Super God Gene – ตอนที่ 2745

สัญญาณของการต่อสู้ดิ้นรนทั้งหมดหายไปจากใบหน้าของหานเซิ่น และถูกแทนที่ด้วยความสงบนิ่ง มือที่จะใช้เพื่อฆ่าตัวตายนั้นถูกลดลงไปแล้ว

 

สิ่งที่ไม่ปกติที่สุดเกี่ยวกับความสงบนิ่งของเขาคือออร่าที่น่ากลัวของหานเซิ่น ในตอนที่เหล่าเวรี่ไฮรู้สึกได้ถึงออร่านั้น เขาก็รู้สึกหนาวไปถึงหัวใจ

 

ในเวลาเดียวกัน ใบหน้าของเอ็กซ์ตวิสิทและหลี่เคอเอ๋อก็ดูผ่อนคลายเช่นเดียวกัน ร่างกายของพวกเธอเคลื่อนไหวแบบเดียวกับหานเซิ่น

 

“ทำไมมันถึงได้ดูคุ้นเคยนัก? ออร่านี้มัน…?” หนึ่งในเวรี่ไฮพึมพำ

 

“นี่มันไม่ใช่แค่คุ้นเคย…ออร่านี้มันให้ความรู้สึกเหมือนกับเวรี่ไฮเซ้นส์ ทำไมร่างกายของหานเซิ่นถึงปล่อยออร่าของเวรี่ไฮเซ้นส์ออกมาได้?” เวรี่ไฮอีกคนถาม

 

“มันไม่ใช่เวรี่ไฮเซ้นส์” ลุงเก้าพูดขณะที่จ้องไปที่หานเซิ่นด้วยสายตาที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้
“ถึงแม้ออร่าจะคล้ายคลึงกัน แต่มันไม่ใช่เวรี่ไฮเซ้นส์จริงๆ มันจะต้องเป็นหนึ่งในวิชาจีโนที่แตกแขนงจากเวรี่ไฮเซ้นส์”

“วิชาจีโนที่แตกแขนงจากเวรี่ไฮเซ้นส์?” เหล่าเวรี่ไฮหันไปมองลุงเก้า พวกเขาไม่ได้แปลกใจ พวกเขาแค่สับสนเท่านั้น

 

มันมีวิชาจีโนมากมายที่แตกแขนงจากเวรี่ไฮเซ้นส์ นั่นรวมถึงตำราไร้อักษรของเผ่านภาด้วย มันไม่ได้แปลกอะไรเกี่ยวกับวิชาที่แตกแขนงจากวิชาอื่น แต่สิ่งที่น่าแปลกคือพวกเขาไม่รู้ว่าวิชาจีโนไหนกันที่ลุงเก้ากำลังพูดถึง ทั้งๆที่พวกเขามีความรู้และประสบการณ์มากมาย

 

ใบหน้าของลุงเก้าดูซับซ้อน เขาจ้องมองไปที่หานเซิ่นอยู่สักพักและเขาก็พูดขึ้นว่า
“ถ้าการคาดเดาของข้าถูกต้อง ออร่านี้เป็นของอนัตตาที่ถูกคิดค้นขึ้นโดยอัลฟ่าของพวกเรา”

 

เมื่อทุกคนได้ยินแบบนั้น พวกเขาก็อ้าปากค้าง แม้แต่คนที่ฝึกเวรี่ไฮเซ้นส์ก็ไม่สามารถรักษาความสงบนิ่งไว้ได้

 

อัลฟ่าที่ลุงเก้าพูดถึงคือบรรพบุรุษของเวรี่ไฮที่ทิ้งภาพวาดเอาไว้บนกำแพงโบราณ วิชาจีโนที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขาคือ ‘อนัตตา’ ซึ่งแตกแขนงมาจากเวรี่ไฮเซ้นส์

 

“อนัตตาของอัลฟ่าหายสาญสูญไปแล้วไม่ใช่หรอ? แบบนั้นหานเซิ่นมีออร่าของอนัตตาได้ยังไง? นี่หรือว่าเขา…”
หนึ่งในเวรี่ไฮเริ่มพูดขึ้นมา มันดูเหมือนกับเขากำลังคิดบางสิ่งที่ไม่น่าเชื่อขึ้นได้ เขามองไปที่ภาพวาดบนกำแพงโบราณและพูด “นี่อนัตตาซ่อนอยู่ในกำแพงโบราณมาโดยตลอดอย่างนั้นหรอ?”

เรื่องนี้เป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อ เพราะยังไงซะหานเซิ่นก็เป็นเพียงแค่คนนอกคนหนึ่ง เขาไม่เคยศึกษาเกี่ยวกับเวรี่ไฮเซ้นส์มาก่อน และแม้แต่อัจฉริยะมากมายของเผ่าเวรี่ไฮก็เคยมาที่กำแพงโบราณ ด้วยเหตุนั้นเหล่าเวรี่ไฮจึงไม่สามารถยอมรับได้ว่าหานเซิ่นที่เป็นคนนอกจะเรียนรู้อนัตตาผ่านกำแพงโบราณได้

 

แต่อย่างนั้นความจริงของเรื่องก็มาอยู่ตรงหน้าของพวกเขา พวกเขาจำเป็นต้องทำใจเชื่อมัน ร่างกายของหานเซิ่นปลดปล่อยออร่าที่เหมือนกับเวรี่ไฮเซ้นส์ออกมาอย่างชัดเจน เมื่อคำนึงถึงทุกสิ่งที่เพิ่งจะเกิดขึ้น มันก็อาจจะเป็นอนัตตาจริงๆ

 

และมันไม่ใช่แค่หานเซิ่นเท่านั้น แม้แต่เอ็กซ์ควิสิทและหลี่เคอเอ๋อก็ปลดปล่อยออร่าที่เหมือนๆกันออกมา เห็นได้ชัดว่าพวกเธอเองก็ได้รับความรู้ที่เขาได้รับ พวกเธอกำลังได้เรียนรู้อนัตตาโดยผ่านหานเซิ่น

 

อนัตตาถูกคิดค้นโดยบรรพบุรุษของเวรี่ไฮ แต่มันไม่ได้ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นเหมือนวิชาจีโนอื่นๆ ไม่มีใครในเผ่าเวรี่ไฮที่รู้ว่ามันเป็นวิชาจีโนแบบไหน หลังจากที่อัลฟ่าของเวรี่ไฮคิดค้นอนัตตาขึ้นมาแล้ว เขาก็ได้พูดเกี่ยวกับมันเป็นเวลานาน แต่ไม่มีใครเคยได้เห็นเขาใช้มัน

 

หลังจากนั้นอัลฟ่าก็ตรงไปที่จีโนฮอลล์ เขาไม่ได้บันทึกอะไรเกี่ยวกับอนัตตาเอาไว้ ดังนั้นมันจึงไม่มีใครเคยฝึกอนัตตามาก่อน

 

แต่หลังจากที่เขาคิดค้นอนัตตาขึ้นมาได้ ออร่าของอัลฟ่าก็แตกต่างไปจากออร่าของเวรี่ไฮคนอื่นที่ฝึกเวรี่ไฮเซ้นส์ นี่เป็นสิ่งที่ถูกจดเอาไว้ในบันทึกประวัติศาสตร์ของเผ่าเวรี่ไฮ ลุงเก้าคุ้นเคยกับบันทึกเหล่านั้นดี และเขาก็ได้ข้อสันนิษฐานนี้จากสิ่งที่เขาสัมผัสจากหานเซิ่น นั่นคือเหตุผลที่เขาระบุได้ว่าพลังต่อหน้านั้นจะต้องเป็นของอนัตตา

 

การสันนิษฐานของลุงเก้านั้นถูกต้อง ออร่าของหานเซิ่นเป็นของอนัตตา นั่นเพราะหยางสุดขีดก่อให้เกิดหยิน ในตอนที่สิ่งหนึ่งไปถึงขีดสุด พวกมันมักจะเกิดปฏิกิริยาขึ้น ในตอนที่จิตใจที่โศกเศร้าถูกผลักดันจนถึงขีดสุด หานเซิ่นเกือบจะตกไปสู่ดินแดนแห่งความตาย แต่เขาไม่เคยสูญเสียศรัทธา เขายึดมั่นในเจตจำนงของตัวเองและต่อสู้กับความตายที่พยายามจะเอาชีวิตของเขา

 

และทันใดนั้นหานเซิ่นก็รู้สึกว่าจิตใจที่เศร้าโศกเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น ความเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นบางสิ่งที่แม้แต่เขาก็ไม่สามารถเข้าใจได้ ความโศกเศร้านั้นดูเหมือนจะละลายหายไปและถูกแทนที่ด้วยความสงบนิ่งที่ไม่ต่างจากน้ำ

 

เมื่อจิตใจนั่นเปลี่ยนแปลง หานเซิ่นก็ไม่ได้รับผลกระทบจากเนตรเวรี่ไฮของกำแพงโบราณอีกต่อไป เขากลับมาควบคุมร่างกายของตัวเองได้อีกครั้ง เขาละสายตาไปจากเนตรเวรี่ไฮและมองไปยังกำแพงโบราณที่อยู่ใกล้เคียง ตอนนี้หานเซิ่นเห็นศิลปะนามธรรมในสิ่งที่พวกมันเป็น พวกมันไม่ได้ดูเป็นสิ่งนามธรรมหรือสิ่งเหนือจริงอีกต่อไป มันเหมือนกับว่าเขาเห็นเวรี่ไฮชายคนหนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิและปลดปล่อยออร่าแปลกๆออกมา

 

เนตรเวรี่ไฮบนกำแพงคือจุดกำเนิด และเขามองตามการเคลื่อนไหวของการวาดเพื่อเรียนรู้มากขึ้น ราวกับว่าเขากำลังดูการสอนโดยที่ไม่มีเสียงหรือคำอธิบายใดๆ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง หานเซิ่นได้เรียนรู้อะไรมากมายจากการมองดูการวาด ความหมายของศิลปะบนกำแพงถูกป้อนตรงเข้ามาในสมองของหานเซิ่น ราวกับว่าเขาเคยเห็นการวาดเหล่านั้นมาเป็นแสนๆครั้ง

 

หานเซิ่นจ้องมองไปที่กำแพงโบราณทีละส่วน และเขาดูตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆขณะที่มองไปภาพ ภาพบนกำแพงนั้นเป็นวิชาจีโนที่ลึกลับมากๆ ไม่นานเขาก็รู้สึกตัวว่าวิชาจีโนนี้ดีกว่าวิชามีดหรือวิชาหมัดไหนๆที่เขาเคยเรียนรู้มา

 

ยิ่งหานเซิ่นมองดูมันมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกตกใจมากขึ้นเท่านั้น และความตกใจของเขาก็เปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่วิชาใต้นภาก็ด้อยกว่าวิชาจีโนที่เขากำลังได้เรียนรู้ในตอนนี้มาก

 

แต่หานเซิ่นก็ยังสัมผัสได้ว่าวิชาจีโนนี้และวิชาใต้นภามีความคล้ายคลึงกันอยู่ มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าพวกมันมาจากต้นกำเนิดเดียวกัน แต่พวกมันถูกพัฒนาไปในทิศทางที่แตกต่างกัน

 

หานเซิ่นจดจ่ออยู่กับการเรียนรู้อนัตตาจนเขาไม่ได้สังเกตถึงพวกเวรี่ไฮที่อยู่รอบๆตัว เหล่าเวรี่ไฮทั้งหมดมีดวงตาที่เบิกกว้าง ขณะที่พวกเขาจ้องไปที่หานเซิ่น หลี่เคอเอ๋อและเอ็กซ์ควิสิท ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกใจ ความอิจฉาและอารมณ์อีกมากมาย

 

ขณะที่หานเซิ่นศึกษารูปภาพบนกำแพงต่อไป ออร่าของอนัตตาก็หนักขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าใครก็บอกได้ว่าหานเซิ่นกำลังเรียนรู้ความลับของอัลฟ่าของพวกเขา ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้หานเซิ่นเปิดเผยปริศนาของภาพวาดบนกำแพงโบราณได้ เป็นอย่างที่ลุงเก้า เขานั้นจะต้องได้เรียนรู้อนัตตาจริงๆ

 

หลี่เคอเอ๋อและเอ็กซ์ควิสิทเองก็ได้เรียนรู้อนัตตาผ่านหานเซิ่น ขณะที่ความรู้สึกหานเซิ่นขยายกว้างและลึกซึ้งขึ้น อนัตตาของพวกเธอก็พัฒนาขึ้นเช่นกัน

 

เวรี่ไฮหลายคนเชื่อว่าความแน่วแน่ของเอ็กซ์ควิสิทที่จะรักษาพันธสัญญากับหานเซิ่นเป็นความคิดที่โง่เขลา แต่ตอนนี้พวกเขายิ่งกว่าอิจฉาเธอ ถ้าพันธสัญญาของเอ็กซ์ควิสิทถูกทำลายไปจริงๆ เธอก็จะไม่ได้ค้นพบอนัตตาร่วมกับหานเซิ่นแบบนี้ นั่นจะเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดของพวกเธอ

 

ถึงแม้เอ็กซ์ควิสิทและหลี่เคอเอ๋อจะได้รับอนัตตาไปทั้งคู่ แต่เหล่าเวรี่ไฮก็ยังคงจ้องมองไปที่หานเซิ่น ตัวไหมที่เป็นคนนอกคนหนึ่งได้เรียนรู้หนึ่งในความลับของเผ่าเวรี่ไฮ และมันเป็นความลับที่พวกเขาเองไม่สามารถค้นพบได้ นอกจากนั้นมันยังเป็นความลับที่เกี่ยวข้องกับเวรี่ไฮเซ้นส์ที่พวกเขาฝึกอีก แต่หานเซิ่นไม่ได้ฝึก อารมณ์ของพวกเขาขณะที่มองไปที่หานเซิ่นนั้นเป็นอะไรที่บรรยายได้ยากมากๆ

Super God Gene

Super God Gene

ในยุคสมัยที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของมนุษย์ถูกพัฒนาจนถึงระดับสูง ในที่สุดมนุษยชาติก็ได้ค้นพบวิธีการเทเลพอร์ต แต่เมื่อพวกเขาทดลองเทเลพอร์ต กลับพบว่าพวกเขาไม่ได้ถูกส่งไปในอนาคต อดีตหรือสถานที่อื่นๆที่มนุษย์รู้จัก แต่มันคือโลกที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง สถานที่ลึกลับนี่ถูกเรียกว่า ‘ก็อด เเซงชัวรี่’ ที่นี่มีสิ่งมีชีวิตประหลาดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อมนุษย์ลองกินสิ่งมีชีวิตประหลาดเข้าไป ร่างกายของพวกเขาพัฒนาขึ้นและยังเพิ่มอายุขัยขึ้นด้วย มันคือก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ชาติในการวิวัฒนาการเพื่อสร้างยุคสมัยที่ยิ่งใหญ่ “ด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ถูกฆ่า คุณได้รับวิญญาณอสูรด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ เมื่อกินเนื้อของด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ คุณมีโอกาสได้รับ 0 ถึง 10 Geno Point โดยการสุ่ม” The future unfolded on a magnificent scale into the Interstellar Age. Humanity finally solved the space warp technology, but when humanity transported themselves into the other end, they discovered that place neither had a past nor future, nor was there any land under the starry skies…… The mysterious sanctuary was actually a world filled with countless tyrannical unusual organisms. Humanity faced their great leap in evolution, starting the most glorious and resplendant new era under the starry skies. “Slaughtered the God Blood organism ‘Black Beetle’. Received the God Blood Black Beetle’s Beast Soul. Used the God Blood Black Beetle’s flesh. Randomly obtaining 0 to 10 points of God Gene(s).”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset