Super God Gene – ตอนที่ 3060 เพื่อนเก่า

บลัดโกสต์สปิริตสังเกตได้ถึงสิ่งผิดปกติ มันบิดร่างกายกลางอากาศเพื่อหันไปด้านหลัง ขณะที่มันกำลังหันหน้ากลับมา หมัดที่ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีแดงเหมือนกับเลือดก็ชกเข้ามาใส่ใบหน้าของมันเรียบร้อยแล้ว

 

ใบหน้าของบลัดโกสต์สปิริตถูกบดขยี้โดยหมัดของหานเซิ่น ร่างกายทั้งร่างของมันหมุนควงสว่านเหมือนกับลูกปืนใหญ่ที่พุ่งออกไปจากปากกระบอกปืน มันชนเข้ากับกำแพงหินด้านหลังของหลี่ปิงหยู กำแพงหินถล่มลงมาและฝังร่างของเจ้าลิงเอาไว้ใต้เศษหิน

 

หลี่ปิงหยูมองหานเซิ่นที่ดูเหมือนกับปีศาจด้วยความตกใจ เธออ้าปากค้างและไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้

 

หานเซิ่นเดินเข้าไปตรงหน้าหลี่ปิงหยูและเอื้อมมือไปกดลงบนหน้าผากของเธอ หลี่ปิงหยูในตอนนี้กำลังได้รับบาดเจ็บสาหัส ดังนั้นเธอไม่สามารถตอบสนองอะไรได้ เธอรู้สึกว่าทุกอย่างมืดลงก่อนที่เธอจะสลบไป

 

หานเซิ่นจับตัวหลี่ปิงหยูเอาไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง และใช้มืออีกข้างส่งพลังเข้าไปในร่างกายของหลี่ปิงหยูเพื่อขับลมปราณสีม่วงของบลัดโกสต์สปิริตออกมา

 

แต่ขณะที่ทำแบบนั้น ดวงตาของหานเซิ่นไม่ได้มองไปที่หลี่ปิงหยู และเขาก็ไม่ได้มองไปที่กองหินที่ฝังบลัดโกสต์สปิริตอยู่เช่นกัน เขาขมวดคิ้วและมองไปในอีกทิศทางหนึ่งของห้องโถง

 

มันมีความเคลื่อนไหวประหลาดเกิดขึ้นภายในห้อง มีแสงดอกบัวสีม่วงปรากฏขึ้นมา และกลายเป็นรูปร่างของชายรูปงามในชุดสีม่วง

 

“เจ้าเป็นใครกัน? กล้าดียังไงมาบุกรุกเขตแดนของข้า…”

ชายที่ดูเหมือนกับเทพที่จุติลงมาพูดอย่างเย็นชา แต่ในตอนที่เขาเหลือบไปเห็นหานเซิ่น เขาก็ร้องตะโกนออกมาด้วยความตกใจ “ดอลลาร์… เจ้า… เจ้า… เจ้า… ทำไมเจ้าถึงยังไม่ตาย?”

 

“อีวิลโลตัสก็อต เจ้าอยากให้ข้าตายมากขนาดนั้นเลยอย่างนั้นหรอ?”

หานเซิ่นมองไปที่อีวิลโลตัสด้วยรอยยิ้ม ขณะที่ในใจของเขากำลังคิดไปว่า ‘เทพสปิริตปรากฎตัวในโลกใบนี้ได้ด้วยอย่างนั้นหรอ โลกทั้งสองโลกมีความเกี่ยวข้องกันยังไง?’

 

“ข้าไม่” อีวิลโลตัสก็อตพยายามสงบจิตใจของตัวเองก่อนที่จะมองไปที่หานเซิ่นด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน

“ดอลลาร์… เจ้าช่วยลดพลังของเจ้าลงไปจะได้ไหม? ที่นี่เป็นเขตแดนของข้า ถ้าเกิดเจ้าพยายามจะทำลายกฎของโลกและเทพสปิริตระดับสูงสัมผัสถึงมันเข้า เจ้าจะต้องเจอกับปัญหา อย่าบอกว่าข้าไม่เตือน ถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมา”

 

