Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา – ตอนที่ 112 ใครกล้าล่วงเกินแม่ฉัน ฉันจะขอแลกกับมันด้วยชีวิต !

บทที่ 112 ใครกล้าล่วงเกินแม่ฉัน ฉันจะขอแลกกับมันด้วยชีวิต !

ขณะที่แม่กำลังเกิดเรื่อง เฉินตงก็กำลังประชุมอยู่ที่บริษัท

เมื่อรับโทรศัพท์ของท่านหลง เฉินตงก็ตบโต๊ะดัง “ปัง”

แก้วน้ำชาบนโต๊ะก็ถูกปัดจนแตกไปด้วย เศษแก้วบาดเข้าที่ฝ่ามือของเฉินตงจนเลือดสีแดงสดไหลออกมา

ภาพตรงหน้าที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตกใจจนสะดุ้งเฮือก

บรรยากาศในห้องประชุมเงียบจนน่ากลัว

เฉินตงในตอนนี้ เหมือนสิงโตที่กำลังโกรธเกรี้ยว ดวงตาของเขาเป็นสีแดงก่ำ

“เสี่ยวหม่า นายดูแลการประชุมต่อ ฉันมีเรื่องต้องไปจัดการ”

เฉินตงหันหลังเดินจากไป

เสี่ยวหม่าอึ้งไปครู่หนึ่ง : “พี่ตง แต่นี่มันเกี่ยวกับเรื่องการขายล่วงหน้า ต้นเดือนตึกทั้งสามแห่งจะมีการเปิดขายล่วงหน้าพร้อมกัน ผม ผมกลัวว่าผมจะทำได้ไม่ดี !”

“ทำได้ไม่ดีก็ต้องทำ !”

เสียงของเฉินตงดังเข้ามาจากทางเดินด้านนอกห้องประชุม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธอย่างรุนแรง

เงินไม่มีก็หาใหม่ได้ แต่หากร่างกายของแม่เป็นอะไรไป นั่นถึงจะถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ !

……

โรงพยาบาลลี่จิง

เฉินตงลงจากรถแล้วรีบวิ่งเข้าไปในโรงพยาบาลทันที

คนที่อยู่บริเวณโดยรอบต่างก็ตกใจรีบหลบทางให้

“คุณหมอจาง เขา เขาคนนั้นน่ากลัวมาก คงจะไม่ได้มาก่อเรื่องอะไรหรอกใช่ไหม ?”

พยาบาลคนหนึ่งตื่นตกใจ หลายปีมานี้มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นในโรงพยาบาลไม่น้อย ทำให้ทั้งหมอและพยาบาลต่างรู้สึกกลัว

คุณหมอจางไม่ใช่คนอื่น แต่เป็นหมอเจ้าของไข้ของหลี่หลานพอดี

“อย่าพูดเหลวไหล นั่นคือคุณเฉิน”

คุณหมอจางกล่าวออกมาด้วยความเคารพ จากนั้นจึงเข้าไปขวางเฉินตงเอาไว้ : “คุณเฉิน แม่ของคุณพ้นขีดอันตรายแล้ว”

“คุณหมอจาง ตอนนี้แม่ของผมอยู่ที่ไหน ?”

เฉินตงจับมือของคุณหมอจางเอาไว้ แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“เพิ่งออกมาจากห้องไอซียู ผมจัดการย้ายเข้าไปอยู่ในห้องผู้ป่วยเรียบร้อยแล้ว”

คุณหมอจางพูดพลางขมวดคิ้ว : “ครั้งนี้มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น ? ร่างกายของแม่คุณฟื้นฟูแล้ว ถ้าหากไม่ใช่เพราะได้รับความกระทบกระเทือนจากอารมณ์โกรธอย่างสุดขีด ก็ไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างเช่นวันนี้ขึ้นได้”

“ผมขอไปดูแม่ของผมก่อน”

เฉินตงเองก็รู้สึกสงสัย ท่านหลงเองก็ไม่ได้อธิบายในสายโทรศัพท์อย่างละเอียดว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น

เมื่อได้ยิน

คุณหมอจางจึงรีบเดินนำทางไปทันที

ภานในห้องพักผู้ป่วยวีไอพี หลี่หลานยังคงนอนหมดสติอยู่ โดยมีอุปกรณ์ต่างๆ ระโยงระยางไปทั้งตัว

ฟ่านลู่นั่งอยู่ข้างเตียงด้วยสีหน้าโศกเศร้า กุมมือของหลี่หลานเอาไว้

ส่วนท่านหลงกับคุนหลุนนั้นยืนอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

เฉินตงเปิดประตูออก และตรงเข้าไปในห้องผู้ป่วย

“คุณเฉิน”

“คุณชาย”

เมื่อเห็นเฉินตง ฟ่านลู่ ท่านหลง และคุนหลุนก็ตะโกนเรียกออกมาพร้อมกัน

เฉินตงพยักหน้า แล้วรีบเดินตรงเข้าไปหาหลี่หลาน เมื่อเห็นว่ายังนอนหมดสติอยู่ก็ขมวดคิ้วแน่น

ฟ่านลู่พูดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น : “ขอ ขอโทษด้วยคุณเฉิน ฉัน……”

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ คุณไม่ต้องโทษตัวเอง”

เฉินตงยกมือขึ้นตัดบทฟ่านลู่

ฟ่านลู่คอยดูแลแม่ เขาเองก็เห็นมาโดยตลอด ส่วนแม่ของเขาเองก็ปฏิบัติต่อฟ่านลู่เหมือนเป็นลูกสาวคนหนึ่ง

เห็นได้ชัดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้อยู่นอกเหนือการควบคุม ถึงทำให้แม่ได้รับความกระทบกระเทือนได้

พูดจบ เขาก็หันไปมองท่านหลงและคุนหลุนด้วยสีหน้าบึ้งตึง

“คุณชาย ออกไปคุยกันข้างนอกเถอะครับ”

ท่านหลงถอนหายใจ แล้วเดินนำออกไปที่ทางเดินด้านนอกก่อน

ที่ทางเดินด้านนอก เฉินตงจ้องมองท่านหลงกับคุนหลุนด้วยความโมโห : “เกิดเรื่องอะไรขึ้น ?”

“เป็นเพราะเฉินเทียนเซิงครับ” คุนหลุนพูด

เฉินตงกำหมัดแน่นจนเสียงกระดูกดังกรอบทันที แววตาของเขาเต็มไปด้วยเจตนาฆ่า

ท่านหลงค่อยๆ พูดว่า : “วันนี้หวางเห้าขับรถบุกเข้าไปในวิลล่า เพื่อที่จะมาคิดบัญชีกับเฉินเทียนเซิงเรื่องตระกูลหวางของเขา เดิมทีพวกเราเองก็ไม่ได้คิดจะเข้าไปยุ่ง แต่เฉินเทียนเซิงได้มอบเช็คมูลค่าห้าล้านบาทให้หวางเห้า บอกว่าให้เพราะเห็นแก่หน้าคุณ”

บูม !

มีเสียงระเบิดดังขึ้นในหัวของเฉินตง เขาอดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้มออกมา : “เฉินเทียนเซิง เลวจริงๆ !”

ท่านหลงพูดต่อ : “ตอนนั้นคุณหญิงรู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก จึงได้พาพวกเราไปออกหน้า จนในที่สุดหวางเห้าก็ถูกไล่กลับไป แต่เฉินเทียนเซิงกลับทำให้คุณหญิงโกรธจนหมดสติจนต้องเข้าโรงพยาบาล”

“เขาพูดอะไรบ้าง ?” เฉินตงหรี่ตาถาม

มีความหนาวเย็นแผ่ซ่านออกมาจากทั่วทั้งตัวของท่านหลงและคุนหลุน รู้สึกว่าเหมือนว่าอุณหภูมิลดลงไปหลายองศา

“เขาพูดว่า ชีวิตของคุณหญิงนั้นไร้ค่า ให้กำเนิดลูกนอกคอกออกมา !” ท่านหลงพูด

“เหอะ !”

เฉินตงแสยะยิ้ม เขาไม่อาจระงับความโกรธที่มีอยู่ได้อีกต่อไป แต่รอยยิ้มที่เขาแสดงออกมานั้นกลับสงบเยือกเย็นผิดปกติ

ภาพที่เห็นทำให้ท่านหลงและคุนหลุนต้องตกตะลึง

แล้วจึงรีบเดินตามไปติดๆ

เฉินตงค่อยๆ พูดออกมาหนึ่งประโยค

“คุนหลุน ไปกับฉันหน่อย !”

ตู้ม !

ท่านหลงกับคุนหลุนเหมือนถูกฟ้าผ่า

“คุณชาย จะแก้ไขปัญหาด้วยอารมณ์ไม่ได้นะครับ เขาตั้งใจที่จะยั่วโมโหคุณ เพื่อล่อให้คุณทำผิดกฎของตระกูล !” ท่านหลงรีบคว้าเฉินตงเอาไว้

แต่เฉินตงกลับสะบัดมือของท่านหลงออกอย่างแรง : “มันทำให้แม่ของฉันต้องเข้าโรงพยาบาล นายยังจะห้ามไม่ให้ฉันแก้ไขปัญหาด้วยอารมณ์อีกหรือ ? เรื่องล้อเล่นแบบนี้ มันไม่ตลกเลยสักนิด !”

“ไม่ว่าจะเป็นกฎของตระกูลหรือจะเป็นตำแหน่งผู้สืบทอดมรดกของตระกูลเฉิน ก็ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าแม่ของฉันทั้งนั้น”

“หากเขาหาเรื่องฉัน ฉันยังจะพอทนได้ แต่นี่เขาแตะต้องแม่ของฉัน ต่อให้เป็นเทวดามาจากไหนฉันก็ไม่มีทางยอมละเว้นทั้งนั้น !”

ในคำพูดแฝงไปด้วยอารมณ์โกรธและเจตนาฆ่าที่เต็มเปี่ยม

ใครกล้ากระตุกหนวดเสือ มันผู้นั้นต้องตาย !

แม่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเขา

หากผู้เป็นมารดาได้รับความอับอาย แต่ผู้เป็นลูกกลับไม่ออกมาปกป้อง เช่นนั้นไม่เท่ากับว่าเป็นลูกอกตัญญูหรอกหรือ ?

“คุนหลุน !”

เฉินตงเดินจ้ำอ้าวออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว

คุนหลุนรีบเดินตามไปทันที

“คุนหลุน ดูแลคุณชายด้วย !”

ท่านหลงรีบกล่าวเตือน รอจนกระทั่งทั้งสองหายลับจากทางเดินไป เขาถึงแอบถอนหายใจออกมา : “คุณชาย……อย่าให้ความพยายามทั้งหมดของนายท่าน ต้องมาสูญเปล่าไปในคราวเดียวเลย”

เขารับรู้ถึงความรู้สึกของเฉินตงและหลี่หลานสองแม่ลูกดี

แม่ต้องได้รับความอับอายเช่นนี้ เป็นใครก็ไม่มีทางทนไหวทั้งนั้น

ยิ่งไปกว่านั้น ความรู้สึกของทั้งสองแม่ลูกที่คอยประคับประคองกันมาตลอดยี่สิบกว่าปี

ด้วยความผูกพันที่มีต่อกันเช่นนี้ ต่อให้เป็นคนที่มีเหตุผลขนาดไหน ก็สามารถลืมความกลัวตรงหน้าได้หมดสิ้น

ดังนั้น เขาจึงไม่คิดที่จะเข้าไปขวาง เพราะรู้ดีว่าไม่อาจขวางได้

ให้คุนหลุนคอยจับตาดูเฉินตงเอาไว้ให้ดี ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ท่านหลงสามารถคิดออกได้ในตอนนี้แล้ว

ขอเพียงอย่าล้ำเส้นที่ขีดไว้ คุณชายก็จะยังคงเป็นหนึ่งในผู้สืบทอดมรดกต่อไป !

เมื่อเดินออกมาจากโรงพยาบาล ขณะที่คุนหลุนกำลังหยุดรถ เฉินตงก็ส่งข้อความไปหากูหลัง

หลังจากขึ้นรถแล้ว คุนหลุนถามด้วยความสงสัยว่า : “คุณชาย เรียกกูหลังมาทำไมหรือครับ ?”

เฉินเทียนเซิงเป็นคนที่เขาสอนมาเองกับมือ ต่อให้เขาจะเชื่อฟังคำสั่งของท่านหลง ไม่ยอมปล่อยให้เฉินตงลงมือ เขาเพียงคนเดียวก็สามารถเอาชนะเฉินเทียนเซิงได้ !

จู่ๆ ใบหน้าที่เย็นชาของเฉินตงก็ปรากฏรอยยิ้มที่แปลกประหลาดออกมา แววตานั้นทำให้คุนหลุนรู้สึกเสียวสันหลัง

เขาค่อยๆ พูดว่า : “กูหลังเป็นคนรับใช้หรือเปล่า ?”

คุนหลุนเลิกคิ้ว แล้วเข้าใจทุกอย่างในทันที

แต่ทันใดนั้น เขาก็ขมวดคิ้ว : “คุณชาย ผมรู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่ แต่เรื่องนี้มันเป็นไปไม่ได้”

“เหรอ ?”

เฉินตงเลิกคิ้ว

คุนหลุนพูดว่า : “ตามกฎของตระกูลที่ท่านหลงว่าไว้ ต่อให้กูหลังจะไม่ใช่คนรับใช้ แต่ก็ถือว่าเป็นคนของคุณ หากมีความเกี่ยวข้องกันเช่นนี้ ก็จะต้องถูกจัดการตามกฎของตระกูลเช่นเดียวกัน !”

“เหอะๆ”

เฉินตงยิ้มเยาะออกมา : “ที่ฉันเรียกกูหลังมา ก้เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงกฎของตระกูลให้มากที่สุด ถ้าเช่นนั้นเห็นทีคงไม่จำเป็นต้องเลี่ยงอีกแล้ว !”

คุนหลุนฟังอย่างตั้งใจ และกำลังจะเปิดปากพูด

แต่เฉินตงกลับจ้องคุนหลุนตาเขม็ง : “นายบอกฉันมาซิ ถ้าหากเป็นแม่ของนายที่ถูกทำร้าย ถ้าหากต้องใช้ชีวิตนายและกับชีวิตของครอบครัวศัตรู นายจะยอมแลกหรือไม่แลก ?”

คุนหลุนนิ่งไป

จากนั้นจึงตอบกลับมาอย่างดุเดือดว่า : “แลก !”

เฉินตงยิ้ม แล้วหันมองออกไปนอกหน้าต่างรถ จากนั้นจึงพึมพำออกมาเบาๆ ว่า : “ทุกคนก็เหมือนกันหมด”

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

บทนำ เฉินตงกับหวางหนันหนันแต่งงานกัน3ปี ถูกภรรยาที่ยกน้องชายเป็นหัวแก้วหัวแหวนบีบคั้น แล้วยังถูกดูถูกเหยียดหยาม วันหนึ่งได้กลับตระกูลมหาเศรษฐี เขาสาบานว่าต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา ต้องทำให้คนที่ดูถูกเขาเสียใจกับสิ่งที่ทำ ให้คนที่เหยียดหยามเขาต้องชดใช้อย่างสาสม เรื่องย่อ “ขอโทษครับคุณเฉิน ระยะมะเร็งตับของแม่ของคุณ…..” มองคุณหมอที่อยู่ตรงหน้าส่ายหน้า เฉินตงมึนงงไปชั่วขณะ ในพริบตาดวงตาก็กลายเป็นสีแดง ตั้งแต่เล็กจนโต เขากับแม่พึ่งพาอาศัยกัน เพื่อที่จะส่งให้เขาเรียนหนังสือ แม่ทำงานจนป่วย ไม่ทันที่จะได้สะดวกสบาย ก็ตกลงมาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้แล้ว “คุณหมอ ขอร้องล่ะครับ ช่วยแม่ผมด้วย แค่หนทางสักนิดก็ไม่มีแล้วเหรอครับ?” เสียงของเฉินตงแหบแห้งยังมีเสียงสะอื้นปนอยู่ คุณหมอลังเลอยู่ชั่วครู่ กล่าวขึ้น “ยังมีวิธีสุดท้ายอยู่ ก็คือทำการเปลี่ยนถ่ายตับ ตอนนี้ทางแพทย์มีของอยู่พอดี…..” ชะงักไปชั่วครู่ เขาก็มองเฉินตงตั้งแต่หัวจรดเท้า การรักษาที่ยาวนาน ทำให้เขารู้สถานการณ์ตอนนี้ของเฉินตงดี แต่ เขาก็ยังพูดออกมา “แต่ว่า…..ค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยนะครับ อย่างน้อยๆในช่วงแรกก็ประมาณสองแสน” สองแสน? ดวงตาของเฉินตงวาววับ รีบจับมือของคุณหมอเอาไว้ “รักษา จะต้องรักษานะครับ ผมยังมีอีกสองแสน!” เงินไม่มีแล้วยังหาได้ แต่ว่าไม่มีแม่แล้ว ก็ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว “อย่างนั้นคุณก็รีบๆรวบรวมเงิน ถ้าเกิดว่ายังประวิงเวลาออกไปอีก วิธีปลูกถ่ายตับก็หมดหนทางแล้ว” นายแพทย์พยักหน้า ถอนหายใจครั้งหนึ่งแล้วก็หมุนตัวจากไป เดินออกมาจากโรงพยาบาล ท้องฟ้ามีฝนเม็ดเล็กๆโปรยลงมา เฉินตงรีบร้อนกลับบ้าน ภรรยา หวางหนันหนันกำลังนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา แถมในปากยังกินขนมมันฝรั่งทอดอยู่อีกด้วย เธอเหลือบมองเฉินตง หวางหนันหนันว่าขึ้น “แม่ดีขึ้นบ้างไหม?” “หมอบอกว่า ถ้าเกิดว่าสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายตับได้ ก็ยังมีทางรักษา” เฉินตงพูดขึ้นอย่างดีใจราวกับคว้าเอาหญ้ากอสุดท้ายที่ใช้รักษาชีวิตเอาไว้ได้ “ต้องใช้สองแสน ยังดีที่บ้านของเรายังพอมีอยู่ แม่ยังมีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง” พูดไป เขาก็หมุนตัวเข้าไปหยิบเอาบัตรธนาคารในห้อง ในพริบตาสีหน้าของหวานหนันหนันก็เปลี่ยนไป รีบร้องขึ้น “เฉินตง คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เฉินตงเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ราวกับว่านึกอะไรขึ้นได้ หมุนตัวหันกลับมามองหวางหนันหนัน “เงินล่ะ?” หวางหนันหนันวิตกกังวล อึกๆอักๆไม่พูดออกมา “เอาไปให้ที่บ้านคุณอีกแล้วเหรอ?” เฉินตงเลิกคิ้ว รอยยิ้มที่แสดงออกมานั้นช่างดูขมขื่นจนหาอะไรมาเปรียบเทียบไม่ได้ ฝีเท้าของเขาก้าวลงไปนั่งบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง หยิบซองบุหรี่ที่ยับยู่ยี่ออกมา “แช๊ะ” จุดบุหรี่มวนนึงขึ้น ดูดบุหรี่เข้าปอดแรงๆ ทิ้งร่างนอนพาดอยู่บนโซฟา แต่งงานมาสามปี เรื่องซ้ำ ๆเดิม ๆ และมันไม่ใช่ครั้งแรก “หนันหนัน นี่เป็นเงินที่เอาไว้ใช้รักษาแม่ผม” เฉินตงพูดขึ้นอย่างอ่อนล้า “ขอคืนมาได้ไหม?” “ขอคืนมา?” คิ้วของหวางหนันหนันกระตุกขึ้น ตวาดออกมาเสียงแหลม “เฉินตง คุณหมายความว่ายังไง? ฉันเอาเงินเล็กๆน้อยๆไปแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ฉัน จะมีหน้าที่ไหนไปขอกลับมาห้ะ?” เฉินตงข่มสีหน้าและอารมณ์ให้เย็นลง แล้วว่าขึ้น “โรงพยาบาลบอกว่าตอนนี้มีตับที่เข้ากันได้อยู่พอดี ถ้าสามารถเอาเงินไปให้โรงพยาบาลได้ในทันที โรงพยาบาลก็สามารถที่จะเริ่มทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับให้แม่ผมได้เลย จากสถานการณ์ของแม่ผมในตอนนี้ คงจะทนได้อีกไม่นาน” “ฉันไม่สนใจ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเอง คุณก็ไปหาทางเอาเอง” ในทันใดหวางหนันหนันก็ร้องเริ่มร้องไห้เสียงดัง น้ำตาไหลนอง “ภายในเวลาสั้นๆผมจะไปหาเงินสองแสนมาจากไหน?” เฉินตงรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะระเบิดออกมาแล้ว กึ่งหนึ่งคือการขอร้อง “หนันหนัน ช่วยผมครั้งหนึ่ง ขอคืนมาเถอะนะ แม่ของผมยังรอเงินสองแสนนั่นมาช่วยชีวิตอยู่นะ!” “เฉินตง! เงินนั่นให้แม่ฉันไปแล้ว ฉันไม่มีทางที่จะไปขอกลับมา” หวางหนันหนันร้องไห้ไปแล้วทรุดนั่งลงบนพื้น ทั้งน้ำมูกทั้งน้ำตาไหลออกมา “แม่ของคุณก็กำลังจะตายอยู่แล้ว คุณยังจะเอาเงินไปผลาญทิ้งที่โรงพยาบาลอีก ตกลงคุณเคยคิดถึงครอบครัวพวกเราบ้างหรือเปล่า?” ร่างกายของเฉินตงสั่น ความโกรธมากระจุกรวมกันอยู่ที่ลำคอของเขา เขาหยิบโทรศัพท์ของหวางหนันหนันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “คุณไม่โทร ผมโทร!” ไม่รอให้หวางหนันหนันขัดขวาง สายโทรออกก็โดนรับสาย “แม่ครับ หนันหนันเพิ่งจะให้เงินแม่ไปสองแสนใช่ไหมครับ?” เฉินตงขอร้อง “ขอร้องล่ะครับช่วยคืนเงินสองแสนให้ผมได้ไหม นั่นเป็นเงินที่จะใช้รักษาแม่ผม แม่ผมท่านยังรอรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่นะครับ” อีกฝั่งของสาย อยู่แม่ยายก็ตวาดขึ้น “เฉินตงแกพูดจาบ้าบออะไรออกมา? เงินนั่นเป็นเงินที่หนันหนันแสดงความกตัญญูต่อพวกเรา แกยังมีหน้าจะมาขอเงินกลับไปอีก? ในตอนนั้นหนันหนันอยากจะแต่งงานกับแก พวกเราก็ไม่เห็นด้วย จากสภาพของแก ก็เป็นเพราะหนันหนันหน้ามืดตามัวถึงได้ยอมแต่งงานกับแก” “ในตอนนี้หนักกว่านั้นอีก หนันหนันมีใจอยากจะกตัญญูต่อพ่อแม่ เอาเงินมาให้พวกเราสองคนใช้ ชายหงส์(ผู้ชายที่เกิดในบ้านยากจนและเข้ามหาวิทยาลัยโดยความพยายาม จบเรียนแล้วก็ดำเนินชีวิตที่เมือง)อย่างแกยังกล้าที่จะบากหน้ามาขอเงินกลับไป ฉันจะบอกแกให้นะ หวางเห้ากำลังจะแต่งงานแล้ว เงินนั่นพวกเราเตรียมจะเอาไปวางดาวน์ค่าบ้านงวดแรกให้หวางเห้า อยากได้เงิน? แค่แดงเดียวก็ไม่มี!” ปัง! สายตัดไปแล้ว เฉินตงแน่นิ่งไป แม่ยายนี่ฟังในสิ่งที่ฉันพูดไม่เข้าใจหรือยังไง? “เฉินตง คุณเป็นบ้าเหรอ?” หวางหนันหนันกระชากคอเสื้อของเฉินตงราวกับคนบ้า “คุณทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ลงไปได้ยังไง ฉันเอาเงินไปให้พ่อแม่ฉัน ทำไมคุณต้องทำเหมือนมันฟ้ามันจะผ่าลงมาให้ได้?” เฉินตงมองหวางหนันหนันอย่างหดหู่ ดวงตาแดงก่ำ “ในสายตาของพวกคุณ ชีวิตของแม่ผม ยังไม่มีค่าเท่ากับเงินดาวน์บ้านงวดแรกของน้องชายคุณอย่างนั้นเหรอ?” “ไร้สาระ!” หวางหนันหนันปล่อยมือจากเฉินตง หยิบของในห้องขึ้นมาแล้วก็เขวี้ยงปาข้าวของจนเละเทะ ในพริบตา ห้องรับแขกก็รกและยุ่งเหยิงไปหมด หวางหนันหนันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา “เฉินตงคุณมันคนใจดำ ตอนนั้นทำไมฉันถึงได้แต่งงานกับคุณนะ เพื่อแม่ของคุณ คุณทุ่มเททิ้งเงินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว? ฉันยอมอดทนลำบากมากับคุณ แม้แต่บ้านที่อยู่ก็ต้องเช่า คุณเคยสงสารฉันบ้างไหม? เสี่ยวเห้าเป็นน้องชายของฉัน แล้วก็เป็นน้องของคุณด้วย เขากำลังจะแต่งงานแล้ว ฉันเป็นถึงพี่สาว จะช่วยฉันบ้าง ไม่ได้เลยเหรอ?” “ช่วยคุณสักครั้ง?” เฉินตงโมโหสุดขีด “พวกเราแต่งงานกันมาสามปี คุณช่วยหวางเห้าไอ้สวะนั่นไปตั้งเท่ากี่ครั้งแล้ว? ไอ้สวะหวางเห้ามัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบจนชีวิตไม่ก้าวหน้า ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านเกาะพ่อแม่กิน ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะพวกคุณ!” “อย่ามาพูดถึงน้องชายฉันแบบนั้นนะ!” หวางหนันหนันใบหน้าบิดเบี้ยว ยืนชี้หน้าเฉินตงด้วยท่าทางป่าเถื่อนพร้อมพูดข่มขู่ เฉินตงพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ทำไมถึงจะพูดไม่ได้? เรียนมหาลัยก็ไปทำคนอื่นท้อง เงินที่ชดใช้ก็เป็นเงินของผม เขาอยากจะซื้อรถก็เป็นผมที่จ่ายเงินซื้อให้เขา ในสามปีนี้ทั้งในที่ลับและที่แจ้งผมจ่ายเงินให้เขาไปตั้งเท่าไหร่? คุณมันปีศาจฝูตี้(ผู้หญิงที่มีน้องชายและต้องช่วยน้องชายในทุกด้านเพราะพ่อแม่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว) คุณต่างหากที่ไม่เคยคิดถึงครอบครัวของเรา!” “กรี๊ด! แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ” หวางหนันหนันหวีดร้องออกมาเสียงแหลม “แกหมายความว่ายังไง? แกไม่อยากจะอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม?” “พวกคุณเอาเงินที่จะใช้รักษาแม่ผมไปซื้อบ้านให้ไอ้สวะ ไม่สนใจไยดีแม่ผม คนที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันต่อมันเป็นคุณต่างหาก!” เฉินตงยักไหล่ พูดออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “หย่ากันเถอะ!” หวางหนันหนันนิ่งไปในทันที “มึง มึงพูดว่าอะไรนะ?” แต่งงานมาสามปี ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเฉินตงไม่เคยพูดจาอะไรแบบนี้ออกมา “หย่ากันเถอะ” เฉินตงบอก “แต่งงานกับผมมันทำให้คุณลำบากมาก ผมเองก็ไม่เหมาะกับคุณ ครอบครัวนี้ของคุณ ผมแบกไม่ไหว” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไป เขาไม่ใช่คนที่มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง สามปีที่ผ่านมา แต่ละครั้งที่อดทน ก็เป็นเพราะคิดว่าในตอนนั้นหวางหนันหนันแต่งกับเขา ความจริงแล้วก็นับว่าเธอยอมลดตัวลงมาแต่งกับเขา อีกอย่างหวางหนันหนันก็ยังมีความรู้สึกดีๆต่อเขาบ้าง แต่ว่าครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รอจนเฉินตงออกไปจากบ้านแล้ว ในที่สุดหวางหนันหนันก็ได้สติ เธอรีบพุ่งตัวไปหยิบโทรศัพท์มาโทรหามารดาด้วยความวิตกและไร้สติ ร้องไห้ฟูมฟายแล้วว่าขึ้น “แม่…..เฉินตงอยากจะหย่ากับหนู” “ไอ้ชั่วนั่นอยากจะขอหย่ากับแก?” อีกฝั่งของสาย เสียงตวาดของมารดาดังขึ้น “หย่าก็หย่า! มันก็แค่ไอ้คนจน ยังจะกล้ายกหางตัวเองอวดเบ่ง คิดว่าตัวเองแน่นักนะ! เงินสองแสนสุดท้ายนั่นยังไงก็อยู่ที่พวกเราแล้ว มันจะหย่ากับแก อย่างนั้นก็สงเคราะห์มันไป ให้มันไปนั่งร้องไห้กับแม่แก่ใกล้ตายของมันไปเสีย” ณ ขณะนี้ เวลานี้ เฉินตงออกเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ท้องฟ้าในตอนกลางคืน มีฝนเม็ดเล็กๆโปรยปรายลงมา ทำให้ตัวของเขาเปียกไปทั้งตัว เขาส่ายหัวอย่างกลัดกลุ้ม เอาเท้าเตะน้ำที่ขังนองอยู่ข้างทาง เงิน เงิน เงิน แม่งทะเลาะกันก็เพราะเงิน! ตอนนี้มีเรื่องกับตระกูลหวางจนต่อกันไม่ติดแล้ว กูแม่งจะไปหาเงินสองแสนนั่นมาจากไหนกันวะ? ฝืด……. ในเวลานี้ รถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อมคันหนึ่งก็หยุดลงตรงข้างตัวของเฉินตง กระจกของรถถูกเลื่อนลง ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดราชวงศ์ถังมีมองมาที่เฉินตงด้วยใบหน้าที่แต้มไว้ด้วยรอยยิ้ม “เป็นคุณชายเฉินตงใช่ไหมครับ? เชิญขึ้นรถครับ ไปโรงพยาบาลลี่จิงกับผม” คุณชาย ?! เฉินตงมองชายชราตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง นานนับชั่วขณะหนึ่งที่ชะงักไป ชายชรายิ้มออกมาเล็กน้อย “คุณแม่ของคุณกำลังเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”

Options

not work with dark mode
Reset