Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา – ตอนที่ 321 ธนูหนึ่งนัด

ยายเมิ่ง

ในตำนานโบราณ มีหน้าที่รับผิดชอบเฝ้าดูเเลสะพานหน้ายเหอของนรก

เห็นได้ชัดว่ามันเป็นไปไม่ได้ ที่คนนอกพื้นที่ จะสามารถใช้มันเป็นรหัส

เป็นเช่นนั้นจริงๆ

ท่านหลงพยักหน้า “เป็นคนในพื้นที่ และเป็นผู้หญิง แต่ลึกลับอย่างมาก นายท่านได้ใช้หน่อยข่าวกรองของตระกูลเฉินไปสืบ ในเวลาเดียวกันก็ได้เชื่อมโยงไปยังตระกูลจางตระกูลฉู่ทั้งสองตระกูลในเมืองหลวง แต่ข้อมูลของตระกูลฉินกับตระกูลจูเก่อในซีสู่ ล้วนตรวจสอบไม่ได้เลย”

เฉินตงไม่แปลกใจเลย

ในดาร์กเว็บเต็มไปด้วยเลือดและความมืด

มีนักฆ่าจำนวนนับไม่ถ้วนในองค์กรhidden killers และมีอันดับยมราชนับร้อยคน คนเหล่านี้คือมือสังหารที่เปื้อนเลือดในดาร์กเว็บ

แต่เมื่อกลับสู่ชีวิตปกติ สุดท้ายก็จะปรากฏตัวในฐานะคนธรรมดา

คาดว่าก็คงมีไม่กี่คนที่จะยอมบอกในที่สาธารณะ ว่าตัวเองนั้นเป็นนักฆ่าที่มือเปื้อนไปด้วยเลือดหรอกมั้ง?

“คุณว่า เธอจะมาหาผมมั้ย?”

เมื่อเฉินตงคิดย้อนกลับไปในใจยังคงมีความกลัวอยู่เลย อันดับยมราชเป็นรายชื่อหนึ่งร้อยอันดับแรกขององค์กรhidden killersคนที่สามารถฆ่านักฆ่าอันดับยมราชได้ต้องเป็นนักฆ่ามือพระกาฬจริงๆ

จากความสามารถของคุนหลุน ก็พอจะดูอะไรออกบ้าง

ยิ่งไปกว่านั้น อันดับของยายเมิ่งคนนี้ อยู่ในอันดับที่ยี่สิบ สูงกว่าคุนหลุนสองขั้น!

ตอนนี้คุนหลุนยังนอนอยู่ในโรงพยาบาล เฉินตงนั้นไม่มีความมั่นใจเลย

ไม่ ต่อให้คุนหลุนจะอยู่ข้างกายเขา เขาก็ไม่มีความมั่นใจเพียงพอ

“น่าจะมา” ท่านหลงที่มีสีหน้าที่หนักใจ ไม่ได้เลือกที่จะปลอบหรือให้กำลังใจเฉินตงในเรื่องนี้ ถึงขนาดได้นิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อ “บางที เบื้องหลังยังมีอันดับยมราชอีกมากปรากฏตัวออกมาอีก ยิ่งยืดเวลานาน ก็จะยิ่งมากขึ้น นี่ถือเป็นการแข่งขันและท้าทายชนิดหนึ่ง”

“แข่งขันฆ่าคน?”

เฉินตงเข้าใจทันที มันก็เหมือนกับการสอบ ตราบใดที่เขายังมีชีวิตอยู่ เหล่านักฆ่าที่ล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า ในทางกลับกันมันจะไปกระตุ้นนักฆ่าที่มีใจอยากจะชนะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

และจะมีนักฆ่าหนึ่งร้อยอันดับแรกตามมาอีก ยิ่งอยู่ก็ยิ่งจะมากขึ้น

มีเพียงคนที่ทำข้อสอบได้จริงๆ ถึงจะสามารถโอ้อวดกับนักฆ่าคนอื่นๆที่ทำข้อสอบไม่ได้อย่างภาคภูมิใจ

หลังจากที่เข้าใจแล้ว เฉินตงยิ้มอย่างขมขื่น ถูคางไปครู่นึ่ง กล่าวด้วยสายตาที่ลึกๆ “ท่านหลง ผมรู้สึกเหมือนว่าตัวเองนั้นถูกผูกอยู่ในเงื่อนตาย มันค่อยๆรัดผมให้ตายอย่างช้าๆ”

“คุณชายทำใจให้สบาย มันต้องมีโอกาสพลิกสถานการณ์อย่างแน่นอน”

แม้ท่านหลงจะปลอบให้กำลังใจ แต่สีหน้าที่เศร้าและมืดมน กลับได้แสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาอย่างชัดเจน

เฉินตงบิดขี้เกียจ “อืม ดึกแล้ว ท่านหลงไปพักผ่อนเถอะ ผมก็จะกลับไปนอนแล้ว”

กลับมาถึงที่ห้องนอน

เฉินตงไม่ได้นอนลงไปทันที แต่ได้หยิบโทรศัพท์ออกมา ค้นหาเบอร์ของกู้ชิงหยิ่ง

ลังเลไปครู่หนึ่ง แล้วเขาก็ได้เปิดไปที่หน้าวีแชทของกู้ชิงหยิ่ง แต่แล้ว…………ก็ยังคงลังเล

ตอนนี้ สิ่งเดียวที่เขาคิดว่าจะสามารถปลอบใจตัวเองได้ ก็มีเพียงแต่ภรรยาของตัวเองแล้ว

แต่เขาหลอกให้กู้ชิงหยิ่งจากไป ก็เพราะไม่อยากให้เธอเข้ามาเกี่ยวข้องกับวังวนนี้

หากเวลานี้ติดต่อกับเธอ ไม่เท่ากับเปิดเผยด้วยตัวเอง?

คิดไปสักพักใหญ่

เฉินตงส่ายหัว “ช่างเถอะ หากยัยโง่รู้เรื่องสถานการณ์ในตอนนี้ ต้องกลับอยู่เป็นเพื่อนฉันอย่างแน่นอน ตอนนี้ฉันติดต่อเธอ ก็เท่ากับร้ายเธอ”

ขณะที่กำลังจะวางโทรศัพท์ ข้อความในวีแชทก็ดังขึ้นมาทันที

เมื่อหยิบขึ้นมาดู เฉินตงตะลึงไปทันที

ข้อความ เป็นกู้ชิงหยิ่งที่ส่งมา

เนื้อหากะทัดรัด

“ที่รัก ฉันกับพี่เสี่ยวลู่ถึงแล้ว”

ในขณะที่เฉินตงกำลังเหม่อลอยอยู่ กู้ชิงหยิ่งก็ได้ส่งข้อความมาอีก

“เรื่องของคุณจัดการไปถึงไหนแล้ว? เป็นเรื่องเล็กจริงๆเหรอ? ห้ามโกหกฉันนะ! ไม่เช่นนั้นฉันจะทุบคุณ! (อิโมจิหน้าดุ)”

เฉินตงเห็นข้อความและรูปอิโมจิ เฉินตงถึงขนาดจินตนาการภาพที่กู้ชิงหยิ่งทำหน้าดุ

ความอบอุ่นเกิดขึ้นในใจอย่างเงียบๆ

ดูเหมือนว่าความกังวลในใจก็หายไปไม่น้อย

เขาตอบกลับอย่างรวดเร็ว “กำลังจัดการอยู่น่ะ วางใจเถอะ เรื่องเล็กจริงๆ ผมได้สาบานไปแล้วไม่ใช่เหรอ จะหลอกคุณได้ยังไง?”

