The Man from Hell – ตอนที่ 29 : นี่เป็นครั้งแรกของผม แล้วยังไงล่ะ!

เขาต้องเป็นบ้าแน่ ๆ!’

ในมุมมองของหลินหลาน เย่เฟิงนั้นเสียสติไปแล้ว

เขาต้องการที่จะปรับแต่งรถตู้โดยที่ไม่มีเครื่องมือใด ๆ และไล่ตามรถสปอร์ต

“อย่าเสียเวลาเลย! รถตู้จะไล่ตามรถสปอร์ตได้อย่างไร กว่าที่นายแก้ไขเสร็จ พวกมันคงเข้าตัวเมืองไปแล้ว และเราก็คงจะหาพวกมันไม่เจอด้วย!”

หลินหลานพูดอะไรไม่ออกเกี่ยวกับการกระทำของเย่เฟิง ในความเห็นของเธอ เย่เฟิงกำลังทำอะไรที่โง่มาก

อย่างไรก็ตามเย่เฟิงไม่สนใจคำพูดของเธอ

ในฐานะจักรพรรดิปีศาจเย่เฟิงเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับอารยธรรมมามากมาย ทั้งในเชิงวิทยาศาสตร์และอารยธรรมเชิงเทคโนโลยี

ดาวเหล่านั้นมีสมรรถนะและความก้าวหน้ามากกว่าของโลกนี้ทั้งทางวิทยาศาสตร์และทางเทคโนโลยี

สำหรับเย่เฟิงตราบใดที่มีวัสดุเพียงพอเขาสามารถสร้างยานอวกาศได้ ดังนั้นการประกอบรถยนต์เขาจึงสามารถทำได้อย่างแน่นอน

ดวงตาของเย่เฟิง มีประกายแสงสีม่วงขณะที่เขากำลังถอดชิ้นส่วนด้วยมือที่ความเร็วเท่ากับสายฟ้า

เขาคลายเกลียวสกรูทีละตัวด้วยมือเปล่าซึ่งดูเหมือนคีมเหล็กทรงพลังคู่หนึ่ง

ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีเครื่องยนต์ทั้งหมดก็ถูกถอดออกมาอย่างสมบูรณ์

เครื่องยนต์ของรถตู้ทั่วไปมักจะอยู่ที่ใต้ของตัวรถ แต่เครื่องยนต์ของฟอร์ดนี้อยู่ที่ด้านหน้า

ทันใดนั้นเย่เฟิง ก็ถอดฝาครอบเครื่องยนต์ออก ขณะที่เขาแยกมันออกเป็นชิ้นส่วนโลหะเหมือนกับใช้คีมขนาดใหญ่

ในเวลาเดียวกันเขาก็สอดชิ้นส่วนโลหะเหล่านั้น เข้าไปในเครื่องยนต์ทีละชิ้น

ในชั่วขณะหนึ่งส่วนเครื่องยนต์ทั้งหมดถูกฝังไปด้วยชิ้นส่วนโลหะขนาดใหญ่หรือเล็กซึ่งดูน่าเกลียด

หลินหลานตกใจมาก

เมื่อดูการรวมกันที่ยุ่งเหยิงและรูปลักษณ์ของเครื่องยนต์ที่น่าเกลียดหลินหลานก็สงสัยว่ารถตู้จะวิ่งได้อย่างไร

“เสร็จแล้ว!”

เมื่อเย่เฟิงใส่ชิ้นส่วนโลหะชิ้นสุดท้ายเขาก็เข้าไปในรถด้วยท่าทางทะเล้น

แต่ครั้งนี้เย่เฟิงนั่งอยู่ในตำแหน่งของคนขับ

หลินหลานยังคงสับสนจนถึงตอนนี้

หลังจากเข้ามาในรถหลินหลานถาม เย่เฟิงด้วยความสงสัยอย่างมากว่า “นายแน่ใจนะ ว่ารถคันนี้ยังใช้งานได้? นายรู้หรือเปล่าว่ามันอันตรายมากที่จะดัดแปลงเครื่องยนต์ด้วยตัวเอง! มันจำเป็นต้องใช้ความเชี่ยวชาญอย่างมาก!”

ในกลุ่มธุรกิจของหลินหลานนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตรถยนต์ ดังนั้นเธอมีความรู้เล็กน้อยเกี่ยวกับการดัดแปลงเครื่องยนต์

ในสายตาของเธอ เย่เฟิงดูอายุน้อยกว่า 20 เธอคิดว่าไม่มีทางที่เขาจะประกอบรถส่วนใหญ่ได้โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องจักร

‘นี่นายล้อฉันเล่นใช่ไหม’

“เย่เฟิง นี่มันไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีสำหรับนายที่จะแสดงความสามารถ ตราบใดที่เครื่องยนต์ยังอาจมีปัญหามันอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้! นายรู้หรือเปล่าว่ามันอันตรายแค่ไหน?” หลินหลานบอกกับเย่เฟิงด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยดีนัก

เธอต้องการเกลี้ยกล่อมเย่เฟิง ให้ยอมแพ้ในการไล่ตามรถสปอร์ต มันเสี่ยงเกินไป

แต่หลังจากคำพูดของหลินหลาน รถตู้ทั้งคันก็สั่นสะเทือนไปทั่วด้วยเสียงกระหึ่มราวกับว่าสัตว์ร้ายที่กำลังคร่ำครวญ!

จากนั้นรถตู้ก็พุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยเสียงกระหึ่มดัง

“อ๊า!”

หลินหลานตกใจเมื่อเธอถูกโยนลงที่เบาะนั่งโดยไม่ทันระวังตัว

เธอเพิกเฉยต่อความเจ็บปวดขณะที่เธอจ้องไปที่แผงหน้าปัดอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

60!

80!

100!

ในชั่วพริบตารถนั้นมีความเร็วเกิน 100 ก.ม. / ช.ม.

หลินหลานเริ่มตะลึง

‘ขึ้นไปแตะถึง 100 กม. / ชม. ใน 1-2 วินาที! เป็น…เป็นไปไม่ได้!‘

หลินหลานไม่เชื่อสายตาของเธอเอง

ลัมโบร์กินี เวเนโน่ ใช้เวลาเพียง 2.8 วินาทีในการทำความเร็ว 100 กม. / ชม. แต่ว่ารถตู้คันนี้ใช้เวลาน้อยกว่า 2 วินาที!

‘นี่มัน…เป็นไปไม่ได้!’

ดวงตาของหลินหลานเกือบกระดอนออกมาจากเบ้าตา

รถตู้ทั้งหมดกำลังเร่งความเร็วด้วยเสียงกระหึ่มดัง

แผงหน้าปัดของฟอร์ดสามารถแสดงความเร็วได้สูงสุดที่ 220 ก.ม. / ช.ม. เท่านั้น ทว่าหลินหลานรู้ดีว่าความเร็วที่แท้จริงตอนนี้มันสูงกว่านั้นแน่ ๆ !

“เป็นไปไม่ได้! มันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน!”

ความเชื่อในชีวิตของหลินหลานเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!

‘รถตู้มีสมรรถนะเทียบได้กับรถสปอร์ต! นั่น…มันเกินเหตุไปแล้ว!’

จนกระทั่งพวกเขาจะผ่าไป 4 หรือ 5 สี่แยกไฟแดงหลินหลานก็เอ่ยปากว่า “เย่เฟิง! นาย… คุณเพิ่งวิ่งผ่าไฟแดงมา 3 รอบ! นี่จะมีการหักกี่คะแนนเพราะเหตุนี้?”

เมื่อเย่เฟิงผ่านทางแยกเขาไม่ได้รอสัญญาณไฟเลย

เมื่อเธอเห็นภาพของการจราจรที่หนาแน่น หน้าผากของหลินหลานก็มีเหงื่อออกมาอย่างหนัก

หลังจากได้ยินแบบนั้นเย่เฟิงตอบกลับว่า “หักคะแนน! คุณหมายถึงอะไร”

‘คุณหมายถึงอะไร’

หลินหลานเริ่มพูดไม่ออก

“คะแนนที่แนบมากับใบขับขี่ของนายไง! หลังจากผ่าไฟแดง 3 ครั้งคะแนนทั้งหมดของนายจะถูกหัก!”

ทว่าหลังจากได้ยินคำพูดของหลินหลาน เย่เฟิงก็ยักไหล่แล้วตอบอย่างมั่นใจ “ไม่ว่าจะเป็นยังไง ผมไม่มีหรอกใบขับขี่!”

‘อะไรนะ!’

‘ผมไม่มีหรอกใบขับขี่…ไม่มีใบขับขี่…’

หลินหลานรู้สึกทึ่ง

เธอไม่เคยคิดเลยว่าเย่เฟิงจะกล้าขับด้วยความเร็วสูงโดยไม่มีใบขับขี่

ใบหน้าของหลินหลานดูซีดเซียวลงอย่างน่ากลัว

ทันใดนั้นเธอก็นึกถึงคำพูดของเย่เฟิงได้ ในขณะที่เธอตัวสั่นด้วยความกลัว “เย่เฟิงนายไม่ได้…บอกว่านายขับรถไม่เป็นเหรอ? ทำไมนาย…”

หลังจากได้ยินคำพูดของเธอ เย่เฟิงก็ตอบขณะที่ยิ้มเล็กน้อย “อืม! ผมไม่เคยขับรถมาก่อน แต่ตอนนี้ผมเรียนรู้แล้ว! นี่เป็นครั้งแรกที่ผมขับรถ! แล้วยังไงล่ะ!”

เย่เฟิงเผยเสียงหัวเราะราวกับสุนัขจิ้งจอกตัวน้อย ขณะที่ดวงตาของเขาก็หรี่ลงคล้ายพระจันทร์เสี้ยว!

หลินหลานแทบจะกระอักเลือด

‘แม่งเอ้ย!’

“นี่เป็นครั้งแรกของนายใช่ไหม!”

หลินหลานรู้สึกหวาดกลัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอเห็นว่าเย่เฟิงนั้นเปลี่ยนเกียร์อย่างเงอะงะ เธอเกือบจะสติแตก!

‘พระเจ้า!’

‘นายประกอบเครื่องยนต์ทั้ง ๆ ที่นายขับรถยนต์ครั้งแรกใช่ไหม’

‘นายเหยียบไปมากกว่า 200 ก.ม. / ช.ม. ทั้ง ๆ ที่นายขับรถยนต์ครั้งแรกใช่ไหม’

หลินหลานสบถกับเขาเสียงดัง

‘ฉันต้องตายแน่!’

‘ฉันต้องตายอย่างแน่นอน!’

ในเสี้ยววินาทีหลังของเธอก็เปียกชุ่ม และใบหน้าของเธอดูราวกับเป็นคนป่วย

ทันใดนั้นเย่เฟิงหรี่ตาเล็กน้อยในขณะที่เขาเอ่ยด้วยท่าทางเย็นชาว่า “ในที่สุดฉันก็ตามพวกแกทัน!”

หลังจากได้ยินคำพูดนั้น หลินหลานก็ตกตะลึง เธอรีบมองไปข้างหน้า ลัมโบร์กินีกำลังเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงมาก อยู่ด้านหน้าพวกเขา

หลินหลานก็พูดพึมพำด้วยท่าทางที่ตกตะลึงเช่นกัน “นี่เรา…เราตามพวกมันทันจริง ๆ !”

The Man from Hell

The Man from Hell

จักรวรรดิปีศาจได้ถือกำเนิดขึ้นมาอีกครั้งในจักรวาลแห่งนี้ เหล่าศัตรูต้องคุกเข่าต่อหน้าเขา แลเหล่าหญิงงามควรสยบแทบเท้าของเขา “ข้าคือปีศาจ ผู้ที่เหล่าทวยเทพเทวาทั้งหลายต่างยอมศิโรราบ หากเจ้าไม่ยอมก้มหัวให้ข้า ข้าจักบังคับเจ้าด้วยกำลัง” — เย่เฟิง! The Demon Empire in the universe was reborn and came back! Enemies should kneel down in front of him! Beauties should lie down in front of him! “I am a demon. I ens*ave gods and immortals! If you don’t succumb to me, I will convince you by force!”–Ye Feng!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset