Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา – ตอนที่ 273 ท้องฟ้าของซีสู่กำลังจะเปลี่ยนไปแล้ว

บรรยากาศภายในห้องโถงด้านหน้าของตระกูลฉินเงียบสงัด

สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังกลุ่มคนที่เดินจากไปอย่างหวาดกลัว

ไม่มีใครกล้าขวาง !

ใครๆ ต่างก็รู้ดีว่า วันนี้ตระกูลฉินแพ้อย่างราบคาบแล้ว

เป็นการกดหัวของตระกูลฉินจนจบดินอย่างเรียบง่ายและหยาบคาย

ภาพที่ปรากฏขึ้นในวันนี้ หากถูกเผยแพร่ออกไป จะต้องเกิดการระส่ำระสายขึ้นในซีสู่อย่างแน่นอน

แม้กระทั่งแขกที่มาร่วมงานที่เห็นเหตุการณ์ด้วยตาตัวเอง ก็ยังรู้สึกตกใจราวกับว่านี่เป็นเพียงแค่ความฝัน ไม่ใช่ความจริง

ตระกูลฉินแห่งซีสู่ ถูกคนอื่นเหยียบย่ำจนถึงขั้นนี้ได้อย่างไร ?

สมาชิกของตระกูลฉินทุกคนต่างรู้สึกอับอาย พวกเขากัดฟันแน่น แววตาเต็มไปด้วยความมืดหม่น แต่ละคนดูราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังโกรธเกรี้ยว

บนพื้น ฉินซวนร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด เสียงดังสนั่น

ใบหน้าของคุณท่านใหญ่ตระกูลฉินดูมืดหม่น เขากัดฟันแน่น ดวงตาแดงก่ำ

มือทั้งสองข้างที่อยู่ภายใต้แขนเสื้อที่ยาวของเขากำหมัดแน่น จนเส้นเลือดปูดโปนออกมา

ร่างกายของเขาค่อยๆ สั่นเทา

แม้กระทั่งฉินเห้อเหนียนเอง ตอนนี้ก็แทบจะไม่กล้าหายใจ

ทุกคนต่างรู้ดีว่า ตอนนี้คุณท่านใหญ่ตระกูลฉินกำลังอยู่ในอารมณ์โกรธจัด

ทันใดนั้น

คุณท่านใหญ่ตระกูลฉินก็เดินโซเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว ลำคอของเขาขยับ มีเสียงครางอู้อี้อยู่ในปากของเขา

หลังจากนั้น เลือดสีแดงสดก็ค่อยๆ ไหลออกมาจากปากของเขา

“พ่อครับ !”

“คุณปู่ !”

สมาชิกทุกคนในตระกูลฉินต่างตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นทันที

แขกที่มาร่วมงานเองต่างก็อุทานออกมาด้วยความตื่นตกใจ

“เห้อเหนียน ประคองพ่อกลับห้องโถงด้านหลัง ส่วนคนอื่นๆ ในตระกูลฉินที่เหลือ อยู่ต้อนรับแขกและทำให้งานเลี้ยงดำเนินต่อไปได้อย่างปกติ”

คุณท่านใหญ่ตระกูลฉินสั่งด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

ฉินเห้อเหนียนรีบประคองคุณท่านใหญ่ตระกูลฉินกลับไปที่โถงด้านหลัง

ตลอดทาง บรรดาแขกที่มาร่วมงานต่างหลีกทางให้ด้วยความตื่นตระหนก

ภายใต้งานเลี้ยงฉลองวันเกิดที่ยิ่งใหญ่ของคุณท่านใหญ่ตระกูลฉิน และภายใต้ความโกรธแค้นที่คุกรุ่น ทำให้กระอักเลือดสีแดงสดออกมา

ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ไม่มีตระกูลมั่งคั่งตระกูลไหนคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นจริงๆ

ท้องฟ้าของเมืองซีสู่……กำลังจะเปลี่ยนไปแล้วอย่างนั้นหรือ ?

จิตใจที่แข็งแกร่งเริ่มที่จะหวั่นไหวไปชั่วขณะหนึ่ง

ฉินเห้อเหนียนประคองคุณท่านใหญ่ตระกูลฉินกลับโถงด้านหลังไป

ตอนนี้ใบหน้าของคุณท่านใหญ่ตระกูลฉินซีดเผือด ดูราวกับว่าเขาดูแก่ลงไปหลายสิบปีในทันที

แต่ความโกรธแค้นที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขายังคงเห็นได้อย่างชัดเจน

เห็นได้ชัดว่าเมื่อครู่เขาพยายามข่มอารมณ์จนถึงที่สุดแล้ว

หลังจากนั่งลงแล้ว คุณท่านใหญ่ตระกูลฉินก็กำมือแน่น จนส่งเสียง “กรวบกราบ” ออกมา ถึงขั้นได้ยินเสียงฟันของเขาที่กำลังขบเคี้ยวกันอยู่

“พ่อครับ เรื่องนี้ผมว่าเราควรแจ้งให้คุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินทราบนะครับ หากมีเธอคอยหนุนหลังน่าจะดีกว่า”

สีหน้าของฉินเห้อเหนียนเคร่งเครียด ถึงแม้ความสามารถของเขาจะมีไม่มากนัก แต่เขาก็ไม่ได้โง่เขลา : “เฉินตงกล่าวว่าที่เขามาก็เพื่อแก้แค้นให้กับแม่ จึงมาลงดาบกับตระกูลฉิน แต่เรื่องนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างตระกูลฉินกับคุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉิน ดังนั้นคุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินจึงควรมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบด้วย”

“เหอะๆ แกนี่มันฉลาดจริงๆ”

คุณท่านใหญ่ตระกูลฉินแสยะยิ้มออกมา : “เมื่อรู้ดีว่าไม่อาจลงโทษคุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินได้ จึงมาลงที่ตระกูลฉินของพวกเรา เขาคงคิดว่าตระกูลฉินของเราสามารถรังแกได้ง่ายๆ ?”

“วันนี้เขาก่อเรื่องวุ่นวาย ทำให้ตระกูลฉินของเราต้องอับอายขายหน้า ถ้าหากไม่ฆ่าเฉินตง ต่อไปตระกูลฉินของพวกเรา จะมีหน้าอยู่ต่อในซีสู่ได้อย่างไร หากแม้แต่ลูกหมาลูกแมวตัวเล็กๆ ก็กล้ามาดูถูกตระกูลฉินของเราได้” ฉินเห้อเหนียนกัดฟัน

“เฉินตงตัวเล็กๆ ก็เป็นแค่สัตว์ป่าธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง คิดว่าตัวเองเป็นลูกชายของเฉินเต้าหลิน จึงอยู่เหนือกฎหมายอย่างนั้นหรือ ?”

ใบหน้าของคุณท่านใหญ่ตระกูลฉินเต็มไปด้วยความดูถูก แววตาของเขาแฝงไปด้วยความอำมหิต : “ถ้าเมื่อกี้ไม่ใช่เพราะว่าฉันควบคุมสถานการณ์เอาไว้ ตอนนี้เขาคงจะตายอยู่ในบ้าน มดตัวเล็กๆ ที่พยายามสั่นคลอนภูเขาทั้งสองลูกอย่างตระกูลฉินและคุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉิน ช่างไม่รู้จักประมาณตนเสียจริงๆ !”

จากนั้นจึงสูดหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งครั้ง

ใบหน้าของคุณท่านใหญ่ตระกูลฉินค่อยๆ กลับมาเป็นสีแดงระเรื่ออีกครั้ง ลมหายใจของเขาก็เริ่มสงบลงอย่างมาก

เมื่อครู่ตอนที่ทุกคนอยู่ที่นั่น เขาพยายามกลั้นหายใจเอาไว้ ไม่ใช่เพราะกลัวเฉินตง ด้วยความสามารถของเฉินตงในตอนนี้ เมื่อเทียบกับตระกูลฉินแล้ว ถือว่าตระกูลฉินยังคงเป็นเหมือนกับภูเขาที่ไม่อาจสั่นคลอนได้

ทุกสิ่งที่คุณท่านใหญ่ตระกูลฉินทำ ก็เพื่อไม่ให้มีผลกระทบที่รุนแรง

ถ้าหากตระกูลฉินลงมือฆ่าลูกชายของเฉินเต้าหลินต่อหน้าทุกคนจริง เพียงแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ก็เพียงพอที่จะให้เฉินเต้าหลินใช้เป็นเหตุผลในการจัดการกับตระกูลฉินอย่างถึงที่สุดได้แล้ว

ถ้าหากแอบใช้วิธีลอบทำร้าย ไม่ว่าจะเป็นตระกูลฉินหรือคุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉิน ก็เพียงพอที่จะบดขยี้มดตัวเล็กๆ ตัวนี้ได้

หลังจากสูดหายใจเข้าเต็มปอด คุณท่านใหญ่ตระกูลฉินก็แสยะยิ้มออกมา : “เห้อเหนียน แกพูดถูก เรื่องนี้ควรจะให้คุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินเป็นคนออกหน้า ในตระกูลมีบุตรชายที่อกตัญญูเช่นนี้ ถ้าหากเธอ ในฐานะที่เป็นคุณหญิงใหญ่ยังคงเพิกเฉย เช่นนั้นการที่จะร่วมมือกับตระกูลฉินก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก”

“ผมจะติดต่อคุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินเดี๋ยวนี้” ฉินเห้อเหนียนแสยะยิ้ม

“เฉินตง แกไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ กล้ามาทำลายหน้าตาของตระกูลฉินเราอย่างนั้นหรือ ? เช่นนั้นฉันจะให้แกได้เห็นว่า ภายใต้ท้องฟ้าที่กลับตาลปัตอยู่นี้ สำหรับแกแล้วมันน่ากลัวขนาดไหนกัน !”

คุณท่านใหญ่ตระกูลฉินกัดฟันแน่น เจตนาฆ่าของเขารุนแรงอย่างมาก : “ถ้าฉันกับคุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินต้องการฆ่าแก แม้แต่เฉินเต้าหลินพ่อของแก ก็ทำได้แค่ยืนมองตาปริบๆ เท่านั้น !”

หลังจากพูดจบ บรรยากาศภายในห้องก็เย็นเยือกราวกับอยู่ในถ้ำน้ำแข็งทันที

……

ออกจากตระกูลฉิน

พวกของเฉินตงก็เดินทางกลับเข้าไปในเมือง

“พี่ตง ฉันคิดไม่ถึงเลยว่านายจะเข้มแข็งขนาดนี้”

ฉินเย่พูดด้วยความตื่นเต้น : “ฉันคิดว่านายจะแค่ต่อปากต่อคำกับตระกูลฉินเท่านั้น คิดไม่ถึงว่าจะจู่โจมโดยที่ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัวเช่นนี้”

เฉินตงลูบจมูก : “พวงหรีดก็ส่งไปแล้ว นายคิดว่าตระกูลฉินจะมาต่อล้อต่อเถียงกับนายอยู่อีกหรือ ?”

ฉินเย่กลอกตาแล้วยิ้มออกมาอย่างเบิกบาน : “คิดว่าในตอนนั้นไอ้แก่นั่นคงจะอยากกัดนายให้ตายไปเสีย”

“แต่ว่า……”

จู่ๆ เสียงที่ฟังดูหวาดกลัวก็ดังขึ้น

เป็นฉินเสี่ยวเชียน

หลังจากออกมาจากตระกูลฉิน ฉินเสี่ยวเชียนก็ตกอยู่ในสภาพที่งุนงงและสับสน

เธอคิดไม่ถึงเลยว่าจู่ๆ เรื่องทั้งหมดจะกลายเป็นเช่นนี้ไปได้

การต่อสู้ที่ชุลมุนวุ่นวายในตอนนั้น ทำให้เธอรู้สึกตกใจจนหน้าถอดสี สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

ถึงแม้ตอนนี้จะสงบลงแล้ว แต่เธอก็ยังคงรู้สึกประหม่า

เฉินตง ฉินเย่และคุนหลุน ค่อยๆ หันไปมองฉินเสี่ยวเชียน

ฉินเสี่ยวเชียนรู้สึกประหม่าเล็กน้อย เอกลืนน้ำลายลงไปหนึ่งอึก แล้วพูดออกมาว่า : “แต่เมื่อครู่คุณปู่ก็รินเหล้าให้พี่ตงแล้วไม่ใช่หรือ ?”

หลังจากได้ยิน

เฉินตงก็หัวเราะออกมาทันที

ฉินเย่และคุนหลุนเอง ก็อดไม่ได้ที่จะขำออกมา

เสียงหัวเราะของทั้งสามคน ทำให้ฉินเสี่ยวเชียนรู้สึกงุนงงยิ่งขึ้น

ฉินเย่เอ่ยปากพูดว่า : “เสี่ยวเชียน เธอยังอ่อนหัดนัก ความสามารถมีเพียงพอแล้ว แต่กลอุบายนั้นยังมีไม่มากพอ เธอคิดจริงๆ หรือว่าเมื่อครู่ไอ้แก่นั่นคิดที่จะต้อนรับเราอย่างมีมารยาทจริงๆ ?”

ฉินเสี่ยวเชียนพยักหน้าอย่างงุนงง

“ไอ้แก่นั่นจะใจดีขนาดนั้นเลยเชียวหรือ เขาก็แค่เห็นผู้มีเกียรติร่วมอยู่ในงานเป็นจำนวนมาก จึงไม่อยากจะทำให้เรื่องราวบานปลายจนต้องกระทบต่อส่วนรวม”

ฉินเย่กล่าวอธิบาย : “ถ้าไม่มีคนนอกจำนวนมากขนาดนั้นอยู่ร่วมในเหตุการณ์ด้วยแล้วล่ะก็ คิดว่าไอ้แก่นั่นคงจะใช้วิธีปิดประตูตีแมวไปแล้ว ที่ที่กินเลือดกินเนื้อคนอย่างตระกูลฉิน เธอคิดว่าทายาทนอกสมรสอย่างพวกเรา จะมีฐานะสูงส่งในตระกูลฉินได้แค่ไหนกัน ?”

ฉินเสี่ยวเชียนกะพริบตาอย่างครุ่นคิด

จากนั้น ฉินเย่ก็ถอนหายใจออกมา เขาลูบหัวของฉินเสี่ยวเชียนด้วยความสงสาร

“เด็กคนนี้ อายุ 18 ก็ก่อตั้งบริษัทเป็นของตัวเอง ต่อสู้ดิ้นรนขยายบริษัทจนใหญ่โต แต่อย่างไรเสียประสบการณ์ของเธอก็ยังถือว่าน้อยนัก ตระกูลฉินพูดดีด้วยแค่สองสามประโยค เธอก็คิดว่าพวกเขาเป็นคนดีแล้วอย่างนั้นหรือ ? แผนการชั่วร้ายของพวกเขา อย่าว่าแต่เธอเลย แม้กระทั่งตอนที่ฉันอายุเท่าเธอก็ยังเอาไม่ออก”

ฉินเสี่ยวเชียนเลิกคิ้ว แล้วหันมองฉินเย่ด้วยความประหลาดใจ : “พี่เย่ สิ่งที่พี่พูด มีความหมายอย่างอื่นหรือเปล่า ?”

แม้แต่เฉินตงและคุนหลุน ก็ยังมองไปที่ฉินเสี่ยวเชียนด้วยความสงสัย

ฉินเย่ผงะไป จากนั้นจึงหัวเราะเสียงดังออกมา : “เปล่านี่ มีอะไรที่ไหนกัน ?”

เมื่อเห็นฉินเสี่ยวเชียนยังคงจ้องมองตนเองอยู่ ฉินเย่ก็รีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา : “ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เธอก็คอยติดตามพี่กับพี่ตงเถอะ อย่างไรเสียพี่ก็ลงหลักปักฐานกับพี่ตงแล้ว เปิดบริษัทการเงินขึ้นมาแห่งหนึ่ง ต่อไปเธอก็มาดูแลบริษัทกับพี่ !”

ฉินเสี่ยวเชียนไม่ได้รับปากในทันที แต่กลับยิ้มออกมาเล็กน้อย จากนั้นจึงก้มหน้าก้มตาครุ่นคิด

ภาพนี้ทำให้ฉินเย่ต้องยิ้มค้าง

เฉินตงลูบจมูก เขาเหลือบมองสองพี่น้องด้วยแววตาที่ลึกซึ้ง จากนั้นจึงยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย

ฉินเย่มีอะไรบางอย่างที่ปิดบังฉินเสี่ยวเชียนอยู่แน่นอน

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

บทนำ เฉินตงกับหวางหนันหนันแต่งงานกัน3ปี ถูกภรรยาที่ยกน้องชายเป็นหัวแก้วหัวแหวนบีบคั้น แล้วยังถูกดูถูกเหยียดหยาม วันหนึ่งได้กลับตระกูลมหาเศรษฐี เขาสาบานว่าต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา ต้องทำให้คนที่ดูถูกเขาเสียใจกับสิ่งที่ทำ ให้คนที่เหยียดหยามเขาต้องชดใช้อย่างสาสม เรื่องย่อ “ขอโทษครับคุณเฉิน ระยะมะเร็งตับของแม่ของคุณ…..” มองคุณหมอที่อยู่ตรงหน้าส่ายหน้า เฉินตงมึนงงไปชั่วขณะ ในพริบตาดวงตาก็กลายเป็นสีแดง ตั้งแต่เล็กจนโต เขากับแม่พึ่งพาอาศัยกัน เพื่อที่จะส่งให้เขาเรียนหนังสือ แม่ทำงานจนป่วย ไม่ทันที่จะได้สะดวกสบาย ก็ตกลงมาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้แล้ว “คุณหมอ ขอร้องล่ะครับ ช่วยแม่ผมด้วย แค่หนทางสักนิดก็ไม่มีแล้วเหรอครับ?” เสียงของเฉินตงแหบแห้งยังมีเสียงสะอื้นปนอยู่ คุณหมอลังเลอยู่ชั่วครู่ กล่าวขึ้น “ยังมีวิธีสุดท้ายอยู่ ก็คือทำการเปลี่ยนถ่ายตับ ตอนนี้ทางแพทย์มีของอยู่พอดี…..” ชะงักไปชั่วครู่ เขาก็มองเฉินตงตั้งแต่หัวจรดเท้า การรักษาที่ยาวนาน ทำให้เขารู้สถานการณ์ตอนนี้ของเฉินตงดี แต่ เขาก็ยังพูดออกมา “แต่ว่า…..ค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยนะครับ อย่างน้อยๆในช่วงแรกก็ประมาณสองแสน” สองแสน? ดวงตาของเฉินตงวาววับ รีบจับมือของคุณหมอเอาไว้ “รักษา จะต้องรักษานะครับ ผมยังมีอีกสองแสน!” เงินไม่มีแล้วยังหาได้ แต่ว่าไม่มีแม่แล้ว ก็ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว “อย่างนั้นคุณก็รีบๆรวบรวมเงิน ถ้าเกิดว่ายังประวิงเวลาออกไปอีก วิธีปลูกถ่ายตับก็หมดหนทางแล้ว” นายแพทย์พยักหน้า ถอนหายใจครั้งหนึ่งแล้วก็หมุนตัวจากไป เดินออกมาจากโรงพยาบาล ท้องฟ้ามีฝนเม็ดเล็กๆโปรยลงมา เฉินตงรีบร้อนกลับบ้าน ภรรยา หวางหนันหนันกำลังนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา แถมในปากยังกินขนมมันฝรั่งทอดอยู่อีกด้วย เธอเหลือบมองเฉินตง หวางหนันหนันว่าขึ้น “แม่ดีขึ้นบ้างไหม?” “หมอบอกว่า ถ้าเกิดว่าสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายตับได้ ก็ยังมีทางรักษา” เฉินตงพูดขึ้นอย่างดีใจราวกับคว้าเอาหญ้ากอสุดท้ายที่ใช้รักษาชีวิตเอาไว้ได้ “ต้องใช้สองแสน ยังดีที่บ้านของเรายังพอมีอยู่ แม่ยังมีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง” พูดไป เขาก็หมุนตัวเข้าไปหยิบเอาบัตรธนาคารในห้อง ในพริบตาสีหน้าของหวานหนันหนันก็เปลี่ยนไป รีบร้องขึ้น “เฉินตง คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เฉินตงเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ราวกับว่านึกอะไรขึ้นได้ หมุนตัวหันกลับมามองหวางหนันหนัน “เงินล่ะ?” หวางหนันหนันวิตกกังวล อึกๆอักๆไม่พูดออกมา “เอาไปให้ที่บ้านคุณอีกแล้วเหรอ?” เฉินตงเลิกคิ้ว รอยยิ้มที่แสดงออกมานั้นช่างดูขมขื่นจนหาอะไรมาเปรียบเทียบไม่ได้ ฝีเท้าของเขาก้าวลงไปนั่งบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง หยิบซองบุหรี่ที่ยับยู่ยี่ออกมา “แช๊ะ” จุดบุหรี่มวนนึงขึ้น ดูดบุหรี่เข้าปอดแรงๆ ทิ้งร่างนอนพาดอยู่บนโซฟา แต่งงานมาสามปี เรื่องซ้ำ ๆเดิม ๆ และมันไม่ใช่ครั้งแรก “หนันหนัน นี่เป็นเงินที่เอาไว้ใช้รักษาแม่ผม” เฉินตงพูดขึ้นอย่างอ่อนล้า “ขอคืนมาได้ไหม?” “ขอคืนมา?” คิ้วของหวางหนันหนันกระตุกขึ้น ตวาดออกมาเสียงแหลม “เฉินตง คุณหมายความว่ายังไง? ฉันเอาเงินเล็กๆน้อยๆไปแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ฉัน จะมีหน้าที่ไหนไปขอกลับมาห้ะ?” เฉินตงข่มสีหน้าและอารมณ์ให้เย็นลง แล้วว่าขึ้น “โรงพยาบาลบอกว่าตอนนี้มีตับที่เข้ากันได้อยู่พอดี ถ้าสามารถเอาเงินไปให้โรงพยาบาลได้ในทันที โรงพยาบาลก็สามารถที่จะเริ่มทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับให้แม่ผมได้เลย จากสถานการณ์ของแม่ผมในตอนนี้ คงจะทนได้อีกไม่นาน” “ฉันไม่สนใจ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเอง คุณก็ไปหาทางเอาเอง” ในทันใดหวางหนันหนันก็ร้องเริ่มร้องไห้เสียงดัง น้ำตาไหลนอง “ภายในเวลาสั้นๆผมจะไปหาเงินสองแสนมาจากไหน?” เฉินตงรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะระเบิดออกมาแล้ว กึ่งหนึ่งคือการขอร้อง “หนันหนัน ช่วยผมครั้งหนึ่ง ขอคืนมาเถอะนะ แม่ของผมยังรอเงินสองแสนนั่นมาช่วยชีวิตอยู่นะ!” “เฉินตง! เงินนั่นให้แม่ฉันไปแล้ว ฉันไม่มีทางที่จะไปขอกลับมา” หวางหนันหนันร้องไห้ไปแล้วทรุดนั่งลงบนพื้น ทั้งน้ำมูกทั้งน้ำตาไหลออกมา “แม่ของคุณก็กำลังจะตายอยู่แล้ว คุณยังจะเอาเงินไปผลาญทิ้งที่โรงพยาบาลอีก ตกลงคุณเคยคิดถึงครอบครัวพวกเราบ้างหรือเปล่า?” ร่างกายของเฉินตงสั่น ความโกรธมากระจุกรวมกันอยู่ที่ลำคอของเขา เขาหยิบโทรศัพท์ของหวางหนันหนันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “คุณไม่โทร ผมโทร!” ไม่รอให้หวางหนันหนันขัดขวาง สายโทรออกก็โดนรับสาย “แม่ครับ หนันหนันเพิ่งจะให้เงินแม่ไปสองแสนใช่ไหมครับ?” เฉินตงขอร้อง “ขอร้องล่ะครับช่วยคืนเงินสองแสนให้ผมได้ไหม นั่นเป็นเงินที่จะใช้รักษาแม่ผม แม่ผมท่านยังรอรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่นะครับ” อีกฝั่งของสาย อยู่แม่ยายก็ตวาดขึ้น “เฉินตงแกพูดจาบ้าบออะไรออกมา? เงินนั่นเป็นเงินที่หนันหนันแสดงความกตัญญูต่อพวกเรา แกยังมีหน้าจะมาขอเงินกลับไปอีก? ในตอนนั้นหนันหนันอยากจะแต่งงานกับแก พวกเราก็ไม่เห็นด้วย จากสภาพของแก ก็เป็นเพราะหนันหนันหน้ามืดตามัวถึงได้ยอมแต่งงานกับแก” “ในตอนนี้หนักกว่านั้นอีก หนันหนันมีใจอยากจะกตัญญูต่อพ่อแม่ เอาเงินมาให้พวกเราสองคนใช้ ชายหงส์(ผู้ชายที่เกิดในบ้านยากจนและเข้ามหาวิทยาลัยโดยความพยายาม จบเรียนแล้วก็ดำเนินชีวิตที่เมือง)อย่างแกยังกล้าที่จะบากหน้ามาขอเงินกลับไป ฉันจะบอกแกให้นะ หวางเห้ากำลังจะแต่งงานแล้ว เงินนั่นพวกเราเตรียมจะเอาไปวางดาวน์ค่าบ้านงวดแรกให้หวางเห้า อยากได้เงิน? แค่แดงเดียวก็ไม่มี!” ปัง! สายตัดไปแล้ว เฉินตงแน่นิ่งไป แม่ยายนี่ฟังในสิ่งที่ฉันพูดไม่เข้าใจหรือยังไง? “เฉินตง คุณเป็นบ้าเหรอ?” หวางหนันหนันกระชากคอเสื้อของเฉินตงราวกับคนบ้า “คุณทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ลงไปได้ยังไง ฉันเอาเงินไปให้พ่อแม่ฉัน ทำไมคุณต้องทำเหมือนมันฟ้ามันจะผ่าลงมาให้ได้?” เฉินตงมองหวางหนันหนันอย่างหดหู่ ดวงตาแดงก่ำ “ในสายตาของพวกคุณ ชีวิตของแม่ผม ยังไม่มีค่าเท่ากับเงินดาวน์บ้านงวดแรกของน้องชายคุณอย่างนั้นเหรอ?” “ไร้สาระ!” หวางหนันหนันปล่อยมือจากเฉินตง หยิบของในห้องขึ้นมาแล้วก็เขวี้ยงปาข้าวของจนเละเทะ ในพริบตา ห้องรับแขกก็รกและยุ่งเหยิงไปหมด หวางหนันหนันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา “เฉินตงคุณมันคนใจดำ ตอนนั้นทำไมฉันถึงได้แต่งงานกับคุณนะ เพื่อแม่ของคุณ คุณทุ่มเททิ้งเงินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว? ฉันยอมอดทนลำบากมากับคุณ แม้แต่บ้านที่อยู่ก็ต้องเช่า คุณเคยสงสารฉันบ้างไหม? เสี่ยวเห้าเป็นน้องชายของฉัน แล้วก็เป็นน้องของคุณด้วย เขากำลังจะแต่งงานแล้ว ฉันเป็นถึงพี่สาว จะช่วยฉันบ้าง ไม่ได้เลยเหรอ?” “ช่วยคุณสักครั้ง?” เฉินตงโมโหสุดขีด “พวกเราแต่งงานกันมาสามปี คุณช่วยหวางเห้าไอ้สวะนั่นไปตั้งเท่ากี่ครั้งแล้ว? ไอ้สวะหวางเห้ามัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบจนชีวิตไม่ก้าวหน้า ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านเกาะพ่อแม่กิน ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะพวกคุณ!” “อย่ามาพูดถึงน้องชายฉันแบบนั้นนะ!” หวางหนันหนันใบหน้าบิดเบี้ยว ยืนชี้หน้าเฉินตงด้วยท่าทางป่าเถื่อนพร้อมพูดข่มขู่ เฉินตงพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ทำไมถึงจะพูดไม่ได้? เรียนมหาลัยก็ไปทำคนอื่นท้อง เงินที่ชดใช้ก็เป็นเงินของผม เขาอยากจะซื้อรถก็เป็นผมที่จ่ายเงินซื้อให้เขา ในสามปีนี้ทั้งในที่ลับและที่แจ้งผมจ่ายเงินให้เขาไปตั้งเท่าไหร่? คุณมันปีศาจฝูตี้(ผู้หญิงที่มีน้องชายและต้องช่วยน้องชายในทุกด้านเพราะพ่อแม่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว) คุณต่างหากที่ไม่เคยคิดถึงครอบครัวของเรา!” “กรี๊ด! แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ” หวางหนันหนันหวีดร้องออกมาเสียงแหลม “แกหมายความว่ายังไง? แกไม่อยากจะอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม?” “พวกคุณเอาเงินที่จะใช้รักษาแม่ผมไปซื้อบ้านให้ไอ้สวะ ไม่สนใจไยดีแม่ผม คนที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันต่อมันเป็นคุณต่างหาก!” เฉินตงยักไหล่ พูดออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “หย่ากันเถอะ!” หวางหนันหนันนิ่งไปในทันที “มึง มึงพูดว่าอะไรนะ?” แต่งงานมาสามปี ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเฉินตงไม่เคยพูดจาอะไรแบบนี้ออกมา “หย่ากันเถอะ” เฉินตงบอก “แต่งงานกับผมมันทำให้คุณลำบากมาก ผมเองก็ไม่เหมาะกับคุณ ครอบครัวนี้ของคุณ ผมแบกไม่ไหว” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไป เขาไม่ใช่คนที่มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง สามปีที่ผ่านมา แต่ละครั้งที่อดทน ก็เป็นเพราะคิดว่าในตอนนั้นหวางหนันหนันแต่งกับเขา ความจริงแล้วก็นับว่าเธอยอมลดตัวลงมาแต่งกับเขา อีกอย่างหวางหนันหนันก็ยังมีความรู้สึกดีๆต่อเขาบ้าง แต่ว่าครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รอจนเฉินตงออกไปจากบ้านแล้ว ในที่สุดหวางหนันหนันก็ได้สติ เธอรีบพุ่งตัวไปหยิบโทรศัพท์มาโทรหามารดาด้วยความวิตกและไร้สติ ร้องไห้ฟูมฟายแล้วว่าขึ้น “แม่…..เฉินตงอยากจะหย่ากับหนู” “ไอ้ชั่วนั่นอยากจะขอหย่ากับแก?” อีกฝั่งของสาย เสียงตวาดของมารดาดังขึ้น “หย่าก็หย่า! มันก็แค่ไอ้คนจน ยังจะกล้ายกหางตัวเองอวดเบ่ง คิดว่าตัวเองแน่นักนะ! เงินสองแสนสุดท้ายนั่นยังไงก็อยู่ที่พวกเราแล้ว มันจะหย่ากับแก อย่างนั้นก็สงเคราะห์มันไป ให้มันไปนั่งร้องไห้กับแม่แก่ใกล้ตายของมันไปเสีย” ณ ขณะนี้ เวลานี้ เฉินตงออกเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ท้องฟ้าในตอนกลางคืน มีฝนเม็ดเล็กๆโปรยปรายลงมา ทำให้ตัวของเขาเปียกไปทั้งตัว เขาส่ายหัวอย่างกลัดกลุ้ม เอาเท้าเตะน้ำที่ขังนองอยู่ข้างทาง เงิน เงิน เงิน แม่งทะเลาะกันก็เพราะเงิน! ตอนนี้มีเรื่องกับตระกูลหวางจนต่อกันไม่ติดแล้ว กูแม่งจะไปหาเงินสองแสนนั่นมาจากไหนกันวะ? ฝืด……. ในเวลานี้ รถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อมคันหนึ่งก็หยุดลงตรงข้างตัวของเฉินตง กระจกของรถถูกเลื่อนลง ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดราชวงศ์ถังมีมองมาที่เฉินตงด้วยใบหน้าที่แต้มไว้ด้วยรอยยิ้ม “เป็นคุณชายเฉินตงใช่ไหมครับ? เชิญขึ้นรถครับ ไปโรงพยาบาลลี่จิงกับผม” คุณชาย ?! เฉินตงมองชายชราตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง นานนับชั่วขณะหนึ่งที่ชะงักไป ชายชรายิ้มออกมาเล็กน้อย “คุณแม่ของคุณกำลังเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”

Options

not work with dark mode
Reset