Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา – ตอนที่ 266 ปิดฟ้าข้ามทะเล ใช้แผนซ้อนแผน

น้ำตาค่อยๆ ไหลรินลงมาอย่าเงียบๆ

ใบหน้าซีดเซียวจนแทบดูไม่เป็นผู้เป็นคนของเฉินตง ค่อยๆ คล้อยต่ำลงบนพื้น

ฉินเย่ที่อยู่ในอาการอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกในทันที

ฉินเย่ไม่ได้เข้าไปรบกวน

เขาหันหลังแล้วเดินออกจากห้องมา

ห้องรับแขกด้านล่าง

พวกของเฉินเต้าหลินและกู้ชิงหยิ่งกำลังนั่งรออย่างใจจดใจจ่อ

เสียงที่ดังขึ้นเมื่อครู่ ทำให้ทุกคนรู้สึกกระวนกระวายใจ

ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

หลังจากที่ฉินเย่เดินลงมาจากชั้นบนแล้ว

พวกของกู้ชิงหยิ่งก็ลุกขึ้นในทันที

“ฉินเย่……เฉินตงเป็นอย่างไรบ้าง ?” กู้ชิงหยิ่งกังวลใจเป็นอย่างมาก

“หายดีแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาที่คุณควรจะขึ้นไปอยู่เป็นเพื่อนเขาแล้ว”

ฉินเย่ยักไหล่ แล้วยิ้มพลางพูดว่า “แต่เธอควรจะเตรียมใจให้ดีๆ นะ ไม่แน่ว่าน้ำตาอาจจะทำให้เสื้อผ้าของเธอต้องเปียกปอนไปหมดก็ได้”

กู้ชิงหยิ่งรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบนทันที

หลังจากที่ได้ยิน

พวกของเฉินเต้าหลินเองก็รู้สึกโล่งใจ

“ดีๆๆ ร้องออกมาก็ดีแล้ว ได้ระบายออกมาก็ดี”

กู้โก๋ฮั๋วและหลี่หวั่นชิงหันไปยิ้มให้กันอย่าโล่งใจ

ท่าทีของเฉินเต้าหลินผ่อนคลายลงเล็กน้อย แววตาของเขาเป็นประกายเล็กน้อย

พวกเขาเคยก้าวข้ามพายุที่โหมกระหน่ำรุนแรงมา จึงรู้ดีว่าตอนนี้เฉินตงร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกเช่นไร

นี่ถือเป็นเรื่องดีที่สุดต่อตัวของเฉินตง

“คุณชายฉิน คุณชี้ทางสว่างให้คุณชายอย่างไรหรือ ?”

ท่านหลงเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

ฉินเย่ทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ จากนั้นจึงยิ้มแล้วพูดว่า : “ก็แค่เล่าอดีตของฉันให้เขาฟังหนึ่งรอบ เทียบความน่าอนาถกันแล้ว เขาคงไม่อนาถเท่าฉัน”

ถึงแม้จะยิ้ม แต่แววตาของเขาก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวด

ท่านหลงกอดฉินเย่ด้วยความสงสาร : “ลำบากคุณแล้ว ขอบคุณมาก”

“เขาเป็นพี่น้องของฉัน จะขอบคุณฉันทำไม ?” ฉินเย่เลิกคิ้วแล้วยิ้ม

ตอนนี้เอง

ด้านบนมีเสียงร้องไห้ดังก้องออกมา

เป็นเสียงร้องไห้ที่ฟังดูเจ็บปวดเหมือนใจจะขาด

เสียงร้องดังสะท้อนไปทั่ววิลล่า

แต่ทุกคนกลับไม่รู้สึกยาเลยแม้แต่น้อย

หลังจากที่ได้ระบายอารมณ์ออกมาจริงๆ เฉินตงคนเดิมถึงจะกลับมา

“ขอบคุณมากฉินเย่”

เมื่อเฉินเต้าหลินได้ยินเสียงร้องก็รู้สึกโล่งใจ เขาเดินเข้าไปหาฉินเย่แล้วพูดออกมาด้วยความซาบซึ้งใจ : “ขอบคุณเธอมากจริงๆ”

ในฐานะเจ้าบ้านตระกูลเฉิน เขารับรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตระกูลฉินตอนนั้น และรู้ถึงอดีตของฉินเย่

ถึงขนาดรู้เหตุการณ์อย่างชัดเจนและละเอียดยิ่งกว่าตระกูลมั่งคั่งอีกหลายๆ ตระกูล

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงรู้ดีว่า เพื่อที่จะชี้ทางสว่างให้แก้เฉินตงแล้ว ฉินเย่ต้องทุ่มเทมากเท่าไร

จะต้องเปิดบาดแผลที่ปกปิดมาหลายปีออกให้ทุกคนได้เห็น ถึงชั้นยอมโรยเกลือลงบนบาดแผลที่เป็นเหมือนฝันร้าย

“เจ้าบ้านตระกูลเฉินกล่าวเกินไปแล้ว ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ” ฉินเย่ตอบกลับอย่างสงบ “ผมมีเฉินตงเป็นพี่น้องเพียงคนเดียว ผมไม่อยากเห็นเขาต้องตกต่ำลงเช่นนี้”

ทุกคนค่อยๆ นั่งลงในห้องนั่งเล่น และรออย่างเงียบๆ

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป

ในที่สุดเสียงร้องไห้ที่ชั้นบนก็สงบลง

ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง

มีเสียงฝีเท้าเดินลงมาจากบันได

ทุกคนค่อยๆ ลุกขึ้นและหันไปมอง

กู้ชิงหยิ่งค่อยๆ ประคองเฉินตงเดินลงมาจากบันได

ตอนนี้ดวงตาของเขาแดงก่ำและบวมเป่ง ใบหน้ายังคงเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา

แต่แววตาของเขาไม่มืดมนเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว แต่กลับมีประกายของความสดใส

ท่าทางของเขาเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

กู้ชิงหยิ่งหันไปหาเฉินตง แล้วพยักหน้าเพื่อส่งสัญญาณ

หลังจากประคองเฉินตงมานั่งในห้องรับแขกแล้ว เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า : “คุณพักผ่อนสักเดี๋ยวนะคะ ฉันกับพี่เสี่ยวลู่จะไปทำอาหารเย็นให้คุณ อย่างน้อยก็ต้องทานอะไรสักหน่อย”

“อืม”

เฉินตงพยักหน้า แล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย

รอยยิ้มนี้ ทำให้ทุกคนรู้สึกโล่งใจเหมือนยกภูเขาออกจากอก

ไม่ช้า กู้ชิงหยิ่งและฟ่านลู่ก็เตรียมอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อย จากนั้นจึงยกมาวางไว้ด้านหน้าเฉินตง

เป็นอาหารสองอย่างพร้อมน้ำซุปอย่างง่าย เฉินตงเขมือบเข้าไปทั้งหมดอย่างรวดเร็ว

หลังจากทานเสร็จแล้ว

จู่ๆ เฉินตงก็หันไปพูดกับเฉินเต้าหลินว่า : “พ่อครับ ผมมีเรื่องหนึ่งอยากจะถามพ่อ”

“เรื่องอะไร ?”

เฉินเต้าหลินถาม

“ขึ้นไปคุยกันที่ระเบียบเถอะครับ” เฉินตงลุกขึ้นแล้วเดินขึ้นไปชั้นบน

เฉินเต้าหลินเดินตามไปด้านหลัง

ส่วนพวกกู้ชิงหยิ่งไม่ได้เดินตามไป

นี่เป็นครั้งแรกที่สองพ่อลูกพูดคุยกัน

และเกิดขึ้นหลังจากที่เฉินตงสามารถปล่อยวางทุกอย่างได้แล้ว

ถ้าหากเฉินตงต้องการระบายความในใจกับพ่อของเขา คงไม่เป็นการดีถ้าหากทุกคนจะตามไป

บนระเบียง

เฉินตงเอนตัวลงบนระเบียงแล้วหันหน้าเข้าหาสายลมยามค่ำคืน ท่าทางของเขาเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

เฉินเต้าหลินเดินเข้าไปหาเขา แล้วถามว่า : “ตงเอ๋อ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า ?”

ตอนที่เขาถามประโยคนี้ออกมา คิ้วของเขาขมวดแน่นและรู้สึกประหม่าเล็กน้อย

เป็นเพราะเขารู้ดีว่า ในตอนแรกเหตุผลที่เขาทำให้เฉินตงยอมรับตำแหน่งผู้สืบทอดมรดกตระกูลเฉินได้ มีเพียงเหตุผลเดียวก็คือ จะให้เฉินตงพาหลี่หลานกลับบ้าน และคืนฐานะคุณผู้หญิงของเจ้าบ้านตระกูลเฉินกลับคืนให้กับหลี่หลานอย่างสมฐานะ

แต่ทว่าตอนนี้……หลี่หลานจากไปแล้ว

เหตุผล จึงไร้ความหมายอีกต่อไป

“พ่อครับ รู้จักคุกมืดไหม ?”

จู่ๆ เฉินตงก็เอ่ยถามขึ้นมา

เฉินเต้าหลินผงะไป ไม่ได้ตอบอะไร

แต่เฉินตงก็ไม่ได้สนใจ สายลมเย็นยามค่ำคืนโชยพัดมา เข้าแสยะยิ้มเล็กน้อย แววตาดูลึกซึ้งอย่างเห็นได้ชัด

“ช่วงที่ผ่านมา ผมถูกส่งตัวเข้าไปอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งที่เรียกว่าคุกมืด อีกทั้งผมยังเจอกับเฉินเต้าจูนในนั้น เขาคือพี่ชายของพ่อ คือลุงของผม”

“แล้วยังไงต่อ” เฉินเต้าหลินถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

เฉินตงพูดต่อว่า : “อันที่จริงแล้ว ตอนที่ผมถูกขังอยู่ในคุกมืด ก็ไม่เคยคิดที่จะละทิ้งความคิดที่จะหลบหนี เพราะไม่ว่าจะเป็นเสี่ยงหยิ่งหรือแม่ ก็ไม่มีวันยอมให้ผมยอมแพ้ง่ายๆ เด็ดขาด”

“แต่ตอนที่ผมอยู่ด้านใน มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมรู้สึกไม่เข้าใจก็คือ ถ้าหากตระกูลฉินและคุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินต้องการหาคนมาสวมรอยเป็นผมเพื่อครอบครองทุกอย่างของผมจริงๆ หากพวกเขาฆ่าผม ก็น่าจะเป็นการดีมากกว่า”

เฉินเต้าหลินรู้สึกตกใจ จากนั้นจู่ๆ เขาก็ยิ้มออกมา

“แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว ความสงสัยทั้งหมดที่มีก่อนหน้านี้ ผมเข้าใจทั้งหมดแล้ว ประโยคที่โจวสวนถามออกมาตอนที่เขาล้มลง ทำให้ผมเข้าใจทุกอย่างทันที”

เฉินตงลูบใบหน้าของเขา รอยยิ้มของเขาแสดงออกถึงความหดหู่ : “เขาถามว่าทำไมผมยังไม่ตาย ? หรือจะพูดอีกอย่างว่า ตระกูลฉินและคุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินตั้งใจที่จะให้ผมตาย !

พูดถึงตรงนี้ เฉินตงก็หันไปพยักหน้าให้กับเฉินเต้าหลินอย่างตื้นตัน

“ขอบคุณครับพ่อ ขอบคุณที่ปกป้องผม”

“ความฉลาดของพ่อ อยู่เหนือความคาดหมายของผมจริงๆ”

เฉินเต้าหลินยิ้มออกมาเล็กน้อย : “พ่อคิดว่าจะสามารถปิดบังเธอได้สักระยะ”

“ถ้าไม่เกิดเรื่องมากมายเช่นนี้ ก็อาจจะปิดบังผมได้”

เฉินตงยักไหล่ แล้วเบ้ปาก จากนั้นจึงยิ้มออกมาอย่างประหลาดแล้วพูดว่า : “อาศัยแผนการสมรู้ร่วมคิดระหว่างตระกูลฉินและคุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉิน จากนั้นจึงใช้แผนซ้อนแผน แล้วส่งผมเข้าไปอยู่ในคุกมือเพื่อฝึกฝนผม แน่นอนว่า ขณะที่ผมอยู่ในคุกมืด ผมเติบโตขึ้นเร็วมาก เร็วจนกระทั่งตอนนี้แม้แต่ตัวผมเองก็ยังรู้สึกว่าเป็นความฝัน”

เฉินเต้าหลินกะพริบตาปริบๆ เขากำลังจะอ้าปากพูด

แต่เฉินตงกลับพูดออกมาด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง : “ถ้าหากแม่ของผมยังไม่ตาย ต่อให้ผมรู้ ผมคงทำแค่เพียงขอบคุณพ่อเท่านั้น เพราะผมรู้ดีว่า หากผมต้องการเป็นเจ้าบ้านตระกูลเฉิน ผมยังมีข้อบกพร่องมากเกินไปสำหรับผู้ที่จะอยู่ในตำแหน่งผู้สืบทอดมรดก สถานที่อย่างคุกมืด สามารถทำให้ผมเติบโตได้อย่างรวดเร็ว”

“แต่พ่อ เป็นเพราะแผนการปิดฟ้าข้ามทะเลของพ่อ รู้ทั้งรู้ว่าตระกูลฉินและคุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินสมรู้ร่วมคิดกัน รู้ทั้งรู้ว่าคนที่อยู่กับแม่และกู้ชิงหยิ่งมาตลอดหนึ่งเดือนคือโจวสวน คนที่เข้ามาสวมรอยเป็นผม แต่กลับไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือจัดการอะไรเลยแม้แต่น้อย”

“ถ้าหากพ่อจัดการกับแผนการครั้งนี้ตั้งแต่แรก แม่ของผมจะต้องตายไหม ? ถ้าไม่ใช่เพราะเสี่ยวหยิ่งนึกสงสัย ถ้าไม่ใช่เพราะฉินเย่ยืนหยัดอย่างไม่กลัวตาย ป่านนี้ แม้แต่เสี่ยวหยิ่งก็คงตกอยู่ในมือของโจวสวนเรียบร้อยแล้ว แม้กระทั่งฉินเย่ก็อาจจะต้องตาย”

“ตงเอ๋อ พ่อ……”

เฉินเต้าหลินหน้าถอดสี จู่ๆ เรื่องราวทุกอย่างจะเปลี่ยนไปจนอยู่เหนือการควบคุมของเขา

“เพียงเพื่อต้องการจะฝึกฝนผม แต่สิ่งที่พ่อต้องแลกไปนั้นช่างมากมายเหลือเกิน !”

เฉินตงตะคอกออกมาด้วยความโกรธ มือขวาของเขากำหมัดแน่น แล้วพุ่งตรงหมัดเข้าไปที่หน้าของเฉินเต้าหลินอย่างดุดัน

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

บทนำ เฉินตงกับหวางหนันหนันแต่งงานกัน3ปี ถูกภรรยาที่ยกน้องชายเป็นหัวแก้วหัวแหวนบีบคั้น แล้วยังถูกดูถูกเหยียดหยาม วันหนึ่งได้กลับตระกูลมหาเศรษฐี เขาสาบานว่าต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา ต้องทำให้คนที่ดูถูกเขาเสียใจกับสิ่งที่ทำ ให้คนที่เหยียดหยามเขาต้องชดใช้อย่างสาสม เรื่องย่อ “ขอโทษครับคุณเฉิน ระยะมะเร็งตับของแม่ของคุณ…..” มองคุณหมอที่อยู่ตรงหน้าส่ายหน้า เฉินตงมึนงงไปชั่วขณะ ในพริบตาดวงตาก็กลายเป็นสีแดง ตั้งแต่เล็กจนโต เขากับแม่พึ่งพาอาศัยกัน เพื่อที่จะส่งให้เขาเรียนหนังสือ แม่ทำงานจนป่วย ไม่ทันที่จะได้สะดวกสบาย ก็ตกลงมาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้แล้ว “คุณหมอ ขอร้องล่ะครับ ช่วยแม่ผมด้วย แค่หนทางสักนิดก็ไม่มีแล้วเหรอครับ?” เสียงของเฉินตงแหบแห้งยังมีเสียงสะอื้นปนอยู่ คุณหมอลังเลอยู่ชั่วครู่ กล่าวขึ้น “ยังมีวิธีสุดท้ายอยู่ ก็คือทำการเปลี่ยนถ่ายตับ ตอนนี้ทางแพทย์มีของอยู่พอดี…..” ชะงักไปชั่วครู่ เขาก็มองเฉินตงตั้งแต่หัวจรดเท้า การรักษาที่ยาวนาน ทำให้เขารู้สถานการณ์ตอนนี้ของเฉินตงดี แต่ เขาก็ยังพูดออกมา “แต่ว่า…..ค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยนะครับ อย่างน้อยๆในช่วงแรกก็ประมาณสองแสน” สองแสน? ดวงตาของเฉินตงวาววับ รีบจับมือของคุณหมอเอาไว้ “รักษา จะต้องรักษานะครับ ผมยังมีอีกสองแสน!” เงินไม่มีแล้วยังหาได้ แต่ว่าไม่มีแม่แล้ว ก็ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว “อย่างนั้นคุณก็รีบๆรวบรวมเงิน ถ้าเกิดว่ายังประวิงเวลาออกไปอีก วิธีปลูกถ่ายตับก็หมดหนทางแล้ว” นายแพทย์พยักหน้า ถอนหายใจครั้งหนึ่งแล้วก็หมุนตัวจากไป เดินออกมาจากโรงพยาบาล ท้องฟ้ามีฝนเม็ดเล็กๆโปรยลงมา เฉินตงรีบร้อนกลับบ้าน ภรรยา หวางหนันหนันกำลังนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา แถมในปากยังกินขนมมันฝรั่งทอดอยู่อีกด้วย เธอเหลือบมองเฉินตง หวางหนันหนันว่าขึ้น “แม่ดีขึ้นบ้างไหม?” “หมอบอกว่า ถ้าเกิดว่าสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายตับได้ ก็ยังมีทางรักษา” เฉินตงพูดขึ้นอย่างดีใจราวกับคว้าเอาหญ้ากอสุดท้ายที่ใช้รักษาชีวิตเอาไว้ได้ “ต้องใช้สองแสน ยังดีที่บ้านของเรายังพอมีอยู่ แม่ยังมีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง” พูดไป เขาก็หมุนตัวเข้าไปหยิบเอาบัตรธนาคารในห้อง ในพริบตาสีหน้าของหวานหนันหนันก็เปลี่ยนไป รีบร้องขึ้น “เฉินตง คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เฉินตงเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ราวกับว่านึกอะไรขึ้นได้ หมุนตัวหันกลับมามองหวางหนันหนัน “เงินล่ะ?” หวางหนันหนันวิตกกังวล อึกๆอักๆไม่พูดออกมา “เอาไปให้ที่บ้านคุณอีกแล้วเหรอ?” เฉินตงเลิกคิ้ว รอยยิ้มที่แสดงออกมานั้นช่างดูขมขื่นจนหาอะไรมาเปรียบเทียบไม่ได้ ฝีเท้าของเขาก้าวลงไปนั่งบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง หยิบซองบุหรี่ที่ยับยู่ยี่ออกมา “แช๊ะ” จุดบุหรี่มวนนึงขึ้น ดูดบุหรี่เข้าปอดแรงๆ ทิ้งร่างนอนพาดอยู่บนโซฟา แต่งงานมาสามปี เรื่องซ้ำ ๆเดิม ๆ และมันไม่ใช่ครั้งแรก “หนันหนัน นี่เป็นเงินที่เอาไว้ใช้รักษาแม่ผม” เฉินตงพูดขึ้นอย่างอ่อนล้า “ขอคืนมาได้ไหม?” “ขอคืนมา?” คิ้วของหวางหนันหนันกระตุกขึ้น ตวาดออกมาเสียงแหลม “เฉินตง คุณหมายความว่ายังไง? ฉันเอาเงินเล็กๆน้อยๆไปแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ฉัน จะมีหน้าที่ไหนไปขอกลับมาห้ะ?” เฉินตงข่มสีหน้าและอารมณ์ให้เย็นลง แล้วว่าขึ้น “โรงพยาบาลบอกว่าตอนนี้มีตับที่เข้ากันได้อยู่พอดี ถ้าสามารถเอาเงินไปให้โรงพยาบาลได้ในทันที โรงพยาบาลก็สามารถที่จะเริ่มทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับให้แม่ผมได้เลย จากสถานการณ์ของแม่ผมในตอนนี้ คงจะทนได้อีกไม่นาน” “ฉันไม่สนใจ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเอง คุณก็ไปหาทางเอาเอง” ในทันใดหวางหนันหนันก็ร้องเริ่มร้องไห้เสียงดัง น้ำตาไหลนอง “ภายในเวลาสั้นๆผมจะไปหาเงินสองแสนมาจากไหน?” เฉินตงรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะระเบิดออกมาแล้ว กึ่งหนึ่งคือการขอร้อง “หนันหนัน ช่วยผมครั้งหนึ่ง ขอคืนมาเถอะนะ แม่ของผมยังรอเงินสองแสนนั่นมาช่วยชีวิตอยู่นะ!” “เฉินตง! เงินนั่นให้แม่ฉันไปแล้ว ฉันไม่มีทางที่จะไปขอกลับมา” หวางหนันหนันร้องไห้ไปแล้วทรุดนั่งลงบนพื้น ทั้งน้ำมูกทั้งน้ำตาไหลออกมา “แม่ของคุณก็กำลังจะตายอยู่แล้ว คุณยังจะเอาเงินไปผลาญทิ้งที่โรงพยาบาลอีก ตกลงคุณเคยคิดถึงครอบครัวพวกเราบ้างหรือเปล่า?” ร่างกายของเฉินตงสั่น ความโกรธมากระจุกรวมกันอยู่ที่ลำคอของเขา เขาหยิบโทรศัพท์ของหวางหนันหนันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “คุณไม่โทร ผมโทร!” ไม่รอให้หวางหนันหนันขัดขวาง สายโทรออกก็โดนรับสาย “แม่ครับ หนันหนันเพิ่งจะให้เงินแม่ไปสองแสนใช่ไหมครับ?” เฉินตงขอร้อง “ขอร้องล่ะครับช่วยคืนเงินสองแสนให้ผมได้ไหม นั่นเป็นเงินที่จะใช้รักษาแม่ผม แม่ผมท่านยังรอรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่นะครับ” อีกฝั่งของสาย อยู่แม่ยายก็ตวาดขึ้น “เฉินตงแกพูดจาบ้าบออะไรออกมา? เงินนั่นเป็นเงินที่หนันหนันแสดงความกตัญญูต่อพวกเรา แกยังมีหน้าจะมาขอเงินกลับไปอีก? ในตอนนั้นหนันหนันอยากจะแต่งงานกับแก พวกเราก็ไม่เห็นด้วย จากสภาพของแก ก็เป็นเพราะหนันหนันหน้ามืดตามัวถึงได้ยอมแต่งงานกับแก” “ในตอนนี้หนักกว่านั้นอีก หนันหนันมีใจอยากจะกตัญญูต่อพ่อแม่ เอาเงินมาให้พวกเราสองคนใช้ ชายหงส์(ผู้ชายที่เกิดในบ้านยากจนและเข้ามหาวิทยาลัยโดยความพยายาม จบเรียนแล้วก็ดำเนินชีวิตที่เมือง)อย่างแกยังกล้าที่จะบากหน้ามาขอเงินกลับไป ฉันจะบอกแกให้นะ หวางเห้ากำลังจะแต่งงานแล้ว เงินนั่นพวกเราเตรียมจะเอาไปวางดาวน์ค่าบ้านงวดแรกให้หวางเห้า อยากได้เงิน? แค่แดงเดียวก็ไม่มี!” ปัง! สายตัดไปแล้ว เฉินตงแน่นิ่งไป แม่ยายนี่ฟังในสิ่งที่ฉันพูดไม่เข้าใจหรือยังไง? “เฉินตง คุณเป็นบ้าเหรอ?” หวางหนันหนันกระชากคอเสื้อของเฉินตงราวกับคนบ้า “คุณทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ลงไปได้ยังไง ฉันเอาเงินไปให้พ่อแม่ฉัน ทำไมคุณต้องทำเหมือนมันฟ้ามันจะผ่าลงมาให้ได้?” เฉินตงมองหวางหนันหนันอย่างหดหู่ ดวงตาแดงก่ำ “ในสายตาของพวกคุณ ชีวิตของแม่ผม ยังไม่มีค่าเท่ากับเงินดาวน์บ้านงวดแรกของน้องชายคุณอย่างนั้นเหรอ?” “ไร้สาระ!” หวางหนันหนันปล่อยมือจากเฉินตง หยิบของในห้องขึ้นมาแล้วก็เขวี้ยงปาข้าวของจนเละเทะ ในพริบตา ห้องรับแขกก็รกและยุ่งเหยิงไปหมด หวางหนันหนันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา “เฉินตงคุณมันคนใจดำ ตอนนั้นทำไมฉันถึงได้แต่งงานกับคุณนะ เพื่อแม่ของคุณ คุณทุ่มเททิ้งเงินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว? ฉันยอมอดทนลำบากมากับคุณ แม้แต่บ้านที่อยู่ก็ต้องเช่า คุณเคยสงสารฉันบ้างไหม? เสี่ยวเห้าเป็นน้องชายของฉัน แล้วก็เป็นน้องของคุณด้วย เขากำลังจะแต่งงานแล้ว ฉันเป็นถึงพี่สาว จะช่วยฉันบ้าง ไม่ได้เลยเหรอ?” “ช่วยคุณสักครั้ง?” เฉินตงโมโหสุดขีด “พวกเราแต่งงานกันมาสามปี คุณช่วยหวางเห้าไอ้สวะนั่นไปตั้งเท่ากี่ครั้งแล้ว? ไอ้สวะหวางเห้ามัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบจนชีวิตไม่ก้าวหน้า ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านเกาะพ่อแม่กิน ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะพวกคุณ!” “อย่ามาพูดถึงน้องชายฉันแบบนั้นนะ!” หวางหนันหนันใบหน้าบิดเบี้ยว ยืนชี้หน้าเฉินตงด้วยท่าทางป่าเถื่อนพร้อมพูดข่มขู่ เฉินตงพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ทำไมถึงจะพูดไม่ได้? เรียนมหาลัยก็ไปทำคนอื่นท้อง เงินที่ชดใช้ก็เป็นเงินของผม เขาอยากจะซื้อรถก็เป็นผมที่จ่ายเงินซื้อให้เขา ในสามปีนี้ทั้งในที่ลับและที่แจ้งผมจ่ายเงินให้เขาไปตั้งเท่าไหร่? คุณมันปีศาจฝูตี้(ผู้หญิงที่มีน้องชายและต้องช่วยน้องชายในทุกด้านเพราะพ่อแม่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว) คุณต่างหากที่ไม่เคยคิดถึงครอบครัวของเรา!” “กรี๊ด! แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ” หวางหนันหนันหวีดร้องออกมาเสียงแหลม “แกหมายความว่ายังไง? แกไม่อยากจะอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม?” “พวกคุณเอาเงินที่จะใช้รักษาแม่ผมไปซื้อบ้านให้ไอ้สวะ ไม่สนใจไยดีแม่ผม คนที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันต่อมันเป็นคุณต่างหาก!” เฉินตงยักไหล่ พูดออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “หย่ากันเถอะ!” หวางหนันหนันนิ่งไปในทันที “มึง มึงพูดว่าอะไรนะ?” แต่งงานมาสามปี ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเฉินตงไม่เคยพูดจาอะไรแบบนี้ออกมา “หย่ากันเถอะ” เฉินตงบอก “แต่งงานกับผมมันทำให้คุณลำบากมาก ผมเองก็ไม่เหมาะกับคุณ ครอบครัวนี้ของคุณ ผมแบกไม่ไหว” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไป เขาไม่ใช่คนที่มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง สามปีที่ผ่านมา แต่ละครั้งที่อดทน ก็เป็นเพราะคิดว่าในตอนนั้นหวางหนันหนันแต่งกับเขา ความจริงแล้วก็นับว่าเธอยอมลดตัวลงมาแต่งกับเขา อีกอย่างหวางหนันหนันก็ยังมีความรู้สึกดีๆต่อเขาบ้าง แต่ว่าครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รอจนเฉินตงออกไปจากบ้านแล้ว ในที่สุดหวางหนันหนันก็ได้สติ เธอรีบพุ่งตัวไปหยิบโทรศัพท์มาโทรหามารดาด้วยความวิตกและไร้สติ ร้องไห้ฟูมฟายแล้วว่าขึ้น “แม่…..เฉินตงอยากจะหย่ากับหนู” “ไอ้ชั่วนั่นอยากจะขอหย่ากับแก?” อีกฝั่งของสาย เสียงตวาดของมารดาดังขึ้น “หย่าก็หย่า! มันก็แค่ไอ้คนจน ยังจะกล้ายกหางตัวเองอวดเบ่ง คิดว่าตัวเองแน่นักนะ! เงินสองแสนสุดท้ายนั่นยังไงก็อยู่ที่พวกเราแล้ว มันจะหย่ากับแก อย่างนั้นก็สงเคราะห์มันไป ให้มันไปนั่งร้องไห้กับแม่แก่ใกล้ตายของมันไปเสีย” ณ ขณะนี้ เวลานี้ เฉินตงออกเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ท้องฟ้าในตอนกลางคืน มีฝนเม็ดเล็กๆโปรยปรายลงมา ทำให้ตัวของเขาเปียกไปทั้งตัว เขาส่ายหัวอย่างกลัดกลุ้ม เอาเท้าเตะน้ำที่ขังนองอยู่ข้างทาง เงิน เงิน เงิน แม่งทะเลาะกันก็เพราะเงิน! ตอนนี้มีเรื่องกับตระกูลหวางจนต่อกันไม่ติดแล้ว กูแม่งจะไปหาเงินสองแสนนั่นมาจากไหนกันวะ? ฝืด……. ในเวลานี้ รถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อมคันหนึ่งก็หยุดลงตรงข้างตัวของเฉินตง กระจกของรถถูกเลื่อนลง ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดราชวงศ์ถังมีมองมาที่เฉินตงด้วยใบหน้าที่แต้มไว้ด้วยรอยยิ้ม “เป็นคุณชายเฉินตงใช่ไหมครับ? เชิญขึ้นรถครับ ไปโรงพยาบาลลี่จิงกับผม” คุณชาย ?! เฉินตงมองชายชราตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง นานนับชั่วขณะหนึ่งที่ชะงักไป ชายชรายิ้มออกมาเล็กน้อย “คุณแม่ของคุณกำลังเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”

Options

not work with dark mode
Reset