The King of War – ตอนที่ 605 นายประมาทศัตรูแล้ว

มองลักษณะของหยางเฉินที่ทำหน้าเยาะเย้ย หน้าซ่งหวายี่เต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน

“คุณหยาง นี่คือท่านรับปากแล้วหรือเปล่าครับ?” ซ่งหวายี่ถามด้วยท่าทางคาดหวัง

เวลานี้ แม้แต่คำเรียกที่มีต่อหยางเฉินยังเปลี่ยนเป็นคำว่าท่านแล้ว นี่คือท่าทีของเขา

หยางเฉินหัวเราะเยาะ พูดเสียดสี “นายวางแผนหลอกฉัน ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีกับนาย นึกไม่ถึงนายยังอยากให้ฉันช่วยนายอีก?”

ชั่วขณะนั้นซ่งหวายี่ร้อนใจแล้ว รีบบอกทันที “คุณหยางครับ ผมไม่มีเจตนาวางแผนหลอกคุณจริงๆ นะครับ เดิมทีคุณตามหาอวี๋เหวินปิงมาตลอด พูดขึ้นมา ก็ถือว่าเป็นผมช่วยคุณหาอวี๋เหวินปิงเจอแล้วกัน?”

“ฉันให้นายช่วยฉันแล้วรึไง?” หยางเฉินถามอย่างเรียบนิ่ง

ซ่งหวายี่พูดไม่ออกในชั่วขณะนั้น ไม่รู้ต้องพูดอะไร

ถ้าก่อนที่ซ่งหวายี่มาที่คลับหวงจิน บอกหยางเฉินว่า วันนี้อวี๋เหวินปิงจะปรากฏตัวที่นี่ หยางเฉินคงไม่ลังเลที่จะช่วยเหลือซ่งหวายี่แม้แต่น้อย

แต่ลำดับขั้นผิดแล้ว ความหมายไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิง หยางเฉินไม่พอใจมาก

“คุณหยางครับ เป็นผมล่วงเกินแล้ว ขอโทษครับ!” หลังซ่งหวายี่เงียบงันตั้งนาน ทันใดนั้นพูดด้วยท่าทางรู้สึกผิด

หยางเฉินไม่ได้พูดจา เดินไปห้องโถงด้านใน

ซ่งหวายี่ไม่กล้าพูดโน้มน้าว ตามหยางเฉินเข้าสู่ห้องโถงการประลองด้วยกันแล้ว

หยางเฉินเพิ่งเข้าสู่ห้องโถงการประลอง ถูกทุกอย่างที่มองเห็นด้วยตาตนเอง สั่นสะเทือนเข้าให้

ห้องโถงขนาดกว้างใหญ่ เหมือนเป็นสนามฟุตบอลใต้ดินขนาดเล็กแห่งหนึ่ง ทั้งสี่ด้านล้วนเป็นที่นั่งผู้ชมล้อมรอบ ตำแหน่งตรงกลาง เป็นเวทีมวยที่ถูกกรงเหล็กล้อมรอบขึ้นมาอันหนึ่ง

เวลานี้ ด้านบนเวทีมวย มีชายกำยำสูงใหญ่ที่ท่อนบนเปลือยเปล่าสองคน กำลังต่อสู้กันอย่างบ้าคลั่ง

“ปึงๆๆ!”

บางทีเป็นผลกระทบของเวที ด้านบนเวทีมวยเสียงหมัดกระทบร่างกายดังขึ้นติดต่อกัน กระตุ้นผู้ชมแต่ละคนในนั้นอย่างล้ำลึก

นี่อย่างกับเป็นงานเลี้ยงใหญ่ทั้งด้านภาพและเสียงงานหนึ่งเลยทีเดียว ผู้ชมรอบด้านต่างระเบิดเสียงร้องตะโกนออกมาไม่หยุด

ไม่เสียแรงที่เป็นการสู้ของแชมเปี้ยนประจำปี ความสามารถของสองคนบนเวทีมวยล้วนแกร่งที่สุด ถึงแม้อยู่ในกองทัพชายแดนเหนือ ก็คือผู้แข็งแกร่งที่สามารถบัญชาการทีมเล็กๆ ได้

“ขอเพียงคนที่ขึ้นเวทีมวยไป ล้วนต้องเซ็นใบยินยอมตาย นอกจากจะยอมแพ้ ไม่อย่างนั้นต่อให้โดนต่อยตาย ก็คงถูกสมน้ำหน้า”

สายตาซ่งหวายี่จ้องมองกลางเวทีมวยอยู่ กลับเอ่ยปากพูดกับหยางเฉิน

“เพราะวันนี้เป็นการแข่งขันชิงชนะเลิศประจำปี นอกจากดึงดูดผู้แข็งแกร่งแต่ละที่ทั่วโลกแล้ว ยังจะดึงดูดอิทธิพลชั้นนำมากมายด้วยครับ”

“ดังนั้น นักมวยที่เข้าร่วมแข่งขัน ล้วนอยากจะแสดงตัวเองออกมาเต็มที่ เพื่อให้ได้รับความสนใจของอิทธิพลชั้นนำ”

“ขณะเดียวกัน อิทธิพลชั้นนำใหญ่ๆ ก็อยากจะเลือกผู้แข็งแกร่งขั้นสูงส่วนหนึ่งไปใช้งาน”

“ถึงตอนท้าย แม้กระทั่งจะเปลี่ยนเป็นการแข่งขันระหว่างผู้มีอิทธิพลชั้นนำแทน มีบางครั้งเพื่อนักแข่งคนหนึ่งแล้ว ระหว่างอิทธิพลชั้นนำใหญ่ทั้งสอง อาจจะระเบิดศึกใหญ่ขึ้นมาเลยครับ”

ตอนที่ซ่งหวายี่อธิบายให้หยางเฉินฟัง ผลแพ้ชนะบนเวทีมวยก็ตัดสินออกมาเรียบร้อย

ส่วนผู้แพ้ กลับกลายเป็นศพไป!

ชั่วขณะนั้นบรรยากาศในงานพุ่งสูง แต่ละคนโห่ร้องตะโกนเกรียวกราว ผู้คนที่สวมชุดประณีตงดงามพวกนั้น เวลานี้เหมือนคนบ้า ร้องตะโกนอย่างกำเริบเสิบสาน

มองเห็นฉากนี้ด้วยตาตนเอง หยางเฉินรู้สึกเศร้าสลดต่อผู้แข็งแกร่งที่ยืนอยู่บนเวทีมวยเหล่านั้น

พวกเขาครอบครองความสามารถที่โดดเด่น เวลานี้กลับทำได้เพียงกลายเป็นของเล่นในสายตาคนอื่น

“ศึกต่อสู้ของแชมเปี้ยนทุกปี ขอเพียงเป็นผู้แข็งแกร่งเดินขึ้นเวทีมวย เกือบจะจำนวนครึ่งหนึ่ง สุดท้ายตายอยู่บนเวทีมวยนี้กันหมด!”

ซ่งหวายี่เอ่ยปากอีกครั้งหนึ่ง ในน้ำเสียงเหมือนมีความโศกเศร้าระดับหนึ่ง เศร้าใจต่อผู้แข็งแกร่งที่เข้าร่วมแข่งเหล่านั้น

สายตาหยางเฉินตกบนตัวของซ่งหวายี่ เห็นเพียงสายตาเขาชัดแจ๋ว และไม่ใช่เสแสร้งทำจิตใจสงสารออกมา

“ทำไมนายอยากครองแชมเปี้ยนของคืนนี้ให้ได้?” หยางเฉินถามทันใด

ซ่งหวายี่หัวเราะอย่างขมขื่น “คุณเคยเป็นคนของตระกูลอวี๋เหวิน ต้องรู้แน่ว่า ในตระกูลมหาเศรษฐีอย่างแปดตระกูลแห่งเยี่ยนตูนี้ ไม่ยุติธรรม”

“ในอดีต คุณพ่อของผมเป็นผู้สืบทอดของตระกูลซ่ง ถ้าไม่ใช่เพราะตายเพื่อตระกูลแล้ว เกรงว่าปัจจุบันนี้คงสืบทอดตำแหน่งของผู้นำแล้วล่ะ?”

“ตั้งแต่เขาตายไป ตำแหน่งของผมในตระกูลซ่ง ก็ลดลงไปตามกาลเวลา แต่ที่น่าเจ็บใจคือ ผมทำคุณูปการเพื่อตระกูลออกมา และเหนือกว่าคนรุ่นเดียวกันมากเหลือเกินตั้งแต่แรก”

หยางเฉินฟังอย่างเงียบๆ ไม่ได้ขัดจังหวะ เพียงแค่รู้สึกเหมือนประสบมาด้วยตนเองอยู่บ้าง

“ในการสู้ของแชมเปี้ยนคืนนี้ ยังซ่อนการเดิมพันหนึ่งเอาไว้”

“สามกลุ่มใหญ่ของตระกูลซ่ง ควบคุมกิจการส่วนใหญ่ของตระกูลซ่งอยู่ แต่ละปีจะอาศัยการต่อสู้ของแชมเปี้ยนในคลับหวงจิน มาแบ่งสันกิจการของตระกูลซ่งใหม่อีกครั้ง”

“แต่ละกลุ่ม ต่างจะค้นหาผู้แข็งแกร่งออกมาสู้ ขอแค่ได้รับลำดับที่ยิ่งใกล้กับตำแหน่งชนะเลิศเท่าไร สิ่งที่จะได้รับก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น”

“ถ้าครั้งนี้ผมแพ้อีก อย่างนั้นกิจการตระกูลที่ผมรับผิดชอบก่อนหน้านี้ ต้องมอบให้คนอื่นรับผิดชอบทั้งหมด วันหลังอยู่ในตระกูลซ่ง เกรงว่าที่ยืนของผมคงไม่เหลือ”

ซ่งหวายี่หน้าตาเต็มไปด้วยความเศร้าเสียใจ ในสายตายังมีความไม่ยินยอมรุนแรงระดับหนึ่ง

“ผมแพ้ติดกันมาหลายปีแล้ว ทรัพย์สินที่กุมไว้ในมือตอนนี้เมื่อเทียบกับญาติสายตาตระกูลซ่งคนอื่นๆ ยิ่งไม่คุ้มค่าให้พูดถึง”

“ดังนั้นถึงอยากจ้างผู้แข็งแกร่งที่แกร่งกว่ามา แต่ก็จนปัญญาจะทำอะไรได้”

“ยังมีวันนั้นที่แข่งประมูลที่ดินของเขตชานเมืองทิศใต้กับคุณ ก็เป็นการทดสอบของตระกูล ผลปรากฏว่าคุณเสนอราคาเกินกว่าราคาสูงสุดที่ตระกูลซ่งสามารถจ่ายได้ เพราะแพ้การแข่งประมูล ผมเลยถูกเพิกถอนออกจากอำนาจของตระกูลส่วนหนึ่ง”

ฟังที่ซ่งหวายี่พูดมา ทันใดนั้นหยางเฉินรู้สึกเสียใจแทนเขาอยู่บ้าง ขณะเดียวกันในใจตกใจพอสมควร

ตระกูลซ่งในฐานะแปดตระกูลแห่งเยี่ยนตู กลับเป็นหนึ่งแห่งที่ลึกลับสุดในแปดตระกูล แต่ไหนแต่ไรไม่เกิดความขัดแย้งกับตระกูลอื่น และจะไม่คบค้าสมาคมกับตระกูลอื่นมากเกินไป

แต่ที่ทำให้หยางเฉินแปลกใจคือ การต่อสู้ภายในตระกูลซ่งโหดร้ายเช่นนี้อย่างคาดไม่ถึง

ดูจากเหตุนี้ เจ็ดตระกูลอื่นๆ เทียบกับตระกูลซ่ง ยังมีความแตกต่างไม่น้อย

ระหว่างที่ทั้งสองสนทนา ก็มีผู้แข็งแกร่งเข้าร่วมแข็งขันคนหนึ่ง ตายอยู่บนเวทีมวยแล้ว

“พี่!”

ในเวลานี้ ด้านหลังทั้งสองคนมีเสียงผู้หญิงดังขึ้นกะทันหัน

ตามมาด้วย มองเห็นคนสวยอายุน้อยที่รูปร่างสูงเพรียวคนหนึ่งเดินเข้ามา ด้านหลังยังมีชายกำยำสูงใหญ่คนหนึ่งตามมา

“เสี่ยวหย่า เธอมาได้ยังไงกัน?”

มองเห็นหญิงสาว ซ่งหวายี่ถามอย่างตกใจ

หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าเสี่ยวหย่าพูดด้วยท่าทางนิ่งสงบ “พี่ พี่อย่าลืมสิ ฉันก็เป็นสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลซ่งเหมือนกัน”

พูดจบ เธอชี้ไปที่ชายกำยำสูงใหญ่ด้านหลังก่อนจะบอกว่า “ท่านนี้เป็นยอดฝีมือที่ฉันเชิญมาเข้าร่วมแข่งประลองฝีมือ ในอดีตเคยได้รับอันดับสามของการแข่งต่อสู้ครั้งใหญ่ ความสามารถยอดเยี่ยมมาก”

ได้ยินคำพูดของเสี่ยวหย่า ซ่งหวายี่ทำหน้าประหลาดใจ มองทางชายกำยำสูงใหญ่แล้วพูดว่า “ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรครับ?”

“คุณชายเรียกผมว่าอาต๋าก็ได้ครับ” ชายกำยำตอบไป

“อาต๋า คุณมีความมั่นใจจะเข้าร่วมการแข่งชิงชนะเลิศในคืนนี้?” ซ่งหวายี่รีบถามทันที

อาต๋าทำท่าภูมิใจในตัวเอง “คุณชายยี่วางใจได้เลย ในเมื่อผมมาแล้ว ย่อมรู้ดีว่าคู่ต่อสู้ในการแข่งชิงชนะเลิศคืนนี้แกร่งมากแค่ไหน การคว้าแชมเปี้ยนมาครอง ผมไม่กล้าพูดเพ้อเจ้อ แต่ว่าเอาสามอันดับแรกมาครอง ผมสามารถรับประกันกับคุณได้ครับ!”

เสี่ยวหย่ามองอาต๋าอย่างเคารพนับถือเช่นกัน พูดด้วยความดีใจ “อาต๋า งั้นรบกวนคุณแล้วนะ!”

“ฮ่าๆ ดี!”

ซ่งหวายี่หัวเราะเสียงดังพลางพูดแบบฮึกเหิม

ถ้าเอาสามอันดับแรกมาครองได้จริง ต่อให้เขาแพ้ให้คนของสองกลุ่มใหญ่อื่นในตระกูลซ่งแล้ว ก็ไม่เท่ากับว่าดูแย่ขนาดนั้น

ว่ากันตามสถานการณ์ในอดีต ตระกูลซ่งยังไม่เคยได้รับสามอันดับแรกมาครอง

“พวกนายประมาทผู้แข็งแกร่งที่เข้าร่วมแข่งในคืนนี้เกินไปแล้ว”

ในเวลานี้เอง หยางเฉินเอ่ยปากบอกทันใด

พอได้ยิน ซ่งหวายี่และเสี่ยวหย่าที่กำลังตื่นเต้นอย่างยิ่ง รอยยิ้มบนหน้าหายไปในชั่วพริบตา อาต๋าก็มองหยางเฉินด้วยท่าทางไม่พอใจเช่นกัน

“พี่ เขาเป็นใครกัน?” ถึงแม้เสี่ยวหย่าจะโกรธมาก แต่ยังสอบถามซ่งหวายี่ก่อนสักหน่อย

The King of War

The King of War

ห้าปีก่อน หยางเฉินเพื่อให้ตัวเองคู่ควรกับฉินซี เขาจากไปโดยไม่ร่ำลา ห้าปีต่อมา เขาพกความสามารถอันน่าทึ่ง กลับมาอย่างรุ่งโรจน์ เพียงแต่ว่าพอมาถึง กลับพบว่าตนมีลูกสาวเพิ่มขึ้นมาอีกคน

Comment

Options

not work with dark mode
Reset