เมื่อหานเซิ่นเห็นว่าลมปราณสีม่วงถูกขับออกไปจากตัวของหลี่ปิงหยูจนหมดแล้ว เขาก็ลดพลังของตัวเองลง ความจริงแล้วเขาใช้พลังนานกว่าไม่ได้ การฝ่าฝืนกฎของโลกนั้นจำเป็นต้องใช้พลังมหาศาล พลังของเขาจะหมดลงในไม่ช้า

 

เมื่อเห็นหานเซิ่นกลับมาดูเป็นปกติอีกครั้ง ใบหน้าของอีวิลโลสัตก็อตก็ดูแปลกยิ่งกว่าเดิม เขาตรวจเช็คหานเซิ่นโดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมา

 

“อีวิลโลตัสก็อต ทำไมเจ้าไม่บอกข้ามาว่าเกิดอะไรขึ้น?” หานเซิ่นเองก็ตรวจเช็ตอีวิลโลตัสก็อตเช่นกัน

 

ดูเหมือนว่าอีวิลโลตัสก็อตจะไม่ได้เข้าสิงบางสิ่งเพื่อจุติลงมา ร่างกายพระเจ้าของอีวิลโลตัสก็อตกำลังอยู่ต่อหน้าของหานเซิ่นจริงๆ ตอนนี้เขามีพลังทั้งหมดของตัวเอง

 

“เจ้าหมายความว่ายังไงที่ว่าเกิดอะไรขึ้น? ข้าไม่เข้าใจว่าเจ้ากำลังพูดถึงเรื่องอะไร ยังไงก็ตามเจ้าควรหยุดสร้างปัญหาในโลกใบนี้” หลังจากพูดแบบนั้น อีวิลโลตัสก็อตก็เตรียมตัวที่จะจากไป

 

“เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าทำลายวิหารพระเจ้าของเจ้าอย่างนั้นหรอ?” หานเซิ่นพูดพร้อมกับมองไปที่อีวิลโลตัสก็อต

 

สีหน้าของอีวิลโลตัสก็อตเปลี่ยนไป เขากัดฟันและมองไปที่หานเซิ่น

“ข้าขอเตือนเจ้า เจ้าคิดว่าเพียงเพราะเจ้าปกป้องจักรวาลจีโนเอาไว้ได้ เจ้าจะทำอะไรตามใจชอบก็ได้อย่างนั้นหรอ? ในเมื่อร่างกายของเจ้าไม่ได้ถูกปฏิเสธโดยโลกใบนี้โดยสมบูรณ์ เจ้าก็ไม่ควรทำตัวเป็นจุดเด่น อย่าได้สร้างปัญหา ถ้าหัวหน้าของข้ารู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ เจ้าก็ต้องเป็นทุกข์ทรมานเหมือนอย่างฉินซิว”

 

หานเซิ่นพูดด้วยรอยยิ้ม “ฉินซิว เขาทุกข์ทรมานตรงไหนกัน? เขาเพิ่งจะไปทำลายปราสาทพระเจ้าอย่างมีความสุขไม่ใช่หรอ?”

 

ใบหน้าของอีวิลโลตัสก็อตเปลี่ยนเป็นสีเขียว แต่เขาไม่กล้าจะทำอะไรหานเซิ่น เขาแค่พูดขึ้นว่า

“ฉินซิวใช้ร่างกายของลูกชายเจ้าเพื่อกลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลจีโน มันทำให้เขาไม่ถูกจำกัดโดยกฎของจักรวาลจีโน แต่เจ้าทำแบบนั้นไม่ได้ เจ้าคิดว่าเจ้าจะต่อสู้กับเทพสปิริตระดับสูงด้วยสภาพในตอนนี้ได้อย่างนั้นหรอ?”

 

“ต่อหน้าพระเจ้าระดับสูง แน่นอนว่าข้าทำไม่ได้ แต่การทำลายวิหารของเจ้านั้นไม่ใช่เรื่องยากอะไร” หานเซิ่นพูด

 

ดวงตาของอีวิลโลตัสก็อตกระตุก เขาพูดอย่างโมโห “เจ้าต้องการอะไรจากข้า?”