ในไม่ช้า กู้ชิงหยิ่งก็ตอบข้อความกลับ

“อืม เชื่อคุณนะ คุณก็จัดการธุระดีๆล่ะ ฉันไม่รบกวนคุณแล้ว อย่าลืมคิดถึงฉันนะ ตอนนี้ฉันรู้สึกคิดถึงคุณแล้ว(อิโมจิรูปหัวใจ)ราตรีสวัสดิ์”

เฉินตงอดไม่ได้ที่จะยิ้มขึ้นมา “ราตรีสวัสดิ์”

วางโทรศัพท์ลง เขาพิงอยู่บนเก้าอี้ สองมือหนุนอยู่ตรงท้ายทอย

การสนทนาเพียงไม่กี่ประโยค กลับทำให้เขาผ่อนคลายไปมาก

มีคำปลอบใจและกำลังใจของภรรยา ไม่ว่าเรื่องจะใหญ่แค่ไหนมันก็เป็นเรื่องเล็ก

หลังจากหาวไปหนึ่งที เฉินตงก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ จากนั้นก็จะมานอนหลับพักผ่อน

แต่ในขณะที่เขาลุกขึ้นนั้น

ลมเย็นได้พัดเข้ามาในห้องนอน

ตอนนี้ก็เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ลมในเวลาสี่ทุ่มกว่า เต็มไปด้วยความหนาวเย็น

เฉินตงหันหลังเพื่อจะไปปิดหน้าต่าง แต่ในขณะที่เขาเดินเข้าไปตรงหน้าต่าง

ฉูบ!

ทันใดนั้นเสียงลมแตกที่แสบหูก็ดังขึ้น

เฉินตงมีสีหน้าที่หนักใจ หนังหัวชาในพริบตา ให้ความรู้สึกถึงความอันตรายที่รุนแรง

ด้วยสัญชาตญาณ เขาขยับร่างกาย ไปพิงอยู่กำแพงที่ใกล้กับหน้าต่าง

ในเวลาเดียวกัน ลูกธนูที่ส่องแสงเย็นยะเยือกราวกับสายฟ้า เฉียดผ่านไปต่อหน้าต่อตาเขา ไปกระทบกับผนังหน้าต่างโดยตรง!

แรงและหนัก ถึงขั้นเกิดเสียง “ตูบ!” ดังขึ้นมาหนึ่งที ขนของลูกธนูสั่นอย่างรุนแรง

เพียงนิดเดียว!

สีหน้าท่าทางของเฉินตงเปลี่ยนไปอย่างมาก

หัวใจเต้นเร็ว ราวกับว่าหัวใจเกือบจะหลุดออกมาด้านนอก

กำลังจะตะโกนเรียกบอดี้การ์ด ทันใดนั้น สายตาของเขาเหลือบเห็นลูกธนูที่สั่นอยู่บนกำแพงเสียบจดหมายไว้หนึ่งแผ่น

เห็นตัวหนังสือที่อยู่ข้างบนอย่างเลือนราง

สีหน้าของเฉินตงจริงจังมาก ทันใดนั้นก็หันไป ปิดหน้าต่างอย่างรวดเร็ว

จากนั้นก็กลิ้งลงไปบนพื้น ไปถึงด้านใต้ลูกธนู ยื่นมือขึ้นไป ทันใดนั้น “เซอร์คัมเฟลกซา” ก็พุ่งออกมาจากกล่องโลหะที่ผูกติดไว้กับข้อมือได้พันลูกธนูไว้อย่างแน่นๆ

ใช้แรงในการกระชาก ลูกธนูก็หล่นลงมาในมือตัวเอง

ดึงจดหมายที่อยู่บนลูกธนูลงมา เฉินตงเปิดออกมาดู ทันใดนั้นก็โกรธจนลูกตาแทบจะกระเด็นออกมา

ความหนาวเย็นที่น่ากลัว พริบตาเดียวจากฝ่าเท้าขึ้นมาที่หัวทันที ราวกับห้อยอยู่ในถ้ำน้ำแข็ง

ตัวอักษรบนจดหมายมีความสวยงาม แต่กลับแฝงไปด้วยความเฉียบขาด

สิ่งที่รู้สึกแปลกมาก ความสวยงามกับความเฉียบขาดที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่กลับมารวมอยู่ด้วยกัน

แต่ในเนื้อหากลับเขียนว่า

“แท่นหินขนาดใหญ่หลังป่าไผ่ ไม่ได้ป้องกัน? ฆ่าแกง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ อนุญาตให้แกป้องกันตัวได้ ! คราวหน้าค่อยฆ่าแก!”

ผู้ลงนาม ยายเมิ่ง!

เมื่อเห็นชื่อคนลงนาม สมองของเฉินตงก็ระเบิดขึ้นด้วยเสียงโครมคราม

มาเร็วขนาดนี้เลย?

แล้วมองดูตัวอักษรที่อยู่บนจดหมายทีละตัว เขาถึงขนาดสามารถรับรู้ได้ถึงความเย้ยหยันและความดูถูก

ลูกธนูนัดเมื่อกี้

ยายเมิ่งสามารถฆ่าเขาด้วยการโจมตีอย่างลับๆได้เลย!

ในทางตรงกันข้าม ยายเมิ่งกลับไม่ฆ่าเขา แต่ใช้ลูกธนูกับจดหมายในการเตือนเขา!

นี่มันไม่ใช่ความหวังดีของยายเมิ่ง แต่มันคือการเหยียบหยามที่คิดว่าตัวเองสูงส่ง และมั่นใจความสามารถในการฆ่าของตัวเอง

เธอรู้สึกว่าการฆ่าฉัน เป็นเรื่องที่สบายมาก!

เฉินตงหัวใจเย็นวาบ ขนลุกซู่ขึ้นมาทั้งตัว

ในความงุนงง เขานึกถึงที่ตั้งของลานป่าไผ่

ตัวคลับสี่ยิ่นก็สร้างขึ้นมาโดยใกล้ภูเขาและลำธาร ลานป่าไผ่นี้เป็นลานป่าไผ่ที่พิเศษ เงียบสงบ

แต่ด้านหลัง กลับเป็นหินผาแห่งหนึ่ง และมีโขดหินยื่นออกไปทั้งสองข้าง แสดงถึงแนวการล้อมรอบ ได้ล้อมป่าไผ่และคลับสี่เย่นไว้ด้านใน

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ดวงตาของเฉินตงก็เปล่งแสง และเขามองไปทางหน้าต่างที่ถูกปิดแน่น ในทิศทางนั้น มีหินผายื่นออกไปอยู่พอดี

เวลานี้ ยายเมิ่งอาจจะยืนอยู่บนหินผา ใช้สายตาแบบที่มองคนตาย มองมาทางนี้?

สูดลมหายใจเข้าลึกๆ จู่ๆ เฉินตงก็มีความกล้าหาญอย่างแปลกประหลาดเกิดขึ้น

เขาลุกขึ้น เดินไปตรงหน้าต่าง เปิดหน้าต่างออกหน้าไม่ลังเล………..

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

บทนำ เฉินตงกับหวางหนันหนันแต่งงานกัน3ปี ถูกภรรยาที่ยกน้องชายเป็นหัวแก้วหัวแหวนบีบคั้น แล้วยังถูกดูถูกเหยียดหยาม วันหนึ่งได้กลับตระกูลมหาเศรษฐี เขาสาบานว่าต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา ต้องทำให้คนที่ดูถูกเขาเสียใจกับสิ่งที่ทำ ให้คนที่เหยียดหยามเขาต้องชดใช้อย่างสาสม เรื่องย่อ “ขอโทษครับคุณเฉิน ระยะมะเร็งตับของแม่ของคุณ…..” มองคุณหมอที่อยู่ตรงหน้าส่ายหน้า เฉินตงมึนงงไปชั่วขณะ ในพริบตาดวงตาก็กลายเป็นสีแดง ตั้งแต่เล็กจนโต เขากับแม่พึ่งพาอาศัยกัน เพื่อที่จะส่งให้เขาเรียนหนังสือ แม่ทำงานจนป่วย ไม่ทันที่จะได้สะดวกสบาย ก็ตกลงมาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้แล้ว “คุณหมอ ขอร้องล่ะครับ ช่วยแม่ผมด้วย แค่หนทางสักนิดก็ไม่มีแล้วเหรอครับ?” เสียงของเฉินตงแหบแห้งยังมีเสียงสะอื้นปนอยู่ คุณหมอลังเลอยู่ชั่วครู่ กล่าวขึ้น “ยังมีวิธีสุดท้ายอยู่ ก็คือทำการเปลี่ยนถ่ายตับ ตอนนี้ทางแพทย์มีของอยู่พอดี…..” ชะงักไปชั่วครู่ เขาก็มองเฉินตงตั้งแต่หัวจรดเท้า การรักษาที่ยาวนาน ทำให้เขารู้สถานการณ์ตอนนี้ของเฉินตงดี แต่ เขาก็ยังพูดออกมา “แต่ว่า…..ค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยนะครับ อย่างน้อยๆในช่วงแรกก็ประมาณสองแสน” สองแสน? ดวงตาของเฉินตงวาววับ รีบจับมือของคุณหมอเอาไว้ “รักษา จะต้องรักษานะครับ ผมยังมีอีกสองแสน!” เงินไม่มีแล้วยังหาได้ แต่ว่าไม่มีแม่แล้ว ก็ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว “อย่างนั้นคุณก็รีบๆรวบรวมเงิน ถ้าเกิดว่ายังประวิงเวลาออกไปอีก วิธีปลูกถ่ายตับก็หมดหนทางแล้ว” นายแพทย์พยักหน้า ถอนหายใจครั้งหนึ่งแล้วก็หมุนตัวจากไป เดินออกมาจากโรงพยาบาล ท้องฟ้ามีฝนเม็ดเล็กๆโปรยลงมา เฉินตงรีบร้อนกลับบ้าน ภรรยา หวางหนันหนันกำลังนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา แถมในปากยังกินขนมมันฝรั่งทอดอยู่อีกด้วย เธอเหลือบมองเฉินตง หวางหนันหนันว่าขึ้น “แม่ดีขึ้นบ้างไหม?” “หมอบอกว่า ถ้าเกิดว่าสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายตับได้ ก็ยังมีทางรักษา” เฉินตงพูดขึ้นอย่างดีใจราวกับคว้าเอาหญ้ากอสุดท้ายที่ใช้รักษาชีวิตเอาไว้ได้ “ต้องใช้สองแสน ยังดีที่บ้านของเรายังพอมีอยู่ แม่ยังมีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง” พูดไป เขาก็หมุนตัวเข้าไปหยิบเอาบัตรธนาคารในห้อง ในพริบตาสีหน้าของหวานหนันหนันก็เปลี่ยนไป รีบร้องขึ้น “เฉินตง คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เฉินตงเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ราวกับว่านึกอะไรขึ้นได้ หมุนตัวหันกลับมามองหวางหนันหนัน “เงินล่ะ?” หวางหนันหนันวิตกกังวล อึกๆอักๆไม่พูดออกมา “เอาไปให้ที่บ้านคุณอีกแล้วเหรอ?” เฉินตงเลิกคิ้ว รอยยิ้มที่แสดงออกมานั้นช่างดูขมขื่นจนหาอะไรมาเปรียบเทียบไม่ได้ ฝีเท้าของเขาก้าวลงไปนั่งบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง หยิบซองบุหรี่ที่ยับยู่ยี่ออกมา “แช๊ะ” จุดบุหรี่มวนนึงขึ้น ดูดบุหรี่เข้าปอดแรงๆ ทิ้งร่างนอนพาดอยู่บนโซฟา แต่งงานมาสามปี เรื่องซ้ำ ๆเดิม ๆ และมันไม่ใช่ครั้งแรก “หนันหนัน นี่เป็นเงินที่เอาไว้ใช้รักษาแม่ผม” เฉินตงพูดขึ้นอย่างอ่อนล้า “ขอคืนมาได้ไหม?” “ขอคืนมา?” คิ้วของหวางหนันหนันกระตุกขึ้น ตวาดออกมาเสียงแหลม “เฉินตง คุณหมายความว่ายังไง? ฉันเอาเงินเล็กๆน้อยๆไปแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ฉัน จะมีหน้าที่ไหนไปขอกลับมาห้ะ?” เฉินตงข่มสีหน้าและอารมณ์ให้เย็นลง แล้วว่าขึ้น “โรงพยาบาลบอกว่าตอนนี้มีตับที่เข้ากันได้อยู่พอดี ถ้าสามารถเอาเงินไปให้โรงพยาบาลได้ในทันที โรงพยาบาลก็สามารถที่จะเริ่มทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับให้แม่ผมได้เลย จากสถานการณ์ของแม่ผมในตอนนี้ คงจะทนได้อีกไม่นาน” “ฉันไม่สนใจ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเอง คุณก็ไปหาทางเอาเอง” ในทันใดหวางหนันหนันก็ร้องเริ่มร้องไห้เสียงดัง น้ำตาไหลนอง “ภายในเวลาสั้นๆผมจะไปหาเงินสองแสนมาจากไหน?” เฉินตงรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะระเบิดออกมาแล้ว กึ่งหนึ่งคือการขอร้อง “หนันหนัน ช่วยผมครั้งหนึ่ง ขอคืนมาเถอะนะ แม่ของผมยังรอเงินสองแสนนั่นมาช่วยชีวิตอยู่นะ!” “เฉินตง! เงินนั่นให้แม่ฉันไปแล้ว ฉันไม่มีทางที่จะไปขอกลับมา” หวางหนันหนันร้องไห้ไปแล้วทรุดนั่งลงบนพื้น ทั้งน้ำมูกทั้งน้ำตาไหลออกมา “แม่ของคุณก็กำลังจะตายอยู่แล้ว คุณยังจะเอาเงินไปผลาญทิ้งที่โรงพยาบาลอีก ตกลงคุณเคยคิดถึงครอบครัวพวกเราบ้างหรือเปล่า?” ร่างกายของเฉินตงสั่น ความโกรธมากระจุกรวมกันอยู่ที่ลำคอของเขา เขาหยิบโทรศัพท์ของหวางหนันหนันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “คุณไม่โทร ผมโทร!” ไม่รอให้หวางหนันหนันขัดขวาง สายโทรออกก็โดนรับสาย “แม่ครับ หนันหนันเพิ่งจะให้เงินแม่ไปสองแสนใช่ไหมครับ?” เฉินตงขอร้อง “ขอร้องล่ะครับช่วยคืนเงินสองแสนให้ผมได้ไหม นั่นเป็นเงินที่จะใช้รักษาแม่ผม แม่ผมท่านยังรอรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่นะครับ” อีกฝั่งของสาย อยู่แม่ยายก็ตวาดขึ้น “เฉินตงแกพูดจาบ้าบออะไรออกมา? เงินนั่นเป็นเงินที่หนันหนันแสดงความกตัญญูต่อพวกเรา แกยังมีหน้าจะมาขอเงินกลับไปอีก? ในตอนนั้นหนันหนันอยากจะแต่งงานกับแก พวกเราก็ไม่เห็นด้วย จากสภาพของแก ก็เป็นเพราะหนันหนันหน้ามืดตามัวถึงได้ยอมแต่งงานกับแก” “ในตอนนี้หนักกว่านั้นอีก หนันหนันมีใจอยากจะกตัญญูต่อพ่อแม่ เอาเงินมาให้พวกเราสองคนใช้ ชายหงส์(ผู้ชายที่เกิดในบ้านยากจนและเข้ามหาวิทยาลัยโดยความพยายาม จบเรียนแล้วก็ดำเนินชีวิตที่เมือง)อย่างแกยังกล้าที่จะบากหน้ามาขอเงินกลับไป ฉันจะบอกแกให้นะ หวางเห้ากำลังจะแต่งงานแล้ว เงินนั่นพวกเราเตรียมจะเอาไปวางดาวน์ค่าบ้านงวดแรกให้หวางเห้า อยากได้เงิน? แค่แดงเดียวก็ไม่มี!” ปัง! สายตัดไปแล้ว เฉินตงแน่นิ่งไป แม่ยายนี่ฟังในสิ่งที่ฉันพูดไม่เข้าใจหรือยังไง? “เฉินตง คุณเป็นบ้าเหรอ?” หวางหนันหนันกระชากคอเสื้อของเฉินตงราวกับคนบ้า “คุณทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ลงไปได้ยังไง ฉันเอาเงินไปให้พ่อแม่ฉัน ทำไมคุณต้องทำเหมือนมันฟ้ามันจะผ่าลงมาให้ได้?” เฉินตงมองหวางหนันหนันอย่างหดหู่ ดวงตาแดงก่ำ “ในสายตาของพวกคุณ ชีวิตของแม่ผม ยังไม่มีค่าเท่ากับเงินดาวน์บ้านงวดแรกของน้องชายคุณอย่างนั้นเหรอ?” “ไร้สาระ!” หวางหนันหนันปล่อยมือจากเฉินตง หยิบของในห้องขึ้นมาแล้วก็เขวี้ยงปาข้าวของจนเละเทะ ในพริบตา ห้องรับแขกก็รกและยุ่งเหยิงไปหมด หวางหนันหนันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา “เฉินตงคุณมันคนใจดำ ตอนนั้นทำไมฉันถึงได้แต่งงานกับคุณนะ เพื่อแม่ของคุณ คุณทุ่มเททิ้งเงินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว? ฉันยอมอดทนลำบากมากับคุณ แม้แต่บ้านที่อยู่ก็ต้องเช่า คุณเคยสงสารฉันบ้างไหม? เสี่ยวเห้าเป็นน้องชายของฉัน แล้วก็เป็นน้องของคุณด้วย เขากำลังจะแต่งงานแล้ว ฉันเป็นถึงพี่สาว จะช่วยฉันบ้าง ไม่ได้เลยเหรอ?” “ช่วยคุณสักครั้ง?” เฉินตงโมโหสุดขีด “พวกเราแต่งงานกันมาสามปี คุณช่วยหวางเห้าไอ้สวะนั่นไปตั้งเท่ากี่ครั้งแล้ว? ไอ้สวะหวางเห้ามัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบจนชีวิตไม่ก้าวหน้า ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านเกาะพ่อแม่กิน ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะพวกคุณ!” “อย่ามาพูดถึงน้องชายฉันแบบนั้นนะ!” หวางหนันหนันใบหน้าบิดเบี้ยว ยืนชี้หน้าเฉินตงด้วยท่าทางป่าเถื่อนพร้อมพูดข่มขู่ เฉินตงพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ทำไมถึงจะพูดไม่ได้? เรียนมหาลัยก็ไปทำคนอื่นท้อง เงินที่ชดใช้ก็เป็นเงินของผม เขาอยากจะซื้อรถก็เป็นผมที่จ่ายเงินซื้อให้เขา ในสามปีนี้ทั้งในที่ลับและที่แจ้งผมจ่ายเงินให้เขาไปตั้งเท่าไหร่? คุณมันปีศาจฝูตี้(ผู้หญิงที่มีน้องชายและต้องช่วยน้องชายในทุกด้านเพราะพ่อแม่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว) คุณต่างหากที่ไม่เคยคิดถึงครอบครัวของเรา!” “กรี๊ด! แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ” หวางหนันหนันหวีดร้องออกมาเสียงแหลม “แกหมายความว่ายังไง? แกไม่อยากจะอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม?” “พวกคุณเอาเงินที่จะใช้รักษาแม่ผมไปซื้อบ้านให้ไอ้สวะ ไม่สนใจไยดีแม่ผม คนที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันต่อมันเป็นคุณต่างหาก!” เฉินตงยักไหล่ พูดออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “หย่ากันเถอะ!” หวางหนันหนันนิ่งไปในทันที “มึง มึงพูดว่าอะไรนะ?” แต่งงานมาสามปี ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเฉินตงไม่เคยพูดจาอะไรแบบนี้ออกมา “หย่ากันเถอะ” เฉินตงบอก “แต่งงานกับผมมันทำให้คุณลำบากมาก ผมเองก็ไม่เหมาะกับคุณ ครอบครัวนี้ของคุณ ผมแบกไม่ไหว” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไป เขาไม่ใช่คนที่มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง สามปีที่ผ่านมา แต่ละครั้งที่อดทน ก็เป็นเพราะคิดว่าในตอนนั้นหวางหนันหนันแต่งกับเขา ความจริงแล้วก็นับว่าเธอยอมลดตัวลงมาแต่งกับเขา อีกอย่างหวางหนันหนันก็ยังมีความรู้สึกดีๆต่อเขาบ้าง แต่ว่าครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รอจนเฉินตงออกไปจากบ้านแล้ว ในที่สุดหวางหนันหนันก็ได้สติ เธอรีบพุ่งตัวไปหยิบโทรศัพท์มาโทรหามารดาด้วยความวิตกและไร้สติ ร้องไห้ฟูมฟายแล้วว่าขึ้น “แม่…..เฉินตงอยากจะหย่ากับหนู” “ไอ้ชั่วนั่นอยากจะขอหย่ากับแก?” อีกฝั่งของสาย เสียงตวาดของมารดาดังขึ้น “หย่าก็หย่า! มันก็แค่ไอ้คนจน ยังจะกล้ายกหางตัวเองอวดเบ่ง คิดว่าตัวเองแน่นักนะ! เงินสองแสนสุดท้ายนั่นยังไงก็อยู่ที่พวกเราแล้ว มันจะหย่ากับแก อย่างนั้นก็สงเคราะห์มันไป ให้มันไปนั่งร้องไห้กับแม่แก่ใกล้ตายของมันไปเสีย” ณ ขณะนี้ เวลานี้ เฉินตงออกเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ท้องฟ้าในตอนกลางคืน มีฝนเม็ดเล็กๆโปรยปรายลงมา ทำให้ตัวของเขาเปียกไปทั้งตัว เขาส่ายหัวอย่างกลัดกลุ้ม เอาเท้าเตะน้ำที่ขังนองอยู่ข้างทาง เงิน เงิน เงิน แม่งทะเลาะกันก็เพราะเงิน! ตอนนี้มีเรื่องกับตระกูลหวางจนต่อกันไม่ติดแล้ว กูแม่งจะไปหาเงินสองแสนนั่นมาจากไหนกันวะ? ฝืด……. ในเวลานี้ รถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อมคันหนึ่งก็หยุดลงตรงข้างตัวของเฉินตง กระจกของรถถูกเลื่อนลง ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดราชวงศ์ถังมีมองมาที่เฉินตงด้วยใบหน้าที่แต้มไว้ด้วยรอยยิ้ม “เป็นคุณชายเฉินตงใช่ไหมครับ? เชิญขึ้นรถครับ ไปโรงพยาบาลลี่จิงกับผม” คุณชาย ?! เฉินตงมองชายชราตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง นานนับชั่วขณะหนึ่งที่ชะงักไป ชายชรายิ้มออกมาเล็กน้อย “คุณแม่ของคุณกำลังเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”

Options

not work with dark mode
Reset