Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา – ตอนที่ 159 กู้ชิงหยิ่งผู้เก็บซ่อนความผิดเอาไว้ในใจ

บทที่ 159 กู้ชิงหยิ่งผู้เก็บซ่อนความผิดเอาไว้ในใจ

เมื่อได้ยินเสียงกู้โก๋ฮั๋วโมโห

กู้ชิงหยิ่งกับหลี่หวั่นชิงก็รีบวิ่งออกไปจากห้องทันที

สองแม่ลูกเห็นกู้โก๋ฮั๋วกำลังกำรูปถ่ายเอาไว้แน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

“พ่อ……”

กู้ชิงหยิ่งรู้สึกใจแป้วทันที ซองจดหมายและรูปถ่ายที่ดูคุ้นตาเหล่านั้น ทำให้มีความคิดที่น่ากลัวอย่างที่สุดเกิดขึ้นมาในสมองของเธอทันที

ถูกเปิดเผยเสียแล้ว !

สองวันมานี้เธอเอาแต่นั่งเหม่อลอย ไม่กินข้าวกินปลา จริงๆ แล้วเป็นเพราะถูกเรื่องของรูปถ่ายทำให้กระทบกระเทือนจิตใจ

แต่ที่เธอไม่ยอมบอกพ่อกับแม่ เป็นเพราะเธอกลัวว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่จนไม่สามารถกลับมาแก้ไขอะไรได้อีก

อย่างไรก็ตามภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าขณะนี้ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนโลกกำลังหมุน

“เกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไมถึงได้โมโหขนาดนี้ ?”

หลี่หวั่นชิงขมวดคิ้ว แล้วเดินก้าวเข้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

“คุณดูนี่ ไอ้สารเลวเฉินตง เห็นว่าลูกสาวของพวกเรารังแกได้ง่ายๆ หรืออย่างไร ?” กู้โก๋ฮั๋วยื่นรูปถ่ายให้หลี่หวั่นชิงด้วยความโมโห

เมื่อหลี่หวั่นชิงเห็นรูปถ่าย ใบหน้าที่งดงามและมีเสน่ห์ของเธอก็ถูกปกคลุมด้วยความเยือกเย็นในทันที

เมื่อครู่เธอเพิ่งจะเข้าไปในห้องของกู้ชิงหยิ่งได้เพียงไม่นาน จึงยังไม่ทันที่จะได้เริ่มต้นพูดคุยอะไรนัก

แต่รูปถ่ายที่เห็นอยู่ตรงหน้า กลับให้คำตอบที่ชัดเจนแก่เธอแล้ว !

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสองวันมานี้ลูกสาวของเธอจึงอยู่ในสภาพเช่นนี้ !

ถ้าหากเป็นตัวเธอเอง เธอก็คงรับไม่ได้เช่นกัน

พ่อแม่ทุกคน มีใครบ้างที่จะไม่รักลูก ?

และยิ่งกู้ชิงหยิ่งเป็นลูกสาวคนเดียวของตระกูลด้วยแล้ว ก็เปรียบเสมือนไข่ในหินสำหรับพวกเขา !

ตั้งแต่เล็กจนโต สองสามีภรรยาประคบประหงมกู้ชิงหยิ่งมาอย่างดี ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม

ถ้าไม่ใช่เพราะกู้ชิงหยิ่งยืนกรานที่จะอยู่กับเฉินตงให้ได้ ต่อให้มีท่านเมิ่งคอยสนับสนุนอยู่ พวกเขาสองสามีภรรยาก็คงไม่คิดจะชายตามองด้วยซ้ำ

การแต่งงานครั้งที่สอง !

เป็นปัญหาที่ไม่อาจมองข้ามได้จริงๆ !

“ไอ้หมอนี่ พวกเราไม่รังเกียจที่เขาแต่งงานเป็นครั้งที่สอง ผมอุตส่าห์สนับสนุนเขา แต่เขากลับไปแอบพบกับภรรยาเก่า” กู้โก๋ฮั๋วโกรธจนตัวสั่น ในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยไฟแค้น “เขาคิดว่าผม กู้โก๋ฮั๋วโกรธใครไม่เป็นหรืออย่างไร ? ไอ้บ้าเอ๊ย !”

หลี่หวั่นชิงขมวดคิ้ว ใบหน้าเย็นชาราวกับน้ำแข็ง เธอค่อยๆ หยิบรูปขึ้นมาดูทีละรูปๆ ความโกรธของเธอค่อยๆ เดือดดาลมากขึ้นเรื่อยๆ

กู้ชิงหยิ่งได้ยินเสียงตะคอกด้วยความโกรธของพ่อ ก็เรียกสติกลับมาได้ทันที เธอรีบเดินขึ้นไปด้านหน้าแล้วพูดว่า : “พ่อคะ แม่คะ ทั้งสองคนช่วยใจเย็นๆ กันหน่อย ไม่แน่ว่า……ไม่แน่ว่าเรื่องนี้อาจจะไม่เหมือนกับที่เราคิดก็ได้”

“แล้วเป็นแบบไหนล่ะ ? แต่ไม่ว่าพวกเราจะคิดแบบไหน แต่ในเมื่อเจ้าหมอนี่ตัดสินใจที่จะขอลูกแต่งงานแล้ว เขาก็ไม่ควรที่จะแอบพบกับภรรยาเก่าของเขาอีก !”

กู้โก๋ฮั๋วรู้สึกขุ่นเคืองใจเป็นอย่างมาก ความโกรธของเขายากที่จะสงบลงได้ : “เสี่ยวหยิ่งเอ๋ย ลูกเองก็มองลองในแง่ดีเกินไป ไม่ว่าจะหายใจเข้าหายใจออกก็อยากจะอยู่กับเขา แต่การที่เขายังแอบนัดพบกับภรรยาเก่าอยู่เช่นนี้ นั่นหมายความว่าเขาเป็นพวกโง่ดักดาน ยังถูกครอบครัวของภรรยาเก่าทำร้ายไม่สาแก่ใจ !

สีหน้าของกู้ชิงหยิ่งค่อยๆ ซีดเผือด

ริมฝีปากแดงระเรื่องของเธอขยับ แต่ไร้เรี่ยวแรงที่จะตอบโต้

กลับเป็นหลี่หวั่นชิงที่วางรูปถ่ายลง และหันมองกู้โก๋ฮั๋วด้วยท่าทีจริงจัง : “คุณกู้ คุณพูดอะไรระวังหน่อย”

“ผม……” กู้โก๋ฮั๋วคิดที่จะโต้เถียง

ด้วยฐานะของเขา ตำแหน่งของเขา นิสัยของเขา ไม่มีทางที่จะปล่อยให้เหตุการณ์เหมือนในรูปถ่ายนี้เกิดขึ้นเป็นอันขาด

เขารักลูกสาว จึงสามารถมองข้ามการแต่งงานครั้งที่สองของเฉินตงได้

แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะโมโหไม่เป็น !

เวลาที่ลูกสาวถูกทำร้าย เขาก็รู้สึกเหมือนตนเองสูญสิ้นทุกสิ่ง และต้องการระบายความโกรธแค้นที่มีออกมาเพื่อลูกสาวของเขา !

ดังนั้น กู้โก๋ฮั๋วจึงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วหันหลังเดินจากไป : “ผมจะไปหาไอ้หมอนั่น !”

“พ่อคะ……” กู้ชิงหยิ่งตกใจมาก เธอรีบเดินเข้าไปขวางกู้โก๋ฮั๋วเอาไว้ : “หนู หนูไม่ยอมให้พ่อไปหาเขาเป็นอันขาด !”

เธอรู้จักนิสัยของพ่อตัวเองดี ถ้าปล่อยให้พ่อไปแล้วล่ะก็ เรื่องทุกอย่างจะต้องบานปลายใหญ่โตอย่างแน่นอน !

“เด็กน้อย ลูกจะปล่อยให้พ่อนั่งมองดูลูกโศกเศร้าเสียใจอยู่อย่างนี้หรือ ?” กู้โก๋ฮั๋วโกรธจนหน้าแดง

“คุณกู้ คุณใจเย็นลงหน่อยเถอะ !”

หลี่หวั่นชิงเดินตามมา เธอหันมองกู้ชิงหยิ่งด้วยแววตาที่อ่อนโยน : “เสี่ยวหยิ่ง หลายวันมานี้ลูกกินไม่ได้นอนไม่หลับก็เพราะเรื่องนี้ ร่างกายซูบผอมลงไปมาก พ่อกับแม่เป็นห่วงลูก เรื่องนี้ลูกเองก็คงจะเข้าใจดี”

กู้ชิงหยิ่งพยักหน้าเบาๆ ดวงตาแดงก่ำเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา

“ถ้าอย่างนั้น บอกความคิดของลูกให้พ่อกับแม่ฟังหน่อยสิ !” หลี่หวั่นชิงถามอย่างตรงไปตรงมา

มีรูปถ่ายเป็นหลักฐานมัดตัวแน่นหนาขนาดนี้ ต่อให้เธอจะใจดีมีเมตตาแค่ไหน ก็ยากที่จะข่มอารมณ์โกรธเอาไว้ได้

ดังนั้นเหตุผลเดียวที่เธอเลือกจะพิจารณาก็คือความคิดเห็นของลูกสาว

กู้ชิงหยิ่งขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าอันงดงามของเธอเต็มไปด้วยความลังเล

มือทั้งสองข้างประสานกัน ในหัวมีแต่ความคิดที่สับสนวุ่นวายเต็มไปหมด

เรื่องนี้ เธอคิดมาสองวันแล้ว

ในตอนแรก เธอเองก็รู้สึกโกรธและเสียใจพอๆ กับพ่อแม่

แต่หลังจากที่เธอสงบสติอารมณ์ลงแล้ว เธอกลับรู้สึกว่าเฉินตงไม่ใช่คนประเภทนั้น

ก่อนหน้านี้ หลังจากที่เฉินตงกับหวางหนันหนันหย่าร้างกัน ทุกการกระทำที่เขาปฏิบัติต่อหวางหนันหนัน เธอก็เห็นด้วยตาตนเองมาแล้วทั้งสิ้น

ถึงขั้นที่ว่า ก่อนหน้านี้ที่เธออยู่ห่างจากเฉินตงชั่วระยะเวลาหนึ่ง ก็เป็นเพราะเฉินตงต้องการแสดงให้คนของตระกูลหวางเห็น

อีกทั้ง ในรูปถ่าย ก็มีเพียงแค่รูปที่เฉินตงนั่งอยู่ตรงกันข้ามกับหวางหนันหนันเท่านั้น ไม่ได้มีการกระทำที่ดูเกินเลย

กู้ชิงหยิ่งสูดหายใจเข้าเต็มปอด แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า : “หนูคิดว่า จะรอดูจนถึงปลายเดือนนี้ค่ะ”

“ปลายเดือน ?”

กู้โก๋ฮั๋วเลิกคิ้ว : “เด็กโง่เอ๋ย นี่ลูกยังจะรอให้ไอ้หมอนั่นมาขอลูกแต่งงานตอนปลายเดือนนี้อีกอย่างนั้นหรือ ? รูปถ่ายพวกนี้ ทำให้พ่อคิดว่าปลายเดือนพวกเขาสองคนอาจจะกลับไปคืนดีกันแล้วก็ได้ !”

เขาชี้นิ้วไปยังรูปถ่ายที่อยู่ในมือของหลี่หวั่นชิง

“พ่อ !”

กู้ชิงหยิ่งกระทืบเท้าของเธอ : “พ่อคิดถึงความรู้สึกของหนูสักนิดได้ไหม ? หนูบอกว่าปลายเดือนก็คือปลายเดือน หนูจะรอดูว่า เขาจะทำตามสัญญาที่เขาให้ไว้ได้หรือไม่ !”

พูดจบ เธอก็ร้องไห้แล้ววิ่งกลับเข้าห้องนอนไป

กู้ชิงหยิ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ดังนั้นเธอจึงรู้สึกกังวลมากกว่าใคร

เธอรู้ดีว่า หากปล่อยให้พ่อกับแม่ของเธอออกหน้าแล้วล่ะก็ เรื่องนี้จะต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่นอน

คนที่ปากแข็งเช่นเธอ เพื่อเฉินตงแล้ว จึงจำเป็นที่จะต้องวิธีนี้ !

“เสี่ยวหยิ่ง……”

กู้โก๋ฮั๋วหันหลับไปตะโกนด้วยความโมโห

“พอแล้ว เลิกโวยวายได้แล้ว”

หลี่หวั่นชิงพูดปลอบใจทันที : “เคารพการตัดสินใจของลูก ถ้าหากปลายเดือนนี้ เรื่องทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่เราคาดเอาไว้ เราก็จะให้หมอนั่นได้ชดใช้ทั้งต้นทั้งดอก !”

น้ำเสียงที่เย็นชาจนหนาวเข้าไปในกระดูกและทรงพลัง

เป็นเรื่องยากที่จะเชื่อว่าคำพูดพวกนี้จะออกมาจากปากของผู้หญิงที่มีเสน่ห์ สุภาพอ่อนโยนและมีเมตตาอย่างหลี่หวั่นชิง

ในดวงตาของกู้โก๋ฮั๋วคุกรุ่นไปด้วยไฟแค้น เขากำหมัดแน่น : “ได้ ! ถ้าอย่างนั้นก็รอดูปลายเดือนนี้ ถ้าหากเจ้าหมอนี่คิดไม่ซื้อจริงๆ ก็อย่าโทษว่าผมใจร้ายก็แล้วกัน ลูกสาวของตระกูลกู้ ไม่ใช่พวกกระจอกอย่างเขาจะมารังแกได้ง่ายๆ !”

“ถ้าเขากล้ารังแกแก้วตาดวงใจของผม กู้โก๋ฮั๋วแล้ล่ะก็ ผมจะทำให้เขารู้จักว่าฟ้าถล่มมันเป็นอย่างไร !”

……

เฉินตกลับไปถึงบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไท่ติ่ง

แผนการของหวางหนันหนันทำให้เขารู้สึกเครียดและหดหู่เป็นอย่างมาก

ในขณะเดียวกัน เขาเองก็กำลังลังเลว่าเรื่องนี้จะรู้ถึงหูของกู้ชิงหยิ่งหรือไม่

ยิ่งเขารักมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกกลัวมากเท่านั้น ยิ่งกลัวการสูญเสีย เขาก็ยิ่งระมัดระวัง

เฉินตงโทรศัพท์หากู้ชิงหยิ่ง

แต่หลังจากเสียงเรียกดังขึ้นหนึ่งครั้ง โทรศัพท์ก็ถูกตัดสายทิ้ง

เฉินตงขมวดคิ้ว เขารีบโทรกลับไปอีกสองครั้ง แต่ก็เป็นเช่นเดิมคือ เมื่อมีเสียงเรียกดังขึ้นหนึ่งครั้ง โทรศัพท์ก็ถูกตัดสายทิ้งทันที

“เกิดเรื่องอะไรหรือเปล่า ?”

ขณะที่เฉินตงกำลังกดต่อสายอีกครั้ง ก็มีข้อความจากกู้ชิงหยิ่งส่งเข้ามาในวีแชท

“ทำไมคุณถึงไม่รับโทรศัพท์ ?” เฉินตงถาม “คืนนี้ว่างไหม ? ออกไปทานข้าวด้วยกัน ไม่ได้เจอคุณนานแล้ว ผมคิดถึงคุณ”

“ฉันกำลังแต่งหน้าอยู่ เตรียมที่จะแต่งหน้าให้สวย ไม่เช่นนั้นจะกล้าให้คุณมาขอแต่งงานปลายเดือนนี้ได้อย่างไร ?”

กู้ชิงหยิ่งตอบกลับ เพียงครู่เดียวก็มีข้อความอีกฉบับตอบกลับมาอีก

“ คนโง่ หลังจากนี้ฉันจะไม่พบกับคุณแล้ว ฉันจะรอจนถึงปลายเดือน รอให้คุณมาขอฉันแต่งงานแล้วค่อยพบกับคุณ คุณเองก็ห้ามมาเจอฉันเช่นกัน !”

เมื่อเฉินตงเห็นข้อความก็ยิ้มออกมาอย่างสบายใจ

แววตาของเขาเป็นประกาย และแน่วแน่อย่างที่สุด : “ปลายเดือนนี้ ผมจะขอคุณแต่งงานในแบบที่คุณไม่มีวันลืมได้ลงไปตลอดชีวิต !”

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

บทนำ เฉินตงกับหวางหนันหนันแต่งงานกัน3ปี ถูกภรรยาที่ยกน้องชายเป็นหัวแก้วหัวแหวนบีบคั้น แล้วยังถูกดูถูกเหยียดหยาม วันหนึ่งได้กลับตระกูลมหาเศรษฐี เขาสาบานว่าต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา ต้องทำให้คนที่ดูถูกเขาเสียใจกับสิ่งที่ทำ ให้คนที่เหยียดหยามเขาต้องชดใช้อย่างสาสม เรื่องย่อ “ขอโทษครับคุณเฉิน ระยะมะเร็งตับของแม่ของคุณ…..” มองคุณหมอที่อยู่ตรงหน้าส่ายหน้า เฉินตงมึนงงไปชั่วขณะ ในพริบตาดวงตาก็กลายเป็นสีแดง ตั้งแต่เล็กจนโต เขากับแม่พึ่งพาอาศัยกัน เพื่อที่จะส่งให้เขาเรียนหนังสือ แม่ทำงานจนป่วย ไม่ทันที่จะได้สะดวกสบาย ก็ตกลงมาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้แล้ว “คุณหมอ ขอร้องล่ะครับ ช่วยแม่ผมด้วย แค่หนทางสักนิดก็ไม่มีแล้วเหรอครับ?” เสียงของเฉินตงแหบแห้งยังมีเสียงสะอื้นปนอยู่ คุณหมอลังเลอยู่ชั่วครู่ กล่าวขึ้น “ยังมีวิธีสุดท้ายอยู่ ก็คือทำการเปลี่ยนถ่ายตับ ตอนนี้ทางแพทย์มีของอยู่พอดี…..” ชะงักไปชั่วครู่ เขาก็มองเฉินตงตั้งแต่หัวจรดเท้า การรักษาที่ยาวนาน ทำให้เขารู้สถานการณ์ตอนนี้ของเฉินตงดี แต่ เขาก็ยังพูดออกมา “แต่ว่า…..ค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยนะครับ อย่างน้อยๆในช่วงแรกก็ประมาณสองแสน” สองแสน? ดวงตาของเฉินตงวาววับ รีบจับมือของคุณหมอเอาไว้ “รักษา จะต้องรักษานะครับ ผมยังมีอีกสองแสน!” เงินไม่มีแล้วยังหาได้ แต่ว่าไม่มีแม่แล้ว ก็ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว “อย่างนั้นคุณก็รีบๆรวบรวมเงิน ถ้าเกิดว่ายังประวิงเวลาออกไปอีก วิธีปลูกถ่ายตับก็หมดหนทางแล้ว” นายแพทย์พยักหน้า ถอนหายใจครั้งหนึ่งแล้วก็หมุนตัวจากไป เดินออกมาจากโรงพยาบาล ท้องฟ้ามีฝนเม็ดเล็กๆโปรยลงมา เฉินตงรีบร้อนกลับบ้าน ภรรยา หวางหนันหนันกำลังนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา แถมในปากยังกินขนมมันฝรั่งทอดอยู่อีกด้วย เธอเหลือบมองเฉินตง หวางหนันหนันว่าขึ้น “แม่ดีขึ้นบ้างไหม?” “หมอบอกว่า ถ้าเกิดว่าสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายตับได้ ก็ยังมีทางรักษา” เฉินตงพูดขึ้นอย่างดีใจราวกับคว้าเอาหญ้ากอสุดท้ายที่ใช้รักษาชีวิตเอาไว้ได้ “ต้องใช้สองแสน ยังดีที่บ้านของเรายังพอมีอยู่ แม่ยังมีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง” พูดไป เขาก็หมุนตัวเข้าไปหยิบเอาบัตรธนาคารในห้อง ในพริบตาสีหน้าของหวานหนันหนันก็เปลี่ยนไป รีบร้องขึ้น “เฉินตง คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เฉินตงเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ราวกับว่านึกอะไรขึ้นได้ หมุนตัวหันกลับมามองหวางหนันหนัน “เงินล่ะ?” หวางหนันหนันวิตกกังวล อึกๆอักๆไม่พูดออกมา “เอาไปให้ที่บ้านคุณอีกแล้วเหรอ?” เฉินตงเลิกคิ้ว รอยยิ้มที่แสดงออกมานั้นช่างดูขมขื่นจนหาอะไรมาเปรียบเทียบไม่ได้ ฝีเท้าของเขาก้าวลงไปนั่งบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง หยิบซองบุหรี่ที่ยับยู่ยี่ออกมา “แช๊ะ” จุดบุหรี่มวนนึงขึ้น ดูดบุหรี่เข้าปอดแรงๆ ทิ้งร่างนอนพาดอยู่บนโซฟา แต่งงานมาสามปี เรื่องซ้ำ ๆเดิม ๆ และมันไม่ใช่ครั้งแรก “หนันหนัน นี่เป็นเงินที่เอาไว้ใช้รักษาแม่ผม” เฉินตงพูดขึ้นอย่างอ่อนล้า “ขอคืนมาได้ไหม?” “ขอคืนมา?” คิ้วของหวางหนันหนันกระตุกขึ้น ตวาดออกมาเสียงแหลม “เฉินตง คุณหมายความว่ายังไง? ฉันเอาเงินเล็กๆน้อยๆไปแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ฉัน จะมีหน้าที่ไหนไปขอกลับมาห้ะ?” เฉินตงข่มสีหน้าและอารมณ์ให้เย็นลง แล้วว่าขึ้น “โรงพยาบาลบอกว่าตอนนี้มีตับที่เข้ากันได้อยู่พอดี ถ้าสามารถเอาเงินไปให้โรงพยาบาลได้ในทันที โรงพยาบาลก็สามารถที่จะเริ่มทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับให้แม่ผมได้เลย จากสถานการณ์ของแม่ผมในตอนนี้ คงจะทนได้อีกไม่นาน” “ฉันไม่สนใจ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเอง คุณก็ไปหาทางเอาเอง” ในทันใดหวางหนันหนันก็ร้องเริ่มร้องไห้เสียงดัง น้ำตาไหลนอง “ภายในเวลาสั้นๆผมจะไปหาเงินสองแสนมาจากไหน?” เฉินตงรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะระเบิดออกมาแล้ว กึ่งหนึ่งคือการขอร้อง “หนันหนัน ช่วยผมครั้งหนึ่ง ขอคืนมาเถอะนะ แม่ของผมยังรอเงินสองแสนนั่นมาช่วยชีวิตอยู่นะ!” “เฉินตง! เงินนั่นให้แม่ฉันไปแล้ว ฉันไม่มีทางที่จะไปขอกลับมา” หวางหนันหนันร้องไห้ไปแล้วทรุดนั่งลงบนพื้น ทั้งน้ำมูกทั้งน้ำตาไหลออกมา “แม่ของคุณก็กำลังจะตายอยู่แล้ว คุณยังจะเอาเงินไปผลาญทิ้งที่โรงพยาบาลอีก ตกลงคุณเคยคิดถึงครอบครัวพวกเราบ้างหรือเปล่า?” ร่างกายของเฉินตงสั่น ความโกรธมากระจุกรวมกันอยู่ที่ลำคอของเขา เขาหยิบโทรศัพท์ของหวางหนันหนันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “คุณไม่โทร ผมโทร!” ไม่รอให้หวางหนันหนันขัดขวาง สายโทรออกก็โดนรับสาย “แม่ครับ หนันหนันเพิ่งจะให้เงินแม่ไปสองแสนใช่ไหมครับ?” เฉินตงขอร้อง “ขอร้องล่ะครับช่วยคืนเงินสองแสนให้ผมได้ไหม นั่นเป็นเงินที่จะใช้รักษาแม่ผม แม่ผมท่านยังรอรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่นะครับ” อีกฝั่งของสาย อยู่แม่ยายก็ตวาดขึ้น “เฉินตงแกพูดจาบ้าบออะไรออกมา? เงินนั่นเป็นเงินที่หนันหนันแสดงความกตัญญูต่อพวกเรา แกยังมีหน้าจะมาขอเงินกลับไปอีก? ในตอนนั้นหนันหนันอยากจะแต่งงานกับแก พวกเราก็ไม่เห็นด้วย จากสภาพของแก ก็เป็นเพราะหนันหนันหน้ามืดตามัวถึงได้ยอมแต่งงานกับแก” “ในตอนนี้หนักกว่านั้นอีก หนันหนันมีใจอยากจะกตัญญูต่อพ่อแม่ เอาเงินมาให้พวกเราสองคนใช้ ชายหงส์(ผู้ชายที่เกิดในบ้านยากจนและเข้ามหาวิทยาลัยโดยความพยายาม จบเรียนแล้วก็ดำเนินชีวิตที่เมือง)อย่างแกยังกล้าที่จะบากหน้ามาขอเงินกลับไป ฉันจะบอกแกให้นะ หวางเห้ากำลังจะแต่งงานแล้ว เงินนั่นพวกเราเตรียมจะเอาไปวางดาวน์ค่าบ้านงวดแรกให้หวางเห้า อยากได้เงิน? แค่แดงเดียวก็ไม่มี!” ปัง! สายตัดไปแล้ว เฉินตงแน่นิ่งไป แม่ยายนี่ฟังในสิ่งที่ฉันพูดไม่เข้าใจหรือยังไง? “เฉินตง คุณเป็นบ้าเหรอ?” หวางหนันหนันกระชากคอเสื้อของเฉินตงราวกับคนบ้า “คุณทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ลงไปได้ยังไง ฉันเอาเงินไปให้พ่อแม่ฉัน ทำไมคุณต้องทำเหมือนมันฟ้ามันจะผ่าลงมาให้ได้?” เฉินตงมองหวางหนันหนันอย่างหดหู่ ดวงตาแดงก่ำ “ในสายตาของพวกคุณ ชีวิตของแม่ผม ยังไม่มีค่าเท่ากับเงินดาวน์บ้านงวดแรกของน้องชายคุณอย่างนั้นเหรอ?” “ไร้สาระ!” หวางหนันหนันปล่อยมือจากเฉินตง หยิบของในห้องขึ้นมาแล้วก็เขวี้ยงปาข้าวของจนเละเทะ ในพริบตา ห้องรับแขกก็รกและยุ่งเหยิงไปหมด หวางหนันหนันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา “เฉินตงคุณมันคนใจดำ ตอนนั้นทำไมฉันถึงได้แต่งงานกับคุณนะ เพื่อแม่ของคุณ คุณทุ่มเททิ้งเงินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว? ฉันยอมอดทนลำบากมากับคุณ แม้แต่บ้านที่อยู่ก็ต้องเช่า คุณเคยสงสารฉันบ้างไหม? เสี่ยวเห้าเป็นน้องชายของฉัน แล้วก็เป็นน้องของคุณด้วย เขากำลังจะแต่งงานแล้ว ฉันเป็นถึงพี่สาว จะช่วยฉันบ้าง ไม่ได้เลยเหรอ?” “ช่วยคุณสักครั้ง?” เฉินตงโมโหสุดขีด “พวกเราแต่งงานกันมาสามปี คุณช่วยหวางเห้าไอ้สวะนั่นไปตั้งเท่ากี่ครั้งแล้ว? ไอ้สวะหวางเห้ามัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบจนชีวิตไม่ก้าวหน้า ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านเกาะพ่อแม่กิน ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะพวกคุณ!” “อย่ามาพูดถึงน้องชายฉันแบบนั้นนะ!” หวางหนันหนันใบหน้าบิดเบี้ยว ยืนชี้หน้าเฉินตงด้วยท่าทางป่าเถื่อนพร้อมพูดข่มขู่ เฉินตงพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ทำไมถึงจะพูดไม่ได้? เรียนมหาลัยก็ไปทำคนอื่นท้อง เงินที่ชดใช้ก็เป็นเงินของผม เขาอยากจะซื้อรถก็เป็นผมที่จ่ายเงินซื้อให้เขา ในสามปีนี้ทั้งในที่ลับและที่แจ้งผมจ่ายเงินให้เขาไปตั้งเท่าไหร่? คุณมันปีศาจฝูตี้(ผู้หญิงที่มีน้องชายและต้องช่วยน้องชายในทุกด้านเพราะพ่อแม่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว) คุณต่างหากที่ไม่เคยคิดถึงครอบครัวของเรา!” “กรี๊ด! แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ” หวางหนันหนันหวีดร้องออกมาเสียงแหลม “แกหมายความว่ายังไง? แกไม่อยากจะอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม?” “พวกคุณเอาเงินที่จะใช้รักษาแม่ผมไปซื้อบ้านให้ไอ้สวะ ไม่สนใจไยดีแม่ผม คนที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันต่อมันเป็นคุณต่างหาก!” เฉินตงยักไหล่ พูดออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “หย่ากันเถอะ!” หวางหนันหนันนิ่งไปในทันที “มึง มึงพูดว่าอะไรนะ?” แต่งงานมาสามปี ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเฉินตงไม่เคยพูดจาอะไรแบบนี้ออกมา “หย่ากันเถอะ” เฉินตงบอก “แต่งงานกับผมมันทำให้คุณลำบากมาก ผมเองก็ไม่เหมาะกับคุณ ครอบครัวนี้ของคุณ ผมแบกไม่ไหว” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไป เขาไม่ใช่คนที่มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง สามปีที่ผ่านมา แต่ละครั้งที่อดทน ก็เป็นเพราะคิดว่าในตอนนั้นหวางหนันหนันแต่งกับเขา ความจริงแล้วก็นับว่าเธอยอมลดตัวลงมาแต่งกับเขา อีกอย่างหวางหนันหนันก็ยังมีความรู้สึกดีๆต่อเขาบ้าง แต่ว่าครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รอจนเฉินตงออกไปจากบ้านแล้ว ในที่สุดหวางหนันหนันก็ได้สติ เธอรีบพุ่งตัวไปหยิบโทรศัพท์มาโทรหามารดาด้วยความวิตกและไร้สติ ร้องไห้ฟูมฟายแล้วว่าขึ้น “แม่…..เฉินตงอยากจะหย่ากับหนู” “ไอ้ชั่วนั่นอยากจะขอหย่ากับแก?” อีกฝั่งของสาย เสียงตวาดของมารดาดังขึ้น “หย่าก็หย่า! มันก็แค่ไอ้คนจน ยังจะกล้ายกหางตัวเองอวดเบ่ง คิดว่าตัวเองแน่นักนะ! เงินสองแสนสุดท้ายนั่นยังไงก็อยู่ที่พวกเราแล้ว มันจะหย่ากับแก อย่างนั้นก็สงเคราะห์มันไป ให้มันไปนั่งร้องไห้กับแม่แก่ใกล้ตายของมันไปเสีย” ณ ขณะนี้ เวลานี้ เฉินตงออกเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ท้องฟ้าในตอนกลางคืน มีฝนเม็ดเล็กๆโปรยปรายลงมา ทำให้ตัวของเขาเปียกไปทั้งตัว เขาส่ายหัวอย่างกลัดกลุ้ม เอาเท้าเตะน้ำที่ขังนองอยู่ข้างทาง เงิน เงิน เงิน แม่งทะเลาะกันก็เพราะเงิน! ตอนนี้มีเรื่องกับตระกูลหวางจนต่อกันไม่ติดแล้ว กูแม่งจะไปหาเงินสองแสนนั่นมาจากไหนกันวะ? ฝืด……. ในเวลานี้ รถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อมคันหนึ่งก็หยุดลงตรงข้างตัวของเฉินตง กระจกของรถถูกเลื่อนลง ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดราชวงศ์ถังมีมองมาที่เฉินตงด้วยใบหน้าที่แต้มไว้ด้วยรอยยิ้ม “เป็นคุณชายเฉินตงใช่ไหมครับ? เชิญขึ้นรถครับ ไปโรงพยาบาลลี่จิงกับผม” คุณชาย ?! เฉินตงมองชายชราตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง นานนับชั่วขณะหนึ่งที่ชะงักไป ชายชรายิ้มออกมาเล็กน้อย “คุณแม่ของคุณกำลังเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”

Options

not work with dark mode
Reset