The Divine Nine Dragon Cauldron – ตอนที่ 719-720

DND.719 – ก่อร่างจุดกำเนิดพลังขึ้นใหม่
  ก้นบึ้งมังกรเงียบเชียบลงซือหยูลงเอยด้วยการเสียฐานพลังทั้งหมดไปและกลายเป็นแค่คนธรรมดาหลังจากการต่อสู้ครั้งใหญ่ เขาอ่อนแอกว่าภูติทั่วๆไปอย่างมิอาจต่อกร
  ซือหยูยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายคำพูดที่เซี่ยนเอ๋อพูดก่อนตายยังคงดังก้องอยู่ในใจของเขา…
  ‘อย่าตายนะ!ไม่มีพี่แล้วข้าจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง?’
  นางพูดในตอนที่แนบอยู่กับอกของเขา
  ‘พี่ซือหยูข้าจะรักพี่ตลอดไป’
  นั่นเป็นคำพูดในตอนที่นางจางหายไปขณะที่ยิ้มอย่างพอใจนางมองซือหยูตั้งแต่ต้นจนจบ
  ครั้งนั้นคือเวลาที่ซือหยูได้รับรู้ว่านางต้องเดียวดายแค่ไหนเขาเอาแต่พูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเขาจะดูแลเซี่ยนเอ๋อ แต่เขาก็ไม่เคยห่วงใยหรือใส่ใจในความรู้สึกจริงๆของนาง
  สิ่งที่เขาใส่ใจก็คือการทำคำสัญญาที่ได้ลั่นวาจาไว้แต่มิใช่เพื่อเซี่ยนเอ๋อ คนที่เห็นแก่ตัวหาใช่ใครอื่นนอกจากตัวเขาเอง
  เขามิอาจเข้าใจรอยยิ้มยินดีของเซี่ยนเอ๋อก่อนที่นางจะจากไปน้ำตาอาบแก้มทั้งสองเป็นสายเมื่อเขาคิดถึงเหตุการณ์นั้น
  ในวันนี้เขาได้เสียคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตไป สตรีที่รักเขาที่สุด เขายังต้องทนความเจ็บปวดที่จุดกำเนิดพลังถูกทำลายอีก
  “นายน้อย…”
  “ซือหยู…”
  หวูอู๋ยี่ฉีหยุนเซี่ยง และคนอื่นๆเข้ามาหาและเรียกเขาเบาๆ พวกเขาอยากจะปลอบซือหยูแต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร
  “ข้าอยากจะอยู่คนเดียวสักหน่อย”
  ซือหยูโบกมือให้พวกนางออกไปเขาเดินไปยังภูเขาลูกเล็กคนเดียวท่ามกลางความมืดมิดของก้นบึ้งมังกร เขานั่งที่นั่นและไม่ขยับเขยื้อน
  เขานั่งอย่างเงียบเชียบไปหนึ่งชั่วยาม…สิบชั่วยาม…แม้จะผ่านไปทั้งวันเขาก็ยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น
  …
  หลายวันผ่านไปเขาดูเหมือนกับรูปปั้นศิลา เขานั่งนิ่งไม่ขยับแม้แต่ครั้งเดียว แต่ตลอดเวลา เขาไม่ได้หลับตาแม้แต่ครั้งเดียว ใบหน้าของเขาซีดเซียว ร่างกายของเขาซูบผอมลง
  หวุอู๋ยี่ยืนหน้าภูเขาเพื่อปกป้องเขาหัวใจของนางเจ็บปวดทุกครั้งที่มองซือหยู เรื่องของเซี่ยนเอ๋อนับเป็นเรื่องร้ายแรงกับเขา และเขาก็ยังมิอาจก้าวข้ามไปได้
  “แม่นางหวูได้โปรดให้ข้าเข้าไปเจอเขาเถอะ”
  ฉีหยุนเซี่ยงดวงตาบวมแดงนางเจ็บปวดเมื่อได้เห็นซือหยูในสภาพนี้
  หวูอู๋ยี่ส่ายหน้าใบหน้าของนางหนักแน่น
  “เลิกถามได้แล้วนายน้อยของข้าไม่ต้องการคำปลอบโยนจากเจ้า เขาเพียงต้องการอยู่คนเดียว ต่อให้เจ้าเข้าไป เจ้าก็ทำอะไรไม่ได้”
  นางพูดและมองไปยังกลุ่มสตรีที่อยู่ไม่ไกลจากฉีหยุนเซี่ยงเหล่านั้นมีองค์หญิงหยุนหยาน หยูโหรว ม่ออู๋ จ้าวคณะวิหคเพลิง และเฟิงเซี่ยง พวกนางคือเหล่าสตรีที่เคยได้ผ่านเข้ามาในชีวิตซือหยู และพวกนางก็ทนไม่ได้ที่เห็นซือหยูเป็นแบบนี้
  “โปรดบอกซือหยูว่าเซี่ยนเอ๋อยังคงรอให้เขาไปช่วยนางเขาควรจะมีสติกลับมาได้แล้ว…”
  ฉีหยุนเซี่ยงพูด
  หวูอู๋ยี่พยักหน้าก่อนจะหลับตาช้าๆแต่ในตอนนั้นเอง ซือหยูได้ขยับตัว! เขายืนขึ้นและสะบัดฝุ่นที่สะสมบนตัวเขา
  มีฝุ่นหนาเกาะร่างของเขาในตอนที่เขานั่งนิ่งเป็นรูปปั้นมานานเขากลับมาเป็นเหมือนเดิม ผู้ที่สวมชุดขาวสะอาดเรียบง่ายและไร้ฝุ่นผง แม้ว่าเขาจะดูผอมลง เขาก็ตัวสูงโปร่งอย่างเคย
  แต่สิ่งที่ทำให้พวกนางสับสนก็คือเส้นผมสีเงินที่เสียความเงางามไปมันกลายเป็นสีขาวราวหิมะ เส้นผมของเขาได้หงอกขาวจากการย้ำคิดถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น เส้นผมขาวได้สยายออกเมื่อเขายืนขึ้นช้าๆ
  “ยี่เอ๋อมาหาข้า…”
  เสียงของเขาแหบราวกับไม่ใช่มนุษย์ดูเหมือนว่าเวลาหลายวันที่ผ่านไปจะทำให้เสียงของเขาหายไปด้วย
  หวูอู๋ยี่สั่นไปทั้งตัวเมื่อเงยหน้ามองชายผมขาวซือหยูในตอนนี้ราวกับเป็นคนละคน
  หวูอู๋ยี่เจ็บแปลบในใจนางปีนเขาและคุกเข่าต่อหน้าเขา
  “นายน้อยท่านต้องการสิ่งใดรึ?”
  ซือหยูหันมามองความรู้สึกต่างๆของเขาหายไปหมดแล้ว ใบหน้าของเขาไร้สีสันและซีดเผือด
  “ยี่เอ๋อข้าอยากสร้างจุดกำเนิดพลังขึ้นใหม่ จะช่วยข้าได้หรือไม่?”
  เขาถาม
  หวูอู๋ยี่ตกใจมากและยินดีกับคำขอของเขา
  “นายน้อยท่านมีวิธีสร้างมันขึ้นมาใหม่งั้นรึ? ทำไมท่านไม่พูดมาก่อนหน้านี้เล่า?”
  นางตื่นเต้นอย่างมาก!ถ้าซือหยูได้พลังกลับมา เขาก็จะออกจากที่นี่ไปต่อสู้และเอาตัวเซี่ยนเอ๋อกลับมาได้ และเขาก็จะได้ฆ่าผู้หญิงอวดดีอย่างเซี่ยจิงหยูด้วย!
  “นายน้อยต้องการสิ่งใดจากข้ารึ?ข้าจะไม่ลังเลที่จะช่วยนายน้อยแน่นอน”
  หวูอู๋ยี่สงสัยและคิดว่าซือหยูจะใช้วิธีใดในการรักษาตัวเองซึ่งบางทีอาจจะช่วยให้นางเรียนรู้ได้อีกขั้น
  ซือหยูหันไปมองหวูอู๋ยี่เส้นผมขาวปลิวไสวตามแรงลม แรงของเขาแล่นผ่านมาอย่างเงียบเชียบ
  “ข้าต้องการหยินของเจ้า”
  หวูอู๋ยี่เบิกตาโพลงนางไม่คิดเลยว่าสิ่งที่ซือหยูต้องการจะเป็นหยินของนาง! หรือพูดอีกอย่างก็คือเขาต้องการให้นางเป็นผู้หญิงของเขาและมอบความบริสุทธิ์ให้
  หวูอู๋ยี่ขบริมฝีปากนางขัดขืนอยู่ภายใน นางนับถือซือหยูและรู้สึกขอบคุณเขามาก แต่นางก็รู้ว่านางจะไม่มีทางได้อยู่กับเขา แม้ว่านางจะต้องมอบครั้งแรกให้กับเขาก็ตาม เพราะอย่างไรเขาก็แต่งงานและรักคนอื่นไปแล้ว!
  “ถ้าเจ้าไม่เต็มใจก็จงลืมไปเสีย”
  ซือหยูถอนหายใจ
  “มันเป็นวิธีที่ยากจริงๆ…”
  แต่ทันทีที่เขาพูดเขาก็ได้ยินเสียงปลดเปลื้องผ้ามาจากด้านหลัง เมื่อเสียงนั้นหายไป ความอบอุ่นพร้อมกับร่างอันนุ่มลื่นก็ได้แนบชิดกับหลังของเขา
  “เจ้าไม่เสียใจรึ?ความสัมพันธ์เช่นนี้มิได้เติบโตเป็นสิ่งใดเลย”
  ซือหยูไม่หันไปมองนาง
  หวูอู๋ยี่สีหน้าขมขื่นใบหน้าขาวราวหิมะของนางแดงระเรื่อขึ้นมา
  “ถ้านายน้อยต้องการสิ่งใดไม่ว่าอะไรข้าก็จะให้”
  หวูอู๋ยี่ได้ขยับตัวมาข้างหน้าเมื่อซือหยูลังเลและกอดเขา
  “ทำเพื่อเซี่ยนเอ๋อเถอะ”
  นางขมขื่นจากข้างในนางกำลังจะทิ้งครั้งแรกของตัวเองไปเพื่อสตรีอื่น ซือหยูถอนหายใจและกดนางลงกับพื้น ทั้งสองสอดประสานกัน เสียงครางเบาๆดังไปชั่วเวลาหนึ่ง
  …
  ผ่านไปครึ่งชั่วยามซือหยูหยิบขนนกสีขาวออกมา มันคือขนนกที่เซี่ยนเอ๋อเจอจากซากของราชาภูติ และวิชาการรักษาจุดกำเนิดพลังก็ถูกบันทึกเอาไว้ด้วย
  พลังหยินจำนวนมากและวารีเทวะของราชาภูติเป็นสิ่งที่ต้องใช้ในการฟื้นฟูจุดกำเนิดพลังขึ้นใหม่และมันจะใช้วิธีนี้ได้ก็ต่อเมื่อจุดกำเนิดพลังของเขาถูกทำลายจนไม่เหลือสิ่งใด ดังนั้นวิชานี้จึงไร้ประโยชน์ในตอนที่เขาถูกจักรพรรดิโลหิตทำลายแก้วไปหนึ่งดวง
  ซือหยูสวมเสื้อผ้าและหลับตาชี้นำทางหยินไปยังจุดกำเนิดพลังที่ถูกทำลายจุดกำเนิดพลังของเขาถูกแทงจนทะลุ ไม่ว่าพลังวิญญาณใดจะเข้าไป มันก็พร้อมที่จะไหลออกมา
  จุดกำเนิดพลังที่ถูกแทงทะลุทำให้เขามิอาจเก็บสะสมพลังจนสร้างแก้วพลังขึ้นมาได้สิ่งที่เขาต้องทำในขั้นแรกคือการก่อร่างและบุผนังเก็บพลังให้ครบถ้วน
  พลังหยินนั้นมีผลในการฟื้นฟูที่ยิ่งใหญ่เพราะเหตุนี้ ผู้บ่มเพาะพลังที่ชั่วช้ามากมายจึงได้ใช้มันในการเก็บสะสมพลัง พลังหยินจึงเป็นพลังที่สำคัญที่จะทำให้เขาได้พลังกลับมาอีกครั้ง
  หวูอู๋ยี่นั้นอายุยี่สิบห้าปีนางสงวนกายไว้อย่างบริสุทธิ์ผุดผ่องจึงทำให้มีพลังหยินอยู่มาก เขาทำพาพลังหยินของนางไปยังจุดกำเนิดพลังที่ถูกทำลาย
  จุดกำเนิดพลังของคนธรรมดามีขนาดเท่ากำปั้นการสร้างขึ้นมาใหม่จะต้องสร้างจุดกำเนิดพลังใหม่เหนือจุดเดิม แต่พื้นที่ในช่องท้องของเขามีจำกัด เขาจึงไม่มีพื้นที่มากพอในการสร้างมันขึ้นมา
  ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องสร้างจุดกำเนิดพลังใหม่ล้อมรอบจุดกำเนิดพลังเดิม มันเหมือนกับการห่อเนื้อบดด้วยแผ่นเกี๊ยว! เขาต้องปกคลุมผิวจุดกำเนิดพลังเก่าด้วยพลังหยิน เมื่อปิดมันหมดแล้ว จุดกำเนิดพลังใหม่ก็จะถูกสร้างขึ้นที่นั่น
  ซือหยูนำทางพลังหยินไปอย่างระมัดระวังเขารู้ว่าจะต้องไม่ใช้พลังหยินอันล้ำค่าอย่างสูญเปล่า
  เวลาผ่านเลยไปเขาได้ใช้พลังหยินของหวูอู๋ยี่จนหมดเมื่อผ่านไปหนึ่งชั่วยาม แต่เขาก็ต้องถอนหายใจเบาๆเมื่อพบว่าพลังหยินทั้งหมดของนางปกปิดจุดกำเนิดพลังของเขาได้ไม่ถึงหนึ่งในร้อยส่วน นั่นหมายความว่าเขาต้องการพลังหยินจากสตรีบริสุทธิ์อย่างหวูอู๋ยี่อีกร้อยคน
  เขามีตำแหน่งใหญ่ในฐานะเจ้าพันธมิตรผู้คุมสวรรค์และก็มีอำนาจอยู่มากถ้าอยู่ในโลกภายนอก เขาคงหาสตรีที่เต็มใจจะเสนอร่างกายให้กับเขามากกว่าร้อยคนได้ง่ายๆ แต่ตอนนี้เขาอยู่ที่ก้นบึ้งมังกร มีหญิงสาวอยู่ที่นี่ไม่ถึงหมื่นคน
  ในหมื่นคนนี้คงมีไม่ถึงพันคนที่ยังคงความบริสุทธิ์เอาไว้ เขาคงจะหาผู้หญิงร้อยคนที่เต็มใจเสนอร่างกายให้เขาได้แน่นอน
  วิชานี้คือเหตุผลในเบื้องลึกที่บางวิชาต้องการสตรีที่มีกายาหยินที่สูงส่งนอกจากผู้ที่บ่มเพาะวิชาที่ชั่วร้ายที่บังคับฝืนใจสตรี…คนธรรมดาๆจะหาสตรีบริสุทธิ์ที่เต็มใจจะมอบร่างกายให้ได้ยังไงกัน? ซือหยูถอนหายใจ การใช้วิธีนี้นั้นช่างยากลำบากนัก
  “ซือหยูทำไมไม่ลองกับข้าล่ะ?”
  เสียงอ่อนโยนเหนียมอายที่เบาราวกับเสียงยุงดังขึ้นมา
  เขาเงยหน้ามองและพบองค์หญิงหยุนหยานที่มาอยู่ข้างๆอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในสำนักหลิวเซี่ยนทำให้นางเลือกจะปิดตัวอยู่ในตระกูลหยุนและไม่กล้าจะเผยตัวต่อผู้คน
  ซือหยูตกใจมากเขามองรอบๆและพบว่าหวูอู๋ยี่ได้ลงจากภูเขาไปแล้ว นางเหลือไว้เพียงคราบโลหิตบนพื้น
  องค์หญิงหยุนหยานไม่กล้าจะมองซือหยูตรงๆนางพยักหน้า
  “นางบอกทุกอย่างกับข้าแล้วข้ามาที่นี่ด้วยตัวเอง ข้ายังมีพลังหยินเหลืออยู่เพราะไม่ได้ถูกเอาไปหมดในครั้งนั้น มันคงจะช่วยเจ้าได้บ้าง”
  ซือหยูลังเลเมื่อได้ยินนางและองค์หญิงหยุนหยานก็ได้ปลดเปลื้องผ้าเอนกายเข้าหาซือหยูในตอนนั้นเอง นางพูดเบาๆ
  “เริ่มกันเถอะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกของเรา เจ้าไม่ต้องกลัวว่าข้าจะเจ็บหรอก”
  ซือหยูรู้สึกหนักอึ้งในใจเมื่อนางพูดออกมาเขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งและจรดร่างนางลงกับพื้น เมื่อผ่านไปครึ่งชั่วยาม เขาก็เริ่มใช้พลังหยินของนาง
  พลังยินของนางนั้นด้อยกว่าหวูอู๋ยี่อย่างมากแต่ซือหยูก็ใช้มันอย่างระวัง และเมื่อใช้จนหมดก็มีสตรีอีกสองคนปรากฏตัวต่อหน้าเขา!
  “ท่านจ้าวคณะ?เฟิงเซี่ยน?”
  ซือหยูตกตะลึง
  เฟิงเซี่ยนยิ้มอย่างอ่อนหวาน
  “ข้าไม่มีพลังหยินเหลืออยู่แล้วแต่อาจารย์ข้ายังพอมีอยู่บ้าง เจ้าไม่ต้องเก็บมันเอาไว้หรอก”
  นางเดินลงจากภูเขาช้าๆเมื่อพูดจบนางปรากฏตัวเพียงเพื่ออยู่เคียงข้างจ้าวคณะวิหคเพลิงที่ไม่มีความกล้ามากพอ
  จ้าวคณะวิหคเพลิงหน้าแดงเมื่อพูดเบาๆ
  “เอาล่ะข้าจะให้เจ้าได้เสพร่างนี้อีกครั้ง”
  …
  พลังหยินของนางมิได้มีอยู่มากและคุณภาพของพลังก็เหนือกว่าองค์หญิงหยุนหยานเพียงเล็กน้อย ซือหยูดวงตาเป็นกังวล เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะสร้างฐานพลังขึ้นใหม่ถ้าหากยังเป็นเช่นนี้ เขารู้สึกว่าเมื่อเวลาผ่านไป พลังหยินที่เขาได้รับมาจะเริ่มสลายไปแล้ว
  พอถึงตอนนั้นก็มีสตรีอีกสองคนมาหาเขา…
  “ท่านหยูโหรว?ม่ออู๋?”
  ซือหยูตกตะลึงอีกครั้งสีหน้าของเขาหม่นหมองและรีบโบกมือให้พวกนางกลับไป
  “โปรดลงไปจากที่นี่เถอะพวกเรามิได้ใกล้ชิดต่อกัน ข้ารับพลังหยินของพวกท่านไม่ได้หรอก”
  ใบหน้างดงามของหยูโหรวแดงระเรื่อผิวขาวของนางราวกับได้สะท้อนกับอาทิตย์อัสดง นางชวนให้หลงใหญ่อย่างไม่น่าเชื่อ
DND.720 – เนตรเงินล้างอสูร
  “ข้าน่าจะช่วยเจ้าได้เจ้าลืมไปแล้วรึว่าทำไมลู่จุนถึงอยากได้ตัวข้านัก?”
  หยูโหรวสางผมของนางขณะที่พูดอย่างอ่อนโยน
  นางพูดต่อ
  “ข้ามีกายาหยินที่มีพลังอยู่มากข้ามีพลังหยินที่เทียบเท่าสตรีบริสุทธิ์ร้อยคน ถ้าเจ้าไม่อยากให้มีสตรีใดเสนอตัวมามากไปกว่านี้ เจ้าก็ไม่ควรจะลังเลอีก”
  ซือหยูคิดย้อนกลับไปลู่จุนจากพันธมิตรร้อยดินแดนได้ใช้เวลาร่วมสิบปีเพื่อจับตัวหยูโหรว นั่นก็เพราะว่านางมีกายาหยินที่มีพลังมหาศาล
  ซือหยูเลิกคิ้วเมื่อคิดได้ว่าหยูโหรวมีร่างกายเช่นนั้นจริงม่ออู๋ขมวดคิ้วขณะที่ซือหยูลังเล
  “ทำไมบุรุษอย่างเจ้าถึงตาขาวนัก?หลับตาแล้วหุบปากไปซะ”
  ซือหยูเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะโค้งคำนับให้แก่ทั้งคู่
  “แม่นางบุญคุณต่อท่านยิ่งใหญ่เทียมฟ้า ต่อให้จะแก่เฒ่าฟันฟางหลุดร่อนก็มิอาจลืมเลือน”
  เขาพูดและหลับตาปล่อยให้หยูโหรวเป็นคนเริ่มไม่นานก็มีร่างอันเรียบเนียนและอบอุ่นเข้ามาหลอมรวมกับเขา เมื่อทั้งคู่ร่วมรักกันได้ครู่หนึ่งซือหยูก็ขมวดคิ้วขึ้นมา แม้ว่าพลังหยินนี้จะไม่ได้อ่อนด้อย แต่มันก็เพียงเทียบเท่าหวูอู๋ยี่เท่านั้น
  เขาลืมตาช้าๆและพบว่าสตรีที่อยู่บนตัวของเขากลับเป็นคนอื่น!
  “ม่ออู๋!”
  ซือหยูตกตะลึงคนที่เข้ามาในอ้อมกอดของเขาเมื่อครู่มิใช่หยูโหรวแต่เป็นม่ออู๋!
  “อะไรกัน?เจ้ารังเกียจข้าขนาดนั้นเชียวรึ?”
  ม่ออู๋เลิกคิ้วและทำใบหน้าร้ายๆนางหน้าแดงราวกับลูกตำลึงสุก
  หยูโหรวที่อยู่ข้างๆถอนหายใจเบาๆ
  “ม่อเอ๋อเจ้าไปได้แล้วล่ะ ถ้าไม่มีสิ่งใดติดค้างในใจเจ้า เจ้าก็บ่มเพาะอย่างสงบสุขได้แล้วล่ะ”
  นางถอดเสื้อผ้าขณะที่พูดและเข้าไปที่อ้อมกอดของซือหยู
  ลมหายใจของนางหอมหวานยิ่งนัก
  “ข้ากับศิษย์ข้าลงเอยต้องมอบร่างกายให้เจ้าในวันนี้”
  ผ่านไปอีกนานหยูโหรวได้ลงจากภูเขาไปทั้งที่แก้มยังแดงอยู่ และนางทำให้ซือหยูได้พลังหยินไปเป็นจำนวนมาก!
  พลังหยินของนางเป็นอย่างที่นางกล่าวไว้มันเหนือกว่าผู้หญิงธรรมดามากกว่าร้อยคน พลังหยินเข้าสู่จุดกำเนิดพลังของซือหยูราวกับน้ำหลาก มันปกปิดทุกระเบียดนิ้วจนหมด!
  ครู่ก่อนเขายังกังวลอยู่เลยว่าเขาจะได้พลังหยินมากพอหรือไม่ แต่ตอนนี้เขามีเกินพอแล้ว! ซือหยูดูดซับพลังหยินจนหมดเมื่อผ่านไปสามชั่วยาม
  ถ้าหากมีคนมองในร่างกายของเขาก็จะพบว่าจุดกำเนิดพลังที่เสียหายได้ถูกปกคลุมไปด้วยพลังหยินที่หนาแน่นจนมองไม่เห็น
  “ข้าปิดมันด้วยพลังหยินเสร็จแล้ว!ต่อไปก็ต้องใช้วารีเทวะของราชาภูติ! ตอนนั้นพลังหยินก็จะหลายเป็นจุดกำเนิดพลังของจริง!”
  ซือหยูพลิกฝ่ามือเรียกขวดที่มีวารีหลายหยดข้างในออกมา
  มันคือวารีเทวะของราชาภูติที่เซี่ยนเอ๋อไม่คิดจะใช้เขาไม่รู้ว่ามันมีส่วนประกอบอย่างไรบ้าง แม้ว่าจะให้หวูอู๋ยี่ตรวจสอบมันอยู่นาน เขาก็ไม่ได้อะไรเลย
  สิ่งเดียวที่เขารู้ก็คือวารีเทวะนี้จะทำให้ฐานพลังของผู้ใช้เลื่อนไปอีกขั้นตามที่มันเขียนไว้ในขนนก มันยังมีพลังที่เหนือจินตนาการถ้าหากหลอมรวมกับธาตุหยิน
  ด้วยเวลาที่กระชั้นชิดซือหยูไม่ลังเลอีก เขาใช้หยดวารีเทวะหนึ่งหยดทันที มันเข้าผ่านสายโลหิตของเขาไปยังพลังหยินที่ปกคลุมจุดกำเนิดพลัง
  เมื่อหยดวารีเทพเข้าสู่พลังหยินด้านนอกมันก็เข้าไปหลอมรวมกันราวกับน้ำมันหยดลงน้ำ พลังหยินได้ปั่นป่วนและปะทุออกมา มันกระจายไปทั่วจนแม้แต่วารีเทวะเองก็กำลังจะกระจายออก!
  พลังหยินที่ซือหยูก่อร่างด้วยความยากลำบากแทบจะแตกสลายในพริบตาเขารู้สึกถึงความเจ็บปวดจากส่วนลึกที่สุดของดวงวิญญาณ มันเจ็บปวดจนทำให้เขาสั่นไปทั้งตัว แม้แต่ในกระดูกก็เจ็บแปลบ!
  “อ๊ากกกกกกกก!”
  เสียงร้องของซือหยูที่ดังไปทั่วก้นบึ้งมังกรทำให้คนมากมายตกใจคนเหล่านั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น…
  “นั่นเสียงของเจ้าพันธมิตรซือรึ?เกิดอะไรขึ้น?”
  “เขาเจอกับอันตรายรึ?”
  เหล่าคนรีบพุ่งไปหาเขาด้วยความเป็นห่วงซือหยูล้มลงไปกองกับพื้นและกลิ้งไปมาเพื่อทนรับความเจ็บปวด
  แต่นอกจากความเจ็บปวดจะไม่ลดลงเขายังรู้อีกว่ามันเจ็บยิ่งกว่าเดิม! เขารู้สึกว่าท้องกำลังจะถูกฉีกกระชากออกมา! มันคือความเจ็บปวดแสนสาหัสที่รุนแรงเกินไป!
  “ข้าต้องทน!นี่คือขั้นสำคัญในการสร้างมันขึ้นมาใหม่ ทุกอย่างจะสูญเปล่าถ้ายอมแพ้ตอนนี้ การเสียสละของพวกนางจะไร้ค่าและจะไม่มีใครไปช่วยเซี่ยนเอ๋อได้อีกแล้ว”
  ซือหยูกัดฟันทน
  เมื่อเวลาผ่านไปครึ่งถ้วยชาความเจ็บปวดเริ่มลดลง ร่างของซือหยูอ่อนกำลังลงและอยู่ในสภาพอ่อนแอเมื่อความเจ็บปวดหายไปจนหมด ราวกับว่าความเจ็บปวดนั้นดึงเอาพลังของเขาไปจนหมด
  ซือหยูรอจนในท้องของเขากลับมาสงบลงก่อนจะมองดูจุดกำเนิดพลังเขาพบว่าจุดกำเนิดพลังเดิมที่ถูกปกคลุมไปด้วยพลังหยินไปหายไป และจุดกำเนิดพลังใหม่ก็ได้ปรากฏขึ้นมาแทนที่
  มันยังคงมีขนาดเท่ากำปั้นและดูเหมือนกับจุดกำเนิดพลังเก่าของเขาทุกประการแต่เมื่อเขามองเข้าไปที่ภายในก็พบสิ่งที่ทำให้ตกตะลึง
  แก้วพลังชีวิตสามดวงที่แตกสลายในจุดกำเนิดพลังเก่าได้เกิดขึ้นใหม่อีกครั้งด้วยวารีเทวะของราชาภูติและตอนนี้มันก็กลายเป็นแก้วที่เต็มจนล้น! นั่นหมายความว่าเขาจะกลายเป็นภูติเมื่อใดก็ได้!
  แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจที่สุดเห็นจะเป็นจุดกำเนิดพลังอีกจุดที่ขนาดเท่าครึ่งกำปั้นที่อยู่ระหว่างแก้วพลังชีวิตทั้งสามดวงดูเหมือนว่าจะมีจุดกำเนิดพลังอีกจุดที่เล็กกว่าเกิดขึ้นในจุดกำเนิดพลังใหม่ของเขา และมันก็มีแก้วพลังชีวิตอีกสามดวงที่เหมือนกันเป๊ะ!
  ปรากฏการณ์นี้ได้ถูกเขียนเอาไว้ในขนนกของราชาภูติมันเขียนว่าจุดกำเนิดพลังเล็กคือจุดกำเนิดพลังเดิมที่เสียหาย เป็นเพราะมันถูกบีบอัดและบังคับให้อยู่ในจุดกำเนิดพลังใหม่นั่นเอง!
  จุดกำเนิดพลังชั้นนอกจะเรียกว่าจุดกำเนิดสวรรค์ขณะที่จุดกำเนิดเล็กจะเรียกว่าจุดกำเนิดธรณี มันไม่ต่างกับซือหยูได้จุดกำเนิดพลังใหม่มาเฉยๆ!
  ซือในตอนนี้จะมีพลังชีวิตในปริมาณที่เหนือกว่าคนทั่วไปและถ้าหากใช้วิชาที่เคยใช้ในอดีต วิชาของเขาก็น่าจะมีพลังมากกว่าเดิมอย่างน้อยหนึ่งเท่าตัว แต่ก็น่าเสียดายที่เขาต้องใช้วารีเทวะของราชาภูติไปทั้งหมด นั่นหมายความว่าเขาจะสร้างจุดกำเนิดพลังเช่นนี้ให้กับคนอื่นไม่ได้แล้ว
  เขารู้สึกถึงพลังที่แข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่าเมื่อกำหมัดพลังนี้ทำให้เขามั่นใจขึ้นว่าจะช่วยเซี่ยนเอ๋อมาได้ แต่เขาก็รู้ว่าการได้พลังกลับมานั้นยังคงไม่เพียงพอ
  “ยี่เอ๋อเรียกผู้เฒ่าฉิวมาพบข้าหน่อย…”
  ซือหยูสั่ง
  หวูอู๋ยี่ที่อยู่หน้าภูเขายิ้มนางหน้าแดงราวกับกลีบกุหลาบ ใบหน้านางเปล่งประกายอย่างมีชีวิตชีวา นางกลายเป็นอีกคนที่แปลกไปหลังจากที่ได้สูญเสียความบริสุทธิ์ และดูเหมือนว่านางจะพอใจเสียด้วย อย่างน้อยก็บอกได้จากสีหน้าของนาง
  หวูอู๋ยี่เข้าไปหาผู้เฒ่าฉิวขณะนั้น ซือหยูก็ถือกระบี่ปราบมังกรด้วยมือซ้าย ขณะที่มุกเงินสีหม่นได้ปรากฏในมือขวา
  “เศษสมบัติภูติกับมุกเงินเลี่ยงสายฟ้าขั้นต้น…”
  ซือหยูพูดเบาๆ
  เหตุที่มุกเงินเลี่ยงสายฟ้ายังคงอยู่ในขั้นต้นก็เพราะมันขาดคุณสมบัติวิญญาณเพื่อที่จะกลายเป็นมุกแบบสมบูรณ์สิ่งที่ขาดหายไปก็คือเศษสมบัติภูติ
  เศษสมบัติภูติเป็นของล้ำค่าตั้งแต่ครั้งโบราณที่ภูติมิอาจหาได้ดังนั้นจึงไม่มีใครคิดจะทำลายภูติเพื่อสกัดเอาวัตถุดิบออกมาแน่นอน แต่ตอนนี้มันมีความหมายกับซือหยูมาก เขาจึงเลือกที่จะทำลายเศษสมบัติภูติ
  “หวูอู๋ยี่บอกว่าจะต้องใช้พลังจิตวิญญาณสกัดคุณสมบัติวิญญาณออกมาคนที่มีพรสวรรค์ในวิญญาณเท่านั้นถึงจะหลอมรวมคุณสมบัติวิญญาณในมุกเงินขั้นต้นได้ มันต้องเอาวิญญาณออกจากร่างเมื่อทำขั้นตอนนั้น ถึงมันจะยากอย่างมากสำหรับคนอื่น แต่กับข้านั้นง่ายดายนัก…”
  ซือหยูบ่มเพาะโอรสสวรรค์จ้องนภามานานเขาสามารถนำดวงวิญญาณออกจากร่างได้ง่ายๆ ตามปกติมันคือความสามารถที่มีแต่จ้าวเทวะเท่านั้นที่จะทำได้!
  ซือหยูเริ่มขยับมือไปมาวิญญาณของเขาได้ออกมาผ่านหน้าผาก จากนั้นจึงขยับมือไปยังกระบี่ปราบมังกร
  มือของเขาเข้าไปยังภายในของกระบี่เขาสัมผัสบางอย่างที่เยือกเย็นและลื่นราวกับโคลน
  เมื่อวัตถุดิบนั้นรู้สึกได้ถึงอันตรายมันเริ่มพยายามจะหนีจากการคว้าของซือหยู
  “อย่าเปลืองแรงเจ้าเลยน่า…”
  ซือหยูส่ายหน้า
  เขากำมือและกระชากมันออกมามันมีรูปร่างเหมือนมังกรที่ยาวหนึ่งศอก
  “มังกรรึ?”
  ซือหยูเลิกคิ้ว
  เขาไม่คิดว่าคุณสมบัติวิญญาณของกระบี่ปราบมังกรจะมาในรูปลักษณ์ของมังกร!ซือหยูลังเลก่อนจะวางมันลงในมุกเงินเลี่ยงสายฟ้าขั้นต้น
  มุกเงินเลี่ยงสายฟ้าที่หม่นแสงเปล่งประกายขึ้นมาทันทีแสงของมันเปล่งประกายทั่วก้นบึ้งมังกร ซือหยูรู้สึกราวกับถือดวงอาทิตย์ไว้ในมือ มันให้ความรู้สึกลี้ลับ
  “มุกเงินเลี่ยงสายฟ้ารึ?”
  ผู้เฒ่าฉิวฟื้นตัวขึ้นมาบ้างแล้วนางมาถึงที่นี่โดยหวูอู๋ยี่ต้องพยุงช่วง นางอ้าปากค้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นมุกเงินเลี่ยงสายฟ้าในสภาพสมบูรณ์
  มาอีกหลายคนทีมาที่นี่เพราะเสียงกรีดร้องของซือหยูก่อนหน้านี้…
  “ฐานพลังของเจ้าพันธมิตรซือกลับมาแล้วแต่ทำไมข้าถึงมองไม่เห็นเล่า? ดูเหมือนว่าเขาเป็นกึ่งภูติ แต่ก็ดูเหมือนเป็นภูติด้วย…”
  “ตราบที่ท่านเจ้าพันธมิตรซือฆ่าพวกภูติได้ในฝ่ามือเดียวใครจะสนเล่าว่าเขาจะเป็นภูติหรือกึ่งภูติ!”
  “เจ้าไม่ได้พูดผิดเลยพวกเราเชื่อว่าเจ้าพันธมิตรซือจะต้องชิงตัวภรรยาเขาคืนมาได้แน่!”
  ซือหยูที่อยู่บนยอดเขานั่งตรงข้ามกับผู้เฒ่าฉิว
  “ท่านผู้เฒ่าข้าขอโทษที่มิอาจปกป้องท่านได้ในวันนั้น…”
  ซือหยูมองแก้มที่ซูบลงของนางและกล่าวขออภัย
  ผู้เฒ่าฉิวโบกมืออย่างไม่ถือสา
  “เจ้าช่วยข้ามามากมายหลายครานักจะขอบคุณเจ้าอย่างไรก็คงไม่พอ ข้าจะมาโทษเจ้ากับเรื่องนั้นได้อย่างไร? แต่ค่อยคุยเรื่องนี้ทีหลังเถอะ”
  จากนั้นนางจึงถามออกมา
  “เจ้าตั้งใจจะบ่มเพาะเนตรเงินล้างอสูรจริงๆสินะ?”
