

 

“ลุงเป็นเพื่อนสนิทของพ่อหนู?” เป่าเอ๋อถาม

 

“ใช่แล้ว พวกเราเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากๆ” พระเจ้าแห่งความว่างเปล่าพูด

 

“ถ้าลุงเป็นเพื่อนสนิทของพ่อ แบบนั้นพวกเราก็ไม่ใช่คนแปลกหน้ากัน!” เป่าเอ๋อพูดอย่างดีใจ

 

“แน่นอนว่าไม่ใช่!” พระเจ้าแห่งความว่างเปล่าพูดพร้อมกับส่ายหัว

 

“ขอบคุณลุงมาก ถ้าอย่างนั้นหนูก็จะรับอัญมณีนั่นเอาไว้” เป่าเอ๋อยื่นมือออกไปรับอัญมณีที่อยู่ในมือของพระเจ้าแห่งความว่างเปล่า

 

ขณะที่เธอยื่นมือออกมา พระเจ้าแห่งความว่างเปล่าก็ไม่แน่ใจว่าควรจะปล่อยมันไปหรือควรจะถือมันเอาไว้ เป่าเอ๋อนั้นไม่ได้กล่าวคำอธิษฐานออกมา ตอนนี้ถ้าเธอเอามันไป พระเจ้าแห่งความว่างเปล่าก็จะไม่ได้อะไรเป็นการตอบแทน

 

พระเจ้าแห่งความว่างเปล่าไม่ตอบสนอง ซึ่งทำให้เป่าเอ๋อมองเขาด้วยความสับสน
“นี่ลุงไม่ต้องการมอบอัญมณีให้กับหนูอย่างนั้นหรอ? ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร ยังไงซะแม่หนูก็บอกว่าไม่ควรขโมยสิ่งของของคนอื่น”

 

คำพูดของเป่าเอ๋ออาจจะฟังดูดี แต่ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความดูถูก เธอคิดว่าพระเจ้าแห่งความว่างเปล่านั้นขี้เหนียวที่ไม่ยอมมอบอัญมณีให้กับเธอ

 

“อะแฮ่ม อะแฮ่ม หนูยังไม่ได้บอกลุงเลยว่าหนูต้องการมันหรือเปล่า” พระเจ้าแห่งความว่างเปล่าพูด ตอนนี้เขาดูไม่ค่อยสบายใจ

 

“ลุง อัญมณีนี้ดูจะสำคัญต่อลุงมาก ลุงควรจะเก็บมันเอาไว้” หลังจากที่พูดจบ เป่าเอ๋อก็หันกลับเพื่อจะจากไป

 

ถึงแม้เป่าเอ๋อจะไม่ได้พูดอะไรมากกว่านั้น แต่เธอมีใบหน้าที่ดูถูกขณะที่เธอหันไป มันทำให้พระเจ้าแห่งความว่างเปล่ารู้สึกหดหู่ยิ่งกว่าเดิม

 

เขาเป็นพระเจ้าแห่งความว่างเปล่า แต่เขาถูกดูหมิ่นโดยเด็กตัวเล็กๆคนหนึ่ง

 

“เป่าเอ๋อ หนูอย่าเพิ่งไป! ลุงจะมอบอัญมณีนี้ให้กับหนูในฐานะของขวัญ ตอนนี้หนูเอามันไปจากลุงได้เลย”
พระเจ้าแห่งความว่างเปล่าไม่ได้สนใจอะไรอัญมณีนั่น และการมอบมันให้กับเป่าเอ๋ออาจจะทำให้เขาได้รับความเชื่อใจจากเธอ เขาไม่คิดจะปล่อยให้เธอจากไปง่ายๆ

 

“ลุงจะมอบมันให้หนูจริงๆ? ลุงจะไม่คิดถึงมันอย่างนั้นหรอ?” เป่าเอ๋อมองไปที่พระเจ้าแห่งความว่างเปล่าด้วยความสงสัย

 

“สำหรับลุงแล้ว อัญมณีนี่เป็นเพียงแค่ก้อนหินก้อนหนึ่ง มันไร้ค่าเมื่อเทียบกับสิ่งของอื่นๆที่ลุงครอบครอง” พระเจ้าแห่งความว่างเปล่าวางอัญมณีลงในมือของเป่าเอ๋อ

 

“ขอบคุณลุงมาก ลุงเป็นคนดี” เป่าเอ๋อรับอัญมณีด้วยรอยยิ้ม

 

“ลุงดีใจที่หนูชอบมัน” พระเจ้าแห่งความว่างเปล่ายิ้มตอบ แต่เขากำลังคิดกับตัวเอง
‘ข้าก็กลัวว่านางจะไม่รับมันไปซะอีก ตอนนี้เมื่อนางเริ่มติดนิสัยรับสิ่งของจากข้า นี่ก็ควรจะเป็นอะไรที่ง่ายขึ้น’

 

เป่าเอ๋อดูจะชอบอัญมณีนั่นมากๆ เธอเล่นกับมันอย่างสนุกสนาน

 

หลังจากนั้นพระเจ้าแห่งความว่างเปล่าก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋าและนำเอาอัญมณีที่ใหญ่โตกว่าอันแรกออกมา
“เป่าเอ๋อ หนูไม่คิดว่าอัญมณีนี้งดงามยิ่งกว่าหรอ? หนูชอบมันไหม?”

 

เป่าเอ๋อมองไปที่อัญมณีในมือของพระเจ้าแห่งความว่างเปล่า มันใหญ่โตเท่ากับกำปั้นของผู้ใหญ่ เธอกระพริบตาปริบๆก่อนจะพูดขึ้นว่า
“มันใหญ่เกินไป หนูจะดูเหมือนเป็นคนหัวสูงถ้าหนูมีมัน หนูชอบอันนี้มากกว่า”

 

หลังจากนั้นเป่าเอ๋อก็กลับไปเล่นกับอัญมณีในมือและเลิกให้ความสนใจพระเจ้าแห่งความว่างเปล่า

 

พระเจ้าแห่งความว่างเปล่ารู้สึกหดหู่ เขาคิดว่าการเสนออัญมณีที่ใหญ่โตและงดงามกว่าจะทำให้เป่าเอ๋อเชื่อในตัวเขา แต่ทว่าอัญมณีนั่นกลับทำให้เขาถูกเมินแทน

 

‘ดูเหมือนว่าการใช้อัญมณีจะดึงดูดนางไม่ได้อีกต่อไป’ พระเจ้าแห่งความว่างเปล่าเริ่มคิดหาแผนการใหม่

 

“เป่าเอ๋อ หนูดูนี่สิ” พระเจ้าแห่งความว่างเปล่านำบางสิ่งออกมาให้เธอดู

 

เป่าเอ๋อเงยหน้าขึ้นมาและเห็นว่าพระเจ้าแห่งความว่างเปล่ากำลังถือกระจกทองแดงอยู่ กระจกนั่นมีความยาวแค่สิบเซนติเมตร และมันก็ดูบอบบางมากๆ

 

ด้านหน้าของกระจกดูเรียบเนียนและแวววาว ด้านหลังของกระจกเป็นเส้นที่กระจายออกจากจุดศูนย์กลางของกระจกไปยังมุมต่างๆเหมือนกับเป็นหน้าปัดของนาฬิกา สัญลักษณ์ประหลาดบางอย่างสลักอยู่ในช่องว่างระหว่างเส้นแต่ละเส้น

 

“นี่คืออะไร?” เป่าเอ๋อถามพระเจ้าแห่งความว่างเปล่าด้วยความสงสัย

 

“นี่คือกระจกสตาร์เกจ มันเป็นสมบัติระดับเทพเจ้าขั้นทรูก็อต มันจะทำให้หนูมองเห็นอดีตและอนาคต”
พระเจ้าแห่งความว่างเปล่าพูดอวดกระจกโบราณ ถึงแม้เขาจะโอ้อวดความสามารถของมัน กระจกนี้ก็เป็นอะไรที่ค่อนข้างพิเศษจริงๆ พระเจ้าแห่งความว่างเปล่าเคยต้องการกระจกนี้อย่างมาก และเขาก็ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักกว่าจะได้มันมา

 

พระเจ้าแห่งความว่างเปล่าและราชาจุนกล่วงอ้างว่าตัวเองเป็นพระเจ้า แต่พวกเขาไม่สามารถสร้างบางสิ่งขึ้นมาจากความว่างเปล่าได้ ทุกอย่างที่พวกเขาใช้หรือควบคุมเป็นสิ่งที่มีอยู่ในจักรวาลอยู่แล้ว พวกเขาไม่สามารถเสกสิ่งของขึ้นมาอย่างตามใจชอบได้

 

