The Great Geneticist in Apocalypse – ตอนที่ 35 พืชปรสิตเถาโลหิตวิวัฒนาการแถมเขาได้ผลพลอยได้แล้วสิ

div class=”_2cuy _3dgx _2vxa”>ตอนที่35 พืชปรสิตเถาโลหิตวิวัฒนาการแถมเขาได้ผลพลอยได้แล้วสิ
ตอนนี้บอกก่อนนะว่าจอสถานะเยอะ นี้คือตอนพิเศษครับตอนนี้2400คำ แนะนำว่าให้อ่านค่าสถานะพระเอกหวังว่าจะสนุกกันนะครับ^_^
“อือออ อืมมมม” เบลซลืมตาขึ้นมาอย่างเบลอๆ เขารู้สึกงัวเงียก่อนที่จะรู้สึกว่าตัวเองนอนอยู่บนอะไรซักอย่างที่นุ่มๆแต่เขารู้สึกว่ามันไม่ใช้หมอน
“ตื่นแล้วหรอ?” เสียงใสๆมีเสน่ห์ของหญิงสาวดังขึ้นทำให้เบลซตาสว่างขึ้นทันที
“อะ- เออเอลลี่” เบลซมองไปยังหน้าของเอลลี่ที่กำลังแดงระเรื่อพลางเบือนหน้าหนีเค้า
“เพราะว่าเดี๋ยวหมอนมันจะสกปรกนะ ฉันก็เลยให้ยืมตักหนะ ตื่นแล้วก็ลุกได้แล้ว!”
เอลลี่ตอบอย่างฉุนเฉียวก่อนที่จะยกตัวของเบลซขึ้นแล้วผลักออกจากเตียงนอน
“ตื่นแล้วหรอหลับสบายมั้ย?” เรย์ลินพูดกระแนะกระแหนก่อนที่คนอื่นๆจะตามเข้ามา
“กรู๊ววววว” เจ้าดาบน้อยร้องอย่างดีใจก่อนที่จะเดินมาให้เบลซลูบหัว
หลังจากหายสะลึมสะลือเบลซก็นึกขึ้นได้ว่าเข้าสลบไปเขารู้ว่าเป็นเพื่อนๆของเขาที่แบกเขากลับมา เบลซยิ้มแหยะๆ เอามือลูบหลังหัวแล้วบอกว่า “โทษทีๆ”
“แล้วนี่ฉันหลับไปกี่ชั่วโมงเนี่ย” เบลซถาม
“สองสามชั่วโมง” จางมู่พูด
“ระหว่างที่นายหลับไปมีพวกหนูกลายพันธ์บุกมาอีกเป็นช่วงๆ ตอนนี้ฉันกับชินอยู่ระดับ6แล้ว ส่วนคุณเอลลี่ระดับ8แต่ว่าเอลลี่เธอได้แผลนึดหน่อยตอนสู้กับหนูขนเพลิงที่มีทักษะ กระต่ายน้อยก็ไม่เบาเหมือนกัน” เรย์ลินพูด
“ดีแล้ว แถมไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหนักด้วยสู้ได้ดีมาก!” เบลซพูดด้วยความยินดีก่อนที่จะสังเกตว่าร่างกายของตัวเองรู้สึกแข็งแกร่งขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
“กรูวววว” เจ้าดาบน้อยร้องก่อนที่จะยื่นคริสตัลของแมลงสาบพิษวาโย
เมื่อเบลซเห็นมันเข้าก็ยิ้มออกมาเขาลูบหัวเจ้าดาบน้อยก่อนที่จะรับเอาคริสตัลมาก่อนที่จะยื่นไปให้จางมู่ “อะเอาไปซะ นี่หนะของโคตรดีเลยนะ”
“งั้นไม่เกรงใจหละนะ ขอบใจมาก” จางมู่รับคริสตัลมาก่อนที่จะ “ดูดซับ” มันเข้าไป
ซักพักจางมู่ลืมตาเป็นประกายพร้อมกับ พูดว่า “ระบบ”
ชื่อ จางมู่ เหรียญชีวิต0เหรียญ
ระดับ1
สิ่งมีชีวิตระดับ ขาว(0/100) พลังธาตุ
อาชีพ นักธนูฝึกหัด
อาชีพเสริม ไม่มี
ฉายา ไม่มี
Strength(แรงกาย) : 10
Agility(ความว่องไว) : 13
Vitality(พละกำลัง) : 10
Stamina(ความทรหด) : 13
Spirituality(จิตวิญญาณ) : 11
ทักษะ
(1/100)ทุกๆ1นาทีจะสร้างปราณลูกธนูอัตโนมัติ สะสมได้มากสุด100ลูก
สร้างศรพิษออกมายิงใส่ศัตรูใช้spirituality2แต้มต่อครั้ง ถ้าใช้เคลือบธนูใช้1แต้ม
“ว่าแล้วเชียวว่าคริสตัลอันนี้มันต้องเหมาะกับนายมากๆ” เบลซพูดพลางตบหลังจางมู่ด้วยความดีใจ
“นั้นสินะเท่านี้เราก็มีคนโจมตีทางระยะไกลแล้ว” ชินกับเรย์ลินก็ยินดีกับเพื่อนเหมือนกัน
เบลซมองไปนอกหน้าต่างเขาสังเกตเห็นว่าดวงอาทิตย์เลยช่วงบ่ายมาไกลแล้วจึงพูดว่า “เราใกล้จะไม่มีเวลาแล้วเอาเป็นว่าตอนนี้ใครจะเฝ้าที่นี้ใครจะไปเอากุญแจและรถ?”
“งั้นฉันกับชินขออาสาเฝ้าที่นี้เอง” จางมู่กับชินอาสาเพราะว่าชินวิ่งช้าการไปเอาอะไรพวกนี้มันไม่แหมะส่วนจางมู่ก็พึ่งปลุกพลังมา
“งั้นฉันกับเหมียนเหมียนก็ขออยู่ที่นี่ด้วยละกันนะ” เอมิเลียพูดพลางกอดเหมียนเหมียนอยู่ในอ้อมกอด
“ไม่ได้หรอก เธอต้องไปนำทางจะได้หากุญแจได้เร็วขึ้น ฉันอยู่เอง” เอลลี่พูดและมันก็สมเหตุสมผลแต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่แค่เรื่องความเร็วอย่างเดียวเธออยากผลักดันให้เพื่อนสนิทของเธอสามารถปรับตัวเข้ากับโลกในตอนนี้ได้
“งั้นก็ได้” เอมิเลียพูด
“เธอควรจะไปด้วยจริงๆ” เบลซและเพื่อนๆพยักหน้าอย่างเห็นด้วย แล้วเบลซก็กล่าวต่อ “งั้นไหนๆถ้าเธอไปด้วยก็ต้องปกป้องตัวเองได้ ตอนนี้เรามีคริสตัลธาตุอะไรบ้าง?”
“ฉันเก็บไว้เองแหละเอาไปนี้” เอลลี่ยื่นถุงผ้าที่เก็บคริสตัลพลังธาตุให้เบลซความจริงตอนที่เบลซสลบอยู่พวกเขามีข้อตกลงร่วมกันว่าจะเก็บคริสตัลธาตุไว้ปรึษาเบลซก่อนว่าจะเอาไปทำอะไร เพราะยังไงถ้ามองภาพรวมแล้วเบลซเป็นคนที่เพื่อนไว้ใจและก็น่าจะเอาคริสตัลธาตุเหล่านี้มาใช้ได้คุ้มค่าที่สุด
เบลซเปิดถุงผ้าเขามองไปข้างในเห็นคริสตัลธาตุถึง5ชิ้น มีคริสตัลธาตุไฟสองชิ้น หนึ่งในนั้นมีสัญลักษณ์ลูกกลมๆ ที่เหลืออีกสามชิ้นล้วนไร้สัญลักษณ์เป็นคริสตัลธาตุน้ำ2ชิ้นและธาตุลมหนึ่งชิ้น
เบลซเอาคริสตัลไฟที่มีสัญลักษณ์ลูกกลมให้เอมิเลียก่อนที่จะพูดว่า “รับไปสิ”
“จะดีจริงๆหรอ” เอมิเลียพูดด้วยท่าทางเกรงใจ
“ไม่เป็นไรเอาไปเถอะเดี๋ยวก็หาใหม่ได้” เบลซพูดเพื่อลดความลำบากใจของเธอ
เพื่อนๆของเขาและเอลลี่ก็ช่วยกันพยักหน้า
“งั้นขอบคุณนะทุกคน” เอมิเลียพูดอย่างนุ่มนวลก่อนที่จัดรับมันมาจากเบลซ ทันทีที่มือของพวกเขาสองคนสัมผัสกัน เอมิเลียแก้มปรากฏสีชมพูแวบๆก่อนที่จะกลับมาเป็นปกติ
“เอาหละยังไงก็ต้องเดินทางไปเป็นกลุ่มอยู่แล้วงั้นเจ้าดาบน้อยนายช่วยคุ้มกันเพื่อนของเอลลี่กับเพื่อนๆคนอื่นที่นะ อีกอย่างนายอยู่ที่นี้ก็ดีเหมือนกันเราสามารถรู้ถึงสภาพของกันและกันได้ผ่านสายสัมพันธ์ถ้าเกิดอะไรขึ้นพวกเราจะได้รีบกลับมาช่วย”
ซีฟอสพยักหน้าอย่างเข้าใจพลางคิดในใจ “ป๊าป๋าถูกต้องที่สุด!”
“เอาหละพวกเราสรุปกันดีกว่า ฉัน(เบลซ) เรย์ลิน แล้วก็ เอมิเลียกับเหมียนเหมียนจะไปเอารถในขณะที่ชิน จางมู่ เจ้าดาบน้อย จะคุ้มกันที่นี่ถึงการคุ้มอาจจะดูไม่มีอะไรแต่ความจริงก็ต้องจัดการกับสัตว์อสูรที่มาบุกเหมือนกันดังนั้นระดับก็คงจะเพิ่มไม่ต่างกัน”
เพื่อนๆทุกคนเห็นด้วย เมื่อเห็นดังนั้นเบลซจึงกล่าวเพิ่มว่า “งั้นอีกสิบห้านาทีเจอกัน เอมิเลียก็ไปปลุกพลัง คนอื่นๆก็เตรียมพร้อมกันด้วยหละ”
“อือ”
ทุกคนพยักหน้า เอมิเลียกำคริสตัลไฟที่มีสัญลักษณ์กลมๆไว้ในขณะที่ทุกคนแยกย้าย
“ดูดซับ” พลังงานธาตุไฟได้ไหลเข้าไปในตัวของเอมิเลียก่อนที่ซักพักเธอจะพูดอย่างดีใจ “ระบบ”
ชื่อ เอมิเลีย ไฮด์ อัลค็อต เหรียญชีวิต0เหรียญ
ระดับ1
สิ่งมีชีวิตระดับ ขาว(0/100) พลังธาตุ
อาชีพ ไม่มี
อาชีพเสริม นักจัดการทรัพยากร
ฉายา ไม่มี
Strength(แรงกาย) : 9
Agility(ความว่องไว) : 9
Vitality(พละกำลัง) : 10
Stamina(ความทรหด) : 9
Spirituality(จิตวิญญาณ) : 15
ทักษะ
เมื่อทำบัญชีหรือการจัดสรรจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น15%
ยิงบอลเพลิงออกไปโจมตี ใช้spirituality1-4แต้มต่อครั้ง(เพิ่มพลังโจมตีและระเบิดธาตุไฟ25-100%)
สัตว์อสูรสงคราม
เหมียนเหมียน
เจ้าหญิงกระต่ายขนมปุยฝ้าย
ระดับ5
สิ่งมีชีวิตระดับ ขาว
พลังธาตุ ขนมหวาน
Strength(แรงกาย) : 16
Agility(ความว่องไว) : 17
Vitality(พละกำลัง) : 21
Stamina(ความทรหด) : 14
Spirituality(จิตวิญญาณ) : 9
ทักษะ
ยิงลำแสงเปลี่ยนสิ่งที่โดนให้กลายเป็นขนมปุยฝ้าย ใช่Spirituality 1 แต้มทุกๆการยิงหนึ่งครั้ง
“ยินดีด้วยหละ” เบลซพูดขณะยิ้ม
“ขอบใจจ่ะ” เอมิเลียพูดพลางเอามือไขว้หลังกับแก้มสีชมพูก่อนที่จะรีบเดินออกจากห้อง
เบลซหัวเราะแบบไม่มีเสียงเขาคิดว่ามันแปลกดีเฉยๆ หลังจากที่ไม่มีใครอยู่ในห้องแล้วเขาเลยพูดว่า “ระบบ!”
ชื่อ เบลซ แร็คน่าร์ เหรียญชีวิต79เหรียญ
ระดับ12
สิ่งมีชีวิตระดับ ขาว(25/100) พลังธาตุ
อาชีพ ไม่มี
อาชีพเสริม นักตัดแต่งยีน
ฉายา

Strength(แรงกาย) : 15+11.5
Agility(ความว่องไว) : 13+11.5
Vitality(พละกำลัง) : 10+11.5
Stamina(ความทรหด) : 18/14+11.5
Spirituality(จิตวิญญาณ) : 26/20+11.5
ทักษะ

พิษหัวใจไรสีไร้กลิ่นจะจะรู้สึกก็ต่อเมื่อถูกพิษแล้ว พิษหัวใจเชียวทำลายเลือดและหัวใจ พิษหัวใจขาวรักษาร่างกายและแก้พิษเขียว ใช้พิษได้จากของเหลวดีในร่างกายเช่น เลือด
สัตว์อสูรสงคราม
ซีฟอส(เจ้าดาบน้อย)
ยูทาห์แร็พเตอร์เพลิงอเวจี(ลูก) ระดับ11
สิ่งมีชีวิตระดับ ขาว
พลังธาตุ เพลิง ระดับขาว
Strength(แรงกาย) : 21
Agility(ความว่องไว) : 24
Vitality(พละกำลัง) : 36
Stamina(ความทรหด) : 19/22
Spirituality(จิตวิญญาณ) : 6/8
ทักษะ
ใช้เพลิงจากนรกได้(เพลิงแรงขึ้น75%)
พืชปรสิตดอกเถาพิษโลหิต ระดับ9
สิ่งมีชีวิตระดับ เขียวอ่อน (สามธาตุ+สถานะ50%)
พลังธาตุ ระดับเขียวอ่อน
Strength(แรงกาย) : 1
Agility(ความว่องไว) : 1
Vitality(พละกำลัง) : 69(46)
Stamina(ความทรหด) : 1
Spirituality(จิตวิญญาณ) : 1
ทักษะ
+4.5(3×50%)ทุกสถานะของโฮสต์ เรียกเถาออกมาช่วยได้โดยมีค่าสถานะเท่ากับโฮสต์ ยกเว้นVitality
แบ่งพลังธาตุพืชให้โฮสต์ใช้ชั่วขณะ ผ่านเถาวัลย์
ดูดเลือดหรือพลังงานมาฟื้นฟูให้โฮสต์และตัวเอง
สร้างพิษกรดสูงที่ทำลายอวัยวะต่างๆ
“อะไรวะเนี่ยยยย” เบลซทั้งตะลึงและดีใจ มันเกิดอะไรขึ้นตอนเขาหลับกันแน่?