  ซือหยูโบกมือวัตถุดิบทั้งสามชนิดได้ปรากฏตรงหน้านาง นั่นคือสมุนไพรบาดาล โลหิตมังกร และมุกเงินเลี่ยงสายฟ้า
  วัตถุดิบแต่ละอย่างนั้นเป็นของที่หายากอย่างที่สุดและมันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะรวบรวมทั้งหมดในคราเดียวแม้แต่ที่จิวโจว ซือหยูใช้เวลาอย่างยาวนานในการค้นหามันกว่าจะรวบรวมจนครบ
  “เรื่องที่ข้าจะทำต่อไปขึ้นอยู่กับว่าดวงตาของข้าจะกลับมามองเห็นอีกครั้งหรือไม่โปรดชี้แนะวิธีบ่มเพาะเนตรเงินล้างอสูรกับข้าด้วย”
  ซือหยูพูดอย่างจริงใจ
  ดวงตาของเขาเชื่อมโยงกับพลังเกือบทั้งหมดของหม้อเก้ามังกรซึ่งเขาไม่ได้ใช้พลังเหล่านั้นมานานดังนั้นเขาจะต้องนำการมองเห็นกลับมาให้ได้
  ผู้เฒ่าฉิวพยักหน้า
  “ดีแต่ข้าจะต้องบอกเจ้าให้รู้ก่อน ในทีแรก ข้าคิดว่าเจ้าคงรวบรวมของเหล่านี้ไม่ได้ ข้าเลยไม่อธิบายไปมากกว่านั้น…”
  “เนตรเงินล้างอสูรเป็นแค่ม้วนคัมภีร์ไม่สมบูรณ์ที่ข้าได้มาโดยบังเอิญมันคือวิชาเนตรที่ลึกลับซับซ้อนที่มีเสี้ยวพลังโลกาพิโรธที่จะกำจัดสวรรค์พิโรธที่เหลือในดวงตาของเจ้าได้ แต่ปัญหาก็คือวิชานี้มาจากพวกแก่นแท้วิญญาณ พูดตรงๆก็คือไม่ใช่วิชาของมนุษย์”
  นางถอนหายใจ
  “ไม่มีใครรู้ว่าผลหลังจากที่มนุษย์บ่มเพาะแล้วจะเป็นอย่างไรไม่มีใครเคยทำมาก่อน อยู่ที่เจ้าว่าจะตัดสินใจอย่างไร”
  ซือหยูลืมตากว้างขึ้นมาเล็กน้อยเพราะแก่นแท้วิญญาณนั้นไร้เทียมทานอย่างมาก และสิ่งที่ติดตรึงใจของซือหยูก็คือเมื่อแก่นแท้วิญญาณตายในดินแดนพรสวรรค์ อสูรเนรมิตรหลายคนได้เข้าไปตามหามัน แต่ก็ไม่มีใครรอดชีวิตกลับมาได้
  และถ้าวิชานี้เป็นวิชาของแก่นแท้วิญญาณมันก็คงจะมีผลข้างเคียงอยู่มาก พวกมนุษย์มีวิญญาณที่แตกต่างกันอย่างมาก ดังนั้นจึงไม่มีวิชาใดที่จะบ่มเพาะได้ทั้งสองเผ่าพันธุ์
  และถ้าหากมีใครบ่มเพาะวิชาของอีกเผ่าพันธุ์สำเร็จมันก็จะส่งผลกับร่างกายอย่างมากแน่นอน แต่ซือหยูจำต้องเผชิญกับผลข้างเคียงเหล่านั้นเพื่อฟื้นพลังของหม้อเก้ามังกรกลับมา
  ซือหยูเงียบไปนานก่อนจะพยักหน้าด้วยความหนักแน่น
  “ข้าไม่มีทางเลือกหรอกท่านผู้เฒ่าข้าจะบ่มเพาะมัน”
  มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่เขาจะได้พลังควบคุมมิติและเวลากลับมาเช่นเดียวกับฎีกาสวรรค์พิสุทธิ์ ยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่ที่ดวงตาของเขามองไม่เห็น หม้อเก้ามังกรได้หลั่งวารีออกมาหลายหยดแล้ว เขาสงสัยจริงๆว่าพลังที่ถูกผนึกเอาไว้ของเขาจะเป็นอย่างไร
  ไม่ว่าจะอย่างไรซือหยูก็ต้องเอาการมองเห็นกลับมา!

The Divine Nine Dragon Cauldron

The Divine Nine Dragon Cauldron

หนึ่งประสงค์ทำลายสุริยันจันทราและหมู่ดารา ดัชนีเดียวเข่นฆ่าราชันย์สวรรค์ เพียงปริปากทั้งสวรรค์แลสิบภพพลันวินาศ เด็กยากจนเดินทางออกจากหุบเขาห่างไกลพร้อมกับมังกรนพเก้าและหม้อวิเศษที่ควบคุมกาลเวลาและพื้นที่กว้างใหญ่ เขาใฝ่หาเส้นทางแห่งพระเจ้าเพื่อท้าทายจักรวาลอันไม่มีสิ้นสุดและต่อสู้กับยุคสมัยในตำนาน

Comment

Options

not work with dark mode
Reset