Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา – ตอนที่ 113 เฉินตงผู้แปลกประหลาด

บทที่ 113 เฉินตงผู้แปลกประหลาด

เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเป็นเวลาบ่ายสามโมง

แต่ท้องฟ้ากลับมืดครึ้มอย่างมาก

เมฆดำก้อนใหญ่ลอยปกคลุมอยู่ทั่วท้องฟ้าของเมือง

เดิมทีสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเขาเทียนซานอันสวยงามได้ แต่ด้วยสภาพอากาศเช่นนี้ ทำให้ยิ่งดูมืดครึ้ม

ลมและฝนกระหน่ำลงมา

เอี๊ยด !

รถโรลส์-รอยซ์คันสีดำจอดอยู่ด้านนอกเขตวิลล่าเขาเทียนซาน

ภายใต้บรรยากาศอึมครึม รถโรลส์-รอยซ์จอดขวางประตูใหญ่ของเขตวิลล่าเอาไว้ ดูไปแล้วเหมือนกับสัตว์ร้ายที่นอนนิ่งอยู่

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ประจำอยู่ตรงประตูทางเข้าต่างขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

แต่กลับไม่มีใครกล้าเดินเข้าไป

ในฐานะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พวกเขามีสิทธิ์ที่จะไม่ให้ความสนใจกับหวางเห้าซึ่งขับรถอาวดี้ เอ4ได้

แต่ไม่กล้าที่จะละเลยรถโรลส์-รอยซ์

ใครๆ ก็รู้ดีว่า เจ้าของที่นั่งอยู่ในรถที่มีมูลค่าเช่นนี้ คงจะต้องเป็นคนที่มีฐานะมั่งคั่งอย่างแน่นอน !

หากประมาทเพียงเล็กน้อย เขตวิลล่าเขาเทียนซานอาจจะไม่ได้รับความเดือดร้อนอะไร

แต่พวกเขาซึ่งทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จะต้องได้รับความเดือดร้อนอย่างแน่นอน

ภายในรถ เฉินตงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า

เขาแสยะยิ้มออกมา : “เมฆดำลอยปกคลอมอยู่ ลมและฝนเทกระหน่ำลงมา ช่างเป็นฉากที่ดูเหมาะสมจริงๆ”

คุนหลุนสีหน้าเคร่งขรึม กำลังจ้องมองไปที่ประตูใหญ่ของเขตวิลล่าเขาเทียนซานอยู่ในขณะนี้ แววตาดูเกรี้ยวกราดเหมือนกับสัตว์ร้ายที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ

ในฐานะที่เป็นทหารรับจ้าง สนามรบได้เปลี่ยนความกระหายเลือดในการฆ่าคนของเขาให้กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว

ถ้าไม่ทำก็คือไม่ทำ แต่ถ้าคิดจะทำแล้วก็ต้องทำอย่างเต็มที่ที่สุด !

“คุณชาย ถ้าหากจะต้องฆ่าจริงๆ คุณไม่ต้องแสดงตัว คุนหลุนจะเป็นคนลงมือด้วยตัวเอง”

จู่ๆ คุนหลุนก็พูดขึ้นมาอย่างเคร่งขรึมว่า : “หากได้รับพรจากนายท่านเช่นนี้ ไม่แน่ว่าอาจจะดึงคุณชายออกมาจากเรื่องนี้ได้ อย่างมากก็แค่เสียสละชีวิตที่ไร้ค่าของคุนหลุนเพียงแค่ชีวิตเดียว”

“พูดอะไรโง่ๆ ?” เฉินตงเลิกคิ้ว

“ชีวิตนี้ของคุนหลุน ในตอนนั้นนายท่านอาศัยความเด็ดเดี่ยวเข้าไปช่วยออกมาจากสนามรบ ผมจึงนับถือเพียงแค่นายท่าน ไม่ได้นับถือตระกูลเฉิน”

เสียงของคุนหลุนฟังดูเคร่งขรึมและเด็ดเดี่ยว ราวกับว่ามีการตัดสินใจอยู่ภายในใจมานานแล้ว : “คุณเป็นลูกชายของนายท่าน และเป็นผู้สืบทอดมรดกของตระกูลเฉินในอนาคต คุนหลุนยินดีที่จะสละชีวิตให้”

เผียะ !

เฉินตงใช้ฝ่ามือตบเข้าไปที่หัวของคุนหลุน

“ฉันไม่ชอบเห็นพี่น้องไปตายแทนหรอกนะ”

“แต่ว่า……” คุนหลุนรู้สึกซาบซึ้งใจ คิดที่จะพูดแย้งขึ้นมา

เผียะ !

“หุบปาก !”

เฉินตงใช้ฝ่ามือตบเข้าไปที่หัวของเขาอีกครั้ง : “คนที่ล่วงเกินแม่ของฉัน ฉันจะเป็นคนแก้แค้นด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นจะต้องให้นายไปตายแทน !”

น้ำเสียงที่ดังก้องกังวาน ยากที่จะโต้แย้งได้

ตอนนี้เอง มีแสงจากรถยนต์สาดส่องมาจากที่ไกลๆ

มีรถบีเอ็มดับเบิลยูคันหนึ่งวิ่งตรงเข้ามาจอดอยู่ข้างๆรถโรลส์-รอยซ์

กระจกรถเลื่อนลง ใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นของกูหลังยื่นออกมาจากด้านใน ปรากฏให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมเล็กน้อย

“คุณเฉิน……ผมสามารถลงมือโดยลำพังได้”

ถึงจะเป็นคำพูดที่ฟังดูไม่เหมือนกัน แต่กลับเป็นความคิดแบบเดียวกันกับคุนหลุน

ในฐานะผู้ติดตามของเฉินตง บางครั้งการออกรับแทนก็ถือเป็นเรื่องจำเป็น

ถึงแม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ไม่เสียดาย

ตอนที่กูหลังตัดสินใจแล้วว่าจะคอยติดตามเฉินตง ในใจก็มีความคิดเช่นนี้เรียบร้อยแล้ว

กูหลังสูดหายใจเข้าเต็มปอด แล้วหันไปมองเฉินตงด้วยแววตาที่แน่วแน่ : “ในมือของผมมีอยู่หลายชีวิต การจะฆ่าเขาคงไม่ใช่เรื่องยาก”

อย่างไรก็ตาม

เฉินตงที่นั่งอยู่ในรถโรลส์-รอยซ์ กลับหันไปมองกูหลังอย่างไม่แยแส

จากนั้นจึงหันกลับไปมองด้านหน้า แล้วพูดออกมาอย่างสงบว่า : ออกรถ !”

รถโรลส์-รอยซ์สตาร์ทเครื่อง แล้วขับตรงเข้าไปในเขตวิลล่า

กูหลังขมวดคิ้ว แต่ก็ยังคงขับรถตามไปติดๆ

เปรี้ยง !

เมฆดำลอยสะสมอยู่บนท้องฟ้ากว่าครึ่งวัน มีสายฟ้าฟาดผ่ากลางท้องฟ้ายามค่ำคืนลงมา

ลมเริ่มพัดแรง

ใบไม้กำลังปลิวไปมาอยู่เต็มพื้นด้านหน้าเขตวิลล่า

ฟิ้ว ฟิ้ว……

ฝนห่าใหญ่เทลงมา

ด้านหน้าวิลล่า

รถโรลส์-รอยซ์และรถบีเอ็มดับเบิลยูเคลื่อนเข้ามาจอดพร้อมกัน

เฉินตงลงจากรถ ปล่อยให้ทั้งตัวเปียกปอนไปด้วยฝน แล้วเดินตรงเข้าไปยังด้านหน้าประตูใหญ่ของวิลล่าด้วยความเย็นชา

ปัง !

เขาใช้เท้าข้างหนึ่งถีบประตูใหญ่ให้เปิดออก

แล้วเฉินตงก็เดินนำเข้าไปในวิลล่า

คุนหลุนและกูหลังรีบเดินตามไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

ปัง !

เฉินตงออกแรงใช้เท้าถีบประตูวิลล่าต่อโดยไม่คิดที่จะหยุดพัก

เปรี้ยง !

แสงของฟ้าผ่าที่ปรากฏขึ้นด้านหลัง

ทำให้ภายในวิลล่าสว่างวาบขึ้นมา

“เฉินเทียนเซิง ออกมา !” เฉินตงตะโกนด้วยความโมโห

ทั่วทั้งวิลล่าเงียบสงบ

ผ่านไปสักครู่ จึงมีเสียงที่สงบดังขึ้นมาจากห้องรับแขก

“มีธุระอะไรหรือ ?”

พรึบ !

แสงไฟส่องสว่างทั่วห้องรับแขก

เฉินเทียนเซิงนั่งอยู่บนโซฟาด้วยท่าทีเกียจคร้าน เขาหันมองฝนฟ้าฟ้าคะนองนองด้านนอก แล้วส่ายหัวด้วยความเบื่อหน่าย : “อากาศแบบนี้ สมควรตายจริงๆ !”

“แกนั่นแหละที่สมควรตาย !”

“คุณชาย !”

“คุณเฉิน !”

คุนหลุนและกูหลังหน้าถอดสีพร้อมกันทันที

คุนหลุนยิ่งใจเต้นรัว

สมควรตาย !

ทำไมจู่ๆ คุณชายถึงได้ลงมือ ?

เขาทำเช่นนี้ไม่เท่ากับว่าตั้งใจทำผิดกฎของตระกูลหรอกหรือ ?

แต่ถ้าจะให้เฉินตงจัดการกับเฉินเทียนเซิงตามลำพัง เฉินตงเองก็ไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้ !

ขณะที่ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ในสมองของคุนหลุนราวกับมีเสียงของท่านหลงดังขึ้นอยู่ตลอดเวลา

“กูหลัง โจมตีพร้อมกัน !”

คุนหลุนและกูหลังตรงเข้าโจมตีเฉินเทียนเซิงแทบจะพร้อมกัน

“เหอะๆ สามรุมหนึ่ง ไร้ยางอายขนาดนี้เชียวหรือ ?”

เฉินเทียนเซิงที่กำลังเผชิญหน้ากับคนทั้งสามคนอย่างเฉินตง กูหลัง และคุนหลุน กลับขยับแว่นที่อยู่บนดั้งจมูกด้วยท่าทีเรียบเฉย มุมปากเผยรอยยิ้มที่มีนัยยะออกมา

ตุบ !

ยังไม่ทันจะพูดจบ เฉินตงก็พุ่งตรงเข้าไปด้านหน้าแล้วปล่อยหมัดเข้าใส่เฉินเทียนเซิง

เฉินเทียนเซิงตัวลอยขึ้นในทันที แต่กลับยืนนิ่งไม่ป้องกันตัว

ตุบ !

ถูกชกเข้าไปอีกหมัด สีหน้าของเฉินเทียนเซิงเริ่มซีดเผือดทันที จากนั้นจึงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง ลูกกระเดือกเริ่มมีการเคลื่อนไหว

หลบได้ แต่ไม่ยอมหลบ ถึงขนาดไม่แม้แต่จะป้องกันตัว

เหตุการณ์แปลกประหลาดเช่นนี้ ในสายตาของคนปกติอาจเป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจได้

แต่สำหรับคุนหลุนที่มองทุกสิ่งออกได้อย่างชัดเจน ในหัวของเขากลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา——จบเห่แล้ว !

“เหอะๆ……หมัดแรกเป็นฝีมือของแก แกทำผิดกฎของตระกูลแล้ว” เฉินเทียนเซิงพยายามสกัดกั้นไม่ให้กระอักเลือดออกมา แล้วหันไปหัวเราะด้วยน้ำเสียงอันเกรี้ยวกราด

การแก้ไขปัญหาของเขาไม่มีทางเหมือนกับเฉินเทียนหย่างผู้เป็นน้องชายของเขาอย่างแน่นอน ที่รู้จักเพียงแค่การฆ่าโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง

ถึงแม้เขาจะรู้ดีว่า ในตอนนั้นเฉินเทียนหย่างน้องชายของเขาเดินทางมาเมืองนี้ ก็เพื่อจะยอมทำผิดกฎตระกูล จัดการฆ่าเฉินตง เพื่อสนับสนุนเขาซึ่งเป็นพี่ชาย

แต่สำหรับเขาแล้ว การกระทำเช่นนี้ของน้องชาย ก็ยังคงไม่ต่างกับพวกไร้สมองอยู่ดี

เขาไม่รู้สึกซาบซึ้งเท่าไหร่นัก หากจะมีก็คงเป็นความรู้สึกสมเพชในความโง่เขลาของเฉินเทียนหย่างก็เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม

จู่ๆ ก็มีรอยยิ้มเผยขึ้นที่มุมปากของเฉินตง แววตาที่เต็มไปด้วยเจตนาฆ่าเป็นประกาย : “ฉันรู้ดีว่าหมัดแรกแกต้องไม่หลบแน่นอน”

อะไร ? !

เฉินเทียนเซิงหรี่ตาของเขา จากนั้นเส้นเลือดที่หางตาของเขาก็กระตุก

ยังไม่ทันที่เขาจะมีปฏิกิริยาตอบสนอง เฉินตงก็หันหลังกลับทันที จากนั้นจึงใช้แส้ฟาดเข้าไปที่หัวของเขาพร้อมเสียงที่แหลมเสียดทางเข้าไปในหู

หลังจากทนต่อหมัดแรก เขาก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ที่ละเมิดกฎของตระกูลแล้ว

เฉินเทียนเซิงไม่คิดที่จะทนอีกต่อไป เพียงแวบเดียว เขากระโดดขึ้นไปบนโซฟา แส้นั้นฟาดเข้าไปที่เข่าของเฉินตง

เผียะ !

มีเสียงแตกดังขึ้น

สีหน้าของเฉินตงเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เผยให้เห็นสีหน้าของความเจ็บปวด จากนั้นจึงส่งเสียงครวญครางออกมา พร้อมกับเดินโซเซถอยหลังไป

“คุณชาย”

คุนหลุนและเฉินตงที่คอยติดตามอยู่ไม่ห่างรีบเข้ามาประคองโดยพร้อมกันทันที

กูหลังสีหน้าซีดเผือด มองดูเฉินตงด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากจะเชื่อสายตา

โครงสร้างกระดูกของมนุษย์นั้น กระดูกหัวเข่าถือว่าเป็นกระดูกส่วนที่แข็งที่สุด การที่กระดูกขาแตก ถือเป็นการบาดเจ็บของกระดูกขาที่ร้ายแรงเป็นอย่างมาก

เหตุผลง่ายๆ เช่นนี้ ทำไมคุณเฉินถึงไม่รู้ ?

“ได้ลิ้มรสชาติของการที่กระดูกแตกดู คงจะสบายมากใช้ไหมล่ะ ?” เฉินเทียนเซิงพูดพลางแสยะยิ้ม

“ฮู้……”

เฉินตงหายใจออกหนึ่งครั้ง กระดูกขาที่แตกสร้างความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก ทำให้เหงื่อกาฬไหลอาบบนหน้าผากของเขา

เขาผละตัวออกมาจากการประคองของคุนหลุนและกูหลัง เดินโซเซถอยหลังไป แล้วนั่งลงบนโซฟา

เขาหายใจเหนื่อยหอบไปพลาง แล้วแสยะยิ้มออกมาเหมือนกับสัตว์ที่ดุร้ายไปพลาง

จากนั้นจึงค่อยๆ ยกมือขวาขึ้นแล้วชี้ไปที่เฉินเทียนเซิง

“จัดการมัน !”

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

บทนำ เฉินตงกับหวางหนันหนันแต่งงานกัน3ปี ถูกภรรยาที่ยกน้องชายเป็นหัวแก้วหัวแหวนบีบคั้น แล้วยังถูกดูถูกเหยียดหยาม วันหนึ่งได้กลับตระกูลมหาเศรษฐี เขาสาบานว่าต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา ต้องทำให้คนที่ดูถูกเขาเสียใจกับสิ่งที่ทำ ให้คนที่เหยียดหยามเขาต้องชดใช้อย่างสาสม เรื่องย่อ “ขอโทษครับคุณเฉิน ระยะมะเร็งตับของแม่ของคุณ…..” มองคุณหมอที่อยู่ตรงหน้าส่ายหน้า เฉินตงมึนงงไปชั่วขณะ ในพริบตาดวงตาก็กลายเป็นสีแดง ตั้งแต่เล็กจนโต เขากับแม่พึ่งพาอาศัยกัน เพื่อที่จะส่งให้เขาเรียนหนังสือ แม่ทำงานจนป่วย ไม่ทันที่จะได้สะดวกสบาย ก็ตกลงมาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้แล้ว “คุณหมอ ขอร้องล่ะครับ ช่วยแม่ผมด้วย แค่หนทางสักนิดก็ไม่มีแล้วเหรอครับ?” เสียงของเฉินตงแหบแห้งยังมีเสียงสะอื้นปนอยู่ คุณหมอลังเลอยู่ชั่วครู่ กล่าวขึ้น “ยังมีวิธีสุดท้ายอยู่ ก็คือทำการเปลี่ยนถ่ายตับ ตอนนี้ทางแพทย์มีของอยู่พอดี…..” ชะงักไปชั่วครู่ เขาก็มองเฉินตงตั้งแต่หัวจรดเท้า การรักษาที่ยาวนาน ทำให้เขารู้สถานการณ์ตอนนี้ของเฉินตงดี แต่ เขาก็ยังพูดออกมา “แต่ว่า…..ค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยนะครับ อย่างน้อยๆในช่วงแรกก็ประมาณสองแสน” สองแสน? ดวงตาของเฉินตงวาววับ รีบจับมือของคุณหมอเอาไว้ “รักษา จะต้องรักษานะครับ ผมยังมีอีกสองแสน!” เงินไม่มีแล้วยังหาได้ แต่ว่าไม่มีแม่แล้ว ก็ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว “อย่างนั้นคุณก็รีบๆรวบรวมเงิน ถ้าเกิดว่ายังประวิงเวลาออกไปอีก วิธีปลูกถ่ายตับก็หมดหนทางแล้ว” นายแพทย์พยักหน้า ถอนหายใจครั้งหนึ่งแล้วก็หมุนตัวจากไป เดินออกมาจากโรงพยาบาล ท้องฟ้ามีฝนเม็ดเล็กๆโปรยลงมา เฉินตงรีบร้อนกลับบ้าน ภรรยา หวางหนันหนันกำลังนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา แถมในปากยังกินขนมมันฝรั่งทอดอยู่อีกด้วย เธอเหลือบมองเฉินตง หวางหนันหนันว่าขึ้น “แม่ดีขึ้นบ้างไหม?” “หมอบอกว่า ถ้าเกิดว่าสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายตับได้ ก็ยังมีทางรักษา” เฉินตงพูดขึ้นอย่างดีใจราวกับคว้าเอาหญ้ากอสุดท้ายที่ใช้รักษาชีวิตเอาไว้ได้ “ต้องใช้สองแสน ยังดีที่บ้านของเรายังพอมีอยู่ แม่ยังมีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง” พูดไป เขาก็หมุนตัวเข้าไปหยิบเอาบัตรธนาคารในห้อง ในพริบตาสีหน้าของหวานหนันหนันก็เปลี่ยนไป รีบร้องขึ้น “เฉินตง คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เฉินตงเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ราวกับว่านึกอะไรขึ้นได้ หมุนตัวหันกลับมามองหวางหนันหนัน “เงินล่ะ?” หวางหนันหนันวิตกกังวล อึกๆอักๆไม่พูดออกมา “เอาไปให้ที่บ้านคุณอีกแล้วเหรอ?” เฉินตงเลิกคิ้ว รอยยิ้มที่แสดงออกมานั้นช่างดูขมขื่นจนหาอะไรมาเปรียบเทียบไม่ได้ ฝีเท้าของเขาก้าวลงไปนั่งบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง หยิบซองบุหรี่ที่ยับยู่ยี่ออกมา “แช๊ะ” จุดบุหรี่มวนนึงขึ้น ดูดบุหรี่เข้าปอดแรงๆ ทิ้งร่างนอนพาดอยู่บนโซฟา แต่งงานมาสามปี เรื่องซ้ำ ๆเดิม ๆ และมันไม่ใช่ครั้งแรก “หนันหนัน นี่เป็นเงินที่เอาไว้ใช้รักษาแม่ผม” เฉินตงพูดขึ้นอย่างอ่อนล้า “ขอคืนมาได้ไหม?” “ขอคืนมา?” คิ้วของหวางหนันหนันกระตุกขึ้น ตวาดออกมาเสียงแหลม “เฉินตง คุณหมายความว่ายังไง? ฉันเอาเงินเล็กๆน้อยๆไปแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ฉัน จะมีหน้าที่ไหนไปขอกลับมาห้ะ?” เฉินตงข่มสีหน้าและอารมณ์ให้เย็นลง แล้วว่าขึ้น “โรงพยาบาลบอกว่าตอนนี้มีตับที่เข้ากันได้อยู่พอดี ถ้าสามารถเอาเงินไปให้โรงพยาบาลได้ในทันที โรงพยาบาลก็สามารถที่จะเริ่มทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับให้แม่ผมได้เลย จากสถานการณ์ของแม่ผมในตอนนี้ คงจะทนได้อีกไม่นาน” “ฉันไม่สนใจ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเอง คุณก็ไปหาทางเอาเอง” ในทันใดหวางหนันหนันก็ร้องเริ่มร้องไห้เสียงดัง น้ำตาไหลนอง “ภายในเวลาสั้นๆผมจะไปหาเงินสองแสนมาจากไหน?” เฉินตงรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะระเบิดออกมาแล้ว กึ่งหนึ่งคือการขอร้อง “หนันหนัน ช่วยผมครั้งหนึ่ง ขอคืนมาเถอะนะ แม่ของผมยังรอเงินสองแสนนั่นมาช่วยชีวิตอยู่นะ!” “เฉินตง! เงินนั่นให้แม่ฉันไปแล้ว ฉันไม่มีทางที่จะไปขอกลับมา” หวางหนันหนันร้องไห้ไปแล้วทรุดนั่งลงบนพื้น ทั้งน้ำมูกทั้งน้ำตาไหลออกมา “แม่ของคุณก็กำลังจะตายอยู่แล้ว คุณยังจะเอาเงินไปผลาญทิ้งที่โรงพยาบาลอีก ตกลงคุณเคยคิดถึงครอบครัวพวกเราบ้างหรือเปล่า?” ร่างกายของเฉินตงสั่น ความโกรธมากระจุกรวมกันอยู่ที่ลำคอของเขา เขาหยิบโทรศัพท์ของหวางหนันหนันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “คุณไม่โทร ผมโทร!” ไม่รอให้หวางหนันหนันขัดขวาง สายโทรออกก็โดนรับสาย “แม่ครับ หนันหนันเพิ่งจะให้เงินแม่ไปสองแสนใช่ไหมครับ?” เฉินตงขอร้อง “ขอร้องล่ะครับช่วยคืนเงินสองแสนให้ผมได้ไหม นั่นเป็นเงินที่จะใช้รักษาแม่ผม แม่ผมท่านยังรอรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่นะครับ” อีกฝั่งของสาย อยู่แม่ยายก็ตวาดขึ้น “เฉินตงแกพูดจาบ้าบออะไรออกมา? เงินนั่นเป็นเงินที่หนันหนันแสดงความกตัญญูต่อพวกเรา แกยังมีหน้าจะมาขอเงินกลับไปอีก? ในตอนนั้นหนันหนันอยากจะแต่งงานกับแก พวกเราก็ไม่เห็นด้วย จากสภาพของแก ก็เป็นเพราะหนันหนันหน้ามืดตามัวถึงได้ยอมแต่งงานกับแก” “ในตอนนี้หนักกว่านั้นอีก หนันหนันมีใจอยากจะกตัญญูต่อพ่อแม่ เอาเงินมาให้พวกเราสองคนใช้ ชายหงส์(ผู้ชายที่เกิดในบ้านยากจนและเข้ามหาวิทยาลัยโดยความพยายาม จบเรียนแล้วก็ดำเนินชีวิตที่เมือง)อย่างแกยังกล้าที่จะบากหน้ามาขอเงินกลับไป ฉันจะบอกแกให้นะ หวางเห้ากำลังจะแต่งงานแล้ว เงินนั่นพวกเราเตรียมจะเอาไปวางดาวน์ค่าบ้านงวดแรกให้หวางเห้า อยากได้เงิน? แค่แดงเดียวก็ไม่มี!” ปัง! สายตัดไปแล้ว เฉินตงแน่นิ่งไป แม่ยายนี่ฟังในสิ่งที่ฉันพูดไม่เข้าใจหรือยังไง? “เฉินตง คุณเป็นบ้าเหรอ?” หวางหนันหนันกระชากคอเสื้อของเฉินตงราวกับคนบ้า “คุณทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ลงไปได้ยังไง ฉันเอาเงินไปให้พ่อแม่ฉัน ทำไมคุณต้องทำเหมือนมันฟ้ามันจะผ่าลงมาให้ได้?” เฉินตงมองหวางหนันหนันอย่างหดหู่ ดวงตาแดงก่ำ “ในสายตาของพวกคุณ ชีวิตของแม่ผม ยังไม่มีค่าเท่ากับเงินดาวน์บ้านงวดแรกของน้องชายคุณอย่างนั้นเหรอ?” “ไร้สาระ!” หวางหนันหนันปล่อยมือจากเฉินตง หยิบของในห้องขึ้นมาแล้วก็เขวี้ยงปาข้าวของจนเละเทะ ในพริบตา ห้องรับแขกก็รกและยุ่งเหยิงไปหมด หวางหนันหนันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา “เฉินตงคุณมันคนใจดำ ตอนนั้นทำไมฉันถึงได้แต่งงานกับคุณนะ เพื่อแม่ของคุณ คุณทุ่มเททิ้งเงินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว? ฉันยอมอดทนลำบากมากับคุณ แม้แต่บ้านที่อยู่ก็ต้องเช่า คุณเคยสงสารฉันบ้างไหม? เสี่ยวเห้าเป็นน้องชายของฉัน แล้วก็เป็นน้องของคุณด้วย เขากำลังจะแต่งงานแล้ว ฉันเป็นถึงพี่สาว จะช่วยฉันบ้าง ไม่ได้เลยเหรอ?” “ช่วยคุณสักครั้ง?” เฉินตงโมโหสุดขีด “พวกเราแต่งงานกันมาสามปี คุณช่วยหวางเห้าไอ้สวะนั่นไปตั้งเท่ากี่ครั้งแล้ว? ไอ้สวะหวางเห้ามัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบจนชีวิตไม่ก้าวหน้า ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านเกาะพ่อแม่กิน ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะพวกคุณ!” “อย่ามาพูดถึงน้องชายฉันแบบนั้นนะ!” หวางหนันหนันใบหน้าบิดเบี้ยว ยืนชี้หน้าเฉินตงด้วยท่าทางป่าเถื่อนพร้อมพูดข่มขู่ เฉินตงพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ทำไมถึงจะพูดไม่ได้? เรียนมหาลัยก็ไปทำคนอื่นท้อง เงินที่ชดใช้ก็เป็นเงินของผม เขาอยากจะซื้อรถก็เป็นผมที่จ่ายเงินซื้อให้เขา ในสามปีนี้ทั้งในที่ลับและที่แจ้งผมจ่ายเงินให้เขาไปตั้งเท่าไหร่? คุณมันปีศาจฝูตี้(ผู้หญิงที่มีน้องชายและต้องช่วยน้องชายในทุกด้านเพราะพ่อแม่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว) คุณต่างหากที่ไม่เคยคิดถึงครอบครัวของเรา!” “กรี๊ด! แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ” หวางหนันหนันหวีดร้องออกมาเสียงแหลม “แกหมายความว่ายังไง? แกไม่อยากจะอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม?” “พวกคุณเอาเงินที่จะใช้รักษาแม่ผมไปซื้อบ้านให้ไอ้สวะ ไม่สนใจไยดีแม่ผม คนที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันต่อมันเป็นคุณต่างหาก!” เฉินตงยักไหล่ พูดออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “หย่ากันเถอะ!” หวางหนันหนันนิ่งไปในทันที “มึง มึงพูดว่าอะไรนะ?” แต่งงานมาสามปี ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเฉินตงไม่เคยพูดจาอะไรแบบนี้ออกมา “หย่ากันเถอะ” เฉินตงบอก “แต่งงานกับผมมันทำให้คุณลำบากมาก ผมเองก็ไม่เหมาะกับคุณ ครอบครัวนี้ของคุณ ผมแบกไม่ไหว” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไป เขาไม่ใช่คนที่มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง สามปีที่ผ่านมา แต่ละครั้งที่อดทน ก็เป็นเพราะคิดว่าในตอนนั้นหวางหนันหนันแต่งกับเขา ความจริงแล้วก็นับว่าเธอยอมลดตัวลงมาแต่งกับเขา อีกอย่างหวางหนันหนันก็ยังมีความรู้สึกดีๆต่อเขาบ้าง แต่ว่าครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รอจนเฉินตงออกไปจากบ้านแล้ว ในที่สุดหวางหนันหนันก็ได้สติ เธอรีบพุ่งตัวไปหยิบโทรศัพท์มาโทรหามารดาด้วยความวิตกและไร้สติ ร้องไห้ฟูมฟายแล้วว่าขึ้น “แม่…..เฉินตงอยากจะหย่ากับหนู” “ไอ้ชั่วนั่นอยากจะขอหย่ากับแก?” อีกฝั่งของสาย เสียงตวาดของมารดาดังขึ้น “หย่าก็หย่า! มันก็แค่ไอ้คนจน ยังจะกล้ายกหางตัวเองอวดเบ่ง คิดว่าตัวเองแน่นักนะ! เงินสองแสนสุดท้ายนั่นยังไงก็อยู่ที่พวกเราแล้ว มันจะหย่ากับแก อย่างนั้นก็สงเคราะห์มันไป ให้มันไปนั่งร้องไห้กับแม่แก่ใกล้ตายของมันไปเสีย” ณ ขณะนี้ เวลานี้ เฉินตงออกเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ท้องฟ้าในตอนกลางคืน มีฝนเม็ดเล็กๆโปรยปรายลงมา ทำให้ตัวของเขาเปียกไปทั้งตัว เขาส่ายหัวอย่างกลัดกลุ้ม เอาเท้าเตะน้ำที่ขังนองอยู่ข้างทาง เงิน เงิน เงิน แม่งทะเลาะกันก็เพราะเงิน! ตอนนี้มีเรื่องกับตระกูลหวางจนต่อกันไม่ติดแล้ว กูแม่งจะไปหาเงินสองแสนนั่นมาจากไหนกันวะ? ฝืด……. ในเวลานี้ รถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อมคันหนึ่งก็หยุดลงตรงข้างตัวของเฉินตง กระจกของรถถูกเลื่อนลง ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดราชวงศ์ถังมีมองมาที่เฉินตงด้วยใบหน้าที่แต้มไว้ด้วยรอยยิ้ม “เป็นคุณชายเฉินตงใช่ไหมครับ? เชิญขึ้นรถครับ ไปโรงพยาบาลลี่จิงกับผม” คุณชาย ?! เฉินตงมองชายชราตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง นานนับชั่วขณะหนึ่งที่ชะงักไป ชายชรายิ้มออกมาเล็กน้อย “คุณแม่ของคุณกำลังเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”

Options

not work with dark mode
Reset