 

“ผู้คนของข้าในสเปชการ์เด้นเป็นยังไงกันบ้าง?” หานเซิ่นไม่ได้ถามเกี่ยวกับโลกนี้ เขากำลังถามเกี่ยวกับโลกที่จากมา

 

“พวกเขาสบายดี” อีวิลโลตัสก็อตพูด

“ตอนนี้สเปชการ์เด้นเป็นฝ่ายอำนาจอันดับหนึ่งในจักรวาลจีโน สปิริตจุดดวงไฟในจีโนฮอลล์เรียบร้อยแล้ว และมันไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่มนุษย์จะจุดดวงไฟของพวกเขาเอง”

 

“ถ้าพวกเขากลายเป็นฝ่ายอำนาจอันดับหนึ่ง ทำไมมนุษย์ถึงยังไม่จุดดวงไฟในตะเกียงอีก?” หานเซิ่นถามด้วยความสับสน

 

“ข้าจะรู้ได้ยังไง?” อีวิลโลตัสพูด “เจ้าไปถามลูกของเจ้าเองสิ”

 

“โอเค ถ้าอย่างนั้นข้าจะกลับไปถามลูกชายของข้าได้ยังไง?” หานเซิ่นถามอีวิลโลตัสก็อต

 

อีวิลโลตัสก็อตอึ้งไป หลังจากผ่านไปสักพักเขาก็พูดขึ้นว่า “อย่ามาถามข้า ข้าไม่รู้จริงๆ นอกจากฉินซิวแล้ว ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นที่เดินทางระหว่างทั้งสองโลกได้ ถ้าเจ้าอยากรู้ว่าฉินซิวทำแบบนั้นได้ยังไง เจ้าก็ต้องไปถามกับเขาเอง ข้าจุติมาในที่แห่งนี้เป็นเวลานานไม่ได้ ข้าต้องไปแล้ว”

 

“ทั้งสองโลกมีความสัมพันธ์กันยังไง?” หานเซิ่นถาม

 

“ข้าไม่รู้ เจ้าต้องหาความจริงด้วยตัวเจ้าเอง เทพสปิริตนั้นต้องยึดถือกฎของเทพสปิริต ถ้าข้าฝ่าฝืนกฎ และพวกเขารู้เข้า ข้าก็ต้องซวยไปกับเจ้าด้วย ข้าจำเป็นต้องไปแล้ว เจ้าควรจะระวังตัวให้ดี ถ้าเจ้าทำลายวิหารของข้าล่ะก็ พวกเราก็ต้องประสบกับเคราะห์ร้ายกันทั้งคู่ หัวหน้าของข้าจะตามล่าตัวเจ้า และพวกเขาจะไม่หยุดจนกว่าเจ้าจะตาย”

อีวิลโลตัสหันหลังกลับ ไม่ว่าหานเซิ่นจะตอบกลับมาว่าอะไร เขาก็ไม่สนใจ เขาจำเป็นต้องไปแล้ว

 

“ก่อนที่เจ้าจะไป เจ้าช่วยมอบโลหิตชีพจรเทพสปิริตของเจ้าให้กับข้าได้ไหม?” หานเซิ่นพูดด้วยรอยยิ้ม

 

“ไม่มีทาง” อีวิลโลตัสก็อตกัดฟันพูด ขณะที่ร่างกายของเขาเริ่มจางหายไป

 

“อย่าขี้เหนียวแบบนั้น! เจ้ามอบมันให้กับมนุษย์ตั้งมากมาย อย่างเจ้ามอบให้กับข้าอีกคนจะเป็นอะไรไป? หรือว่าเจ้าอยากให้ข้าไปที่วิหารของเจ้าก่อนที่เจ้าจะยอมมอบมันให้กับข้า?” หานเซิ่นมองไปที่อีวิลโลตัสก็อตด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย

 

ร่างกายของอีวิลโลตัสก็อตเกือบจะจางหายไปอย่างสมบูรณ์แล้ว เขาพูดอย่างรำคาญ “โลหิตชีพจรของเจ้าดีกว่าข้า แบบนั้นข้าจะมอบโลหิตชีพจรเทพสปิริตให้กับเจ้าได้ยังไง?”

 

“แบบนี้นี่เอง เจ้าควรบอกข้าให้เร็วแก่นี้” หานเซิ่นทำท่าทางเหมือนกับว่าเขาเข้าใจอะไรบางอย่าง เขายิ้มและพูดขึ้นว่า

“ถ้าอย่างนั้นก็ลาก่อน ถ้าข้ามีปัญหาอะไร ข้าจะไปหาเจ้า ข้าแน่ใจว่าเจ้าจะยินดีช่วยข้าถูกไหม?”

 

อีวิลโลตัสที่จางหายไปมองหานเซิ่นด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ดูโมโหมากๆ ความรู้สึกของเขาเกี่ยวกับหานเซิ่นนั้นเป็นอะไรที่ยากจะอธิบาย

 

เมื่อเห็นอีวิลโลตัสก็อตจางหายไป หานเซิ่นก็พูดกับตัวเอง

“ดูเหมือนว่าไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่เราจะช่วยให้คนอื่นได้รับโลหิตชีพจรเทพสปิริต ถ้ามิสเตอร์หยางจงรักภักดีต่อเรา เราก็จะไปที่วิหารและช่วยให้เขาได้รับโลหิตชีพจรเทพสปิริตของอีวิลโลตัสก็อต”

 

หานเซิ่นไม่ค่อยเข้าใจท่าทีของอีวิลโลตัสก็อตที่มีต่อเขาเท่าไหร่ ดูเหมือนกับว่าอีวิลโลตัสก็อตนั้นหวาดกลัวเขา แต่ถ้าเรื่องที่อีวิลโลตัสบอกว่าหัวหน้าของเขาพยายามจะฆ่าหานเซิ่นเป็นเรื่องจริง แบบนั้นทำไมอีวิลโลตัสถึงไม่ไปฟ้องหัวหน้าของเขา? เขาไม่จำเป็นต้องเสี่ยงถูกข่มขู่โดยหานเซิ่น

 

หานเซิ่นคิด ‘ดูเหมือนว่าเทพสปิริตของโลกนี้จะประสบกับกฎและข้อจำกัดเช่นเดียวกัน อยากรู้จริงๆว่าพระเจ้าจะปฏิบัติกับเรายังไงกันถ้าเขาเห็นเราอีกครั้ง’

 

Super God Gene

Super God Gene

ในยุคสมัยที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของมนุษย์ถูกพัฒนาจนถึงระดับสูง ในที่สุดมนุษยชาติก็ได้ค้นพบวิธีการเทเลพอร์ต แต่เมื่อพวกเขาทดลองเทเลพอร์ต กลับพบว่าพวกเขาไม่ได้ถูกส่งไปในอนาคต อดีตหรือสถานที่อื่นๆที่มนุษย์รู้จัก แต่มันคือโลกที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง สถานที่ลึกลับนี่ถูกเรียกว่า ‘ก็อด เเซงชัวรี่’ ที่นี่มีสิ่งมีชีวิตประหลาดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อมนุษย์ลองกินสิ่งมีชีวิตประหลาดเข้าไป ร่างกายของพวกเขาพัฒนาขึ้นและยังเพิ่มอายุขัยขึ้นด้วย มันคือก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ชาติในการวิวัฒนาการเพื่อสร้างยุคสมัยที่ยิ่งใหญ่ “ด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ถูกฆ่า คุณได้รับวิญญาณอสูรด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ เมื่อกินเนื้อของด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ คุณมีโอกาสได้รับ 0 ถึง 10 Geno Point โดยการสุ่ม” The future unfolded on a magnificent scale into the Interstellar Age. Humanity finally solved the space warp technology, but when humanity transported themselves into the other end, they discovered that place neither had a past nor future, nor was there any land under the starry skies…… The mysterious sanctuary was actually a world filled with countless tyrannical unusual organisms. Humanity faced their great leap in evolution, starting the most glorious and resplendant new era under the starry skies. “Slaughtered the God Blood organism ‘Black Beetle’. Received the God Blood Black Beetle’s Beast Soul. Used the God Blood Black Beetle’s flesh. Randomly obtaining 0 to 10 points of God Gene(s).”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset