Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา – ตอนที่ 282 ท่านหลงเป็นฝ่ายยอมให้เอง

ณ โรงพยาบาลลี่จิง

ภายในห้องวีไอพี

รอบด้านเงียบกริบจนสามารถได้ยินเสียงเข็มหล่น

เครื่องมือตรวจสอบ ส่งเสียงดังต่อเนื่องกันอย่างเป็นระเบียบ

กู้ชิงหยิ่งยกมือขึ้นมาปิดปาก มองท่านหลงที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงผู้ป่วยด้วยสายตาที่ไม่อยากเชื่อ ขอบตาแดงก่ำอย่างห้ามไม่อยู่

ฟ่านลู่ที่ติดตามไปด้วย ก็ตกใจมากไม่แพ้กัน

ในเวลานั้น ท่านหลงนอนนิ่งอยู่บนเตียง ยังอยู่ในสภาพโคม่าไม่รู้สึกตัว

บนหลังของเขา มีรอยฟกช้ำที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน บางแห่งถึงกับเนื้อแตกจนเลือดไหลอาบ แลดูน่ากลัวอย่างยิ่ง

“ลุงหลิว นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่คะ?”

กู้ชิงหยิ่งสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หันไปมอง ผอ. หลิว

ผอ. หลิวสงบสติอารมณ์แล้วพูดว่า “ท่านหลงไม่ได้มีปัญหาที่น่าเป็นห่วงอะไรมากแล้วล่ะ บาดแผลบนตัวของเขา ล้วนเกิดจากการถูกเฆี่ยนตี ผู้ชายคนที่อยู่ด้านนอกนั่นเป็นคนพาท่านหลงมาส่งที่โรงพยาบาล เขาบอกว่าเขาก็ไม่รู้ ว่าใครเป็นคนที่ทำร้ายท่านหลง”

“ถูกเฆี่ยน? !”

ใบหน้าของกู้ชิงหยิ่งถึงกับเผือดสี

ใครกันนะ ที่ลงมืออย่างโหดเหี้ยมกับคนแก่ได้ขนาดนี้?

“แต่คนที่ทำก็ร้ายกาจมากเหมือนกัน คล้ายว่าจะสามารถควบคุมแรงที่ใช้ฟาดได้ทุกตารางนิ้วอย่างแม่นยำมาก เรียกได้ว่า เป็นการลงมือที่ไม่ได้หมายเอาชีวิตของท่านหลง” ผอ.หลิวอดทอดถอนใจไม่ได้

“เสี่ยวลู่ พี่ดูแลท่านหลงก่อนนะ ฉันจะไปถามกูหลังหน่อย”

กู้ชิงหยิ่งหันหลังแล้วเดินออกจากผู้ป่วยไป

ท่านหลงถูกกูหลังนำตัวมาส่งโรงพยาบาลลี่จิง เหตุผลที่ ผอ.หลิวเป็นคนโทรมา ก็เพราะเมื่อครู่นี้เขายังพอมีเวลา ในช่วงระหว่างที่กูหลังกำลังวิ่งวุ่น เพื่อเข็นตัวท่านหลงไปยังห้องฉุกเฉิน

ตอนนี้เฉินตงไม่อยู่ สามัญสำนึกของเธอจึงบอกกู้ชิงหยิ่งไม่หยุดว่า เธอควรเป็นคนรับผิดชอบเรื่องเรื่องนี้

กูหลังนั่งยองๆ อย่างหดหู่อยู่ที่ประตูทางเข้า ยกสองมือขึ้นมากำทึ้งที่ผมจนแน่น รู้สึกผิดอย่างยิ่งและโทษตัวเองไม่หยุด

เมื่อเห็นกู้ชิงหยิ่ง กูหลังก็รีบลุกขึ้นแล้วพูดว่า “คุณหนูกู้ เป็นความผิดของผมเอง ผมไม่ได้ปกป้องท่านหลงให้ดี”

“ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาตามหาคนรับผิดชอบนะ”

กู้ชิงหยิ่งส่ายหน้า “สรุปว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับท่านหลงกันแน่?”

กูหลังส่ายหน้ารัว: “ตอนเที่ยง ท่านหลงบอกผมว่ามีคนมาหาเขา ยังบอกด้วยว่าไม่ให้ผมตามเขาไป จากนั้นก็ออกไปเองตามลำพัง”

“หลังจากรอได้ราว ๆ ครึ่งชั่วโมง จู่ ๆ ท่านหลงก็โทรมาหาผม บอกให้ผมไปรับเขาที่โรงแรม แล้วพาไปส่งโรงพยาบาลที จากนั้นเรื่องก็กลายมาเป็นอย่างนี้แล้วครับ”

“โรงแรม?”

คิ้วของกู้ชิงหยิ่งขมวดมุ่น หรือว่าท่านหลงจะ “เล่นSM” หนักข้อจนเกินไป?

ไม่แปลกที่เธอจะคิดอะไรแบบนั้น นับตั้งแต่ฉินเย่ย้ายมาอยู่ข้าง ๆ บ้าน เธอก็มักได้ยินเฉินตงพูดถึง “การกระทำลับๆล่อๆ” ของฉินเย่กับท่านหลงอยู่หลายครั้ง

ภายใต้ร่างแก่ชรานั้น เก็บงำซ่อนเร้นหัวใจที่ทั้งเกกมะเหรกเกเร มัวเมาลุ่มหลงความดิบเถื่อน และรักอิสระไม่ชอบอยู่ในกรอบ

แต่… นี่ไม่ใช่ว่าออกจะเล่นแรงไปหน่อยแล้วหรอกเหรอ?

กู้ชิงหยิ่งสูดหายใจเข้าลึก ๆ ระงับความคิดที่ทำให้เสียสมาธิ: “รีบไปตรวจสอบที่โรงแรมทันที”

กูหลังพูดอย่างจนใจว่า: “เมื่อครู่ตอนที่ผมไปถึงโรงแรม ผมก็รีบทำการตรวจสอบภายในโรงแรมทันที จนพบว่ามีผู้หญิงคนหนึ่ง ออกมาจากห้องของท่านหลงครับ”

กู้ชิงหยิ่ง: “……”

เธอเริ่มคิดมั่วแบบหลับหูหลับตาแล้วจริงๆ

เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง

เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาตรวจดูเวลา ตอนนี้เฉินตงน่าจะเกือบมาถึงแล้ว

เรื่องแบบนี้ เธอในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง ให้เป็นคนจัดการก็คงดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก

กู้ชิงหยิ่งต่อสายโทรศัพท์ จากนั้นจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เฉินตงฟัง แล้วขอให้เฉินตงรีบมาที่โรงพยาบาลเลยโดยตรง

…………………………..

เมื่อเฉินตงพร้อมด้วยคุนหลุนและฉินเย่มาถึงโรงพยาบาล

กู้ชิงหยิ่งกับกูหลัง ก็รีบออกมาต้อนรับพวกเขา

“ท่านหลงอยู่ที่ไหนเหรอ?”

ท่าทางของเฉินตงเคร่งเครียด สีหน้าบูดบึ้งเล็กน้อย

เมื่อครั้งที่เขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง การปรากฏตัวของท่านหลง เป็นสิ่งที่ช่วยดึงเขากับแม่ออกมาจากความมืดมิดนั้น

หลังจากนั้นมา ท่านหลงก็ยังเป็นทั้งครู และเป็นทั้งเพื่อนที่ดีของเขามาตลอดอีกด้วย

เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น หัวใจของเฉินตงก็คล้ายถูกไฟกองหนึ่งสำทับทันที

“ยังอยู่ในอาการโคม่า แต่เรื่องมันค่อนข้างจะยุ่งยากอยู่สักหน่อย น่าจะเพราะการเล่นที่มันเลยเถิดเกินไป” กู้ชิงหยิ่งพูดในขณะที่คิ้วก็ขมวดมุ่น

“เล่นจนเลยเถิด?” เฉินตงตกตะลึง

หลังจากที่สายตาของกู้ชิงหยิ่งเหลือบไปมองที่ฉินเย่ เฉินตงก็ตระหนักรู้ได้ทันที

“ไปดูท่านหลงก่อนแล้วกัน”

ทั้งหมดพากันเดินเข้าไปในห้องผู้ป่วยพร้อมกัน

เมื่อได้เห็นท่านหลงนอนหมดสติอยู่บนเตียง รูม่านตาของเฉินตงก็ถึงกับหดกระชับไปเลยทีเดียว

ฉินเย่โพล่งอุทานออกมาว่า: “เชร้ด! รสนิยมของท่านหลง เปลี่ยนไปเป็นรุนแรงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะเนี่ย?”

“อย่าพูดจาเหลวไหลน่า!”

เฉินตงเหยียดสายตามองฉินเย่แวบหนึ่ง

กู้ชิงหยิ่งก้มหน้าลง กระซิบว่า : “เป็นกูหลังที่ไปโรงแรมเพื่อพาท่านหลงมาส่งโรงพยาบาล กูหลังรีบตรวจสอบทันทีที่ไปถึง พบผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องของท่านหลง”

เฉินตง: “……”

หรือว่าจะเล่นสนุกจนเลยเถิดแล้วจริงๆ?

“จิ๊ ๆ ๆ… ท่านหลงนี่น๊า ไม่พบแค่สามวันพลันกลายเป็นอื่นซะแล้ว ทำให้ฉันได้ เปลี่ยนแปลงมุมมองด้านใหม่ซะจริง” ฉินเย่ร้องอุทานเสียงดังด้วยท่าทางไร้สำนึก: “อายุก็จนปูนนี้แล้ว ยังกล้าเล่นอะไรไม่แพ้ชายหนุ่มวัยคึกเชียวนะ ฉันที่อายุยังน้อย ยังไม่กล้าเล่นอะไรแบบนี้เลย เขาช่างกล้าเล่นซะจริงเนอะ”

คำพูดประโยคนี้ ทำเอาผู้หญิงหลายคนในห้อง หน้าแดงก่ำไปตาม ๆ กัน

ฉินเสี่ยวเชียนรีบสะกิด ๆ ฉินเย่เบา ๆ เป็นสัญญาณให้เขาหุบปาก

เฉินตงถูจมูก แล้วจู่ ๆ ก็ยกยิ้มเย็นชา: “นายเองก็รู้นี่ว่าตัวเองไม่กล้าเล่น แล้วท่านหลงจะกล้าเล่นใหญ่ขนาดนี้เลยเชียวเหรอ?”

พูดไปพลางจ้องมองไปที่คุนหลุน

คุนหลุนรับรู้ จึงก้าวไปข้างหน้าเพื่อตรวจสอบอาการบาดเจ็บของท่านหลง

จากนั้น คิ้วของเขาก็ค่อย ๆ ขมวดเข้าหากัน

ในเวลานั้นเอง กู้ชิงหยิ่งก็พูดขึ้นว่า “ลุงหลิวบอกว่า คนที่เฆี่ยนท่านหลงสามารถควบคุมแรงของตัวเองได้อย่างแม่นยำ เป็นการลงมือที่ไม่ได้หมายเอาชีวิตของท่านหลง”

เสียงเพิ่งออกจากปากไป

คุนหลุนหันกลับมา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า “ที่จริงแล้ว ท่านหลงอายุก็มากขนาดนี้แล้ว ถ้าต้องการเอาชีวิตเขาจริง ๆ แค่ลงแส้หนัก ๆไม่กี่ครั้งก็เหลือเฟือ บาดแผลพวกนี้ แสดงว่าคนทำสามารถควบคุมแรงได้อย่างแม่นยำมาก ผู้หญิงธรรมดา ๆไม่มีทางออกแรงเฆี่ยนได้อย่างแม่นยำขนาดนี้แน่”

“นั่นแปลว่ามีคนจงใจทำแบบนี้!”

เฉินตงถอนหายใจเฮือก ดวงตาเย็นชาขึ้นมาทันที: “ฉันจะควานหาให้ทั่วเมือง ตามหาคนที่ทำร้ายท่านหลงให้เจอให้ได้”

ด้วยเสียงอันเย็นชานั่น อุณหภูมิในห้องก็ดูเหมือนจะลดลงจนถึงจุดเยือกแข็ง

รอจนทุกคนฟื้นคืนสติดีแล้ว เฉินตงก็หันหลังแล้วเดินออกไป: “คุนหลุน กูหลัง ตามฉันมา เสี่ยวหยิ่งพาเสี่ยวเชียนกลับบ้านไปก่อน ให้ฉินเย่กับฟ่านลู่อยู่ที่โรงพยาบาลนี่แหละ”

สีหน้าของทุกคนพลันเปลี่ยนไป แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา

ทุกคนรู้ดี ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเฉินตงกับท่านหลง

กระทั่งพวกเขา ก็ยังรู้สึกโกรธอยู่ในใจ

แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ถึงกับเอาชีวิตของท่านหลงก็จริง แต่หลังของเขาก็เต็มไปด้วยรอยแส้ สำหรับคนแก่คนหนึ่ง การกระทำแบบนี้ ถือได้ว่าเป็นอาชญากรรมที่ร้ายแรงมาก หากประมาทไปเพียงเล็กน้อย ย่อมเป็นอันตรายถึงชีวิต

หลังจากออกจากโรงพยาบาล

คุนหลุนแนะนำ “คุณชาย คุณต้องการให้ท่านเมิ่งช่วยสืบสวนเรื่องนี้มั้ยครับ?”

“ไม่ต้องหรอก ฉันพอจะรู้แล้วว่า ใครมันเป็นคนทำเรื่องนี้”

เฉินตงส่ายหน้าด้วยท่าทางเย็นชา กัดฟันระงับความโกรธ: “ด้วยทักษะของท่านหลง หากเขาไม่เป็นฝ่ายยอมให้เอง คุนหลุน นายคิดว่านายจะเล่นงานเขาได้ในระยะเวลาอันสั้นขนาดนี้มั้ย?”

คุนหลุนตกใจจนผงะ ยืนนิ่งค้างอยู่กับที่

คำพูดของเฉินตง ทำให้คุนหลุนคล้ายคนโดนน้ำมนต์แล้วรู้สึกตัว ตาสว่างขึ้นมาโดยพลัน

อันที่จริงทักษะของท่านหลงนั้น ไม่อาจนำไปเทียบกับฝีไม้ลายมือของคนหนุ่มสาวทั่วไปได้จริง ๆ นั่นแหละ!

อีกทั้งเฉินตงเอง ก็เคยได้เห็นฝีมือของท่านหลงมากับตาแล้ว

แม้ปากจะเรียกกันว่าคนแก่ แต่ขอแค่เขาพลิกฝ่ามือทีเดียว ก็สามารถตบคนอายุน้อยจนร่วงได้ง่าย ๆ ถ้าไม่เพราะเจ้าตัวยอมให้ ชนิดที่ว่าไม่มีความคิดจะต่อต้าน แม้กระทั่งเป็นผู้ฝึกบู๊ ไม่สิ! แม้กระทั่งคุนหลุน ก็ไม่สามารถเอาชนะท่านหลงได้ง่าย ๆ อย่างแน่นอน!

“แปลว่าเป็นคนใกล้ตัวทำสินะ?”

คุนหลุนสูดลมหายใจเข้าเฮือกหนึ่ง ตอนนี้มีเพียงความเป็นไปได้นี้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นแล้ว

เฉินตงยกยิ้มเย็นชา: “ตระกูลฉินในช่วงสามวันนี้ ก็เหมือนสายน้ำที่กำลังไหลลงสู่ที่ต่ำนั่นล่ะ คุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินนั่น ถูกพ่อบังคับให้ทำได้แค่ต้องเฝ้าดูไฟข้ามฝั่ง ไม่สามารถยื่นมือไปช่วยเหลืออะไรได้ การที่คุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉินจะไม่โกรธเลย นั่นย่อมเป็นการเสแสร้งแน่นอนตอนนี้ฝุ่นผงก็ร่วงหล่นหมดแล้ว ( เปรียบเทียบว่าเรื่องราวสิ้นสุดลงแล้ว ) ตาเฒ่าตายยากนั่น น่าจะเริ่มลิดรอนสิทธิ์อำนาจของหล่อนแล้วล่ะมั้ง?”

คุนหลุนกับกูหลังได้ยินดังนั้น รู้สึกราวกับว่าถูกฟ้าผ่าจนชาไปทั้งร่าง

และในขณะนี้

ทั้งสามเดินออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว

จู่ๆ คุนหลุนก็เห็นเงาร่างร่างหนึ่ง อยู่ที่ริมสวนของโรงพยาบาล รูม่านตาของเขาพลันหดเล็กลงทันที

หมับ!

คุนหลุนยกมือขึ้น แล้วยื่นออกไปคว้าตัวเฉินตงกับกูหลังไว้จนแน่น

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

บทนำ เฉินตงกับหวางหนันหนันแต่งงานกัน3ปี ถูกภรรยาที่ยกน้องชายเป็นหัวแก้วหัวแหวนบีบคั้น แล้วยังถูกดูถูกเหยียดหยาม วันหนึ่งได้กลับตระกูลมหาเศรษฐี เขาสาบานว่าต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา ต้องทำให้คนที่ดูถูกเขาเสียใจกับสิ่งที่ทำ ให้คนที่เหยียดหยามเขาต้องชดใช้อย่างสาสม เรื่องย่อ “ขอโทษครับคุณเฉิน ระยะมะเร็งตับของแม่ของคุณ…..” มองคุณหมอที่อยู่ตรงหน้าส่ายหน้า เฉินตงมึนงงไปชั่วขณะ ในพริบตาดวงตาก็กลายเป็นสีแดง ตั้งแต่เล็กจนโต เขากับแม่พึ่งพาอาศัยกัน เพื่อที่จะส่งให้เขาเรียนหนังสือ แม่ทำงานจนป่วย ไม่ทันที่จะได้สะดวกสบาย ก็ตกลงมาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้แล้ว “คุณหมอ ขอร้องล่ะครับ ช่วยแม่ผมด้วย แค่หนทางสักนิดก็ไม่มีแล้วเหรอครับ?” เสียงของเฉินตงแหบแห้งยังมีเสียงสะอื้นปนอยู่ คุณหมอลังเลอยู่ชั่วครู่ กล่าวขึ้น “ยังมีวิธีสุดท้ายอยู่ ก็คือทำการเปลี่ยนถ่ายตับ ตอนนี้ทางแพทย์มีของอยู่พอดี…..” ชะงักไปชั่วครู่ เขาก็มองเฉินตงตั้งแต่หัวจรดเท้า การรักษาที่ยาวนาน ทำให้เขารู้สถานการณ์ตอนนี้ของเฉินตงดี แต่ เขาก็ยังพูดออกมา “แต่ว่า…..ค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยนะครับ อย่างน้อยๆในช่วงแรกก็ประมาณสองแสน” สองแสน? ดวงตาของเฉินตงวาววับ รีบจับมือของคุณหมอเอาไว้ “รักษา จะต้องรักษานะครับ ผมยังมีอีกสองแสน!” เงินไม่มีแล้วยังหาได้ แต่ว่าไม่มีแม่แล้ว ก็ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว “อย่างนั้นคุณก็รีบๆรวบรวมเงิน ถ้าเกิดว่ายังประวิงเวลาออกไปอีก วิธีปลูกถ่ายตับก็หมดหนทางแล้ว” นายแพทย์พยักหน้า ถอนหายใจครั้งหนึ่งแล้วก็หมุนตัวจากไป เดินออกมาจากโรงพยาบาล ท้องฟ้ามีฝนเม็ดเล็กๆโปรยลงมา เฉินตงรีบร้อนกลับบ้าน ภรรยา หวางหนันหนันกำลังนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา แถมในปากยังกินขนมมันฝรั่งทอดอยู่อีกด้วย เธอเหลือบมองเฉินตง หวางหนันหนันว่าขึ้น “แม่ดีขึ้นบ้างไหม?” “หมอบอกว่า ถ้าเกิดว่าสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายตับได้ ก็ยังมีทางรักษา” เฉินตงพูดขึ้นอย่างดีใจราวกับคว้าเอาหญ้ากอสุดท้ายที่ใช้รักษาชีวิตเอาไว้ได้ “ต้องใช้สองแสน ยังดีที่บ้านของเรายังพอมีอยู่ แม่ยังมีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง” พูดไป เขาก็หมุนตัวเข้าไปหยิบเอาบัตรธนาคารในห้อง ในพริบตาสีหน้าของหวานหนันหนันก็เปลี่ยนไป รีบร้องขึ้น “เฉินตง คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เฉินตงเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ราวกับว่านึกอะไรขึ้นได้ หมุนตัวหันกลับมามองหวางหนันหนัน “เงินล่ะ?” หวางหนันหนันวิตกกังวล อึกๆอักๆไม่พูดออกมา “เอาไปให้ที่บ้านคุณอีกแล้วเหรอ?” เฉินตงเลิกคิ้ว รอยยิ้มที่แสดงออกมานั้นช่างดูขมขื่นจนหาอะไรมาเปรียบเทียบไม่ได้ ฝีเท้าของเขาก้าวลงไปนั่งบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง หยิบซองบุหรี่ที่ยับยู่ยี่ออกมา “แช๊ะ” จุดบุหรี่มวนนึงขึ้น ดูดบุหรี่เข้าปอดแรงๆ ทิ้งร่างนอนพาดอยู่บนโซฟา แต่งงานมาสามปี เรื่องซ้ำ ๆเดิม ๆ และมันไม่ใช่ครั้งแรก “หนันหนัน นี่เป็นเงินที่เอาไว้ใช้รักษาแม่ผม” เฉินตงพูดขึ้นอย่างอ่อนล้า “ขอคืนมาได้ไหม?” “ขอคืนมา?” คิ้วของหวางหนันหนันกระตุกขึ้น ตวาดออกมาเสียงแหลม “เฉินตง คุณหมายความว่ายังไง? ฉันเอาเงินเล็กๆน้อยๆไปแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ฉัน จะมีหน้าที่ไหนไปขอกลับมาห้ะ?” เฉินตงข่มสีหน้าและอารมณ์ให้เย็นลง แล้วว่าขึ้น “โรงพยาบาลบอกว่าตอนนี้มีตับที่เข้ากันได้อยู่พอดี ถ้าสามารถเอาเงินไปให้โรงพยาบาลได้ในทันที โรงพยาบาลก็สามารถที่จะเริ่มทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับให้แม่ผมได้เลย จากสถานการณ์ของแม่ผมในตอนนี้ คงจะทนได้อีกไม่นาน” “ฉันไม่สนใจ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเอง คุณก็ไปหาทางเอาเอง” ในทันใดหวางหนันหนันก็ร้องเริ่มร้องไห้เสียงดัง น้ำตาไหลนอง “ภายในเวลาสั้นๆผมจะไปหาเงินสองแสนมาจากไหน?” เฉินตงรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะระเบิดออกมาแล้ว กึ่งหนึ่งคือการขอร้อง “หนันหนัน ช่วยผมครั้งหนึ่ง ขอคืนมาเถอะนะ แม่ของผมยังรอเงินสองแสนนั่นมาช่วยชีวิตอยู่นะ!” “เฉินตง! เงินนั่นให้แม่ฉันไปแล้ว ฉันไม่มีทางที่จะไปขอกลับมา” หวางหนันหนันร้องไห้ไปแล้วทรุดนั่งลงบนพื้น ทั้งน้ำมูกทั้งน้ำตาไหลออกมา “แม่ของคุณก็กำลังจะตายอยู่แล้ว คุณยังจะเอาเงินไปผลาญทิ้งที่โรงพยาบาลอีก ตกลงคุณเคยคิดถึงครอบครัวพวกเราบ้างหรือเปล่า?” ร่างกายของเฉินตงสั่น ความโกรธมากระจุกรวมกันอยู่ที่ลำคอของเขา เขาหยิบโทรศัพท์ของหวางหนันหนันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “คุณไม่โทร ผมโทร!” ไม่รอให้หวางหนันหนันขัดขวาง สายโทรออกก็โดนรับสาย “แม่ครับ หนันหนันเพิ่งจะให้เงินแม่ไปสองแสนใช่ไหมครับ?” เฉินตงขอร้อง “ขอร้องล่ะครับช่วยคืนเงินสองแสนให้ผมได้ไหม นั่นเป็นเงินที่จะใช้รักษาแม่ผม แม่ผมท่านยังรอรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่นะครับ” อีกฝั่งของสาย อยู่แม่ยายก็ตวาดขึ้น “เฉินตงแกพูดจาบ้าบออะไรออกมา? เงินนั่นเป็นเงินที่หนันหนันแสดงความกตัญญูต่อพวกเรา แกยังมีหน้าจะมาขอเงินกลับไปอีก? ในตอนนั้นหนันหนันอยากจะแต่งงานกับแก พวกเราก็ไม่เห็นด้วย จากสภาพของแก ก็เป็นเพราะหนันหนันหน้ามืดตามัวถึงได้ยอมแต่งงานกับแก” “ในตอนนี้หนักกว่านั้นอีก หนันหนันมีใจอยากจะกตัญญูต่อพ่อแม่ เอาเงินมาให้พวกเราสองคนใช้ ชายหงส์(ผู้ชายที่เกิดในบ้านยากจนและเข้ามหาวิทยาลัยโดยความพยายาม จบเรียนแล้วก็ดำเนินชีวิตที่เมือง)อย่างแกยังกล้าที่จะบากหน้ามาขอเงินกลับไป ฉันจะบอกแกให้นะ หวางเห้ากำลังจะแต่งงานแล้ว เงินนั่นพวกเราเตรียมจะเอาไปวางดาวน์ค่าบ้านงวดแรกให้หวางเห้า อยากได้เงิน? แค่แดงเดียวก็ไม่มี!” ปัง! สายตัดไปแล้ว เฉินตงแน่นิ่งไป แม่ยายนี่ฟังในสิ่งที่ฉันพูดไม่เข้าใจหรือยังไง? “เฉินตง คุณเป็นบ้าเหรอ?” หวางหนันหนันกระชากคอเสื้อของเฉินตงราวกับคนบ้า “คุณทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ลงไปได้ยังไง ฉันเอาเงินไปให้พ่อแม่ฉัน ทำไมคุณต้องทำเหมือนมันฟ้ามันจะผ่าลงมาให้ได้?” เฉินตงมองหวางหนันหนันอย่างหดหู่ ดวงตาแดงก่ำ “ในสายตาของพวกคุณ ชีวิตของแม่ผม ยังไม่มีค่าเท่ากับเงินดาวน์บ้านงวดแรกของน้องชายคุณอย่างนั้นเหรอ?” “ไร้สาระ!” หวางหนันหนันปล่อยมือจากเฉินตง หยิบของในห้องขึ้นมาแล้วก็เขวี้ยงปาข้าวของจนเละเทะ ในพริบตา ห้องรับแขกก็รกและยุ่งเหยิงไปหมด หวางหนันหนันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา “เฉินตงคุณมันคนใจดำ ตอนนั้นทำไมฉันถึงได้แต่งงานกับคุณนะ เพื่อแม่ของคุณ คุณทุ่มเททิ้งเงินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว? ฉันยอมอดทนลำบากมากับคุณ แม้แต่บ้านที่อยู่ก็ต้องเช่า คุณเคยสงสารฉันบ้างไหม? เสี่ยวเห้าเป็นน้องชายของฉัน แล้วก็เป็นน้องของคุณด้วย เขากำลังจะแต่งงานแล้ว ฉันเป็นถึงพี่สาว จะช่วยฉันบ้าง ไม่ได้เลยเหรอ?” “ช่วยคุณสักครั้ง?” เฉินตงโมโหสุดขีด “พวกเราแต่งงานกันมาสามปี คุณช่วยหวางเห้าไอ้สวะนั่นไปตั้งเท่ากี่ครั้งแล้ว? ไอ้สวะหวางเห้ามัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบจนชีวิตไม่ก้าวหน้า ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านเกาะพ่อแม่กิน ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะพวกคุณ!” “อย่ามาพูดถึงน้องชายฉันแบบนั้นนะ!” หวางหนันหนันใบหน้าบิดเบี้ยว ยืนชี้หน้าเฉินตงด้วยท่าทางป่าเถื่อนพร้อมพูดข่มขู่ เฉินตงพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ทำไมถึงจะพูดไม่ได้? เรียนมหาลัยก็ไปทำคนอื่นท้อง เงินที่ชดใช้ก็เป็นเงินของผม เขาอยากจะซื้อรถก็เป็นผมที่จ่ายเงินซื้อให้เขา ในสามปีนี้ทั้งในที่ลับและที่แจ้งผมจ่ายเงินให้เขาไปตั้งเท่าไหร่? คุณมันปีศาจฝูตี้(ผู้หญิงที่มีน้องชายและต้องช่วยน้องชายในทุกด้านเพราะพ่อแม่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว) คุณต่างหากที่ไม่เคยคิดถึงครอบครัวของเรา!” “กรี๊ด! แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ” หวางหนันหนันหวีดร้องออกมาเสียงแหลม “แกหมายความว่ายังไง? แกไม่อยากจะอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม?” “พวกคุณเอาเงินที่จะใช้รักษาแม่ผมไปซื้อบ้านให้ไอ้สวะ ไม่สนใจไยดีแม่ผม คนที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันต่อมันเป็นคุณต่างหาก!” เฉินตงยักไหล่ พูดออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “หย่ากันเถอะ!” หวางหนันหนันนิ่งไปในทันที “มึง มึงพูดว่าอะไรนะ?” แต่งงานมาสามปี ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเฉินตงไม่เคยพูดจาอะไรแบบนี้ออกมา “หย่ากันเถอะ” เฉินตงบอก “แต่งงานกับผมมันทำให้คุณลำบากมาก ผมเองก็ไม่เหมาะกับคุณ ครอบครัวนี้ของคุณ ผมแบกไม่ไหว” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไป เขาไม่ใช่คนที่มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง สามปีที่ผ่านมา แต่ละครั้งที่อดทน ก็เป็นเพราะคิดว่าในตอนนั้นหวางหนันหนันแต่งกับเขา ความจริงแล้วก็นับว่าเธอยอมลดตัวลงมาแต่งกับเขา อีกอย่างหวางหนันหนันก็ยังมีความรู้สึกดีๆต่อเขาบ้าง แต่ว่าครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รอจนเฉินตงออกไปจากบ้านแล้ว ในที่สุดหวางหนันหนันก็ได้สติ เธอรีบพุ่งตัวไปหยิบโทรศัพท์มาโทรหามารดาด้วยความวิตกและไร้สติ ร้องไห้ฟูมฟายแล้วว่าขึ้น “แม่…..เฉินตงอยากจะหย่ากับหนู” “ไอ้ชั่วนั่นอยากจะขอหย่ากับแก?” อีกฝั่งของสาย เสียงตวาดของมารดาดังขึ้น “หย่าก็หย่า! มันก็แค่ไอ้คนจน ยังจะกล้ายกหางตัวเองอวดเบ่ง คิดว่าตัวเองแน่นักนะ! เงินสองแสนสุดท้ายนั่นยังไงก็อยู่ที่พวกเราแล้ว มันจะหย่ากับแก อย่างนั้นก็สงเคราะห์มันไป ให้มันไปนั่งร้องไห้กับแม่แก่ใกล้ตายของมันไปเสีย” ณ ขณะนี้ เวลานี้ เฉินตงออกเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ท้องฟ้าในตอนกลางคืน มีฝนเม็ดเล็กๆโปรยปรายลงมา ทำให้ตัวของเขาเปียกไปทั้งตัว เขาส่ายหัวอย่างกลัดกลุ้ม เอาเท้าเตะน้ำที่ขังนองอยู่ข้างทาง เงิน เงิน เงิน แม่งทะเลาะกันก็เพราะเงิน! ตอนนี้มีเรื่องกับตระกูลหวางจนต่อกันไม่ติดแล้ว กูแม่งจะไปหาเงินสองแสนนั่นมาจากไหนกันวะ? ฝืด……. ในเวลานี้ รถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อมคันหนึ่งก็หยุดลงตรงข้างตัวของเฉินตง กระจกของรถถูกเลื่อนลง ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดราชวงศ์ถังมีมองมาที่เฉินตงด้วยใบหน้าที่แต้มไว้ด้วยรอยยิ้ม “เป็นคุณชายเฉินตงใช่ไหมครับ? เชิญขึ้นรถครับ ไปโรงพยาบาลลี่จิงกับผม” คุณชาย ?! เฉินตงมองชายชราตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง นานนับชั่วขณะหนึ่งที่ชะงักไป ชายชรายิ้มออกมาเล็กน้อย “คุณแม่ของคุณกำลังเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”

Options

not work with dark mode
Reset