Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา – ตอนที่ 133 ความคิดเห็นจากทุกฝ่าย

บทที่ 133 ความคิดเห็นจากทุกฝ่าย

ปัง !

ประตูห้องทำงานถูกผลักเข้ามาอย่างรุนแรง

เฉินตงที่กำลังเป็นกังวลอยู่นั้นก็ขมวดคิ้วด้วยความโกรธทันที

เสี่ยวหม่าวิ่งตรงเข้ามา แล้วพูดด้วยนำเสียงเคร่งเครียด : “พี่ตง เกิดเรื่องใหญ่แล้ว จุดศูนย์กลางที่ทำการขายอสังหาริมทรัพย์ทั้งสี่แห่ง กำลังถูกผู้ซื้อทุบทำลายอยู่ครับ !”

รูม่านตาของเฉินตงหดตัวลง หางตาของเขากระตุกอย่างรวดเร็ว

การฆ่าให้สิ้นซาก……เริ่มต้นขึ้นแล้ว !

“ให้ผมไปจัดการไหม ?” คุนหลุนที่ยืนขมวดคิ้วอยู่ข้างๆพูด

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเขา ฝูงชนกำลังแตกตื่น ถ้าหากราคาอสังหาริมทรัพย์ในภาคตะวันตกหล่นฮวบลงจริง พวกเขาเองก็ถือเป็นผู้เสียหาย”

เฉินตงถูขมับของเขาอย่างเหนื่อยล้า

เดิมทีสาเหตุที่ทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ทางภาคตะวันตกสูงขึ้นได้ก็ด้วยแรงผลักดันจากเขา ถ้าหากราคาของอสังหาริมทรัพย์ในภาคตะวันตกสามารถทรงตัวอยู่เช่นนี้ได้ต่อไปเรื่อยๆ ตัวเขาเองก็ไม่ต้องรู้สึกละอายใจ

แต่ถ้าหากราคาอสังหาริมทรัพย์หล่นฮวบแล้วล่ะก็ ไม่เพียงแต่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ไท่ติ่งที่เหมือนฟ้าถล่มลงมาเท่านั้น แม้แต่บรรดาผู้ซื้อเองก็จะกลายเป็นผู้เสียหายไปด้วย

เขาเหลือบตาขึ้นมองเสี่ยวหม่า : “นายพาคนไปช่วยสงบสติอารมณ์ของบรรดาผู้ซื้อก่อน ส่วนการเปิดขายล่วงหน้าของทั้งสามตึก ตอนนี้ให้ระงับการขายไว้ชั่วคราวก่อน”

“พี่ตง……” เสี่ยวหม่าแสดงสีหน้าวิตกกังวล “เรื่องที่ยี่เคอ กรุ๊ประงับโครงการที่จะเข้ามาปักหลักเอาไว้ชั่วคราวนั้น ถือว่ามีผลกกระทบมากมายหมาศาลจริงๆ ถ้าไม่เท่าให้เรื่องทุกอย่างสงบโดยเร็วแล้วล่ะก็ ภาคตะวันตกจะต้องพังทลายอย่างแน่นอน”

“ฉันจะต้องคิดหาวิธีได้แน่” เฉินตงพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

คุนหลุนที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบโบกมือ : “ออกไปก่อนเถอะ ประธานเฉินจะต้องคิดหาวิธีได้แน่นอน”

หลังจากที่เสี่ยวหม่าออกไปแล้ว

คุนหลุนถึงจะพูดขึ้นว่า : “คุณชาย หรือจะให้ท่านหลงกลับไปสังเกตการณ์ที่ตระกูลเฉินตอนนี้ดีไหมครับ ? เรื่องใหญ่ขนาดนี้ คุณท่านไม่มีทางนั่งดูอยู่เฉยๆ อย่างแน่นอน”

เฉินตงยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้

เขารู้ดีว่าพ่อไม่มีทางยอกนั่งดูอยู่เฉยๆ แน่นอน

มิเช่นนั้นตอนที่อยู่ลานป่าไผ่ของคลับสี่ยิ่น พ่อคงไม่กล้าเอ่ยปากให้คุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินฆ่าตนเอง เพื่อปกป้องเขาอย่างแน่นอน

เรื่องสำคัญในตอนนี้ก็คือ คุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินต้องการฆ่าเขาให้สิ้นซาก จึงได้นำดาบมาจ่อที่คอของเขาเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

ต่อให้พ่อคิดจะช่วยเหลือเขา คุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินก็จะลากพ่อเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพื่อเป็นการถ่วงเวลา

แต่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ไท่ติ่งในตอนนี้ ไม่อาจรอเวลาได้อีกแล้ว !

เฉินตงถูใบหน้าของเขาอย่างรุนแรง แล้วจู่ๆ ก็เกิดความรู้สึกสิ้นหวังขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้

ความรู้สึกที่ถูกคนอื่นบีบให้จนมุมเช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกรำคาญใจเป็นอย่างมาก

“หรือว่าจะให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์จุนหลงช่วยดีครับ ?” คุนหลุนเสนอความเห็น

“ไม่มีประโยชน์หรอก” เฉินตงส่ายหัว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยล้า : “ความสามารถของบริษัทอสังหาริมทรัพย์จุนหลง ยังเทียบกับยี่เคอ กรุ๊ปไม่ติด ไม่สามารถทำให้ราคาของอสังหาริมทรัพย์มั่นคงยั่งยืนได้”

ในขณะที่จุดศูนย์กลางที่ทำการขายอสังหาริมทรัพย์ทั้งสี่แห่งกำลังถูกทุบทำลายอยู่นั้น

ภาพข่าวการทุบทำลายตึกศูนย์กลางที่ทำการขายก็ทยอยเผยแพร่ลงในอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว

ในยุคที่สื่อบันเทิงถูกพัฒนาไปได้ก้าวไกลเช่นนี้ ไม่มีความลับใดที่จะสามารถปกปิดเอาไว้ได้

ทั้งเมืองกำลังพูดคุยถึงบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไท่ติ่ง

และด้วยความคิดเห็นของสาธารณชนในเวลานี้ ทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ในภาคตะวันตกเกิดความสั่นคลอน

เมื่อความฝันของทุกคนถูกทำลายลง ความโกรธจึงถาโถมเข้ามาที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ไท่ติ่งซึ่งถือเป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุด

ในขณะเดียวกัน

ในห้องทำงานที่โอ่โถง

โจวเย่นชิวกำลังดูข่าวพลางขมวดคิ้วแน่น แววตาดูลึกซึ้ง

ปัง !

หลังจากปิดข่าว เขาก็ค่อยๆ จุดซิการ์

“ตระกูลเฉินเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?”

ในขณะที่กำลังเพลิดเพลินไปกับการสูดดมกลิ่นที่เข้มข้นของซิการ์ โจวเย่นชิวก็กำลังครุ่นคิดอย่างเงียบๆ ว่า : “ใช้ยี่เคอ กรุ๊ปช่วยเฉินตงในการผลักดันราคาอสังหาริมทรัพย์ในภาคตะวันตกก่อน แล้ววันนี้กลับใช้วิธีจัดการแบบถอนรากถอนโคน หรือว่า……เฉินเทียนเซิงคิดจะให้คุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินกับเจ้าบ้านตระกูลเฉินขัดแย้งกัน ?”

เรื่องที่คนทั่วไปไม่รู้ โจวเย่นชิวซึ่งอยู่ในฐานะผู้นำชั้นแนวหน้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเมืองนี้ รู้ดีแก่ใจว่าราคาอสังหาริมทรัพย์ทางภาคตะวันตกขึ้นมาได้อย่างไร

และยิ่งเข้าใจชัดเจนว่าความปั่นป่วนระลอกใหญ่ที่เกิดขึ้นกับอสังหาริมทรัพย์ในสายตาของคนทั่วไปนั้น จริงๆ แล้วเป็นเพียงแค่การต่อสู้กันภายในของตระกูลเฉินเท่านั้น

นี่ทำให้โจวเย่นชิวที่เดิมทีตั้งใจจะเหยียบเรือสองแคม ต้องรู้สึกสั่นคลอนอีกครั้ง

ช่วย ? หรือว่าไม่ช่วย ?

หรือพูดง่ายๆ ว่า ควรจะอยู่ข้างใครดี ?

เรื่องนี้ทำให้โจวเย่นชิวรู้สึกหนักใจเป็นอย่างมาก

หากเลือกถูกข้าง เขาก็จะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ แต่ถ้าหากเลือดผิด คงไม่เหมือนคราวก่อนที่เขายังพอมีโอกาสที่จะถอยออกมา เพื่อเลือกที่จะเหยียบเรือสองแคมได้อีกแล้ว

บริษัทอสังหาริมทรัพย์จุนหลง

โจวจุนหลงกำลังดูข่าวที่ค่อยๆ ผ่านไปทีละข่าวๆ ด้วยสีหน้าที่ชั่วร้าย เกิดความรู้สึกสบายใจขึ้นอย่างบอกไม่ถูก

บริษัทอสังหาริมทรัพย์สร้างขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงของเขา เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเมืองนี้

แต่การปรากฏขึ้นตัวของเฉินตง กลับเอาหุ้นส่วนใหญ่ของเขาไปโดยไม่ได้รับความยินยอมสักคำ นี่ทำให้เขารู้สึกโกรธแค้นยิ่งกว่าการเข่นฆ่าลูกพี่ลูกน้องของเขาเสียอีก

“ยี่เคอ กรุ๊ปประกาศระงับโครงการ ภาคตะวันตกไม่มียักษ์ใหญ่อย่างยี่เคอ กรุ๊ปเข้ามาปักหลัก ต่อให้มีการปฏิรูปที่พัก ก็ยังคงเป็นภาคตะวันตกอย่างเช่นแต่ก่อนอยู่ดี”

โจวจุนหลงบ่นพึมพำ : “นกฟีนิกซ์ที่ขนร่วงก็ไม่ต่างอะไรกับไก่ หากราคาอสังหาริทรัพย์ของภาคตะวันตกหล่นฮวบลง เฉินตงเอ๋ย บริษัทอสังหาริมทรัพย์ไท่ติ่งของนาย มีหวังต้องจบเห่แน่นอน !”

ขณะที่เพิ่งพูดจบ

ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออก

โจวจุนหลงขมวดคิ้ว สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ

ยังไม่ได้รับอนุญาติจากเขา ใครกล้าเข้ามาในห้องทำงานของเขาโดยพลการเช่นนี้ ?

ขณะที่กำลังเงยหน้าขึ้นไปมองด้วยความโกรธ เมื่อเห็นคนที่เดินขึ้นมา เขาก็ระงับความโกรธในทันที

“ขอโทษด้วยครับที่เข้ามาโดยไม่ทันแจ้งให้ทราบเสียก่อน” ท่านหลงนั่งลง

เฉินตงได้รับหุ้นของบริษัทอสังหาริมทรัพย์จุนหลง ถึงแม้เขาจะไม่ได้เข้ามาควบคุมบริษัทอสังหาริมทรัพย์จุนหลง แต่เขาก็ถือเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด ท่านหลงจะเข้ามาจึงไม่มีใครกล้าขวาง

“เหอะๆ……ไม่ต้องเกรงใจ หากท่านหลงอยากจะมาที่นี่ก็มาได้ตามสบาย ฉันยินดีต้อนรับเสมอ” โจวจุนหลงยิ้มอย่างเก้อเขิน

ท่านหลงหันมองหน้าจอโทรทัศน์ แล้วจึงยิ้มออกมาเล็กน้อย : “ไท่ติ่งเกิดเรื่องขึ้น คุณดีใจไหม ?”

โจวจุนหลงผงะไป

ท่านหลงยิ้มพลางส่ายหัว : “ผมไม่สนใจว่าคุณจะดีใจหรือไม่ แต่ที่วันนี้ผมมาหาคุณ เพื่อให้คุณทำเรื่องเรื่องหนึ่ง !”

“เรื่องอะไร ?” โจวจุนหลงถาม

“ใช้ชื่อของบริษัทอสังหาริมทรัพย์จุนหลง ไปนำที่ดินทางภาคตะวันตกมาสองแปลง !” ท่านหลงกล่าว

“ท่านหลงต้องการให้ฉันช่วยไท่ติ่งรักษาเสถียรภาพของราคาอสังหาริมทรัพย์เอาไว้ใช่ไหม ?” โจวจุนหลงเข้าใจได้ในทันที เขาพูดออกมาอย่างลำบากใจ : “อาศัยแค่ความสามารถของบริษัทอสังหาริมทรัพย์จุนหลง ไม่พอที่จะรักษาเสถียรภาพเอาไว้ได้หรอก”

“แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย” ท่านหลงลุกขึ้น แล้วเดินออกไปด้านนอก “ตั้งแต่ที่คุณชายได้รับหุ้นของบริษัทคุณ คุณกับคุณชายก็ถือว่าลงเรือลำเดียวกันแล้ว หากไท่ติ่งตกที่นั่งลำบาก คุณก็คอยจับตาดูตลาดหุ้นของบริษัทอสังหาริมทรัพย์จุนหลงของคุณเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน !”

“ผมรู้ดีว่าคุณไม่เต็มใจนัก แต่ถ้าหากตลาดหุ้มยังไม่สามารถทำให้คุณยอมยื่นมือเข้ามาช่วยได้ ถ้าเช่นนั้นผม……”

ขณะที่เดินไปถึงประตู ท่านหลงก็หยุดเดินกะทันหัน น้ำเสียงของเขาค่อยๆ เย็นชา : “จะส่งคุณไปสวรรค์เอง !”

น้ำเสียงเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าที่รุนแรงและเปิดเผย

ท่าทีสงบนิ่งราวกับว่ากำลังพูดเรื่องเล็กๆ น้อยๆ

แต่เมื่อเข้าหูของโจวจุนหลง กลับเหมือนลมหนาวที่พัดมาจากส่วนลึกของจิ่วโยว เหน็บหนาวเสียจนน่ากลัว

เขาไม่รู้สึกสงสัยในความสามารถของท่านหลงที่จะทำเรื่องนี้ได้เลยแม้สักนิดเดียว !

ดังนั้น โจวจุนหลงจึงพยักหน้า : “เข้าใจแล้ว”

คลับสี่ยิ่น

“พ่อคะ ขอร้องล่ะ ช่วยเฉินตงหน่อยได้ไหมคะ ครั้งนี้เขาเจอกับปัญหาใหญ่เข้าจริงๆ แล้ว”

กู้ชิงหยิ่งจับแขนของกู้โก๋ฮั๋วด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความร้อนใจ แล้วกล่าวอ้อนวอน : “เรื่องนี้สำหรับพ่อแล้ว น่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่ใช่หรือคะ ?”

“เรื่องเล็กน้อย ?”

กู๋โก๋ฮั๋วขมวดคิ้ว “ลูกรัก ถ้าพ่อคิดจะช่วยเฉินตง พ่อจำเป็นจะต้องสร้างศูนย์กลางการค้าแบบครบวงจรเหมือนของยี่เคอ กรุ๊ปที่ภาคตะวันตกของเมืองนี้ นี่เรียกว่าเรื่องเล็กน้อยหรือ ?”

ยี่เคอ กรุ๊ปเป็นผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้าอย่างไร้ข้อกังขา !

ศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะสร้างศูนย์กลางการค้าแบบครบวงจรที่ใด ราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่นั่นก็จะพุ่งทะยานขึ้นทันที

แต่การก่อสร้างทุกครั้ง ต้องใช้ทุนในการก่อสร้างไม่น้อย ไม่ใช้เพียงแค่ร้อยสองร้อยล้านก็จะสามารถทำได้

ยิ่งไปกว่านั้น อีกทั้งศูนย์กลางทางธุรกิจของกู้โก๋ฮั๋วเอง ก็ไม่ได้อยู่ในเมืองนี้นานแล้ว

“แต่ตอนนี้มีแต่พ่อที่ช่วยเขาได้นะคะ”

ดวงตาของกู้ชิงหยิ่งแดงก่ำ จู่ๆ เธอก็นั่งคุกเข่าลงไปที่พื้น แล้วกล่าวอ้อนวอนทั้งน้ำตา : “ถ้าหากว่าพ่อไม่ช่วยเขา ครั้งนี้ไท่ติ่งจะต้องจบเห่แน่ๆ”

ภาพที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าทำให้กู้โก๋ฮั๋วและหลี่หวั่นชิงรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก

“เจ้าเด็กคนนี้ ทำไมจู่ๆ ถึงได้เป็นแบบนี้นะ ? รีบลุกขึ้นเร็วเข้า !” กู้โก๋ฮั๋วรีบประคองเธอขึ้นมา

“ถ้าพ่อไม่ช่วยเขา หนูก็จะไม่ยอมลุกขึ้น !” กู้ชิงหยิ่งยืนยันเสียงแข็ง

หลี่หวั่นชิงรู้สึกร้อนใจ จึงหันไปพูดกับกู้โก๋ฮั๋วว่า : “โก๋ฮั๋ว คุณก็ช่วยหน่อยเถอะ เงินแค่ไม่กี่พันล้าน สำหรับคุณแล้วถือว่าเรื่องเล็ก รู้ว่าคุณไม่สงสารลูกสาวบ้างเลยหรือยังไง ? อีกอย่าง คุณก็อย่าลืมสิ่งที่พวก ท่านเมิ่งพูดกับคุณสิ !”

เปรี้ยง !

กู้โก๋ฮั๋วรู้สึกตกใจราวกับถูกฟ้าผ่า

เขาสูดหายใจเข้าเต็มปอด จากนั้นจึงหันมองกู้ชิงหยิ่งด้วยแววตาที่ซับซ้อน แล้วพูดว่า : “เสี่ยวหยิ่ง ลูกลุกขึ้นก่อนเถอะ เรื่องนี้ พอจะต้องไปปรึกษากับลุงเมิ่งของลูกดูเสียก่อน”

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

บทนำ เฉินตงกับหวางหนันหนันแต่งงานกัน3ปี ถูกภรรยาที่ยกน้องชายเป็นหัวแก้วหัวแหวนบีบคั้น แล้วยังถูกดูถูกเหยียดหยาม วันหนึ่งได้กลับตระกูลมหาเศรษฐี เขาสาบานว่าต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา ต้องทำให้คนที่ดูถูกเขาเสียใจกับสิ่งที่ทำ ให้คนที่เหยียดหยามเขาต้องชดใช้อย่างสาสม เรื่องย่อ “ขอโทษครับคุณเฉิน ระยะมะเร็งตับของแม่ของคุณ…..” มองคุณหมอที่อยู่ตรงหน้าส่ายหน้า เฉินตงมึนงงไปชั่วขณะ ในพริบตาดวงตาก็กลายเป็นสีแดง ตั้งแต่เล็กจนโต เขากับแม่พึ่งพาอาศัยกัน เพื่อที่จะส่งให้เขาเรียนหนังสือ แม่ทำงานจนป่วย ไม่ทันที่จะได้สะดวกสบาย ก็ตกลงมาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้แล้ว “คุณหมอ ขอร้องล่ะครับ ช่วยแม่ผมด้วย แค่หนทางสักนิดก็ไม่มีแล้วเหรอครับ?” เสียงของเฉินตงแหบแห้งยังมีเสียงสะอื้นปนอยู่ คุณหมอลังเลอยู่ชั่วครู่ กล่าวขึ้น “ยังมีวิธีสุดท้ายอยู่ ก็คือทำการเปลี่ยนถ่ายตับ ตอนนี้ทางแพทย์มีของอยู่พอดี…..” ชะงักไปชั่วครู่ เขาก็มองเฉินตงตั้งแต่หัวจรดเท้า การรักษาที่ยาวนาน ทำให้เขารู้สถานการณ์ตอนนี้ของเฉินตงดี แต่ เขาก็ยังพูดออกมา “แต่ว่า…..ค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยนะครับ อย่างน้อยๆในช่วงแรกก็ประมาณสองแสน” สองแสน? ดวงตาของเฉินตงวาววับ รีบจับมือของคุณหมอเอาไว้ “รักษา จะต้องรักษานะครับ ผมยังมีอีกสองแสน!” เงินไม่มีแล้วยังหาได้ แต่ว่าไม่มีแม่แล้ว ก็ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว “อย่างนั้นคุณก็รีบๆรวบรวมเงิน ถ้าเกิดว่ายังประวิงเวลาออกไปอีก วิธีปลูกถ่ายตับก็หมดหนทางแล้ว” นายแพทย์พยักหน้า ถอนหายใจครั้งหนึ่งแล้วก็หมุนตัวจากไป เดินออกมาจากโรงพยาบาล ท้องฟ้ามีฝนเม็ดเล็กๆโปรยลงมา เฉินตงรีบร้อนกลับบ้าน ภรรยา หวางหนันหนันกำลังนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา แถมในปากยังกินขนมมันฝรั่งทอดอยู่อีกด้วย เธอเหลือบมองเฉินตง หวางหนันหนันว่าขึ้น “แม่ดีขึ้นบ้างไหม?” “หมอบอกว่า ถ้าเกิดว่าสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายตับได้ ก็ยังมีทางรักษา” เฉินตงพูดขึ้นอย่างดีใจราวกับคว้าเอาหญ้ากอสุดท้ายที่ใช้รักษาชีวิตเอาไว้ได้ “ต้องใช้สองแสน ยังดีที่บ้านของเรายังพอมีอยู่ แม่ยังมีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง” พูดไป เขาก็หมุนตัวเข้าไปหยิบเอาบัตรธนาคารในห้อง ในพริบตาสีหน้าของหวานหนันหนันก็เปลี่ยนไป รีบร้องขึ้น “เฉินตง คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เฉินตงเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ราวกับว่านึกอะไรขึ้นได้ หมุนตัวหันกลับมามองหวางหนันหนัน “เงินล่ะ?” หวางหนันหนันวิตกกังวล อึกๆอักๆไม่พูดออกมา “เอาไปให้ที่บ้านคุณอีกแล้วเหรอ?” เฉินตงเลิกคิ้ว รอยยิ้มที่แสดงออกมานั้นช่างดูขมขื่นจนหาอะไรมาเปรียบเทียบไม่ได้ ฝีเท้าของเขาก้าวลงไปนั่งบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง หยิบซองบุหรี่ที่ยับยู่ยี่ออกมา “แช๊ะ” จุดบุหรี่มวนนึงขึ้น ดูดบุหรี่เข้าปอดแรงๆ ทิ้งร่างนอนพาดอยู่บนโซฟา แต่งงานมาสามปี เรื่องซ้ำ ๆเดิม ๆ และมันไม่ใช่ครั้งแรก “หนันหนัน นี่เป็นเงินที่เอาไว้ใช้รักษาแม่ผม” เฉินตงพูดขึ้นอย่างอ่อนล้า “ขอคืนมาได้ไหม?” “ขอคืนมา?” คิ้วของหวางหนันหนันกระตุกขึ้น ตวาดออกมาเสียงแหลม “เฉินตง คุณหมายความว่ายังไง? ฉันเอาเงินเล็กๆน้อยๆไปแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ฉัน จะมีหน้าที่ไหนไปขอกลับมาห้ะ?” เฉินตงข่มสีหน้าและอารมณ์ให้เย็นลง แล้วว่าขึ้น “โรงพยาบาลบอกว่าตอนนี้มีตับที่เข้ากันได้อยู่พอดี ถ้าสามารถเอาเงินไปให้โรงพยาบาลได้ในทันที โรงพยาบาลก็สามารถที่จะเริ่มทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับให้แม่ผมได้เลย จากสถานการณ์ของแม่ผมในตอนนี้ คงจะทนได้อีกไม่นาน” “ฉันไม่สนใจ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเอง คุณก็ไปหาทางเอาเอง” ในทันใดหวางหนันหนันก็ร้องเริ่มร้องไห้เสียงดัง น้ำตาไหลนอง “ภายในเวลาสั้นๆผมจะไปหาเงินสองแสนมาจากไหน?” เฉินตงรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะระเบิดออกมาแล้ว กึ่งหนึ่งคือการขอร้อง “หนันหนัน ช่วยผมครั้งหนึ่ง ขอคืนมาเถอะนะ แม่ของผมยังรอเงินสองแสนนั่นมาช่วยชีวิตอยู่นะ!” “เฉินตง! เงินนั่นให้แม่ฉันไปแล้ว ฉันไม่มีทางที่จะไปขอกลับมา” หวางหนันหนันร้องไห้ไปแล้วทรุดนั่งลงบนพื้น ทั้งน้ำมูกทั้งน้ำตาไหลออกมา “แม่ของคุณก็กำลังจะตายอยู่แล้ว คุณยังจะเอาเงินไปผลาญทิ้งที่โรงพยาบาลอีก ตกลงคุณเคยคิดถึงครอบครัวพวกเราบ้างหรือเปล่า?” ร่างกายของเฉินตงสั่น ความโกรธมากระจุกรวมกันอยู่ที่ลำคอของเขา เขาหยิบโทรศัพท์ของหวางหนันหนันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “คุณไม่โทร ผมโทร!” ไม่รอให้หวางหนันหนันขัดขวาง สายโทรออกก็โดนรับสาย “แม่ครับ หนันหนันเพิ่งจะให้เงินแม่ไปสองแสนใช่ไหมครับ?” เฉินตงขอร้อง “ขอร้องล่ะครับช่วยคืนเงินสองแสนให้ผมได้ไหม นั่นเป็นเงินที่จะใช้รักษาแม่ผม แม่ผมท่านยังรอรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่นะครับ” อีกฝั่งของสาย อยู่แม่ยายก็ตวาดขึ้น “เฉินตงแกพูดจาบ้าบออะไรออกมา? เงินนั่นเป็นเงินที่หนันหนันแสดงความกตัญญูต่อพวกเรา แกยังมีหน้าจะมาขอเงินกลับไปอีก? ในตอนนั้นหนันหนันอยากจะแต่งงานกับแก พวกเราก็ไม่เห็นด้วย จากสภาพของแก ก็เป็นเพราะหนันหนันหน้ามืดตามัวถึงได้ยอมแต่งงานกับแก” “ในตอนนี้หนักกว่านั้นอีก หนันหนันมีใจอยากจะกตัญญูต่อพ่อแม่ เอาเงินมาให้พวกเราสองคนใช้ ชายหงส์(ผู้ชายที่เกิดในบ้านยากจนและเข้ามหาวิทยาลัยโดยความพยายาม จบเรียนแล้วก็ดำเนินชีวิตที่เมือง)อย่างแกยังกล้าที่จะบากหน้ามาขอเงินกลับไป ฉันจะบอกแกให้นะ หวางเห้ากำลังจะแต่งงานแล้ว เงินนั่นพวกเราเตรียมจะเอาไปวางดาวน์ค่าบ้านงวดแรกให้หวางเห้า อยากได้เงิน? แค่แดงเดียวก็ไม่มี!” ปัง! สายตัดไปแล้ว เฉินตงแน่นิ่งไป แม่ยายนี่ฟังในสิ่งที่ฉันพูดไม่เข้าใจหรือยังไง? “เฉินตง คุณเป็นบ้าเหรอ?” หวางหนันหนันกระชากคอเสื้อของเฉินตงราวกับคนบ้า “คุณทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ลงไปได้ยังไง ฉันเอาเงินไปให้พ่อแม่ฉัน ทำไมคุณต้องทำเหมือนมันฟ้ามันจะผ่าลงมาให้ได้?” เฉินตงมองหวางหนันหนันอย่างหดหู่ ดวงตาแดงก่ำ “ในสายตาของพวกคุณ ชีวิตของแม่ผม ยังไม่มีค่าเท่ากับเงินดาวน์บ้านงวดแรกของน้องชายคุณอย่างนั้นเหรอ?” “ไร้สาระ!” หวางหนันหนันปล่อยมือจากเฉินตง หยิบของในห้องขึ้นมาแล้วก็เขวี้ยงปาข้าวของจนเละเทะ ในพริบตา ห้องรับแขกก็รกและยุ่งเหยิงไปหมด หวางหนันหนันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา “เฉินตงคุณมันคนใจดำ ตอนนั้นทำไมฉันถึงได้แต่งงานกับคุณนะ เพื่อแม่ของคุณ คุณทุ่มเททิ้งเงินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว? ฉันยอมอดทนลำบากมากับคุณ แม้แต่บ้านที่อยู่ก็ต้องเช่า คุณเคยสงสารฉันบ้างไหม? เสี่ยวเห้าเป็นน้องชายของฉัน แล้วก็เป็นน้องของคุณด้วย เขากำลังจะแต่งงานแล้ว ฉันเป็นถึงพี่สาว จะช่วยฉันบ้าง ไม่ได้เลยเหรอ?” “ช่วยคุณสักครั้ง?” เฉินตงโมโหสุดขีด “พวกเราแต่งงานกันมาสามปี คุณช่วยหวางเห้าไอ้สวะนั่นไปตั้งเท่ากี่ครั้งแล้ว? ไอ้สวะหวางเห้ามัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบจนชีวิตไม่ก้าวหน้า ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านเกาะพ่อแม่กิน ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะพวกคุณ!” “อย่ามาพูดถึงน้องชายฉันแบบนั้นนะ!” หวางหนันหนันใบหน้าบิดเบี้ยว ยืนชี้หน้าเฉินตงด้วยท่าทางป่าเถื่อนพร้อมพูดข่มขู่ เฉินตงพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ทำไมถึงจะพูดไม่ได้? เรียนมหาลัยก็ไปทำคนอื่นท้อง เงินที่ชดใช้ก็เป็นเงินของผม เขาอยากจะซื้อรถก็เป็นผมที่จ่ายเงินซื้อให้เขา ในสามปีนี้ทั้งในที่ลับและที่แจ้งผมจ่ายเงินให้เขาไปตั้งเท่าไหร่? คุณมันปีศาจฝูตี้(ผู้หญิงที่มีน้องชายและต้องช่วยน้องชายในทุกด้านเพราะพ่อแม่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว) คุณต่างหากที่ไม่เคยคิดถึงครอบครัวของเรา!” “กรี๊ด! แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ” หวางหนันหนันหวีดร้องออกมาเสียงแหลม “แกหมายความว่ายังไง? แกไม่อยากจะอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม?” “พวกคุณเอาเงินที่จะใช้รักษาแม่ผมไปซื้อบ้านให้ไอ้สวะ ไม่สนใจไยดีแม่ผม คนที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันต่อมันเป็นคุณต่างหาก!” เฉินตงยักไหล่ พูดออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “หย่ากันเถอะ!” หวางหนันหนันนิ่งไปในทันที “มึง มึงพูดว่าอะไรนะ?” แต่งงานมาสามปี ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเฉินตงไม่เคยพูดจาอะไรแบบนี้ออกมา “หย่ากันเถอะ” เฉินตงบอก “แต่งงานกับผมมันทำให้คุณลำบากมาก ผมเองก็ไม่เหมาะกับคุณ ครอบครัวนี้ของคุณ ผมแบกไม่ไหว” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไป เขาไม่ใช่คนที่มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง สามปีที่ผ่านมา แต่ละครั้งที่อดทน ก็เป็นเพราะคิดว่าในตอนนั้นหวางหนันหนันแต่งกับเขา ความจริงแล้วก็นับว่าเธอยอมลดตัวลงมาแต่งกับเขา อีกอย่างหวางหนันหนันก็ยังมีความรู้สึกดีๆต่อเขาบ้าง แต่ว่าครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รอจนเฉินตงออกไปจากบ้านแล้ว ในที่สุดหวางหนันหนันก็ได้สติ เธอรีบพุ่งตัวไปหยิบโทรศัพท์มาโทรหามารดาด้วยความวิตกและไร้สติ ร้องไห้ฟูมฟายแล้วว่าขึ้น “แม่…..เฉินตงอยากจะหย่ากับหนู” “ไอ้ชั่วนั่นอยากจะขอหย่ากับแก?” อีกฝั่งของสาย เสียงตวาดของมารดาดังขึ้น “หย่าก็หย่า! มันก็แค่ไอ้คนจน ยังจะกล้ายกหางตัวเองอวดเบ่ง คิดว่าตัวเองแน่นักนะ! เงินสองแสนสุดท้ายนั่นยังไงก็อยู่ที่พวกเราแล้ว มันจะหย่ากับแก อย่างนั้นก็สงเคราะห์มันไป ให้มันไปนั่งร้องไห้กับแม่แก่ใกล้ตายของมันไปเสีย” ณ ขณะนี้ เวลานี้ เฉินตงออกเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ท้องฟ้าในตอนกลางคืน มีฝนเม็ดเล็กๆโปรยปรายลงมา ทำให้ตัวของเขาเปียกไปทั้งตัว เขาส่ายหัวอย่างกลัดกลุ้ม เอาเท้าเตะน้ำที่ขังนองอยู่ข้างทาง เงิน เงิน เงิน แม่งทะเลาะกันก็เพราะเงิน! ตอนนี้มีเรื่องกับตระกูลหวางจนต่อกันไม่ติดแล้ว กูแม่งจะไปหาเงินสองแสนนั่นมาจากไหนกันวะ? ฝืด……. ในเวลานี้ รถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อมคันหนึ่งก็หยุดลงตรงข้างตัวของเฉินตง กระจกของรถถูกเลื่อนลง ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดราชวงศ์ถังมีมองมาที่เฉินตงด้วยใบหน้าที่แต้มไว้ด้วยรอยยิ้ม “เป็นคุณชายเฉินตงใช่ไหมครับ? เชิญขึ้นรถครับ ไปโรงพยาบาลลี่จิงกับผม” คุณชาย ?! เฉินตงมองชายชราตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง นานนับชั่วขณะหนึ่งที่ชะงักไป ชายชรายิ้มออกมาเล็กน้อย “คุณแม่ของคุณกำลังเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”

Options

not work with dark mode
Reset