Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา – ตอนที่ 210 ทำอะไรเกินเลยกับคุณไปหรือเปล่า ?

“เรื่องอะไร ?”

เฉินตงหันมองฉินเย่ด้วยความสงสัย

ฉินเย่บิดขี้เกียจ แล้วพาดขาทั้งสองข้างลงบนเตียงผู้ป่วย จากนั้นจึงเอนตัวไปด้านหลังแล้วเงยหน้าขึ้นมองเพดาน

เขายิ้มอย่างติดตลกแล้วพูดว่า : “ถ้าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตระกูลโจวเล็กๆ นั่นแล้วล่ะก็ เมื่อครู่หากไม่ได้นึกดูอย่างละเอียด ผมก็คงคิดไม่ออกจริงๆ”

เฉินตงไม่ได้เร่งเร้า เขาฟังอย่างอดทน

“ตระกูลโจวนั่น ถึงแม้จะเล็ก แต่ผมก็ได้พบปะกับตระกูลของพวกเขาหลายครั้ง เพราะที่ซีสู่ ตระกูลฉินเองก็มีธุรกิจเล็กๆ น้อยๆที่ร่วมมือกับตระกูลโจว”

“ผมจำได้ว่าการพบกันครั้งล่าสุด เป็นงานเลี้ยงกลางคืนก่อนที่ผมจะฆ่าพ่อของตัวเอง”

มุมปากของเฉินตงกระตุกเล็กน้อย

แต่ฉินเย่ก็พูดต่อเหมือนเป็นเรื่องปกติ : “ตอนนั้น ผมเห็นผู้น้อยยืนอยู่ด้านหลังของเจ้าบ้านตระกูลโจว ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีความสำคัญ แม้แต่เจ้าบ้านตระกูลโจวเอง ผมก็ไม่ได้ให้ความสำคัญ……”

ขณะที่พูดอยู่นั้น จู่ๆ ฉินเย่ก็ลุกขึ้นมานั่ง

ดวงตาทั้งสองข้างจ้องเขม็งไปที่เฉินตง

“แต่หลังจากที่รู้จักคุณแล้ว จู่ๆ ตอนนี้ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่า เด็กหนุ่มคนนั้นหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับคุณเป็นอย่างมาก”

“คล้ายกับผมมาก ?”

เฉินตงผงะไป

ฉินเย่พยักหน้าอย่างจริงจัง รอยยิ้มยังคงติดตลกอยู่ : “ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เกี่ยวพันไปถึงตระกูลโจวเล็กๆ นั่นแล้วล่ะก็ ผมคงจะลืมเรื่องนี้ไปแล้วจริงๆ ถ้าเด็กคนนั้นรู้ว่าที่ตระกูลของเขาต้องจบสิ้นลงเป็นเพราะเขาหน้าคล้ายคุณแล้วล่ะก็ ไม่รู้ว่าเด็กคนนั้นจะคิดเช่นไร ?”

เฉินตงพูดว่า : “มีรูปไหม ?”

เขารู้สึกสนอกสนใจจริงๆ

ถ้าเป็นฝาแฝดที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกันก็คงไม่แปลก

แต่ฐานะ ภูมิหลัง หรือแม้กระทั่งประวัติความเป็นมาของครอบครัวก็แตกต่างกัน ถึงขั้นว่าต่างกันราวฟ้ากับดิน แล้วคนสองคนจะหน้าตาละม้ายคล้ายกันได้อย่างไร ?

ตอนที่เขาเดินทางไปเชิญฉินเย่ครั้งนั้น เป็นครั้งแรกที่เขาไปเหยียบซีสู่

“ผมจะลองหาดู”

ฉินเย่หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา จากนั้นจึงเปิดคลังรูปถ่ายเพื่อค้นหา

แต่ทว่า เขาทำเหมือนตั้งใจที่จะหลบซ่อนจากสายตาของเฉินตง เขาหันหลังไป ไม่ให้เฉินตงมองเห็นภาพโทรศัพท์ แม้กระทั่งแสงสะท้อนก็ไม่ให้เห็น

“ต้องลึกลับขนาดนี้เลยหรือ ?”

เฉินตงเบ้ปาก

ฉินเย่หาพลาง พูดไปพลาง : “มีรูปที่ถ่ายตัวเองตอนแลกเปลี่ยนเทคนิคน่ะ”

“ไอ้บ้าเอ๊ย……” เฉินตงตะโกนด่าออกไปหนึ่งประโยค

สักพักใหญ่

จู่ๆ ฉินเย่ก็ตะโกนออกมา : “หาเจอแล้ว ! ยังดีที่ตอนเปลี่ยนโทรศัพท์มีการสำรองข้อมูลเอาไว้ ของต่างๆ ที่อยู่ข้างในจึงถูกโอนย้ายมายังโทรศัพท์เครื่องใหม่”

ขณะที่พูด เขาก็ยื่นโทรศัพท์ให้แก่เฉินตง

เมื่อเฉินตงได้เห็นรูป ก็ผงะไป

เป็นภาพที่ถ่ายขึ้นในงานเลี้ยงกลางคืนงานหนึ่ง

เป็นงานเลี้ยงที่ใหญ่โตหรูหรา มีผู้คนมากหน้าหลายตา

ตัวเอกของภาพถ่าย เป็นผู้หญิงที่ดูบริสุทธิ์และหน้าตาสวยสดงดงามคนหนึ่ง

ดูจากมุมกล้องเห็นได้ชัดว่าเป็นการแอบถ่าย

และในมุมมุมหนึ่งท่ามกลางฝูงชน เฉินตงสังเกตเห็นใบหน้าหนึ่ง

เป็นใบหน้าที่ละม้ายคล้ายคลึงกับตัวเขาเป็นอย่างมาก !

ถ้าไม่ใช่เพราะฉินเย่เกริ่นเอาไว้ก่อนหน้านี้ ตอนที่เขาเห็นใบหน้านี้ ถึงขั้นอาจทำให้รู้สึกสงสัยได้ว่าตนเองเคยไปร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ?

“เหมือนมากใช่ไหมล่ะ ?”

ฉินเย่ดูรูปถ่าย แล้วหันมองเฉินตง : “อย่างน้อยก็เหมือนเกือบ 90% คุณจะลองกลับไปถามพ่อของคุณดูไหมล่ะว่า เป็นฝาแฝดของคุณในตอนนั้นหรือเปล่า แล้วเก็บคุณเอาไว้แค่คนเดียว ส่วนอีกคนยกไปให้คนอื่น ?”

“เรื่องนี้ไม่ตลกนะ”

เฉินตงทำสีหน้าเบื่อหน่าย จากนั้นจึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา : “คิดไม่ถึงเลยว่าทายาทของตระกูลที่ร่ำรวยอย่างคุณ จะไปแอบถ่ายรูปสาวสวย น่าเกลียดจริงๆ หญิงสาวคนนั้นออกจะบริสุทธิ์ขนาดนั้น ถ้าเธอรู้ว่าถูกแอบถ่ายเข้าล่ะก็ จะต้องรู้สึกรังเกียจคุณอย่างแน่นอน”

“เชอะ……”

ฉินเย่เบะปาก : “บริสุทธิ์หรือ ? ไฟแรงสูง ร้ายกาจยิ่งกว่าผมเสียอีก !”

เฉินตง : “……”

บทสนทนาจบลงเพียงเท่านี้

เฉินตงเองก็ไม่ได้สนใจคนที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับตนคนนี้อีก

แต่เขากับฉินเย่กลับมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องตลกและเรื่องแปลกเท่านั้น

คนจำนวนหลายพันล้านคน จะหาออกมาสักสองคนที่มีรูปร่างหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกัน ก็ใช่ว่าเป็นเรื่องที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน

อีกทั้ง ตอนนี้ตระกูลโจวได้กลายเป็นแพะรับบาปเรียบร้อยแล้ว และต้องรับโทษที่หนักหนาสาหัสไปเรียบร้อยแล้ว

วิธีการอันเด็ดขาดของตระกูลเฉิน บรรดามดตัวเล็กๆ ไม่มีทางรับมือได้ไหว

ทุกอย่างปล่อยให้สลายหายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สืบหาความจริงให้มากความก็เปล่าประโยชน์

“คุณไม่คิดที่จะสืบต่อแล้วหรือ ?” จู่ๆ ฉินเย่ก็ถามขึ้นมา น้ำเสียงของเขาฟังดูไม่เต็มใจนัก

“สืบไม่เจอ” เฉินตงส่ายหัว “ต้องรอดูครั้งต่อไปแล้ว”

ผู้บงการถึงขั้นสามารถผลักตระกูลโจวให้ออกมาเป็นแพะรับบาปได้ ความสามารถขนาดนี้ นอกเสียจากเขาอยากจะบอกคุณเองว่าเขาคือใคร มิเช่นนั้นไม่มีทางที่จะหาเขาเจอแน่นอน

“อืม”

ฉินเย่พยักหน้า จากนั้นจึงหันกลับมามอง : “แล้วคุณจะทำเช่นไรกับตระกูลจางและตระกูลฉู่ ?”

“คุณว่าอย่างไรล่ะ ?”

เฉินตงยิ้มแปลกๆ

ฉินเย่ถูมือไปมา แล้วพูดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวัง : “หรือคุณจะให้โอกาสผมได้เป็นฮีโร่ที่เข้าไปช่วยสาวงามสักครั้งล่ะ ? จางหยู่หลันตกอยู่ในกำมือผมได้ง่ายมาก”

“ไอ้บ้าเอ๊ย !”

เฉินตงตะโกนด่าไปหนึ่งครั้ง : “ผมสามารถทำให้คุณเป็นฮีโรที่เข้าไปช่วยสาวงามได้ แต่สิ่งที่ตระกูลจางต้องชดใช้ ไม่อาจจะปล่อยให้ผ่านไปได้”

คืนนั้น จางหยู่หลังพุ่งเข้ามาที่ด้านหลังของเขาและฉู่เจียนเจีย จากนั้นก็ผลักพวกเขาทั้งสองอย่างแรงเพื่อให้รับมีดแทน จึงไม่สามารถชดเชยได้ด้วยคำพูดของฉินเย่เพียงแค่สองสามประโยค

และการผลักในครั้งนั้น

ทำให้เฉินตงรู้ว่า ตระกูลจางกับตระกูลฉู่ ตระกูลไหนกันแน่ที่เขาควรผูกมิตรด้วย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้น ฉู่เจียนเจียยินดีที่จะเอาตัวเข้ามาปกป้องเขา แล้วใช้หลังของเธอรับมีดแทน ซึ่งแตกต่างจากการกระทำของจางหยู่หลันราวฟ้ากับดิน

“ผมแค่ต้องการจางหยู่หลัน ส่วนเรื่องอื่นแล้วแต่คุณ” ฉินเย่โบกมือ

เฉินตงคิดอยู่ครู่หนึ่ง : “คุณช่วยผมติดต่อฉู่เจียนเจีย ให้เธอมาที่โณงพยาบาลหน่อย ผมมีเรื่องบางอย่างอยากจะถามเธอ”

“ไม่มีปัญหา ผมจะไปที่หมู่ตึกยู่ฉวนด้วยตัวเอง”

ฉินเย่เด้งตัวลุกขึ้นมา จากนั้นจึงสะบัดก้นออกไปอย่างรวดเร็ว

เฉินตงนิ่งไปชั่วครู่ เขาก้มลงไปมองผ้าพันแผลหนาเตอะที่พันอยู่รอบตัวของเขา

ดูเหมือนว่า……ฉันยังเป็นผู้บาดเจ็บอยู่นะ !

เจ้าฉินเย่ควรจะอยู่ที่นี่เพื่อดูแลฉันไม่ใช่หรือ ?

“เห็นผู้หญิงแล้วลืมหน้าที่”

เฉินตงก่นด่า

……

ท้องฟ้าใกล้จะมืดแล้ว

ในที่สุดฉู่เจียนเจียก็ผลักประตูห้องพักผู้ป่วยของเฉินตงเข้ามา

เฉินตงที่นั่งรออยู่เป็นเวลานาน ก็ได้แต่แอบก่นด่าฉินเย่อยู่ในใจเป็นร้อยรอบ

เจ้าเด็กคนนี้ คงจะไม่ได้โทรไปบอกล่วงหน้าเอาไว้ก่อน เมื่อไปถึงหมู่ตึกยู่ฉวนถึงจะไปบอกต่อหน้า

เขาสงสัยถึงขั้นว่า หรือไอ้หมอนี้จะแอบไปหาจางหยู่หลันก่อน ทันทีที่เขานึกขึ้นมาได้ เขาก็หันไปพูดกับฉู่เจียนเจีย

มิเช่นนั้นคงไม่มาช้าขนาดนี้

“คุณเฉิน คุณต้องการจะพบฉันหรือคะ ?”

ฉู่เขียนเจียยังคงมีท่าทางเย็นชา แต่แววตาที่มองเฉินตงกลับเปลี่ยนไปเล็กน้อย

“นั่งลงสิ”

เฉินตงชี้ไปที่เก้าอี้ที่วางอยู่ข้างเตียง

หลังจากที่ฉู่เจียนเจียนั่งลงแล้ว ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ

เฉินตงเองก็ลังเลอยู่สักพัก

เรื่องแบบนี้ ควรจะเริ่มพูดเช่นไรดี ?

ภายในห้องพักผู้ป่วยเงียบมาก

บรรยากาศดูน่าอึดอัดเล็กน้อย

ผ่านไปเกือบสิบนาที ฉู่เจียนเจียจึงเอ่ยปากพูดขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ

“คุณเฉินมีอะไรจะถามหรือคะ ?”

เฉินตง “เอ่อ” ออกมาหนึ่งคำ และมีท่าทีที่กระสับกระส่ายเล็กน้อย

สายตาของเขาเหลือบไปมองเรียวของฉู่เจียนเจียที่สวมใส่ถุงน่องคู่บางอยู่

เป็นเครื่องแต่งกายแบบนักธุรกิจสีดำของ OL แบบเดียวกัน และเป็นถุงน่องแบบบางแบบเดียวกัน

เหมือนกับภาพสุดท้ายที่อยู่ในความทรงจำของเขาในคืนนั้นไม่มีผิด

“คุณเฉิน……”

เมื่อเห็นเฉินตงจ้องมองที่ต้นขาของตนเองแล้วใจลอย ฉู่เจียนเจียก็ขมวดคิ้วอย่างไม่ค่อยพอใจนัก

เฉินตงรีบละสายตาทันที จากนั้นจึงจ้องมองฉู่เจียนเจีย สูดหายใจเข้าหนึ่งครั้ง และเอ่ยถามออกไปว่า

“คือว่า คืนนั้น ผมถูกวางยา ไม่รู้ว่าทำอะไรเกินเลยกับคุณไปบ้างหรือไม่ ?”

ฉู่เจียนเจียผงะไป ใบหน้าอันงดงามของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที เธอก้มหน้าลง มือพันกันเป็นระวิง !

เฉินตงรู้สึกใจเต้น เหมือนอยากจะเอาหัวไปโขกกำแพง

เขารีบพูดขึ้นมาว่า : “คือว่า ผม ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะถาม แต่ว่าผม ผมจำเรื่องในคืนนั้นได้เพียงแค่เลือนราง ดังนั้นจึงอยากถามให้แน่ใจ”

“ได้ ถ้าอย่างนั้นฉันจะบอกคุณให้ว่า คืนนั้นหลังจากที่ยาออกฤทธิ์แล้วคุณทำอะไรบ้าง”

จู่ๆ ฉู่เจียนเจียก็ลุกขึ้น ใบหน้าของเธอแดงก่ำ ดวงตาของเธอเป็นประกาย แล้วเธอก็ประชิดตัวเข้ามาหาเฉินตงทันที

ถาพที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้เฉินตงรู้สึกตกใจจนหน้าถอดสี ใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ

“ ไม่ ไม่ใช่ ผม ผมแค่ถามดูเท่านั้น คุณแค่พูดก็พอแล้ว ไม่ต้องสาธิตให้ดู !”

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

บทนำ เฉินตงกับหวางหนันหนันแต่งงานกัน3ปี ถูกภรรยาที่ยกน้องชายเป็นหัวแก้วหัวแหวนบีบคั้น แล้วยังถูกดูถูกเหยียดหยาม วันหนึ่งได้กลับตระกูลมหาเศรษฐี เขาสาบานว่าต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา ต้องทำให้คนที่ดูถูกเขาเสียใจกับสิ่งที่ทำ ให้คนที่เหยียดหยามเขาต้องชดใช้อย่างสาสม เรื่องย่อ “ขอโทษครับคุณเฉิน ระยะมะเร็งตับของแม่ของคุณ…..” มองคุณหมอที่อยู่ตรงหน้าส่ายหน้า เฉินตงมึนงงไปชั่วขณะ ในพริบตาดวงตาก็กลายเป็นสีแดง ตั้งแต่เล็กจนโต เขากับแม่พึ่งพาอาศัยกัน เพื่อที่จะส่งให้เขาเรียนหนังสือ แม่ทำงานจนป่วย ไม่ทันที่จะได้สะดวกสบาย ก็ตกลงมาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้แล้ว “คุณหมอ ขอร้องล่ะครับ ช่วยแม่ผมด้วย แค่หนทางสักนิดก็ไม่มีแล้วเหรอครับ?” เสียงของเฉินตงแหบแห้งยังมีเสียงสะอื้นปนอยู่ คุณหมอลังเลอยู่ชั่วครู่ กล่าวขึ้น “ยังมีวิธีสุดท้ายอยู่ ก็คือทำการเปลี่ยนถ่ายตับ ตอนนี้ทางแพทย์มีของอยู่พอดี…..” ชะงักไปชั่วครู่ เขาก็มองเฉินตงตั้งแต่หัวจรดเท้า การรักษาที่ยาวนาน ทำให้เขารู้สถานการณ์ตอนนี้ของเฉินตงดี แต่ เขาก็ยังพูดออกมา “แต่ว่า…..ค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยนะครับ อย่างน้อยๆในช่วงแรกก็ประมาณสองแสน” สองแสน? ดวงตาของเฉินตงวาววับ รีบจับมือของคุณหมอเอาไว้ “รักษา จะต้องรักษานะครับ ผมยังมีอีกสองแสน!” เงินไม่มีแล้วยังหาได้ แต่ว่าไม่มีแม่แล้ว ก็ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว “อย่างนั้นคุณก็รีบๆรวบรวมเงิน ถ้าเกิดว่ายังประวิงเวลาออกไปอีก วิธีปลูกถ่ายตับก็หมดหนทางแล้ว” นายแพทย์พยักหน้า ถอนหายใจครั้งหนึ่งแล้วก็หมุนตัวจากไป เดินออกมาจากโรงพยาบาล ท้องฟ้ามีฝนเม็ดเล็กๆโปรยลงมา เฉินตงรีบร้อนกลับบ้าน ภรรยา หวางหนันหนันกำลังนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา แถมในปากยังกินขนมมันฝรั่งทอดอยู่อีกด้วย เธอเหลือบมองเฉินตง หวางหนันหนันว่าขึ้น “แม่ดีขึ้นบ้างไหม?” “หมอบอกว่า ถ้าเกิดว่าสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายตับได้ ก็ยังมีทางรักษา” เฉินตงพูดขึ้นอย่างดีใจราวกับคว้าเอาหญ้ากอสุดท้ายที่ใช้รักษาชีวิตเอาไว้ได้ “ต้องใช้สองแสน ยังดีที่บ้านของเรายังพอมีอยู่ แม่ยังมีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง” พูดไป เขาก็หมุนตัวเข้าไปหยิบเอาบัตรธนาคารในห้อง ในพริบตาสีหน้าของหวานหนันหนันก็เปลี่ยนไป รีบร้องขึ้น “เฉินตง คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เฉินตงเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ราวกับว่านึกอะไรขึ้นได้ หมุนตัวหันกลับมามองหวางหนันหนัน “เงินล่ะ?” หวางหนันหนันวิตกกังวล อึกๆอักๆไม่พูดออกมา “เอาไปให้ที่บ้านคุณอีกแล้วเหรอ?” เฉินตงเลิกคิ้ว รอยยิ้มที่แสดงออกมานั้นช่างดูขมขื่นจนหาอะไรมาเปรียบเทียบไม่ได้ ฝีเท้าของเขาก้าวลงไปนั่งบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง หยิบซองบุหรี่ที่ยับยู่ยี่ออกมา “แช๊ะ” จุดบุหรี่มวนนึงขึ้น ดูดบุหรี่เข้าปอดแรงๆ ทิ้งร่างนอนพาดอยู่บนโซฟา แต่งงานมาสามปี เรื่องซ้ำ ๆเดิม ๆ และมันไม่ใช่ครั้งแรก “หนันหนัน นี่เป็นเงินที่เอาไว้ใช้รักษาแม่ผม” เฉินตงพูดขึ้นอย่างอ่อนล้า “ขอคืนมาได้ไหม?” “ขอคืนมา?” คิ้วของหวางหนันหนันกระตุกขึ้น ตวาดออกมาเสียงแหลม “เฉินตง คุณหมายความว่ายังไง? ฉันเอาเงินเล็กๆน้อยๆไปแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ฉัน จะมีหน้าที่ไหนไปขอกลับมาห้ะ?” เฉินตงข่มสีหน้าและอารมณ์ให้เย็นลง แล้วว่าขึ้น “โรงพยาบาลบอกว่าตอนนี้มีตับที่เข้ากันได้อยู่พอดี ถ้าสามารถเอาเงินไปให้โรงพยาบาลได้ในทันที โรงพยาบาลก็สามารถที่จะเริ่มทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับให้แม่ผมได้เลย จากสถานการณ์ของแม่ผมในตอนนี้ คงจะทนได้อีกไม่นาน” “ฉันไม่สนใจ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเอง คุณก็ไปหาทางเอาเอง” ในทันใดหวางหนันหนันก็ร้องเริ่มร้องไห้เสียงดัง น้ำตาไหลนอง “ภายในเวลาสั้นๆผมจะไปหาเงินสองแสนมาจากไหน?” เฉินตงรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะระเบิดออกมาแล้ว กึ่งหนึ่งคือการขอร้อง “หนันหนัน ช่วยผมครั้งหนึ่ง ขอคืนมาเถอะนะ แม่ของผมยังรอเงินสองแสนนั่นมาช่วยชีวิตอยู่นะ!” “เฉินตง! เงินนั่นให้แม่ฉันไปแล้ว ฉันไม่มีทางที่จะไปขอกลับมา” หวางหนันหนันร้องไห้ไปแล้วทรุดนั่งลงบนพื้น ทั้งน้ำมูกทั้งน้ำตาไหลออกมา “แม่ของคุณก็กำลังจะตายอยู่แล้ว คุณยังจะเอาเงินไปผลาญทิ้งที่โรงพยาบาลอีก ตกลงคุณเคยคิดถึงครอบครัวพวกเราบ้างหรือเปล่า?” ร่างกายของเฉินตงสั่น ความโกรธมากระจุกรวมกันอยู่ที่ลำคอของเขา เขาหยิบโทรศัพท์ของหวางหนันหนันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “คุณไม่โทร ผมโทร!” ไม่รอให้หวางหนันหนันขัดขวาง สายโทรออกก็โดนรับสาย “แม่ครับ หนันหนันเพิ่งจะให้เงินแม่ไปสองแสนใช่ไหมครับ?” เฉินตงขอร้อง “ขอร้องล่ะครับช่วยคืนเงินสองแสนให้ผมได้ไหม นั่นเป็นเงินที่จะใช้รักษาแม่ผม แม่ผมท่านยังรอรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่นะครับ” อีกฝั่งของสาย อยู่แม่ยายก็ตวาดขึ้น “เฉินตงแกพูดจาบ้าบออะไรออกมา? เงินนั่นเป็นเงินที่หนันหนันแสดงความกตัญญูต่อพวกเรา แกยังมีหน้าจะมาขอเงินกลับไปอีก? ในตอนนั้นหนันหนันอยากจะแต่งงานกับแก พวกเราก็ไม่เห็นด้วย จากสภาพของแก ก็เป็นเพราะหนันหนันหน้ามืดตามัวถึงได้ยอมแต่งงานกับแก” “ในตอนนี้หนักกว่านั้นอีก หนันหนันมีใจอยากจะกตัญญูต่อพ่อแม่ เอาเงินมาให้พวกเราสองคนใช้ ชายหงส์(ผู้ชายที่เกิดในบ้านยากจนและเข้ามหาวิทยาลัยโดยความพยายาม จบเรียนแล้วก็ดำเนินชีวิตที่เมือง)อย่างแกยังกล้าที่จะบากหน้ามาขอเงินกลับไป ฉันจะบอกแกให้นะ หวางเห้ากำลังจะแต่งงานแล้ว เงินนั่นพวกเราเตรียมจะเอาไปวางดาวน์ค่าบ้านงวดแรกให้หวางเห้า อยากได้เงิน? แค่แดงเดียวก็ไม่มี!” ปัง! สายตัดไปแล้ว เฉินตงแน่นิ่งไป แม่ยายนี่ฟังในสิ่งที่ฉันพูดไม่เข้าใจหรือยังไง? “เฉินตง คุณเป็นบ้าเหรอ?” หวางหนันหนันกระชากคอเสื้อของเฉินตงราวกับคนบ้า “คุณทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ลงไปได้ยังไง ฉันเอาเงินไปให้พ่อแม่ฉัน ทำไมคุณต้องทำเหมือนมันฟ้ามันจะผ่าลงมาให้ได้?” เฉินตงมองหวางหนันหนันอย่างหดหู่ ดวงตาแดงก่ำ “ในสายตาของพวกคุณ ชีวิตของแม่ผม ยังไม่มีค่าเท่ากับเงินดาวน์บ้านงวดแรกของน้องชายคุณอย่างนั้นเหรอ?” “ไร้สาระ!” หวางหนันหนันปล่อยมือจากเฉินตง หยิบของในห้องขึ้นมาแล้วก็เขวี้ยงปาข้าวของจนเละเทะ ในพริบตา ห้องรับแขกก็รกและยุ่งเหยิงไปหมด หวางหนันหนันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา “เฉินตงคุณมันคนใจดำ ตอนนั้นทำไมฉันถึงได้แต่งงานกับคุณนะ เพื่อแม่ของคุณ คุณทุ่มเททิ้งเงินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว? ฉันยอมอดทนลำบากมากับคุณ แม้แต่บ้านที่อยู่ก็ต้องเช่า คุณเคยสงสารฉันบ้างไหม? เสี่ยวเห้าเป็นน้องชายของฉัน แล้วก็เป็นน้องของคุณด้วย เขากำลังจะแต่งงานแล้ว ฉันเป็นถึงพี่สาว จะช่วยฉันบ้าง ไม่ได้เลยเหรอ?” “ช่วยคุณสักครั้ง?” เฉินตงโมโหสุดขีด “พวกเราแต่งงานกันมาสามปี คุณช่วยหวางเห้าไอ้สวะนั่นไปตั้งเท่ากี่ครั้งแล้ว? ไอ้สวะหวางเห้ามัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบจนชีวิตไม่ก้าวหน้า ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านเกาะพ่อแม่กิน ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะพวกคุณ!” “อย่ามาพูดถึงน้องชายฉันแบบนั้นนะ!” หวางหนันหนันใบหน้าบิดเบี้ยว ยืนชี้หน้าเฉินตงด้วยท่าทางป่าเถื่อนพร้อมพูดข่มขู่ เฉินตงพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ทำไมถึงจะพูดไม่ได้? เรียนมหาลัยก็ไปทำคนอื่นท้อง เงินที่ชดใช้ก็เป็นเงินของผม เขาอยากจะซื้อรถก็เป็นผมที่จ่ายเงินซื้อให้เขา ในสามปีนี้ทั้งในที่ลับและที่แจ้งผมจ่ายเงินให้เขาไปตั้งเท่าไหร่? คุณมันปีศาจฝูตี้(ผู้หญิงที่มีน้องชายและต้องช่วยน้องชายในทุกด้านเพราะพ่อแม่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว) คุณต่างหากที่ไม่เคยคิดถึงครอบครัวของเรา!” “กรี๊ด! แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ” หวางหนันหนันหวีดร้องออกมาเสียงแหลม “แกหมายความว่ายังไง? แกไม่อยากจะอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม?” “พวกคุณเอาเงินที่จะใช้รักษาแม่ผมไปซื้อบ้านให้ไอ้สวะ ไม่สนใจไยดีแม่ผม คนที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันต่อมันเป็นคุณต่างหาก!” เฉินตงยักไหล่ พูดออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “หย่ากันเถอะ!” หวางหนันหนันนิ่งไปในทันที “มึง มึงพูดว่าอะไรนะ?” แต่งงานมาสามปี ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเฉินตงไม่เคยพูดจาอะไรแบบนี้ออกมา “หย่ากันเถอะ” เฉินตงบอก “แต่งงานกับผมมันทำให้คุณลำบากมาก ผมเองก็ไม่เหมาะกับคุณ ครอบครัวนี้ของคุณ ผมแบกไม่ไหว” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไป เขาไม่ใช่คนที่มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง สามปีที่ผ่านมา แต่ละครั้งที่อดทน ก็เป็นเพราะคิดว่าในตอนนั้นหวางหนันหนันแต่งกับเขา ความจริงแล้วก็นับว่าเธอยอมลดตัวลงมาแต่งกับเขา อีกอย่างหวางหนันหนันก็ยังมีความรู้สึกดีๆต่อเขาบ้าง แต่ว่าครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รอจนเฉินตงออกไปจากบ้านแล้ว ในที่สุดหวางหนันหนันก็ได้สติ เธอรีบพุ่งตัวไปหยิบโทรศัพท์มาโทรหามารดาด้วยความวิตกและไร้สติ ร้องไห้ฟูมฟายแล้วว่าขึ้น “แม่…..เฉินตงอยากจะหย่ากับหนู” “ไอ้ชั่วนั่นอยากจะขอหย่ากับแก?” อีกฝั่งของสาย เสียงตวาดของมารดาดังขึ้น “หย่าก็หย่า! มันก็แค่ไอ้คนจน ยังจะกล้ายกหางตัวเองอวดเบ่ง คิดว่าตัวเองแน่นักนะ! เงินสองแสนสุดท้ายนั่นยังไงก็อยู่ที่พวกเราแล้ว มันจะหย่ากับแก อย่างนั้นก็สงเคราะห์มันไป ให้มันไปนั่งร้องไห้กับแม่แก่ใกล้ตายของมันไปเสีย” ณ ขณะนี้ เวลานี้ เฉินตงออกเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ท้องฟ้าในตอนกลางคืน มีฝนเม็ดเล็กๆโปรยปรายลงมา ทำให้ตัวของเขาเปียกไปทั้งตัว เขาส่ายหัวอย่างกลัดกลุ้ม เอาเท้าเตะน้ำที่ขังนองอยู่ข้างทาง เงิน เงิน เงิน แม่งทะเลาะกันก็เพราะเงิน! ตอนนี้มีเรื่องกับตระกูลหวางจนต่อกันไม่ติดแล้ว กูแม่งจะไปหาเงินสองแสนนั่นมาจากไหนกันวะ? ฝืด……. ในเวลานี้ รถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อมคันหนึ่งก็หยุดลงตรงข้างตัวของเฉินตง กระจกของรถถูกเลื่อนลง ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดราชวงศ์ถังมีมองมาที่เฉินตงด้วยใบหน้าที่แต้มไว้ด้วยรอยยิ้ม “เป็นคุณชายเฉินตงใช่ไหมครับ? เชิญขึ้นรถครับ ไปโรงพยาบาลลี่จิงกับผม” คุณชาย ?! เฉินตงมองชายชราตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง นานนับชั่วขณะหนึ่งที่ชะงักไป ชายชรายิ้มออกมาเล็กน้อย “คุณแม่ของคุณกำลังเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”

Options

not work with dark mode
Reset