เบลซพยายามหาข้อมูลจากในชิพ ในโลกของจางหลงมีประมาณ3-4คนที่มีพืชปรสิตดอกเถาโลหิตเหมือนกันหลักๆแล้วก็คือมันสามารถแบ่งพลังธาตุพืชให้เจ้าของได้แต่ว่าก็เหมือนจะมีบางครั้งที่มันวิวัฒนาการทำให้เจ้าของใช้ธาตุพิษได้ด้วย
“แต่ว่าบางที่มันอาจจะไม่ใช่การแบ่งแต่ว่าเป็นการให้รึปล่าว?” เบลซคิดในใจเพราะตอนที่สลบเขารู้สึกว่าเหมือนกับมีอะไรบางอย่างไหลเข้ามาร่างอาจจะเป็นพลังธาตุพิษก็ได้แล้วก็ยังมีอีกกรณีนึงคือบางทีพิษนี้อาจะเข้ากันได้ดีกับร่างกายของเขาเลยกระตุ้นการวิวัฒนาการซึ่งก็เป็นไปได้ แต่ตอนนี้ที่สำคัญตอนนี้เขาไม่ใช่สิ่งมีชีวิต3ธาตุอีกต่อไปแต่เป็นสิ่งมีชีวิต4ธาตุ! ที่สำคัญคือเขาไม่ต้องหาคริสตัลสี่ธาตุที่หาโคตรยากมาใช้ให้เปลืองอีกต่อไป
“แล้วก็เรายังได้ค่าวิวัฒนาการถึง20แต้มด้วย! ตอนนี้เรามีถึง25แต้มครึ่งทางแล้วในการวิวัฒนาการเป็นสิ่งมีชีวิตสีเขียวอ่อน”
ที่ดีจริงๆก็คือพืชปรสิตดอกเถาโลหิตได้กลายเป็นพืชปรสิตดอกเถาพิษโลหิต วิวัฒนาการมาครึ่งสีแล้ว! ถึงครึ่งสีจะดูเหมือนน้อยแต่ว่ามันเป็นถึงพืชกลายพันธ์3ธาตุการวิวัฒนาการ1สีจะเพิ่มสถานะ100% ครึ่งสีก็มากถึง50% และด้วยค่าvitalityที่มหาศาลของมัน(69แต้ม) เมื่อเขาใช้เถาโลหิตมันแทบจะไม่มีสัตว์อสูรทั่วไปที่ทำร้ายเขาได้เลยในช่วงแรกๆนี้ อย่างน้อยก็เดือนแรก ยกเว้นว่าเขาจะต้องไปสู้กับหัวหน้าเขต จ่าฝูง หรืออะไรทำนองนี้ถึงจะสามารถฆ่าเค้าได้
“เอาหละยังไงพัฒนามาได้ก็ดีแล้ว แต่ว่าทักษะ?อะไรเนี่ยคำอธิบายหนะเข้าใจแต่ว่าการใช้แปลกชะมัดสงสัยต้องทดลองเอง แต่ใครจะทดลองหละ?” เบลซพึมพัมพลางคิดเกี่ยวกับทักษะใหม่ของเขา
“อ๋อรู้แล้วใช้เนื่อสัตว์อสูรลองละกัน” เบลซคิดจากนั้นเข้าก็ลงไปข้างล่างที่มีซากหนูกลายพันธ์เต็มไปหมด เบลซหยิบมาตัวหนึ่งก่อนที่จะทดลอง
“ใช้เลือดสินะ” ลองคิดที่จะใช้ทักษะเข้าสัมผัสได้ว่าในเลือดของเขามีเม็ดพิษกลมๆเล็กๆจำนวนมหาศาลมีอยู่สองสีคือสีเขียวและสีขาว
เบลซกรีดรอยเล็กๆที่ปลายนิ้วก่อนที่จะคิดใช้เม็ดพิษสีเขียว เลือดสีแดงปกติไหลออกมาเบลซลองดมดู เขาเช็คทั้งสีและกลิ่นแล้วมันก็เหมือนเลือดปกติ มีเพียงแค่ความรู้สึกของเขาเท่านั้นที่รู้ว่าในเลือดหยดนี้มีเม็ดพิษสีเขียวจำนวนมาก
เบลซเอาหยดเลือดที่มีพิษสีเขียวหยดลงไปในแผลของสัตว์อสูรดู ปรากฏว่าแผลนั้นกลายเป็นสีดำและสงกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมา
เบลซลองจิ้มแผลดูเลือดสีดำไหลทะลักออกมา อวัยวะภายในดูเสียหาย
“แสดงว่าพิษหัวใจเขียวนะพอมันทำให้เลือดเสียเลือดที่เสียก็จะไหลไปทำลายส่วนอื่นๆด้วยร้ายกาจจริงๆ” เบลซคิดพลางหวาดกลัวในใจ ลองคิดดูถ้าอีกฝ่ายมีพิษที่เราไม่สามารถตรวจจับได้เราก็แทบจะไม่รู้เลยว่าจะโดนวางยาพิษเมื่อไหร่ แถมน่าจะแก้พิษยากด้วย นอกจากใช้พิษหัวใจขาวแก้แล้วก็คงมียาหรือพืชกลายพันธ์ประเภทรักษาอีกไม่กี่ชนิดที่จะรักษาพิษหัวใจเขียวของเขาได้
“ที่นี้ลองพิษหัวใจขาวดูละกัน” เบลซลองใช้หยดเลือดที่มีเม็ดพิษสีขาวหยดซ้ำดู ปรากฏว่าเลือดสีดำก่อนหน้านี้กลับเป็นสีปกติเหมือนเดิมแต่ว่าเขาก็ยังได้กลิ่นไม่พึงประสงค์อยู่แสดงว่าเนื้อเยื่อบริเวณถูกทำลาย(เน่า)ไปแล้ว
“อืมมม เอาจริงๆแล้วลองแบบนี้ยังไม่ค่อยชัดเจนดีนะ” เบลซคิดก่อนที่จะปิ๊งไอเดีย
“ลองให้เอลลี่กินพิษหัวใจขาวละกัน” เบลซคิดรู้สึกว่าก่อนหน้านี้เอลลี่จะมีแผลไหม้นึดหน่อยที่ต้นแขน

The Great Geneticist in Apocalypse

The Great Geneticist in Apocalypse

The Great Geneticist in Apocalypse เบลซ แร็คน่าร์ (Blaze Ragnar) เป็นหนึ่งในชายหนุ่มที่ฉลาดมากในโลกยุคปี3xxx เขาเป็นคนที่หลงใหลในโลกยุคโบราณตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ยันยุคเหล็ก ในชีวิตของเขามีความฝันอยากจะไปสัมผัสยุคเหล่านั้นด้วยตเอง แต่ด้วยวิทยาการปัจจุบันและด้วยความที่เขาเป็นหนึ่งในคนที่อัจฉริยะที่สุดในโลกเขารู้ได้ในทันทีว่าต่อให้เขารวบรวมอัจฉริยะระดับโลกมาทั้งหมดก็ไม่สามารถคิดค้นวิธีการย้อนเวลากลับไปหรือหามิติอื่นที่ยังอยู่ในยุคโบราณได้ก่อนที่เขาจะตาย แต่ด้วยความฝันของเขา อย่างน้อยๆเขาก็อยากจะลองที่จะขี่ไดโนเสาร์ เสือเขียวดาบ และก็ แมมมอธดูซักครั้ง เขาเลยตั้งหน้าตั้งตา เป็นนักบรรพชีวิตวิทยาเพื่อสร้างไดโนเสาร์ที่สูญพันธ์ไปแล้วขึ้นมาในยุคปัจจุบัน ซึ่งด้วยสมองระดับเขามันคงเป็นไปได้ใน 5-10 ปีแต่ในขณะที่เขากำลังหาตัวอย่างยีนในหน้าผาแห่งหนึ่งแต่เขากลับเผลอหยิบชิพประหลาดขึ้นมาหนะสิ แต่ว่ามันจะเป็นอย่างงั้นจริงๆรึปล่าวนะ? และแล้วการเข้าสู่ยุคมืดก็เริ่มขึ้น “พวกมนุษย์ปุถุชนตัวเล็กๆทั้งหลาย ข้าคือ อิกดราซิล! บัดนี้โลกได้เข้าสู่ยุคแห่งพลังธาตุและวิวัฒนาการแล้ว จงต่อสู้! การต่อสู้ที่ ยากลำบากจะกลายเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์สำหรับพวกเจ้า จงเอาตัวรอดและวิวัฒนาการตัวเอง มีเพียงความแข็งแกร่งที่จะสามารถนำพาชีวิตพวกเจ้าให้อยู่รอด หากไม่แข็งแกร่งพอพวกเจ้าก็จงเป็นเหยื่อ ให้กับโลกที่โหดร้ายใบนี้ซะเถอะ!”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset