Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา – ตอนที่ 246 สังเวียนชีวิต

ป้าบ!

โทรศัพท์ถูกวางสายไป!

ใบหน้าของเฉินตงมีรอยยิ้มที่พึงพอใจปรากฏ

เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ในตอนนี้ ความอัดอั้นที่ถูกเก็บกดมาโดยตลอดก็ได้ถูกปลดปล่อยออกมา

“ขอแค่ผ่านวันที่ 15นี้ไป ฉันก็จะกลายเป็นเฉินตงโดยสมบูรณ์ ความพยายามทั้งหมดของตระกูลโจว ก็คุ้มค่าแล้ว !”

เสียงพึมพำแผ่วเบา สะท้อนก้องอยู่ภายในห้องของผู้ป่วย

และอีกด้านหนึ่ง

หลังจากที่กู้ชิงหยิ่งออกมาจากห้องพักผู้ป่วยของเฉินตง เธอก็ยังไม่ได้กลับไปในทันที

เธอแวะไปเยี่ยมดูอาการของฉินเย่ต่อ

“ครั้งที่แล้วนายคงทำจางหยู่หลันเสียใจเข้าให้แล้วจริงๆ”

มองไปยังห้องผู้ป่วยที่ว่างเปล่า กับโต๊ะที่รกรุงรัง กู้ชิงหยิ่งก็เอ่ยพูดออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย

“ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่? ไปก็ดีแล้ว!”

ฉินเย่นอนหนุนศีรษะบนมือทั้งสองข้าง ใบหน้าพูดออกมาอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร :“ใครใช้ให้เธอมาทำดีกับคนที่ฆ่าพ่อตัวเองอย่างฉันกันล่ะ? ไล่ไปแบบนี้ ก็สมควรแล้ว ”

ในตอนนี้กู้ชิงหยิ่งเองก็พูดอะไรไม่ออกเหมือนกัน

หลี่หลานกับคุนหลุนก็ได้แต่ส่ายหัว

มีเพียงท่านหลงเท่านั้นที่ก่นด่า :“ไอเจ้าเด็กคนนี้ ฉันรู้ว่าแกคิดอะไร”

“ออกไปเลย!”

ฉินเย่ตกใจ แล้วเถียงกลับท่านหลงไปคำหนึ่ง

ท่านหลงได้แต่หัวเราะ แต่ก็ไม่ได้โกรธอะไร

ได้แต่โบกมือ :“ดูแกกระฉับกระเฉงร่าเริงแบบนี้ ไม่ได้เป็นอะไรมาก งั้นพวกเรากลับก่อนแล้วกัน”

“ไปเลยกลับไปเลย”

ฉินเย่โบกมือ แต่แล้วก็เรียกกู้ชิงหยิ่งเอาไว้

รอให้หลี่หลาน ท่านหลงและคุนหลุนออกจากห้องไปแล้ว

ฉินเย่ก็เอ่ยถามไปว่า:“เธอกับเฉินตงถูกซุ่มโจมตีจริงๆเหรอ ?”

กู้ชิงหยิ่งขมวดคิ้ว แล้วตอบกลับไปว่า :“จะหลอกได้ยังไง? เฉินตงก็พักอยู่ในห้อง VIP ชั้นเดียวกับนาย”

“ช่างน่าแปลกจริงๆ”

นัยน์ตาของฉินเย่ฉายแววครุ่นคิด ชายหนุ่มจิ๊ปาก

“ฉินเย่ ฉันรู้ว่านายอยากจะพูดอะไร”

กู้ชิงหยิ่งท่าทีเคร่งขรึม และเอ่ยพูดอย่างจริงจัง :“นายรู้ไหม หากไม่ใช่เพราะเฉินตงเอาตัวเข้ามาบังไว้ ฉันคงตายไปแล้ว หากเขาเป็นตัวปลอมจริง แล้วจะเอาตัวมาบังมีดนั้นทำไม ?”

“แต่ว่า……”

ฉินเย่อยากจะเถียงต่อ

กู้ชิงหยิ่งยกมือขึ้นห้ามเอาไว้ แล้วพูดอย่างจริงจังไปว่า:“ฉินเย่ ฉันมั่นใจว่าเฉินตงเป็นตัวจริง ไม่ใช่ใครที่ไหนปลอมตัวมา เราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้กันอีก อีกอย่างนายกับเฉินตงก็เป็นพี่น้องกัน ขอให้นายเชื่อในตัวเขาด้วย”

“อีกทั้งตอนอยู่ที่ไห่ย่าเขาก็เจอเรื่องร้ายๆมา มีท่าทีที่เปลี่ยนไปบ้างนั่นก็ถือว่าไม่แปลกอะไร”

เมื่อเห็นท่าทีที่มั่นใจของกู้ชิงหยิ่ง

ฉินเย่ก็ได้แต่ยิ้ม:“โอเคครับ ฉันเชื่อเขาอยู่แล้ว”

“งั้นนายก็พักผ่อนแล้วกัน ออกจากโรงพยาบาลเร็วๆ นายยังต้องมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้พวกเรานะ”

สีหน้าของกู้ชิงหยิ่งผ่อนคลายลง แล้วหันหลังเดินออกจากห้องไป

รอจนกระทั่งประตูห้องปิดลง

ฉินเย่ก็หยิบบุหรี่ออกจากเตียงโดยไม่เดือดไม่ร้อน จุดมันอย่างชำนาญสูบไปทีหนึ่ง จึงก่นด่าพลางหัวเราะไปว่า

“เชื่อกับผีนะสิ !”

เขาไม่มีนิสัยที่จะมาโต้เถียงอะไรกับผู้หญิงแบบนี้

จึงได้เออออห่อหมกไปตามคำพูดของกู้ชิงหยิ่ง

แต่ อยากให้เขาเชื่อ ?

ฉินเย่ลูบคางไปมา พลางสูบบุหรี่ แล้วพึมพำเบาๆว่า :“ความรู้สึกของฉันไม่ผิดแน่ พี่ตงกับฉันเป็นคนประเภทเดียวกัน”

จากนั้น

เขาก็บิดขี้เกียจ แล้วพูดอย่างเอือมระอาว่า

“เฮ้อ……พี่ตง อย่าว่าผมอย่างโน้นอย่างนี้เลยนะ ภรรยาของพี่ ผมจะปกป้องดูแลเอง !”

ในขณะที่พูดคำนี้ ดวงตาของเขาก็เย็นชาขึ้นมา ไอสังหารรุนแรง :“เฉินตงที่ฉันรู้จัก ไม่ใช่แบบนี้แน่”

……

ภายในคุกมืด

คุก No8

เวลานี้ไม่มีเสียงใดๆ

นักโทษในเรือนจำต่างก็ตะลึงอ้าปากค้าง จ้องมองไปที่เวทีด้วยความหวาดกลัว

เวทีการต่อสู้ที่ควรจะดุเดือดนี้ แค่เพียงเวลาสั้นๆ ก็ทำให้อากาศในเรือนจำนี้จับตัวเป็นก้อน

ภาพบนเวทีนั้น ทำให้นักโทษทุกคนประหลาดใจ

นี่มัน……สังเวียนชีวิตของเหล่าจ่าฝูงเหรอ ?

บนเวที

เฉินตงยืนนิ่ง ท่าทีเฉยชา

เขาจ้องมองไปยังจ่าฝูงที่นอนอยู่บนพื้น ห่างออกไปไม่ไกลนัก ที่เท้าซ้ายบิดจนผิดรูป

การคาดเดาของหมียักษ์ ตรงเป๊ะและแม่นยำ

ภายใต้ความประมาทของคู่ต่อสู้ ทำให้เขาเอาชัยชนะได้เพียงเวลาสั้นๆ

“นาย นายรู้ได้ยังไง? นายไม่มีทางรู้เรื่องนี้แน่!”

ชายที่ร่างกายกำยำแข็งแรงบนใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เหงื่อไหลเป็นทาง ความเจ็บปวดจากเท้าซ้ายที่บิดเบี้ยว ทำให้เขาสั่นไปทั้งหน้า

แต่นี่ ก็ยังไม่เท่ากับความรู้สึกช็อกที่เกิดขึ้นในใจของเขาในตอนนี้

เท้าซ้ายของเขา เป็นแผลเก่าที่เกิดขึ้นหลังการต่อสู้ตลอดทุกครั้งที่อยู่ในคุกมืดนี้

ในคุกมืดนี้ แผลบาดเจ็บที่เกิดขึ้น ก็สามารถคร่าเอาชีวิตคนได้

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็จะพยายามปกปิดช่องโหว่ของตัวเอง

เช่นเดียวกับสัตว์ป่าที่อยู่ในป่า เมื่อเกิดความเหนื่อยล้า ก็จะมีพวกหมาแมวมาคอยรุมขย้ำกินทันทีมันเป็นหลักเกณฑ์เดียวกัน

ยิ่งไปกว่านั้น เขาเป็นถึงจ่าฝูง!

อาการเท้าซ้ายที่บาดเจ็บ เขาก็คอยปกปิดและระวังมันอยู่ตลอด

ในคุกมืดนี้ ไม่มีทางที่จะได้รับการรักษา สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือปกปิดมันเอาไว้ เพื่อรักษาตำแหน่งจ่าฝูงของตัวเอง เพื่อให้ตัวเองมีความเป็นอยู่ที่สุขสบายที่สุด

แต่เขาคิดไม่ถึงว่า คนที่เพิ่งจะเข้ามาใหม่ซึ่งอยู่ได้ไม่ถึงครึ่งเดือนนี้ ไม่เพียงจะกลายเป็นจ่าฝูง แต่ยังรู้ไปถึงอาการบาดเจ็บที่เท้าซ้ายของเขาอีกด้วย!

ในการต่อสู้ระยะสั้นๆนี้ เห็นได้ชัดว่าจ่าฝูงอยู่ในตำแหน่งที่เหนือกว่า

แต่ประเด็นสำคัญคือ การจู่โจมทุกครั้งของเฉินตง ก็มุ่งโจมตีไปยังเท้าซ้ายที่บาดเจ็บของจ่าฝูง ต่อให้ต้องต่อสู้กันจนกระอักเลือด เขาก็ยังคงทำอยู่อย่างนั้น

การโจมตีต่อเนื่องดั่งพายุ ทำให้เท้าซ้ายของจ่าฝูงต้านรับไม่ไหว หักและบิดไป

“ไม่ยอมแพ้ ฉันฆ่านาย!”

เสียงของเฉินตงหนาวเหน็บรุนแรง ราวกับลมหนาวที่พัดมาจากนรกที่ลึกที่สุด

ท่าทีของจ่าฝูงเหมือนจะหายใจไม่ออก สัมผัสได้ถึงไอสังหารรุนแรงที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างของเฉินตง

เขากัดฟันแน่น แล้วก้มหน้าลงด้วยความอัปยศอดสู:“ฉัน ฉันยอมแพ้!”

การมีชีวิตอยู่ก็ยังดีกว่าตาย

สิ่งสิ่งนี้ เป็นสิ่งที่นักโทษทุกคนต่างก็เห็นตรงกัน

กับจ่าฝูงเองก็ไม่มีข้อยกเว้น

“ดี”

เฉินตงพยักหน้า และไม่ได้สนใจกับจ่าฝูงอีก แต่กลับหันกลับไปกวาดมองยังคนดู

น้ำเสียงที่เยือกเย็น ราวกับฟ้าร้อง

“พรุ่งนี้ เวทีที่สาม!”

เงียบ

คุกNO.8เงียบกริบ

นักโทษทุกคนต่างก็ตกตะลึง

การต่อสู้ที่ควรจะนองไปด้วยเลือด แต่กลับรู้ผลแพ้ชนะในเวลาอันสั้น

ที่สำคัญกว่านั้นคือ ตามธรรมเนียมปฏิบัติของคุกมืดนี้ การสับเปลี่ยนตำแหน่งจ่าฝูง จ่าฝูงคนเก่าจะต้องตายด้วยน้ำมือของจ่าฝูงคนใหม่

แต่นี่ เฉินตงกลับหันหลังกลับ

ไม่เอาชีวิต !

แล้วนี่จะเรียกว่าเป็นสังเวียนชีวิตได้ยังไงกัน?

มองไปยังเฉินตงที่เดินลงเวที

นักโทษทุกคนต่างโห่ลั่นราวเสียงฟ้าร้องกันอย่างบ้าคลั่ง

แต่เฉินตง กลับมีรอยยิ้มที่ดูหมิ่นปรากฏที่มุมปากของเขา

เขา ไม่สนใจสายตาของนักโทษในคุกมืดที่มองมา

แต่ การต่อสู้ครั้งนี้ก็เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเขาอย่างมาก

มีข้อมูลของหมียักษ์เป็นพื้นฐาน สังเวียนการต่อสู้นี้ก็ง่ายขึ้นมาก

แม้ว่าคู่ต่อสู้จะได้รับบาดเจ็บมากกว่าตัวเอง

แต่การเลือกจัดการกับจุดอ่อนของเขา มันก็เป็นวิธีที่สามารถลดอาการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวเองให้น้อยที่สุดได้

หน้ากล้องวงจรปิดของคุกNO.8

ป๋ามองดูสถานการณ์ภายในของคุกNO.8 ด้วยท่าทีแปลกๆ

มันเป็นอะไรที่เขาเองก็คาดไม่ถึง

ทันใดนั้น

เสียงหัวเราะก็ดังขึ้นภายในห้องควบคุม

“เด็กคนนี้ เกินไปแล้วจริงๆ !”

เมื่อได้ยินคำพูดนี้

ท่าทีของป๋าก็เกร็งขึ้นมา แล้วรีบหันหลังกลับ

คนอื่นๆในห้องควบคุมก็ลุกขึ้นตามๆกัน โค้งคำนับด้วยความเคารพ

“คุณมาที่นี่ได้ยังไงครับ?” ป๋าเอ่ยถาม

ผู้มาเยือนยกยิ้ม ชี้ไปยังภาพในคุกNO.8:“นายว่า เด็กคนนี้จะมีโอกาสมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน แล้วสู้กับฉันไหม ?”

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

บทนำ เฉินตงกับหวางหนันหนันแต่งงานกัน3ปี ถูกภรรยาที่ยกน้องชายเป็นหัวแก้วหัวแหวนบีบคั้น แล้วยังถูกดูถูกเหยียดหยาม วันหนึ่งได้กลับตระกูลมหาเศรษฐี เขาสาบานว่าต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา ต้องทำให้คนที่ดูถูกเขาเสียใจกับสิ่งที่ทำ ให้คนที่เหยียดหยามเขาต้องชดใช้อย่างสาสม เรื่องย่อ “ขอโทษครับคุณเฉิน ระยะมะเร็งตับของแม่ของคุณ…..” มองคุณหมอที่อยู่ตรงหน้าส่ายหน้า เฉินตงมึนงงไปชั่วขณะ ในพริบตาดวงตาก็กลายเป็นสีแดง ตั้งแต่เล็กจนโต เขากับแม่พึ่งพาอาศัยกัน เพื่อที่จะส่งให้เขาเรียนหนังสือ แม่ทำงานจนป่วย ไม่ทันที่จะได้สะดวกสบาย ก็ตกลงมาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้แล้ว “คุณหมอ ขอร้องล่ะครับ ช่วยแม่ผมด้วย แค่หนทางสักนิดก็ไม่มีแล้วเหรอครับ?” เสียงของเฉินตงแหบแห้งยังมีเสียงสะอื้นปนอยู่ คุณหมอลังเลอยู่ชั่วครู่ กล่าวขึ้น “ยังมีวิธีสุดท้ายอยู่ ก็คือทำการเปลี่ยนถ่ายตับ ตอนนี้ทางแพทย์มีของอยู่พอดี…..” ชะงักไปชั่วครู่ เขาก็มองเฉินตงตั้งแต่หัวจรดเท้า การรักษาที่ยาวนาน ทำให้เขารู้สถานการณ์ตอนนี้ของเฉินตงดี แต่ เขาก็ยังพูดออกมา “แต่ว่า…..ค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยนะครับ อย่างน้อยๆในช่วงแรกก็ประมาณสองแสน” สองแสน? ดวงตาของเฉินตงวาววับ รีบจับมือของคุณหมอเอาไว้ “รักษา จะต้องรักษานะครับ ผมยังมีอีกสองแสน!” เงินไม่มีแล้วยังหาได้ แต่ว่าไม่มีแม่แล้ว ก็ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว “อย่างนั้นคุณก็รีบๆรวบรวมเงิน ถ้าเกิดว่ายังประวิงเวลาออกไปอีก วิธีปลูกถ่ายตับก็หมดหนทางแล้ว” นายแพทย์พยักหน้า ถอนหายใจครั้งหนึ่งแล้วก็หมุนตัวจากไป เดินออกมาจากโรงพยาบาล ท้องฟ้ามีฝนเม็ดเล็กๆโปรยลงมา เฉินตงรีบร้อนกลับบ้าน ภรรยา หวางหนันหนันกำลังนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา แถมในปากยังกินขนมมันฝรั่งทอดอยู่อีกด้วย เธอเหลือบมองเฉินตง หวางหนันหนันว่าขึ้น “แม่ดีขึ้นบ้างไหม?” “หมอบอกว่า ถ้าเกิดว่าสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายตับได้ ก็ยังมีทางรักษา” เฉินตงพูดขึ้นอย่างดีใจราวกับคว้าเอาหญ้ากอสุดท้ายที่ใช้รักษาชีวิตเอาไว้ได้ “ต้องใช้สองแสน ยังดีที่บ้านของเรายังพอมีอยู่ แม่ยังมีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง” พูดไป เขาก็หมุนตัวเข้าไปหยิบเอาบัตรธนาคารในห้อง ในพริบตาสีหน้าของหวานหนันหนันก็เปลี่ยนไป รีบร้องขึ้น “เฉินตง คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เฉินตงเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ราวกับว่านึกอะไรขึ้นได้ หมุนตัวหันกลับมามองหวางหนันหนัน “เงินล่ะ?” หวางหนันหนันวิตกกังวล อึกๆอักๆไม่พูดออกมา “เอาไปให้ที่บ้านคุณอีกแล้วเหรอ?” เฉินตงเลิกคิ้ว รอยยิ้มที่แสดงออกมานั้นช่างดูขมขื่นจนหาอะไรมาเปรียบเทียบไม่ได้ ฝีเท้าของเขาก้าวลงไปนั่งบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง หยิบซองบุหรี่ที่ยับยู่ยี่ออกมา “แช๊ะ” จุดบุหรี่มวนนึงขึ้น ดูดบุหรี่เข้าปอดแรงๆ ทิ้งร่างนอนพาดอยู่บนโซฟา แต่งงานมาสามปี เรื่องซ้ำ ๆเดิม ๆ และมันไม่ใช่ครั้งแรก “หนันหนัน นี่เป็นเงินที่เอาไว้ใช้รักษาแม่ผม” เฉินตงพูดขึ้นอย่างอ่อนล้า “ขอคืนมาได้ไหม?” “ขอคืนมา?” คิ้วของหวางหนันหนันกระตุกขึ้น ตวาดออกมาเสียงแหลม “เฉินตง คุณหมายความว่ายังไง? ฉันเอาเงินเล็กๆน้อยๆไปแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ฉัน จะมีหน้าที่ไหนไปขอกลับมาห้ะ?” เฉินตงข่มสีหน้าและอารมณ์ให้เย็นลง แล้วว่าขึ้น “โรงพยาบาลบอกว่าตอนนี้มีตับที่เข้ากันได้อยู่พอดี ถ้าสามารถเอาเงินไปให้โรงพยาบาลได้ในทันที โรงพยาบาลก็สามารถที่จะเริ่มทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับให้แม่ผมได้เลย จากสถานการณ์ของแม่ผมในตอนนี้ คงจะทนได้อีกไม่นาน” “ฉันไม่สนใจ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเอง คุณก็ไปหาทางเอาเอง” ในทันใดหวางหนันหนันก็ร้องเริ่มร้องไห้เสียงดัง น้ำตาไหลนอง “ภายในเวลาสั้นๆผมจะไปหาเงินสองแสนมาจากไหน?” เฉินตงรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะระเบิดออกมาแล้ว กึ่งหนึ่งคือการขอร้อง “หนันหนัน ช่วยผมครั้งหนึ่ง ขอคืนมาเถอะนะ แม่ของผมยังรอเงินสองแสนนั่นมาช่วยชีวิตอยู่นะ!” “เฉินตง! เงินนั่นให้แม่ฉันไปแล้ว ฉันไม่มีทางที่จะไปขอกลับมา” หวางหนันหนันร้องไห้ไปแล้วทรุดนั่งลงบนพื้น ทั้งน้ำมูกทั้งน้ำตาไหลออกมา “แม่ของคุณก็กำลังจะตายอยู่แล้ว คุณยังจะเอาเงินไปผลาญทิ้งที่โรงพยาบาลอีก ตกลงคุณเคยคิดถึงครอบครัวพวกเราบ้างหรือเปล่า?” ร่างกายของเฉินตงสั่น ความโกรธมากระจุกรวมกันอยู่ที่ลำคอของเขา เขาหยิบโทรศัพท์ของหวางหนันหนันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “คุณไม่โทร ผมโทร!” ไม่รอให้หวางหนันหนันขัดขวาง สายโทรออกก็โดนรับสาย “แม่ครับ หนันหนันเพิ่งจะให้เงินแม่ไปสองแสนใช่ไหมครับ?” เฉินตงขอร้อง “ขอร้องล่ะครับช่วยคืนเงินสองแสนให้ผมได้ไหม นั่นเป็นเงินที่จะใช้รักษาแม่ผม แม่ผมท่านยังรอรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่นะครับ” อีกฝั่งของสาย อยู่แม่ยายก็ตวาดขึ้น “เฉินตงแกพูดจาบ้าบออะไรออกมา? เงินนั่นเป็นเงินที่หนันหนันแสดงความกตัญญูต่อพวกเรา แกยังมีหน้าจะมาขอเงินกลับไปอีก? ในตอนนั้นหนันหนันอยากจะแต่งงานกับแก พวกเราก็ไม่เห็นด้วย จากสภาพของแก ก็เป็นเพราะหนันหนันหน้ามืดตามัวถึงได้ยอมแต่งงานกับแก” “ในตอนนี้หนักกว่านั้นอีก หนันหนันมีใจอยากจะกตัญญูต่อพ่อแม่ เอาเงินมาให้พวกเราสองคนใช้ ชายหงส์(ผู้ชายที่เกิดในบ้านยากจนและเข้ามหาวิทยาลัยโดยความพยายาม จบเรียนแล้วก็ดำเนินชีวิตที่เมือง)อย่างแกยังกล้าที่จะบากหน้ามาขอเงินกลับไป ฉันจะบอกแกให้นะ หวางเห้ากำลังจะแต่งงานแล้ว เงินนั่นพวกเราเตรียมจะเอาไปวางดาวน์ค่าบ้านงวดแรกให้หวางเห้า อยากได้เงิน? แค่แดงเดียวก็ไม่มี!” ปัง! สายตัดไปแล้ว เฉินตงแน่นิ่งไป แม่ยายนี่ฟังในสิ่งที่ฉันพูดไม่เข้าใจหรือยังไง? “เฉินตง คุณเป็นบ้าเหรอ?” หวางหนันหนันกระชากคอเสื้อของเฉินตงราวกับคนบ้า “คุณทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ลงไปได้ยังไง ฉันเอาเงินไปให้พ่อแม่ฉัน ทำไมคุณต้องทำเหมือนมันฟ้ามันจะผ่าลงมาให้ได้?” เฉินตงมองหวางหนันหนันอย่างหดหู่ ดวงตาแดงก่ำ “ในสายตาของพวกคุณ ชีวิตของแม่ผม ยังไม่มีค่าเท่ากับเงินดาวน์บ้านงวดแรกของน้องชายคุณอย่างนั้นเหรอ?” “ไร้สาระ!” หวางหนันหนันปล่อยมือจากเฉินตง หยิบของในห้องขึ้นมาแล้วก็เขวี้ยงปาข้าวของจนเละเทะ ในพริบตา ห้องรับแขกก็รกและยุ่งเหยิงไปหมด หวางหนันหนันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา “เฉินตงคุณมันคนใจดำ ตอนนั้นทำไมฉันถึงได้แต่งงานกับคุณนะ เพื่อแม่ของคุณ คุณทุ่มเททิ้งเงินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว? ฉันยอมอดทนลำบากมากับคุณ แม้แต่บ้านที่อยู่ก็ต้องเช่า คุณเคยสงสารฉันบ้างไหม? เสี่ยวเห้าเป็นน้องชายของฉัน แล้วก็เป็นน้องของคุณด้วย เขากำลังจะแต่งงานแล้ว ฉันเป็นถึงพี่สาว จะช่วยฉันบ้าง ไม่ได้เลยเหรอ?” “ช่วยคุณสักครั้ง?” เฉินตงโมโหสุดขีด “พวกเราแต่งงานกันมาสามปี คุณช่วยหวางเห้าไอ้สวะนั่นไปตั้งเท่ากี่ครั้งแล้ว? ไอ้สวะหวางเห้ามัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบจนชีวิตไม่ก้าวหน้า ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านเกาะพ่อแม่กิน ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะพวกคุณ!” “อย่ามาพูดถึงน้องชายฉันแบบนั้นนะ!” หวางหนันหนันใบหน้าบิดเบี้ยว ยืนชี้หน้าเฉินตงด้วยท่าทางป่าเถื่อนพร้อมพูดข่มขู่ เฉินตงพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ทำไมถึงจะพูดไม่ได้? เรียนมหาลัยก็ไปทำคนอื่นท้อง เงินที่ชดใช้ก็เป็นเงินของผม เขาอยากจะซื้อรถก็เป็นผมที่จ่ายเงินซื้อให้เขา ในสามปีนี้ทั้งในที่ลับและที่แจ้งผมจ่ายเงินให้เขาไปตั้งเท่าไหร่? คุณมันปีศาจฝูตี้(ผู้หญิงที่มีน้องชายและต้องช่วยน้องชายในทุกด้านเพราะพ่อแม่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว) คุณต่างหากที่ไม่เคยคิดถึงครอบครัวของเรา!” “กรี๊ด! แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ” หวางหนันหนันหวีดร้องออกมาเสียงแหลม “แกหมายความว่ายังไง? แกไม่อยากจะอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม?” “พวกคุณเอาเงินที่จะใช้รักษาแม่ผมไปซื้อบ้านให้ไอ้สวะ ไม่สนใจไยดีแม่ผม คนที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันต่อมันเป็นคุณต่างหาก!” เฉินตงยักไหล่ พูดออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “หย่ากันเถอะ!” หวางหนันหนันนิ่งไปในทันที “มึง มึงพูดว่าอะไรนะ?” แต่งงานมาสามปี ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเฉินตงไม่เคยพูดจาอะไรแบบนี้ออกมา “หย่ากันเถอะ” เฉินตงบอก “แต่งงานกับผมมันทำให้คุณลำบากมาก ผมเองก็ไม่เหมาะกับคุณ ครอบครัวนี้ของคุณ ผมแบกไม่ไหว” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไป เขาไม่ใช่คนที่มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง สามปีที่ผ่านมา แต่ละครั้งที่อดทน ก็เป็นเพราะคิดว่าในตอนนั้นหวางหนันหนันแต่งกับเขา ความจริงแล้วก็นับว่าเธอยอมลดตัวลงมาแต่งกับเขา อีกอย่างหวางหนันหนันก็ยังมีความรู้สึกดีๆต่อเขาบ้าง แต่ว่าครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รอจนเฉินตงออกไปจากบ้านแล้ว ในที่สุดหวางหนันหนันก็ได้สติ เธอรีบพุ่งตัวไปหยิบโทรศัพท์มาโทรหามารดาด้วยความวิตกและไร้สติ ร้องไห้ฟูมฟายแล้วว่าขึ้น “แม่…..เฉินตงอยากจะหย่ากับหนู” “ไอ้ชั่วนั่นอยากจะขอหย่ากับแก?” อีกฝั่งของสาย เสียงตวาดของมารดาดังขึ้น “หย่าก็หย่า! มันก็แค่ไอ้คนจน ยังจะกล้ายกหางตัวเองอวดเบ่ง คิดว่าตัวเองแน่นักนะ! เงินสองแสนสุดท้ายนั่นยังไงก็อยู่ที่พวกเราแล้ว มันจะหย่ากับแก อย่างนั้นก็สงเคราะห์มันไป ให้มันไปนั่งร้องไห้กับแม่แก่ใกล้ตายของมันไปเสีย” ณ ขณะนี้ เวลานี้ เฉินตงออกเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ท้องฟ้าในตอนกลางคืน มีฝนเม็ดเล็กๆโปรยปรายลงมา ทำให้ตัวของเขาเปียกไปทั้งตัว เขาส่ายหัวอย่างกลัดกลุ้ม เอาเท้าเตะน้ำที่ขังนองอยู่ข้างทาง เงิน เงิน เงิน แม่งทะเลาะกันก็เพราะเงิน! ตอนนี้มีเรื่องกับตระกูลหวางจนต่อกันไม่ติดแล้ว กูแม่งจะไปหาเงินสองแสนนั่นมาจากไหนกันวะ? ฝืด……. ในเวลานี้ รถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อมคันหนึ่งก็หยุดลงตรงข้างตัวของเฉินตง กระจกของรถถูกเลื่อนลง ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดราชวงศ์ถังมีมองมาที่เฉินตงด้วยใบหน้าที่แต้มไว้ด้วยรอยยิ้ม “เป็นคุณชายเฉินตงใช่ไหมครับ? เชิญขึ้นรถครับ ไปโรงพยาบาลลี่จิงกับผม” คุณชาย ?! เฉินตงมองชายชราตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง นานนับชั่วขณะหนึ่งที่ชะงักไป ชายชรายิ้มออกมาเล็กน้อย “คุณแม่ของคุณกำลังเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”

Options

not work with dark mode
Reset