กระจกสตาร์เกจบานนี้เป็นสมบัติที่พระเจ้าแห่งความว่างเปล่าได้มาจากยอดฝีมือระดับเทพเจ้าขั้นทรูก็อตเมื่อหลายพันล้านปีก่อน เขาต้องใช้เวลาเป็นร้อยๆปีก่อนที่ยอดฝีมือระดับเทพเจ้าขั้นทรูก็อตคนนั้นจะทำการอธิษฐาน และหลังจากที่ยอดฝีมือคนนั้นทำการอธิษฐาน พระเจ้าแห่งความว่างเปล่าก็ขโมยอายุขัยและกระจกสตาร์เกจมา

 

พระเจ้าแห่งความว่างเปล่าภาคภูมิกับความสำเร็จของเขา มันมีพระเจ้าหลายคนที่พยายามจะหลอกยอดฝีมือระดับเทพเจ้าขั้นทรูก็อตคนนั้น แต่พวกเขาล้มเหลว พระเจ้าแห่งความว่างเปล่าทำได้สำเร็จและได้รับสมบัติมา ดังนั้นถึงแม้กระจกนี้อาจจะไร้ประโยชน์สำหรับเขา แต่พระเจ้าแห่งความว่างเปล่าก็ยังคงพกมันไปไหนมาไหนด้วย ตอนนี้มันเป็นสิ่งที่เหมาะที่สุดที่จะใช้หลอกเป่าเอ๋อ

 

“กระจกนั่นทรงพลังขนาดนั้นเลย?” เป่าเอ๋อดูค่อยไม่เชื่อ

 

“แน่นอนอยู่แล้ว หนูดูนี่” พระเจ้าแห่งความว่างเปล่าพูด เขากดมือลงกับกระจกสตาร์เกจและควบคุมสัญลักษณ์บนด้านหลังของมัน

 

บนผิวของกระจกโบราณมีแสงกระพริบขึ้นมา และหลังจากผ่านไปสักพัก แสงนั่นก็ค่อยๆกลายเป็นภาพที่ไม่เสถียรเหมือนกับทีวีเก่า

 

ภาพในกระจกมีต้นไม้ดาราตั้งอยู่ และมันก็มีด้วงดาราฝูงใหญ่แห่กันมาที่ต้นไม้ราวกับคลื่นทะเล หานเซิ่นกำลังต่อสู้กับดวงดาราเหล่านั้น

 

เมื่อสังเกตดูดีๆ เป่าเอ๋อก็รู้สึกตัวว่ามันเป็นภาพตอนที่หานเซิ่นเข้ารับการทดสอบเพื่อรับผลไม้ดารา

Super God Gene

Super God Gene

ในยุคสมัยที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของมนุษย์ถูกพัฒนาจนถึงระดับสูง ในที่สุดมนุษยชาติก็ได้ค้นพบวิธีการเทเลพอร์ต แต่เมื่อพวกเขาทดลองเทเลพอร์ต กลับพบว่าพวกเขาไม่ได้ถูกส่งไปในอนาคต อดีตหรือสถานที่อื่นๆที่มนุษย์รู้จัก แต่มันคือโลกที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง สถานที่ลึกลับนี่ถูกเรียกว่า ‘ก็อด เเซงชัวรี่’ ที่นี่มีสิ่งมีชีวิตประหลาดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อมนุษย์ลองกินสิ่งมีชีวิตประหลาดเข้าไป ร่างกายของพวกเขาพัฒนาขึ้นและยังเพิ่มอายุขัยขึ้นด้วย มันคือก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ชาติในการวิวัฒนาการเพื่อสร้างยุคสมัยที่ยิ่งใหญ่ “ด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ถูกฆ่า คุณได้รับวิญญาณอสูรด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ เมื่อกินเนื้อของด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ คุณมีโอกาสได้รับ 0 ถึง 10 Geno Point โดยการสุ่ม” The future unfolded on a magnificent scale into the Interstellar Age. Humanity finally solved the space warp technology, but when humanity transported themselves into the other end, they discovered that place neither had a past nor future, nor was there any land under the starry skies…… The mysterious sanctuary was actually a world filled with countless tyrannical unusual organisms. Humanity faced their great leap in evolution, starting the most glorious and resplendant new era under the starry skies. “Slaughtered the God Blood organism ‘Black Beetle’. Received the God Blood Black Beetle’s Beast Soul. Used the God Blood Black Beetle’s flesh. Randomly obtaining 0 to 10 points of God Gene(s).”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset