Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา – ตอนที่ 103 พฤติกรรมของคนในตระกูลหวาง

บทที่103 พฤติกรรมของคนในตระกูลหวาง

เวลานี้ในตระกูลหวาง กำลังปลาบปลื้มยินดี เต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ

ตอนบ่ายหวางหนันหนันกับเฉินเทียนเซิงที่ออกมาจากวิลล่าเขาเทียนซาน ไม่ได้กลับมาที่บ้านทันที แต่ได้แวะซื้อของแถวบ้านก่อน

ในสายตาหวางหนันหนัน วันนี้เป็นครั้งแรกที่เทียนเซิงไปบ้านเธอ

ไปพบผู้ใหญ่ ต้องทางการหน่อย

ดีที่เฉินเทียนเซิงใจกว้าง มือเติบ

โสมร้อยปี เห็ดหลินจือร้อยปี เหล้าชั้นดี ยังได้เตรียมกำไลหยกชิ้นหนึ่งให้กับจาวซิ่วจือโดยเฉพาะ

ของขวัญทั้งหมด มีราคามากกว่าหนึ่งล้าน

มันจึงทำให้หวางหนันหนันยิ้มไม่หุบ ยิ่งทำให้เธอเชื่อ การเจอกันโดยบังเอิญนี้ทำให้เธอพบรักแท้

และเมื่อเฉินเทียนเซิงขับรถลัมโบร์กินีเข้ามาในชุมชนที่ตระกูลหวางพักอยู่นั้น ก็ได้ดึงดูดความสนใจของคนในชุมชนทั้งหมด

เมื่อตอนที่หวางเต๋อกับจาวซิ่วจือเห็นหวางหนันหนันลงมาจากรถลัมโบร์กินี ทันใดนั้นก็ตกตะลึงจนตาค้าง

แม้สองสามีภรรยาจะไม่มีความรู้เรื่องรถ แต่หวางเห้านั้นมี

ขณะนั้นประโยคเดียวของหวางเห้า “รถคันนี้อย่างน้อยก็ต้องห้าล้าน!” ทำให้หวางเต๋อกับจาวซิ่วจือนั้นตกใจจนในสมองเบลอ

จากนั้น เฉินเทียนเซิงกับหวางหนันหนันก็ถือของขวัญอันมีค่าเข้าไปในบ้าน วางของขวัญมากมายลงบนโต๊ะ แล้วก็หยิบบัตรเอทีเอ็มที่มีเงินหนึ่งล้านให้กับจาวซิ่วจือ

มันเหมือนกับเสียงฟ้าผ่าที่ดังระเบิดครั้งแล้วครั้งเล่า ดังจนหวางเต๋อ จาวซิ่วจือและหวางเห้าไม่กล้าที่จะเชื่อ

ความรู้สึกแบบนี้ คงอยู่ตลอดทั้งบ่าย

จนกระทั่งท้องฟ้ามืดลง ในที่สุดทั้งสามคนจึงยอมรับความจริงนี้

นั่นก็คือ……..หวางหนันหนันมีแฟนเป็นคนรวย

ตระกูลหวางของพวกเขา กำลังจะรวยแล้ว!

บนโต๊ะอาหาร วางเต็มไปด้วยอาหารเลิศรสต่างๆ

อาหารที่วางอยู่เต็มโต๊ะ มันเงินเดือนทั้งเดือนของหวางเต๋อเลย

แต่ไม่มีใครในตระกูลหวางที่จะรู้สึกว่ามันไม่เหมาะสม

ล้อเล่นป่ะ!

ของขวัญที่เฉินเทียนเซิงมอบให้รวมๆกันก็เกือบสองล้านแล้ว เอาเงินเดือนหนึ่งเดือนมาเลี้ยงต้อนรับเขา มีอะไรที่ไม่เหมาะสมเหรอ?

ไม่ว่าจะเป็นหวางเต๋อ จาวซิ่วจือ ยังมีหวางเห้า

ทั้งหมดหัวใจต่างเต้นแรง ตื่นเต้นและดีใจ

ตั้งแต่ที่หวางหนันหนันหย่ากับเฉินตง ตระกูลหวางทั้งตระกูล ราวกับว่าได้เกิดเรื่องมากมาย วุ่นวายไปหมด ทะเลาะกันทุกวัน

วันนี้การมาของเฉินเทียนเซิง เหมือนกับว่าได้ทำให้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆหมอกแจ่มใสขึ้นมาทันที

หวางเต๋อกับหวางเห้า แม้กระทั่งจาวซิ่วจือดื่มเหล้าชั้นดีที่เฉินเทียนเซิงซื้อมาไปไม่น้อย

ทั้งครอบครัวเชิดชูเฉินเทียนเซิงอย่างมาก คำพูดที่เต็มไปด้วยคำยกยอปอปั้น

บรรยากาศที่มีความสุข หวางหนันหนันที่มองอยู่ดวงตาที่สวยงามก็ปริ่มไปด้วยน้ำตา ในใจนั้นตื้นตันอย่างมาก

ครอบครัวที่ทะเลาะมาโดยตลอด ในที่สุดวันนี้ก็สงบลงแล้ว

เธอสามารถทำอะไรเพื่อครอบครัวได้บ้างแล้ว กตัญญูต่อพ่อแม่ สนับสนุนน้องชาย

และทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นสิ่งที่เฉินเทียนเซิงมอบให้!

เมื่อคิดถึงตรงนี้ หวางหนันหนันก็เอียงตัวซบลงที่อกของเฉินเทียนเซิงอย่างอ่อนโยน มือที่สวยงามกุมมือของเฉินเทียนเซิงไว้แน่นๆ กระซิบที่ข้างหูของเฉินเทียนเซิง “เทียนเซิง ขอบคุณคุณมากจริงๆ คุณก็คือของขวัญที่ดีที่สุดที่เบื้องบนมอบให้กับฉัน”

“คุณก็เช่นกัน” เฉินเทียนเซิงยิ้มอย่างอ่อนโยน

อ่อนโยนและอ่อนหวาน

จนจาวซิ่วจือที่มองอยู่ต้องยิ้ม ปากเกือบจะฉีกถึงหูแล้ว ตาหยีจนเป็นสระอีแล้ว

หวางเต๋อก็ถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า ก้มหน้าแอบยิ้ม

แม้กระทั่งหวางเห้า ดูเหมือนว่าจะลืมความเศร้าโศกที่สูญเสียหลินเสว่เอ๋อไปแล้ว ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

พวกเขาเชื่อว่า หากหวางหนันหนันแต่งงานกับเฉินเทียนเซิง ตระกูลหวางของพวกเขา จะสามารถเดินไปถึงจุดสูงสุดของชีวิตอย่างแน่นอน

เฉินเทียนเซิงมาครั้งแรก ก็สามารถให้ของขวัญที่มีมูลค่ามากสองล้านกว่า อนาคตแม้หวางหนันหนันเพียงแค่ช่วยเหลือตระกูลหวางตามความต้องการ มันก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย

“เทียนเซิงจ๋า อย่าหาว่าน้าพูดมากเลยนะ ช่วงบ่ายตอนที่นายขับรถเข้ามาในชุมชน มันเอิกเกริกมากอยู่นะ”

จาวซิ่วจืออาศัยที่เมา จงใจยิ้มแล้วถาม “ตอนนั้นน้าก็ได้ยินเสี่ยวเห้าพูด รถของนายอย่างน้อยก็ต้องห้าล้าน มันใช่เรื่องจริงมั้ย?”

“คุณน้า คุณน้าเป็นแม่ของหนันหนัน ผมจะว่าคุณน้าได้อย่างไรกัน?” เฉินเทียนเซิงยิ้มแล้วส่ายหัว

ภาพนี้ ยิ่งทำให้จาวซิ่วจือดีใจมากขึ้นไปอีก

เมื่อเทียบกับเทียนเซิง

เดรัจฉานอย่างเฉินตงจะแค่ไหนเชียว?

เทียนเซิงถึงจะเป็นลูกเขยของฉันจาวซิ่วจือ!

วินาทีต่อไปมา เฉินเทียนเซิงก็กล่าวขึ้น “แต่ว่ารถคันนั้นไม่ใช่ราคาห้าล้านกว่าจริงๆ แต่มันคือเจ็ดล้านกว่าหยวน”

โครม!

จาวซิ่วจือเหมือนถูกฟ้าผ่า ตกตะลึงอยู่อย่างนั้น

หวางเต๋อ หวางหนันหนันและหวางเห้า ก็เช่นกัน

เฉินเทียนเซิงยิ้มอย่างเรียบเฉย แล้วอธิบาย “เพราะมันมีค่าตกแต่งอื่นๆอีก ก็ไม่แพงหรอก”

เจ็ดล้านกว่า ยังไม่แพงเหรอ?

โอ้มายก๊อด!

“พี่ พี่เทียนเซิง นี่ยังไม่แพงอีกเหรอ?”

หวางเห้าควบคุมความรู้สึกไม่อยู่อยู่แล้ว “กล่าวด้วยริมฝีปากที่สั่น รถคันนี้ของพี่ สามารถซื้อรถออดี้ของผมสิบคันแล้ว”

“ออดี้?”

เฉินเทียนเซิงขมวดคิ้ว ดวงตามืดมนเล็กน้อย “เท่าไหร่?”

ภาพนี้ ทำให้หวางเห้าที่ดูอยู่สะดุ้งทันที หรือว่าผมพูดอะไรผิดไปเหรอ?

แต่เขาก็ยังคงตอบกลับ “สามแสนกว่ามั้ง”

หวางเต๋อกับจาวซิ่วจือใบหน้าเต็มไปด้วยความมึนงง

แต่จาวซิ่วจือที่ไหวพริบดี ก็ไปตีไปที่แขนของหวางเห้าไปหนึ่งที “ไอ้ลูกคนนี้ พูดมั่วอะไร?”

หวางเห้าอึ้งไปเลย

หวางหนันหนันก็รีบอธิบายกับเฉินเทียนเซิงทันที

แม้ว่าไม่รู้ว่าพูดผิดอะไร จึงทำให้เทียนเซิงมีปฏิกิริยาแบบนี้

แต่ในเมื่อเทียนเซิงแสดงท่าทีแบบนี้ออกมา ต้องเป็นเพราะหวางเห้าพูดอะไรผิดอย่างแน่นอน!

แต่ ยังไม่ทันที่เธอจะอ้าปากพูด

จู่ๆเฉินเทียนเซิงก็หัวเราะกล่าว “เสี่ยวเห้า นายเป็นถึงน้องชายของหนันหนัน ต่อไปเราก็เป็นคนในครอบครัวเดียวกันแล้ว นายก็คือน้องชายของพี่ ขับรถราคาสามแสนกว่าหยวนมันช่างไม่เหมาะกับนายเลย พรุ่งนี้ไปซื้อรถกับพี่ ราคาต่ำกว่าหนึ่งล้านหยวนนายไม่ต้องพิจารณาเลย”

โครม!

ในหัวของตระกูลหวางเสียงฟ้าผ่าได้ดังขึ้นอีกครั้ง

หนึ่ง หนึ่งล้าน?

ต่ำกว่าหนึ่งล้านไม่ต้องไปคิด?

โอ้มายก๊อด!

ร่างกายที่อ้อนแอ้นของหวางหนันหนันสั่นสะท้าน ร้อนไปทั้งตัว แทบอยากที่จะเข้าไปในร่างกายของเฉินเทียนเซิงทันที

หวางเต๋อดูมึนงง หัวใจของเขาเต้นแรง แต่มุมปากของเขากลับโค้งขึ้นโดยไม่รู้ตัว

จาวซิ่วจือวางมือของเธอไว้ใต้โต๊ะด้วยความตื่นเต้น และเกาต้นขาของหวางเต๋ออย่างรุนแรงจนกลายเป็นรอยเส้นเลือดแล้ว

สายตาที่เธอมองเฉินเทียนเซิง เต็มไปด้วยประกายที่ระยิบระยับ เกือบจะกลายเป็นพุลดอกไม้ไฟแล้ว

“พี่เทียนเซิง ไม่ พี่เขย พี่ พี่พูดจริงใช่มั้ย?”

หวางเห้าได้คุกเข่าลงบนพื้นทันที จับแขนของเฉินเทียนเซิงเอาไว้ ถามเขาอย่างตื่นเต้น

เป็นเพราะใช้แรงมากเกินไป ทำให้เฉินเทียนเซิงขมวดคิ้วเล็กน้อย

จาวซิ่วจือมองดูอย่างตั้งใจ หยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วโยนไปตัวของหวางเห้า “ไอ้เด็กบ้า นายกำลังทำอะไรอยู่?”

หากเป็นเฉินตง หวางเห้าทำแบบนี้ จาวซิ่วจือไม่มีทางที่จะสนใจอย่างแน่นอน

อาจจะลงมือกับเฉินตงโดยตรง คนตระกูลหวางต้องเข้าข้างหวางเห้าอย่างแน่นอน

ตอนนี้ไม่เหมือนกันแล้ว เฉินเทียนเซิงนั้นเป็นลูกเขยที่ร่ำรวยในสายตาของจาวซิ่วจือ!

อีกอย่างยังเป็นลูกเขยที่รวยมากๆด้วย!

“คุณน้า ไม่เป็นไรครับ” เฉินเทียนเซิงคลายหว่างคิ้วออก กล่าวกับหวางเห้า “พรุ่งนี้แปดโมงเช้า พี่มารับนาย นายคิดดูก่อนว่าจะซื้อรถอะไร จำไว้ ห้ามไปคิดถึงรถที่ราคาต่ำกว่าหนึ่งล้าน มันไม่เหมาะสมกับนาย”

“ครับ ได้ครับพี่เขย ขอบคุณครับพี่เขย” หวางเห้าตื่นเต้นจนหัวใจจะหลุดออกมาแล้ว

หลังจากทานข้าวเสร็จ เฉินเทียนเซิงก็ลุกขึ้น “คุณน้าทั้งสอง เวลาก็ไม่เช้าแล้ว ผมต้องขอตัวก่อนแล้วครับ”

“พ่อแม่ เสี่ยวเห้า หนูก็จะไปพร้อมกับเทียนเซิง” หวางหนันหนันลุกตามขึ้นมา

จาวซิ่วจือรีบตอบ: “ดีๆๆ ขับรถระวังด้วยล่ะ หนันหนันต้องดูแลเทียนเซิงดีๆนะ”

พลางพูด พลางขยิบตาให้กับหวางหนันหนัน

หวางหนันหนันพอเข้าใจว่ามันคืออะไร หน้าแดงระรื่น กล่าวด้วยท่าทางที่จริต “แม่ เทียนเซิงดื่มเหล้าแล้ว ขับรถไม่ได้ เรานั่งแท็กซี่กลับไป”

“ดี เวลาไม่เช้าแล้ว รีบกลับบ้านเถอะ” จาวซิ่วจือกล่าวไล่

“ใช่แล้ว พ่อคะแม่คะ เทียนเซิงพักอยู่ที่เขตวิลล่าเขาเทียนซาน หากมีเวลาจะมาพาพวกท่านไปเที่ยวนะคะ” จู่ๆหวางหนันหนันก็นึกขึ้นได้ กล่าวกับหวางเต๋อและจาวซิ่วจืออย่างมีความสุข

โครม!

หวางเต๋อกับจาวซิ่วจือ หวางเห้าเหมือนโดนฟ้าผ่าอีกครั้ง ตกตะลึงกันอยู่ตรงที่เดิม

นึกถึงสิ่งที่พบเจอครั้งที่แล้วตรงประตูวิลล่า จู่ๆจาวซิ่วจือก็มีความรู้สึกสบายใจขึ้นมา

ยามหมาๆพวกนั้น ตอนนี้ลูกเขยของฉันพักอยู่ที่นั่นแล้ว ครั้งหน้าหากไปอีก ฉันจะดูว่ามีใครกล้ามาแตะต้องฉันอีก?

ขณะที่ใจที่คิดอยู่ จาวซิ่วจือยังคงยิ้มและพยักหน้า “จ้าๆๆๆ”

รอกระทั่งหวางหนันหนันกับเฉินเทียนเซิงจากไปแล้ว

จู่ๆหวางเต๋อก็พูดขึ้น “หนันหนันกับเทียนเซิงเพิ่งรู้จักไม่นาน ให้เธอตามไปด้วยแบบนี้ ดูไม่ค่อยจะดีมั้ง?”

เขาเป็นครู ดังนั้นก็จะพิจารณาถึงปัญหาเรื่องหน้าตาทางสังคมด้วย

เพิ่งจะพูดออกมา จาวซิ่วจือก็หยิกหวางเต๋ออย่างแรง “คุณมันจะไปรู้อะไร? ลูกเขยเศรษฐีอย่างเทียนเซิง ฉันฝันยังอยากได้เลย ต้องให้หนันหนันตัวติดตลอดเวลาไม่ดีเหรอ? ไม่อย่างนั้นหากหลุดมือจะทำไง?”

“พ่อครับ แม่ครับ ผมรู้สึกเหมือนฝันไปเลยครับ” จู่ๆหวางเห้าก็พูดขึ้น

“พ่อก็รู้สึกเหมือนฝัน”

จาวซิ่วจือเลิกคิ้ว ถามหวางเต๋อ “คุณเจ็บมั้ย?”

หวางเต๋อพยักหน้า

แววตาของจาวซิ่วจือเต็มไปด้วยประกาย กล่าวอย่างเข้าใจ “ครอบครัวเรา โชคดีแล้วจริงๆ หนันหนันจะต้องทำให้ครอบครัวของเราเจริญรุ่งเรือง หนันหนันช่างเป็นลูกสาวที่ดีของฉันจริงๆ”

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

บทนำ เฉินตงกับหวางหนันหนันแต่งงานกัน3ปี ถูกภรรยาที่ยกน้องชายเป็นหัวแก้วหัวแหวนบีบคั้น แล้วยังถูกดูถูกเหยียดหยาม วันหนึ่งได้กลับตระกูลมหาเศรษฐี เขาสาบานว่าต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา ต้องทำให้คนที่ดูถูกเขาเสียใจกับสิ่งที่ทำ ให้คนที่เหยียดหยามเขาต้องชดใช้อย่างสาสม เรื่องย่อ “ขอโทษครับคุณเฉิน ระยะมะเร็งตับของแม่ของคุณ…..” มองคุณหมอที่อยู่ตรงหน้าส่ายหน้า เฉินตงมึนงงไปชั่วขณะ ในพริบตาดวงตาก็กลายเป็นสีแดง ตั้งแต่เล็กจนโต เขากับแม่พึ่งพาอาศัยกัน เพื่อที่จะส่งให้เขาเรียนหนังสือ แม่ทำงานจนป่วย ไม่ทันที่จะได้สะดวกสบาย ก็ตกลงมาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้แล้ว “คุณหมอ ขอร้องล่ะครับ ช่วยแม่ผมด้วย แค่หนทางสักนิดก็ไม่มีแล้วเหรอครับ?” เสียงของเฉินตงแหบแห้งยังมีเสียงสะอื้นปนอยู่ คุณหมอลังเลอยู่ชั่วครู่ กล่าวขึ้น “ยังมีวิธีสุดท้ายอยู่ ก็คือทำการเปลี่ยนถ่ายตับ ตอนนี้ทางแพทย์มีของอยู่พอดี…..” ชะงักไปชั่วครู่ เขาก็มองเฉินตงตั้งแต่หัวจรดเท้า การรักษาที่ยาวนาน ทำให้เขารู้สถานการณ์ตอนนี้ของเฉินตงดี แต่ เขาก็ยังพูดออกมา “แต่ว่า…..ค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยนะครับ อย่างน้อยๆในช่วงแรกก็ประมาณสองแสน” สองแสน? ดวงตาของเฉินตงวาววับ รีบจับมือของคุณหมอเอาไว้ “รักษา จะต้องรักษานะครับ ผมยังมีอีกสองแสน!” เงินไม่มีแล้วยังหาได้ แต่ว่าไม่มีแม่แล้ว ก็ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว “อย่างนั้นคุณก็รีบๆรวบรวมเงิน ถ้าเกิดว่ายังประวิงเวลาออกไปอีก วิธีปลูกถ่ายตับก็หมดหนทางแล้ว” นายแพทย์พยักหน้า ถอนหายใจครั้งหนึ่งแล้วก็หมุนตัวจากไป เดินออกมาจากโรงพยาบาล ท้องฟ้ามีฝนเม็ดเล็กๆโปรยลงมา เฉินตงรีบร้อนกลับบ้าน ภรรยา หวางหนันหนันกำลังนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา แถมในปากยังกินขนมมันฝรั่งทอดอยู่อีกด้วย เธอเหลือบมองเฉินตง หวางหนันหนันว่าขึ้น “แม่ดีขึ้นบ้างไหม?” “หมอบอกว่า ถ้าเกิดว่าสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายตับได้ ก็ยังมีทางรักษา” เฉินตงพูดขึ้นอย่างดีใจราวกับคว้าเอาหญ้ากอสุดท้ายที่ใช้รักษาชีวิตเอาไว้ได้ “ต้องใช้สองแสน ยังดีที่บ้านของเรายังพอมีอยู่ แม่ยังมีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง” พูดไป เขาก็หมุนตัวเข้าไปหยิบเอาบัตรธนาคารในห้อง ในพริบตาสีหน้าของหวานหนันหนันก็เปลี่ยนไป รีบร้องขึ้น “เฉินตง คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เฉินตงเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ราวกับว่านึกอะไรขึ้นได้ หมุนตัวหันกลับมามองหวางหนันหนัน “เงินล่ะ?” หวางหนันหนันวิตกกังวล อึกๆอักๆไม่พูดออกมา “เอาไปให้ที่บ้านคุณอีกแล้วเหรอ?” เฉินตงเลิกคิ้ว รอยยิ้มที่แสดงออกมานั้นช่างดูขมขื่นจนหาอะไรมาเปรียบเทียบไม่ได้ ฝีเท้าของเขาก้าวลงไปนั่งบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง หยิบซองบุหรี่ที่ยับยู่ยี่ออกมา “แช๊ะ” จุดบุหรี่มวนนึงขึ้น ดูดบุหรี่เข้าปอดแรงๆ ทิ้งร่างนอนพาดอยู่บนโซฟา แต่งงานมาสามปี เรื่องซ้ำ ๆเดิม ๆ และมันไม่ใช่ครั้งแรก “หนันหนัน นี่เป็นเงินที่เอาไว้ใช้รักษาแม่ผม” เฉินตงพูดขึ้นอย่างอ่อนล้า “ขอคืนมาได้ไหม?” “ขอคืนมา?” คิ้วของหวางหนันหนันกระตุกขึ้น ตวาดออกมาเสียงแหลม “เฉินตง คุณหมายความว่ายังไง? ฉันเอาเงินเล็กๆน้อยๆไปแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ฉัน จะมีหน้าที่ไหนไปขอกลับมาห้ะ?” เฉินตงข่มสีหน้าและอารมณ์ให้เย็นลง แล้วว่าขึ้น “โรงพยาบาลบอกว่าตอนนี้มีตับที่เข้ากันได้อยู่พอดี ถ้าสามารถเอาเงินไปให้โรงพยาบาลได้ในทันที โรงพยาบาลก็สามารถที่จะเริ่มทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับให้แม่ผมได้เลย จากสถานการณ์ของแม่ผมในตอนนี้ คงจะทนได้อีกไม่นาน” “ฉันไม่สนใจ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเอง คุณก็ไปหาทางเอาเอง” ในทันใดหวางหนันหนันก็ร้องเริ่มร้องไห้เสียงดัง น้ำตาไหลนอง “ภายในเวลาสั้นๆผมจะไปหาเงินสองแสนมาจากไหน?” เฉินตงรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะระเบิดออกมาแล้ว กึ่งหนึ่งคือการขอร้อง “หนันหนัน ช่วยผมครั้งหนึ่ง ขอคืนมาเถอะนะ แม่ของผมยังรอเงินสองแสนนั่นมาช่วยชีวิตอยู่นะ!” “เฉินตง! เงินนั่นให้แม่ฉันไปแล้ว ฉันไม่มีทางที่จะไปขอกลับมา” หวางหนันหนันร้องไห้ไปแล้วทรุดนั่งลงบนพื้น ทั้งน้ำมูกทั้งน้ำตาไหลออกมา “แม่ของคุณก็กำลังจะตายอยู่แล้ว คุณยังจะเอาเงินไปผลาญทิ้งที่โรงพยาบาลอีก ตกลงคุณเคยคิดถึงครอบครัวพวกเราบ้างหรือเปล่า?” ร่างกายของเฉินตงสั่น ความโกรธมากระจุกรวมกันอยู่ที่ลำคอของเขา เขาหยิบโทรศัพท์ของหวางหนันหนันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “คุณไม่โทร ผมโทร!” ไม่รอให้หวางหนันหนันขัดขวาง สายโทรออกก็โดนรับสาย “แม่ครับ หนันหนันเพิ่งจะให้เงินแม่ไปสองแสนใช่ไหมครับ?” เฉินตงขอร้อง “ขอร้องล่ะครับช่วยคืนเงินสองแสนให้ผมได้ไหม นั่นเป็นเงินที่จะใช้รักษาแม่ผม แม่ผมท่านยังรอรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่นะครับ” อีกฝั่งของสาย อยู่แม่ยายก็ตวาดขึ้น “เฉินตงแกพูดจาบ้าบออะไรออกมา? เงินนั่นเป็นเงินที่หนันหนันแสดงความกตัญญูต่อพวกเรา แกยังมีหน้าจะมาขอเงินกลับไปอีก? ในตอนนั้นหนันหนันอยากจะแต่งงานกับแก พวกเราก็ไม่เห็นด้วย จากสภาพของแก ก็เป็นเพราะหนันหนันหน้ามืดตามัวถึงได้ยอมแต่งงานกับแก” “ในตอนนี้หนักกว่านั้นอีก หนันหนันมีใจอยากจะกตัญญูต่อพ่อแม่ เอาเงินมาให้พวกเราสองคนใช้ ชายหงส์(ผู้ชายที่เกิดในบ้านยากจนและเข้ามหาวิทยาลัยโดยความพยายาม จบเรียนแล้วก็ดำเนินชีวิตที่เมือง)อย่างแกยังกล้าที่จะบากหน้ามาขอเงินกลับไป ฉันจะบอกแกให้นะ หวางเห้ากำลังจะแต่งงานแล้ว เงินนั่นพวกเราเตรียมจะเอาไปวางดาวน์ค่าบ้านงวดแรกให้หวางเห้า อยากได้เงิน? แค่แดงเดียวก็ไม่มี!” ปัง! สายตัดไปแล้ว เฉินตงแน่นิ่งไป แม่ยายนี่ฟังในสิ่งที่ฉันพูดไม่เข้าใจหรือยังไง? “เฉินตง คุณเป็นบ้าเหรอ?” หวางหนันหนันกระชากคอเสื้อของเฉินตงราวกับคนบ้า “คุณทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ลงไปได้ยังไง ฉันเอาเงินไปให้พ่อแม่ฉัน ทำไมคุณต้องทำเหมือนมันฟ้ามันจะผ่าลงมาให้ได้?” เฉินตงมองหวางหนันหนันอย่างหดหู่ ดวงตาแดงก่ำ “ในสายตาของพวกคุณ ชีวิตของแม่ผม ยังไม่มีค่าเท่ากับเงินดาวน์บ้านงวดแรกของน้องชายคุณอย่างนั้นเหรอ?” “ไร้สาระ!” หวางหนันหนันปล่อยมือจากเฉินตง หยิบของในห้องขึ้นมาแล้วก็เขวี้ยงปาข้าวของจนเละเทะ ในพริบตา ห้องรับแขกก็รกและยุ่งเหยิงไปหมด หวางหนันหนันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา “เฉินตงคุณมันคนใจดำ ตอนนั้นทำไมฉันถึงได้แต่งงานกับคุณนะ เพื่อแม่ของคุณ คุณทุ่มเททิ้งเงินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว? ฉันยอมอดทนลำบากมากับคุณ แม้แต่บ้านที่อยู่ก็ต้องเช่า คุณเคยสงสารฉันบ้างไหม? เสี่ยวเห้าเป็นน้องชายของฉัน แล้วก็เป็นน้องของคุณด้วย เขากำลังจะแต่งงานแล้ว ฉันเป็นถึงพี่สาว จะช่วยฉันบ้าง ไม่ได้เลยเหรอ?” “ช่วยคุณสักครั้ง?” เฉินตงโมโหสุดขีด “พวกเราแต่งงานกันมาสามปี คุณช่วยหวางเห้าไอ้สวะนั่นไปตั้งเท่ากี่ครั้งแล้ว? ไอ้สวะหวางเห้ามัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบจนชีวิตไม่ก้าวหน้า ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านเกาะพ่อแม่กิน ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะพวกคุณ!” “อย่ามาพูดถึงน้องชายฉันแบบนั้นนะ!” หวางหนันหนันใบหน้าบิดเบี้ยว ยืนชี้หน้าเฉินตงด้วยท่าทางป่าเถื่อนพร้อมพูดข่มขู่ เฉินตงพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ทำไมถึงจะพูดไม่ได้? เรียนมหาลัยก็ไปทำคนอื่นท้อง เงินที่ชดใช้ก็เป็นเงินของผม เขาอยากจะซื้อรถก็เป็นผมที่จ่ายเงินซื้อให้เขา ในสามปีนี้ทั้งในที่ลับและที่แจ้งผมจ่ายเงินให้เขาไปตั้งเท่าไหร่? คุณมันปีศาจฝูตี้(ผู้หญิงที่มีน้องชายและต้องช่วยน้องชายในทุกด้านเพราะพ่อแม่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว) คุณต่างหากที่ไม่เคยคิดถึงครอบครัวของเรา!” “กรี๊ด! แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ” หวางหนันหนันหวีดร้องออกมาเสียงแหลม “แกหมายความว่ายังไง? แกไม่อยากจะอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม?” “พวกคุณเอาเงินที่จะใช้รักษาแม่ผมไปซื้อบ้านให้ไอ้สวะ ไม่สนใจไยดีแม่ผม คนที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันต่อมันเป็นคุณต่างหาก!” เฉินตงยักไหล่ พูดออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “หย่ากันเถอะ!” หวางหนันหนันนิ่งไปในทันที “มึง มึงพูดว่าอะไรนะ?” แต่งงานมาสามปี ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเฉินตงไม่เคยพูดจาอะไรแบบนี้ออกมา “หย่ากันเถอะ” เฉินตงบอก “แต่งงานกับผมมันทำให้คุณลำบากมาก ผมเองก็ไม่เหมาะกับคุณ ครอบครัวนี้ของคุณ ผมแบกไม่ไหว” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไป เขาไม่ใช่คนที่มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง สามปีที่ผ่านมา แต่ละครั้งที่อดทน ก็เป็นเพราะคิดว่าในตอนนั้นหวางหนันหนันแต่งกับเขา ความจริงแล้วก็นับว่าเธอยอมลดตัวลงมาแต่งกับเขา อีกอย่างหวางหนันหนันก็ยังมีความรู้สึกดีๆต่อเขาบ้าง แต่ว่าครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รอจนเฉินตงออกไปจากบ้านแล้ว ในที่สุดหวางหนันหนันก็ได้สติ เธอรีบพุ่งตัวไปหยิบโทรศัพท์มาโทรหามารดาด้วยความวิตกและไร้สติ ร้องไห้ฟูมฟายแล้วว่าขึ้น “แม่…..เฉินตงอยากจะหย่ากับหนู” “ไอ้ชั่วนั่นอยากจะขอหย่ากับแก?” อีกฝั่งของสาย เสียงตวาดของมารดาดังขึ้น “หย่าก็หย่า! มันก็แค่ไอ้คนจน ยังจะกล้ายกหางตัวเองอวดเบ่ง คิดว่าตัวเองแน่นักนะ! เงินสองแสนสุดท้ายนั่นยังไงก็อยู่ที่พวกเราแล้ว มันจะหย่ากับแก อย่างนั้นก็สงเคราะห์มันไป ให้มันไปนั่งร้องไห้กับแม่แก่ใกล้ตายของมันไปเสีย” ณ ขณะนี้ เวลานี้ เฉินตงออกเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ท้องฟ้าในตอนกลางคืน มีฝนเม็ดเล็กๆโปรยปรายลงมา ทำให้ตัวของเขาเปียกไปทั้งตัว เขาส่ายหัวอย่างกลัดกลุ้ม เอาเท้าเตะน้ำที่ขังนองอยู่ข้างทาง เงิน เงิน เงิน แม่งทะเลาะกันก็เพราะเงิน! ตอนนี้มีเรื่องกับตระกูลหวางจนต่อกันไม่ติดแล้ว กูแม่งจะไปหาเงินสองแสนนั่นมาจากไหนกันวะ? ฝืด……. ในเวลานี้ รถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อมคันหนึ่งก็หยุดลงตรงข้างตัวของเฉินตง กระจกของรถถูกเลื่อนลง ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดราชวงศ์ถังมีมองมาที่เฉินตงด้วยใบหน้าที่แต้มไว้ด้วยรอยยิ้ม “เป็นคุณชายเฉินตงใช่ไหมครับ? เชิญขึ้นรถครับ ไปโรงพยาบาลลี่จิงกับผม” คุณชาย ?! เฉินตงมองชายชราตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง นานนับชั่วขณะหนึ่งที่ชะงักไป ชายชรายิ้มออกมาเล็กน้อย “คุณแม่ของคุณกำลังเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”

Options

not work with dark mode
Reset