Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา – ตอนที่ 227 เต้นรำ ? !

เปรี้ยง !

ราวกับมีฟ้าผ่าตอนกลางวันแสกๆ

ร่างกายของเฉินตงแข็งทื่อในทันที

ความโกรธและความเคียดแค้นก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรง ราวกับเกลียวคลื่นขนาดมหึมา

เฉินตงจ้องตาเขม็งเหมือนลูกตาจะถลนออกมา ท่าทางของเขาในตอนนี้ราวกับสัตว์ร้าย เข้าพยายามต่อสู้ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง

ต้องหนีออกไปให้ได้ !

จะต้องหนีออกไปให้ได้ !

เขาไม่รู้ว่าคนที่อยู่ด้านนอกคนนั้นพูดถึงคำว่ารับช่วงต่อหมายความว่าอย่างไร จะใช้วิธีการเช่นไรกันแน่ แต่ว่า “รับช่วงต่อชีวิตของเขา” เป็นสิ่งที่เขาไม่อาจที่จะจินตนาการได้เลย

ความกลัวเข้าปกคลุมภายในจิตใจของเขาอย่างรวดเร็ว

ตุ๊บๆๆ……

เฉินตงพยายามออกแรงทุบ และใช้เท้าเตะกล่องอย่างสุดกำลัง

รับช่วงต่อชีวิตของเขา ทำให้เขารับรู้ได้ทันทีว่าจะมีคนอีกคนหนึ่งเข้ามาใช้ชีวิตแทนที่เขาอย่างสมบูรณ์ ดำเนินชีวิตในเส้นทางของเขา รับช่วงต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเขา รวมไปถึงแม่และกู้ชิงหยิ่งด้วย !

สิ่งนี้ทำให้เขารู้ได้ทันทีว่า ตัวเขาเองจะต้องหายไปตลอดกาล !

เมื่อคิดถึงแม่ คิดถึงกู้ชิงหยิ่ง เฉินตงก็มีท่าทีเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังบ้าคลั่งและกระหายเลือด

การมีคนเข้ามาแทนที่เช่นนี้ เขาไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นแน่นอน !

จากนั้น

เป็นเพราะการต่อสู้ดิ้นรนของเขา ทำให้หัวของเขากระแทกจนเลือดไหลออกมา

กล่องถูกคนมัดเอาไว้กับที่เรียบร้อยแล้ว เป็นการมัดที่แน่นหนาจนกล่องไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แม้แต่น้อย

“ไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ ฉันไม่มีวันปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ !”

เฉินตงบ่นพึมพำ ผ้าพันแผลที่พันอยู่บนศีรษะเปียกชุ่มไปด้วยเลือดอีกครั้ง ทำให้มีกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งออกมา

เขาพยายามทุบกล่องไม้อย่างสุดกำลัง : “ฉันจะกลับไป เสี่ยวหยิ่งยังรอถ่ายภาพแต่งงานกับฉันอยู่ แม่ยังรอฉันกลับบ้านอยู่ จะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ไม่ได้ ต่อให้ต้องตาย ฉันก็จะต้องหาทางกลับไปให้ได้”

ตุ๊บๆๆ……

มีเสียงดังสะท้อนไปมาอยู่ภายในกล่องไม้

ความกลัว ความไม่เต็มใจ ความโกรธแค้น ความขุ่นเคือง และอารมณ์ทุกรูปแบบประสมปนเปกันและปะทุอยู่ภายในกล่องไม้ที่ไม่ขยับเขยื้อน ความรู้สึกเหล่านี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นภายในจิตใจของเฉินตง

แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดตอนนี้ก็คือ บางแผลบนศีรษะของเขาเลือดไหลออกมาอีกครั้ง เนื่องจากแรงกระแทกอย่างรุนแรงเมื่อครู่

ทันใดนั้นก็เกิดอาการวิงเวียนศีรษะขึ้นอย่างรุนแรง

ในที่สุด เฉินตงก็ไม่อาจทนฝืนได้อีกต่อไป

และหมดสติไปอีกครั้ง……

……

เช้าวันรุ่งขึ้น

เมื่อฟ้าสว่าง

ประตูห้องของกู้ชิงหยิ่งมีเสียงเคาะดังขึ้น

เป็นเฉินตง

“เสี่ยวหยิ่ง เตรียมตัวเร็วเข้า วันนี้พวกเราจะถ่ายภาพแต่งงานกันแล้ว” เฉินตงยิ้มพลางพูดออกมา

“จะอยู่ถ่ายภาพแต่งงานที่นี่ต่ออีกหรือคะ ?”

กู้ชิงหยิ่งรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

เมื่อคืนเพิ่งจะเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนั้นขึ้น เฉินตงเพิ่งจะรอดพ้นจากความตายมาได้ ตระกูลฉินยังคงแอบจับตาดูอยู่ห่างๆ

เธอเตรียมตัวที่จะเดินทางกลับเรียบร้อยแล้ว แต่นึกไม่ถึงเลยว่าเฉินตงจะตัดสินใจเช่นนี้

“เรื่องเล็กน่า ตอนนี้แผนการของตระกูลฉินถูกเปิดเผยแล้ว ผมเองก็หนีกลับมาได้แล้ว มีคนของสำนักงานตระกูลเฉินคอยแอบคุมกันอยู่ ตระกูลฉินคงไม่กล้าลงมือผลีผลามอย่างแน่นอน”

เฉินตงเดาความคิดของกู้ชิงหยิ่งออก จึงพูดปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน : “จุดประสงค์ที่เรามาไห่ย่าก็เพื่อถ่ายภาพแต่งงาน จะให้คนพวกนั้นมาทำลายแผนการที่เราวางเอาไว้ ไม่คิดว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายหรอกหรือ ?”

กู้ชิงหยิ่งขมวดคิ้วแล้วถามว่า : “แล้วคุนหลุนกับกูหลังมีความเห็นว่อย่างไรคะ ?”

เธอเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่เฉินตงพูดมานั้นผิด

และไม่ใช่ปัญหาเรื่องความปลอดภัย เธอเองก็ไม่เต็มใจที่จะเดินทางกลับนัก

แต่เมื่อพูดถึงเรื่องความปลอดภัยของตัวบุคคลแล้ว สิ่งนี้ถามความเห็นจากคุนหลุนและกูหลังน่าจะเป็นการดีที่สุด

เรื่องพวกนี้ พวกเขาทั้งสองคนจึงจะถือว่าเป็นมืออาชีพ

“ยังไม่ได้ถามเลย” เฉินตงยักไหล่

สิบนาทีผ่านไป

เมื่อคุนหลุนและกูหลังตามมาที่ห้องพักของกู้ชิงหยิ่ง และได้รู้แผนการที่เฉินตงวางไว้แล้วนั้น

ปฏิกิริยาของทั้งสองคนก็ไม่ต่างกับกู้ชิงหยิ่ง

“คุณชาย ตอนนี้ไห่ย่าไม่ปลอดภัยนัก ต่อให้คนของสำนักงานตระกูลเฉินจะคอยแอบคุ้มกันอยู่ก็ตาม แต่ผมรู้สึกว่าพวกเราควรจะเดินทางกลับเดี๋ยวนี้ เพื่อความปลอดภัย”

คุนหลุนขมวดคิ้วและกล่าวเตือน

ตระกูลฉินเตรียมการมาเป็นอย่างดี เมื่อคืนเฉินตงสามารถหนีเอาตัวรอดจากความตายมาได้ สำหรับเขาก็ถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดีที่สุดแล้ว

กันไว้ดีกว่าแก้ ต่อให้มีคนของสำนักงานตระกูลเฉินคอยคุ้มกันอยู่ ก็ไม่แน่ว่าจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์

ตระกูลฉินได้หมายหัวเฉินตงเอาไว้แล้ว

และได้ฉินตัดความสัมพันธ์กับตระกูลเฉินเรียบร้อยแล้ว

ตอนนี้ตระกูลเฉินไม่สามารถควบคุมตระกูลฉินได้ ถึงถือเป็นเรื่องยากที่จะหวังให้ตระกูลฉินยอมรามือ

“คุณเฉิน ผมว่าสิ่งที่พี่คุนหลุนพูดนั้นมีเหตุผล”

กูหลังขมวดคิ้วแล้วพูดว่า : “เมื่อคืนรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด ตอนนี้ถึงแม้จะรู้ว่าเป็นฝีมือของตระกูลฉิน สามารถให้สำนักงานตระกูลเฉินคอยแอบคุ้มกันให้ได้ แต่ตระกูลฉินมีการแอบวางแผนลอบฆ่ามาเป็นอย่างดีแล้ว จึงไม่มีทางที่จะยอมรามือง่ายๆ เช่นนี้แน่นอน”

“เฉินตง พวกเรากลับกันก่อนดีไหม ?”

กู้ชิงหยิ่งรับฟังความคิดเห็นของคุนหลุนและกูหลัง จากนั้นจึงกล่าวเตือนว่า : “อย่างมากก็แค่เปลี่ยนสถานที่ถ่ายภาพแต่งงาน ถึงแม้งานแต่งใกล้เข้ามาทุกที แต่ก็ใช่ว่าจะหาเวลาไม่ได้”

จู่ๆ เฉินตงก็รู้สึกขำ

ดวงตาของเขาเฉียบคมขึ้นทันที

“โดนงูฉกแค่ครั้งเดียวจะเป็นต้องกลัวหัวหดขนาดนี้เลยหรืออย่างไร ? หากเป็นเช่นนี้จริง ที่ผมเติบโตขึ้นมาในที่มืดมิด จะกล้าเดินออกมาหาแสงสว่างได้อย่างไร ?”

คำพูดนี้ทำให้พวกของกู้ชิงหยิ่งทั้งสามคนตกตะลึง

เฉินตงกล่าวอีกว่า : “งานแต่งของผมกับเสี่ยวหยิ่งใกล้เข้ามาทุกที ผมไม่อยากสนใจเรื่องของตระกูลฉินในตอนนี้ รอให้งานแต่งผ่านพ้นไปก่อน ผมจะต้องคิดบัญชีกับตระกูลฉินอย่างแน่นอน”

“หากตระกูลฉินลงมือพลาดเมื่อคืนนี้ แล้วยังจะกล้ากลับมาลงมือซ้ำอีกละก็ ผมก็จะเชิญพ่อและตระกูลหลี่แห่งเมืองหลวงไปร่วมมือกันจัดการตระกูลฉินแห่งซีสู่ในทันที !”

“แต่ว่า……”

คุนหลุนสีหน้าเคร่งเครียด ความดื้อรั้นของเฉินตงทำให้เขารู้สึกวิตกกังวล

แต่เฉินตงกลับโบกมือ : “ไม่ต้องพูดแล้ว ในเมื่อผมรับปากเสี่ยวหยิ่งแล้ว ผมก็จะต้องทำให้สำเร็จให้ได้ รีบติดต่อทีมช่างภาพให้เริ่มถ่ายภาพแต่งงานได้แล้ว”

พูดจบ เขาก็หันหลังเดินจากไป

พวกของกู้ชิงหยิ่งทั้งสามคนยืนตะลึงอยู่ที่เดิม

พวกเขาหันมองหน้ากัน

กูหลังรู้สึกลังเล : “นี่มันอันตรายเกินไป”

คุนหลุนยิ้มออกมาอย่างขมขื่น : “นิสัยของคุณชาย เมื่อตัดสินใจลงไปแล้ว ยากที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ นายกับฉันคอยคุ้มกันอยู่ข้างๆ ส่วนคนของสำนักงานตระกูลเฉินก็จะแอบคุ้มกันอยู่ห่างๆ ก็น่าจะผ่านไปได้ด้วยดี”

มีเพียงกู้ชิงหยิ่งที่ขมวดคิ้ว เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่

เธอบ่นพึมพำออกมาว่า : “ฉันรู้สึกมาตลอดว่า หลังจากเกิดเรื่องเมื่อคืนขึ้น เฉินตงก็ดูแปลกไป”

“แปลกตรงไหน ?” คุนหลุนและกูหลังเอ่ยถามขึ้นพร้อมกัน

“บอกไม่ถูกเหมือนกัน”

กู้ชิงหยิ่งส่ายหัว และพูดอย่างสับสน : “เพราะบอกไม่ถูก ถึงได้รู้สึกว่ายิ่งแปลกเข้าไปใหญ่ เป็นความรู้สึกแบบนั้น ความรู้สึกของผู้หญิง”

คุนหลุนและกูหลังหันมองหน้ากัน แล้วยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้

ทั้งสองคนผ่านความเป็นความตายและการนองเลือดมาอย่างโชกโชน พวกเขาจึงสามารถอาศัยความรู้สึกในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ

แต่นี่คือสิ่งที่ได้มาจากการฝึกฝนและการผ่านความเป็นความตายมาหลายต่อหลายครั้ง

สัมผัสที่หกของผู้หญิง ?

มีอยู่จริงหรือเปล่า ?

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป

การถ่ายภาพแต่งงานเริ่มต้นขึ้น

เฉินตงอยากจะจัดงานแต่งงานที่เป็นที่จดจำไปชั่วชีวิตให้แก่กู้ชิงหยิ่ง ดังนั้นทุกเรื่องที่ทำจึงต้องออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด จะต้องไม่มีข้อผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว

หลังจากทีมช่างภาพเลือกจุดที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายภาพแต่งงานได้แล้ว

เฉินตงก็ทำการปิดล้อมพื้นที่บริเวณนั้นทั้งหมด

ที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้มีคนเข้ามารบกวนการถ่ายภาพแต่งงาน

ทีมช่างภาพฝีมือระดับแนวหน้า ไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้า การจัดแสง มุมกล้องและด้านอื่นๆ ล้วนแล้วแต่แสดงออกให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง

การถ่ายภาพแต่งงานเป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีสะดุด และไม่มีอุปสรรคใดๆ แม้แต่น้อย

สิ่งนี้ทำให้รู้สึกสดชื่นในขณะจะต้องอยู่ท่ามกลางแสงแดดบนชายหาด พวกเขาไม่ต้องรู้สึกรำคาญใจเพราะการทำงานที่ไม่ได้เรื่องของช่างภาพ

การถ่ายภาพดำเนินไปตลอดทั้งวัน

ทุกคนต่างรู้สึกหมดแรง

เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน

การถ่ายภาพตลอดทั้งวันก็สิ้นสุดลง

ทุกคนหอบร่างที่เหนื่อยล้าเดินกลับโรงแรมไป

ตอนนี้ลมทะเลพัดเย็น

หลังจากที่เดินออกมาจากแนวกั้นแล้ว คนที่อยู่บนชายหาดก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้น

มีแสงไปสลัวๆ และลมทะเลที่พัดเย็น

ขณะที่กู้ชิงหยิ่งกำลังเดินอยู่นั้น

จู่ๆ ด้านหลังก็มีเสียงที่อ่อนโยนของเฉินตงดังขึ้นมา

“เสี่ยวหยิ่ง วิวสวยขนาดนี้ พวกเรามาถ่ายภาพกลางคืนกันอีกสักชุดไหม ?”

“ภาพกลางคืน ?”

ใบหน้าอันงดงามของกู้ชิงหยิ่งเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เธอถามขึ้นมาด้วยความสงสัยว่า : “แผนการถ่ายภาพตอนกลางคืนไม่ได้ถ่ายที่นี่สักหน่อย ทีมช่างภาพยังไม่ได้เตรียมตัวกันมานะคะ”

“ไม่เป็นไรหรอก วิวสวยๆ ขนาดนี้ คุณไม่คิดว่าเราน่าจะเต้นรำกันสักหน่อยหรือ ให้ทีมช่างภาพถ่ายเก็บเอาไว้สักสองสามภาพ เอาไว้ใส่ในภาพแต่งงาน น่าจะสวยไม่เบา ?”

ดวงตาของเฉินตงเป็นประกาย เขายิ้มให้กับแสงสลัวๆ ที่สาดส่องอยู่รอบๆ ชายหาด

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

บทนำ เฉินตงกับหวางหนันหนันแต่งงานกัน3ปี ถูกภรรยาที่ยกน้องชายเป็นหัวแก้วหัวแหวนบีบคั้น แล้วยังถูกดูถูกเหยียดหยาม วันหนึ่งได้กลับตระกูลมหาเศรษฐี เขาสาบานว่าต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา ต้องทำให้คนที่ดูถูกเขาเสียใจกับสิ่งที่ทำ ให้คนที่เหยียดหยามเขาต้องชดใช้อย่างสาสม เรื่องย่อ “ขอโทษครับคุณเฉิน ระยะมะเร็งตับของแม่ของคุณ…..” มองคุณหมอที่อยู่ตรงหน้าส่ายหน้า เฉินตงมึนงงไปชั่วขณะ ในพริบตาดวงตาก็กลายเป็นสีแดง ตั้งแต่เล็กจนโต เขากับแม่พึ่งพาอาศัยกัน เพื่อที่จะส่งให้เขาเรียนหนังสือ แม่ทำงานจนป่วย ไม่ทันที่จะได้สะดวกสบาย ก็ตกลงมาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้แล้ว “คุณหมอ ขอร้องล่ะครับ ช่วยแม่ผมด้วย แค่หนทางสักนิดก็ไม่มีแล้วเหรอครับ?” เสียงของเฉินตงแหบแห้งยังมีเสียงสะอื้นปนอยู่ คุณหมอลังเลอยู่ชั่วครู่ กล่าวขึ้น “ยังมีวิธีสุดท้ายอยู่ ก็คือทำการเปลี่ยนถ่ายตับ ตอนนี้ทางแพทย์มีของอยู่พอดี…..” ชะงักไปชั่วครู่ เขาก็มองเฉินตงตั้งแต่หัวจรดเท้า การรักษาที่ยาวนาน ทำให้เขารู้สถานการณ์ตอนนี้ของเฉินตงดี แต่ เขาก็ยังพูดออกมา “แต่ว่า…..ค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยนะครับ อย่างน้อยๆในช่วงแรกก็ประมาณสองแสน” สองแสน? ดวงตาของเฉินตงวาววับ รีบจับมือของคุณหมอเอาไว้ “รักษา จะต้องรักษานะครับ ผมยังมีอีกสองแสน!” เงินไม่มีแล้วยังหาได้ แต่ว่าไม่มีแม่แล้ว ก็ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว “อย่างนั้นคุณก็รีบๆรวบรวมเงิน ถ้าเกิดว่ายังประวิงเวลาออกไปอีก วิธีปลูกถ่ายตับก็หมดหนทางแล้ว” นายแพทย์พยักหน้า ถอนหายใจครั้งหนึ่งแล้วก็หมุนตัวจากไป เดินออกมาจากโรงพยาบาล ท้องฟ้ามีฝนเม็ดเล็กๆโปรยลงมา เฉินตงรีบร้อนกลับบ้าน ภรรยา หวางหนันหนันกำลังนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา แถมในปากยังกินขนมมันฝรั่งทอดอยู่อีกด้วย เธอเหลือบมองเฉินตง หวางหนันหนันว่าขึ้น “แม่ดีขึ้นบ้างไหม?” “หมอบอกว่า ถ้าเกิดว่าสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายตับได้ ก็ยังมีทางรักษา” เฉินตงพูดขึ้นอย่างดีใจราวกับคว้าเอาหญ้ากอสุดท้ายที่ใช้รักษาชีวิตเอาไว้ได้ “ต้องใช้สองแสน ยังดีที่บ้านของเรายังพอมีอยู่ แม่ยังมีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง” พูดไป เขาก็หมุนตัวเข้าไปหยิบเอาบัตรธนาคารในห้อง ในพริบตาสีหน้าของหวานหนันหนันก็เปลี่ยนไป รีบร้องขึ้น “เฉินตง คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เฉินตงเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ราวกับว่านึกอะไรขึ้นได้ หมุนตัวหันกลับมามองหวางหนันหนัน “เงินล่ะ?” หวางหนันหนันวิตกกังวล อึกๆอักๆไม่พูดออกมา “เอาไปให้ที่บ้านคุณอีกแล้วเหรอ?” เฉินตงเลิกคิ้ว รอยยิ้มที่แสดงออกมานั้นช่างดูขมขื่นจนหาอะไรมาเปรียบเทียบไม่ได้ ฝีเท้าของเขาก้าวลงไปนั่งบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง หยิบซองบุหรี่ที่ยับยู่ยี่ออกมา “แช๊ะ” จุดบุหรี่มวนนึงขึ้น ดูดบุหรี่เข้าปอดแรงๆ ทิ้งร่างนอนพาดอยู่บนโซฟา แต่งงานมาสามปี เรื่องซ้ำ ๆเดิม ๆ และมันไม่ใช่ครั้งแรก “หนันหนัน นี่เป็นเงินที่เอาไว้ใช้รักษาแม่ผม” เฉินตงพูดขึ้นอย่างอ่อนล้า “ขอคืนมาได้ไหม?” “ขอคืนมา?” คิ้วของหวางหนันหนันกระตุกขึ้น ตวาดออกมาเสียงแหลม “เฉินตง คุณหมายความว่ายังไง? ฉันเอาเงินเล็กๆน้อยๆไปแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ฉัน จะมีหน้าที่ไหนไปขอกลับมาห้ะ?” เฉินตงข่มสีหน้าและอารมณ์ให้เย็นลง แล้วว่าขึ้น “โรงพยาบาลบอกว่าตอนนี้มีตับที่เข้ากันได้อยู่พอดี ถ้าสามารถเอาเงินไปให้โรงพยาบาลได้ในทันที โรงพยาบาลก็สามารถที่จะเริ่มทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับให้แม่ผมได้เลย จากสถานการณ์ของแม่ผมในตอนนี้ คงจะทนได้อีกไม่นาน” “ฉันไม่สนใจ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเอง คุณก็ไปหาทางเอาเอง” ในทันใดหวางหนันหนันก็ร้องเริ่มร้องไห้เสียงดัง น้ำตาไหลนอง “ภายในเวลาสั้นๆผมจะไปหาเงินสองแสนมาจากไหน?” เฉินตงรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะระเบิดออกมาแล้ว กึ่งหนึ่งคือการขอร้อง “หนันหนัน ช่วยผมครั้งหนึ่ง ขอคืนมาเถอะนะ แม่ของผมยังรอเงินสองแสนนั่นมาช่วยชีวิตอยู่นะ!” “เฉินตง! เงินนั่นให้แม่ฉันไปแล้ว ฉันไม่มีทางที่จะไปขอกลับมา” หวางหนันหนันร้องไห้ไปแล้วทรุดนั่งลงบนพื้น ทั้งน้ำมูกทั้งน้ำตาไหลออกมา “แม่ของคุณก็กำลังจะตายอยู่แล้ว คุณยังจะเอาเงินไปผลาญทิ้งที่โรงพยาบาลอีก ตกลงคุณเคยคิดถึงครอบครัวพวกเราบ้างหรือเปล่า?” ร่างกายของเฉินตงสั่น ความโกรธมากระจุกรวมกันอยู่ที่ลำคอของเขา เขาหยิบโทรศัพท์ของหวางหนันหนันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “คุณไม่โทร ผมโทร!” ไม่รอให้หวางหนันหนันขัดขวาง สายโทรออกก็โดนรับสาย “แม่ครับ หนันหนันเพิ่งจะให้เงินแม่ไปสองแสนใช่ไหมครับ?” เฉินตงขอร้อง “ขอร้องล่ะครับช่วยคืนเงินสองแสนให้ผมได้ไหม นั่นเป็นเงินที่จะใช้รักษาแม่ผม แม่ผมท่านยังรอรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่นะครับ” อีกฝั่งของสาย อยู่แม่ยายก็ตวาดขึ้น “เฉินตงแกพูดจาบ้าบออะไรออกมา? เงินนั่นเป็นเงินที่หนันหนันแสดงความกตัญญูต่อพวกเรา แกยังมีหน้าจะมาขอเงินกลับไปอีก? ในตอนนั้นหนันหนันอยากจะแต่งงานกับแก พวกเราก็ไม่เห็นด้วย จากสภาพของแก ก็เป็นเพราะหนันหนันหน้ามืดตามัวถึงได้ยอมแต่งงานกับแก” “ในตอนนี้หนักกว่านั้นอีก หนันหนันมีใจอยากจะกตัญญูต่อพ่อแม่ เอาเงินมาให้พวกเราสองคนใช้ ชายหงส์(ผู้ชายที่เกิดในบ้านยากจนและเข้ามหาวิทยาลัยโดยความพยายาม จบเรียนแล้วก็ดำเนินชีวิตที่เมือง)อย่างแกยังกล้าที่จะบากหน้ามาขอเงินกลับไป ฉันจะบอกแกให้นะ หวางเห้ากำลังจะแต่งงานแล้ว เงินนั่นพวกเราเตรียมจะเอาไปวางดาวน์ค่าบ้านงวดแรกให้หวางเห้า อยากได้เงิน? แค่แดงเดียวก็ไม่มี!” ปัง! สายตัดไปแล้ว เฉินตงแน่นิ่งไป แม่ยายนี่ฟังในสิ่งที่ฉันพูดไม่เข้าใจหรือยังไง? “เฉินตง คุณเป็นบ้าเหรอ?” หวางหนันหนันกระชากคอเสื้อของเฉินตงราวกับคนบ้า “คุณทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ลงไปได้ยังไง ฉันเอาเงินไปให้พ่อแม่ฉัน ทำไมคุณต้องทำเหมือนมันฟ้ามันจะผ่าลงมาให้ได้?” เฉินตงมองหวางหนันหนันอย่างหดหู่ ดวงตาแดงก่ำ “ในสายตาของพวกคุณ ชีวิตของแม่ผม ยังไม่มีค่าเท่ากับเงินดาวน์บ้านงวดแรกของน้องชายคุณอย่างนั้นเหรอ?” “ไร้สาระ!” หวางหนันหนันปล่อยมือจากเฉินตง หยิบของในห้องขึ้นมาแล้วก็เขวี้ยงปาข้าวของจนเละเทะ ในพริบตา ห้องรับแขกก็รกและยุ่งเหยิงไปหมด หวางหนันหนันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา “เฉินตงคุณมันคนใจดำ ตอนนั้นทำไมฉันถึงได้แต่งงานกับคุณนะ เพื่อแม่ของคุณ คุณทุ่มเททิ้งเงินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว? ฉันยอมอดทนลำบากมากับคุณ แม้แต่บ้านที่อยู่ก็ต้องเช่า คุณเคยสงสารฉันบ้างไหม? เสี่ยวเห้าเป็นน้องชายของฉัน แล้วก็เป็นน้องของคุณด้วย เขากำลังจะแต่งงานแล้ว ฉันเป็นถึงพี่สาว จะช่วยฉันบ้าง ไม่ได้เลยเหรอ?” “ช่วยคุณสักครั้ง?” เฉินตงโมโหสุดขีด “พวกเราแต่งงานกันมาสามปี คุณช่วยหวางเห้าไอ้สวะนั่นไปตั้งเท่ากี่ครั้งแล้ว? ไอ้สวะหวางเห้ามัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบจนชีวิตไม่ก้าวหน้า ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านเกาะพ่อแม่กิน ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะพวกคุณ!” “อย่ามาพูดถึงน้องชายฉันแบบนั้นนะ!” หวางหนันหนันใบหน้าบิดเบี้ยว ยืนชี้หน้าเฉินตงด้วยท่าทางป่าเถื่อนพร้อมพูดข่มขู่ เฉินตงพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ทำไมถึงจะพูดไม่ได้? เรียนมหาลัยก็ไปทำคนอื่นท้อง เงินที่ชดใช้ก็เป็นเงินของผม เขาอยากจะซื้อรถก็เป็นผมที่จ่ายเงินซื้อให้เขา ในสามปีนี้ทั้งในที่ลับและที่แจ้งผมจ่ายเงินให้เขาไปตั้งเท่าไหร่? คุณมันปีศาจฝูตี้(ผู้หญิงที่มีน้องชายและต้องช่วยน้องชายในทุกด้านเพราะพ่อแม่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว) คุณต่างหากที่ไม่เคยคิดถึงครอบครัวของเรา!” “กรี๊ด! แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ” หวางหนันหนันหวีดร้องออกมาเสียงแหลม “แกหมายความว่ายังไง? แกไม่อยากจะอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม?” “พวกคุณเอาเงินที่จะใช้รักษาแม่ผมไปซื้อบ้านให้ไอ้สวะ ไม่สนใจไยดีแม่ผม คนที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันต่อมันเป็นคุณต่างหาก!” เฉินตงยักไหล่ พูดออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “หย่ากันเถอะ!” หวางหนันหนันนิ่งไปในทันที “มึง มึงพูดว่าอะไรนะ?” แต่งงานมาสามปี ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเฉินตงไม่เคยพูดจาอะไรแบบนี้ออกมา “หย่ากันเถอะ” เฉินตงบอก “แต่งงานกับผมมันทำให้คุณลำบากมาก ผมเองก็ไม่เหมาะกับคุณ ครอบครัวนี้ของคุณ ผมแบกไม่ไหว” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไป เขาไม่ใช่คนที่มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง สามปีที่ผ่านมา แต่ละครั้งที่อดทน ก็เป็นเพราะคิดว่าในตอนนั้นหวางหนันหนันแต่งกับเขา ความจริงแล้วก็นับว่าเธอยอมลดตัวลงมาแต่งกับเขา อีกอย่างหวางหนันหนันก็ยังมีความรู้สึกดีๆต่อเขาบ้าง แต่ว่าครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รอจนเฉินตงออกไปจากบ้านแล้ว ในที่สุดหวางหนันหนันก็ได้สติ เธอรีบพุ่งตัวไปหยิบโทรศัพท์มาโทรหามารดาด้วยความวิตกและไร้สติ ร้องไห้ฟูมฟายแล้วว่าขึ้น “แม่…..เฉินตงอยากจะหย่ากับหนู” “ไอ้ชั่วนั่นอยากจะขอหย่ากับแก?” อีกฝั่งของสาย เสียงตวาดของมารดาดังขึ้น “หย่าก็หย่า! มันก็แค่ไอ้คนจน ยังจะกล้ายกหางตัวเองอวดเบ่ง คิดว่าตัวเองแน่นักนะ! เงินสองแสนสุดท้ายนั่นยังไงก็อยู่ที่พวกเราแล้ว มันจะหย่ากับแก อย่างนั้นก็สงเคราะห์มันไป ให้มันไปนั่งร้องไห้กับแม่แก่ใกล้ตายของมันไปเสีย” ณ ขณะนี้ เวลานี้ เฉินตงออกเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ท้องฟ้าในตอนกลางคืน มีฝนเม็ดเล็กๆโปรยปรายลงมา ทำให้ตัวของเขาเปียกไปทั้งตัว เขาส่ายหัวอย่างกลัดกลุ้ม เอาเท้าเตะน้ำที่ขังนองอยู่ข้างทาง เงิน เงิน เงิน แม่งทะเลาะกันก็เพราะเงิน! ตอนนี้มีเรื่องกับตระกูลหวางจนต่อกันไม่ติดแล้ว กูแม่งจะไปหาเงินสองแสนนั่นมาจากไหนกันวะ? ฝืด……. ในเวลานี้ รถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อมคันหนึ่งก็หยุดลงตรงข้างตัวของเฉินตง กระจกของรถถูกเลื่อนลง ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดราชวงศ์ถังมีมองมาที่เฉินตงด้วยใบหน้าที่แต้มไว้ด้วยรอยยิ้ม “เป็นคุณชายเฉินตงใช่ไหมครับ? เชิญขึ้นรถครับ ไปโรงพยาบาลลี่จิงกับผม” คุณชาย ?! เฉินตงมองชายชราตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง นานนับชั่วขณะหนึ่งที่ชะงักไป ชายชรายิ้มออกมาเล็กน้อย “คุณแม่ของคุณกำลังเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”

Options

not work with dark mode
Reset