Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา – ตอนที่ 323 ล่อเสือออกจากถ้ำ?

“ไม่ใช่ยายเมิ่ง!”

กูหลังกล่าวด้วยเสียงต่ำ

สีหน้าของเฉินตงกับท่านหลงก็นิ่งไปทันที

อย่างไรก็ตามทั้งสองคนก็อยู่ไม่นาน แล้วลุกขึ้นออกไปจากห้องนอน

ห้องนอนของเฉินตง หันหน้าไปทางหินผาพอดี หากนักฆ่ายืนอยู่บนหินผา จะเป็นตำแหน่งลอบสังหารที่ดีที่สุดโดยที่ไม่ต้องสงสัย

หลังจากนั่งลงในห้องรับแขก

กูหลังก็หันหลังจากไป พาทีมบอดี้การ์ดมุ่งหน้าไปทางหินผาที่อยู่หลังเขา

เฉินตงกับท่านหลงกลับมองหน้ากัน

“ท่านหลง นักฆ่าทั่วไปจะสามารถคิดถึงหินผานี้มั้ย?” เฉินตงขมวดคิ้วถาม

“ในเวลาหนึ่งสัปดาห์ เกิดการลอบสังหารไปสิบแปดครั้ง ไม่ได้เกิดขึ้นที่หินผาเลย”

ท่านหลงส่ายหัว ความอวดดีที่ไม่สามารถอธิบายได้ฉายอยู่ที่แววตาของเขา “ถึงแม้นักฆ่าธรรมดาจะคิดได้ คาดว่าก็คงไม่มีความกล้าที่จะไถลลงจากภูเขาด้านหลังเพื่อไปยังหินผา”

เฉินตงนิ่งและไม่พูด

อันที่จริง หินผาหันหน้ามาทางห้องนอนของเขา ซึ่งแน่นอนว่าเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดในการลอบสังหาร แต่หินหน้าผายังคงอยู่ห่างจากพื้นดินด้านล่างอีกหลายสิบเมตร

มันเป็นพื้นที่ที่อันตรายมาก

หากไม่ใช่นักฆ่ามือพระกาฬ วางทางหนีทีไล่ไว้ในแต่ละรูปแบบ ไม่มีทางที่จะเลือกพื้นที่ตรงนี้

การลอบสังหาร การล่าถอยเป็นเป้าหมายแรก การฆ่าเป็นเพียงเป้าหมายที่สอง

เห็นได้ชัด ว่าตำแหน่งตรงหินผา ไม่ใช่ตำแหน่งในการล่าถอยที่ดีเลย

แต่ คนที่สามารถไปลอบสังหารที่หินผา ต้องไม่ใช่นักฆ่าธรรมดาอย่างแน่นอน

“หรือว่าช่วงนี้ก็มีนักฆ่าอันดับยมราชมาให้ความสนใจเรื่องนี้?” เฉินตงขมวดคิ้วครุ่นคิด

“น่าจะไม่ใช่” ท่านหลงส่ายหัว กระผมได้ให้ความสนใจกับภารกิจการลอบสังหารคุณชายที่ปล่อยออกมาจากดาร์กเว็บขององค์กรhidden killersทุกวัน นอกจากยายเมิ่ง ก็ไม่มีคนอื่นแล้ว นอกเสียจาก………”

พูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงท่านหลงก็ได้หยุดชะงักไปทันที

จนกระทั่งเฉินตงมองไปทางเขา เขาจึงพูดขึ้นมาอย่างช้าๆ “นอกเสียจากว่า ข้อมูลได้ถูกส่งผ่านจากตัวกลางไปให้กับนักฆ่าอันดับยมราช โพลรายชื่อที่อยู่ในหนึ่งร้อยอันดับแรกของนักฆ่าอันดับยมราช ในองค์กรhidden killersที่อยู่บนดาร์กเว็บมีวิธีพิเศษในการตรวจสอบและติดป้ายกำกับไอดีของพวกเขา ดังนั้นเมื่อมีนักฆ่าหนึ่งร้อยอันดับแรกให้ความสนใจมันจะแสดงออกมา เว้นแต่ว่าจะผ่านตัวกลาง”

ในขณะที่เขาทั้งสองกำลังคุยกันอยู่นั้น

ทิศทางที่ไม่ไกลจากหินผา ก็ดังขึ้นด้วยเสียงปืนและเสียงคำรามที่หนาแน่น

เฉินตงกับท่านหลงมองตามเสียงไปพร้อมกัน

กูหลังก็ได้พาทีมบอดี้การ์ดไปสู้กับนักฆ่าคนนั้นแล้ว

“ถ้าอย่างนั้น ผมมีความสงสัยเล็กน้อยว่านักฆ่าคนนี้จะใช้นักฆ่าอันดับยมราชในหนึ่งร้อยคนแรกหรือเปล่า” เฉินตงขยี้จมูกของเขา และยิ้มติดตลก

ภายในหนึ่งสัปดาห์ ภายใต้การรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด การลอบสังหารได้ฆ่านักฆ่าไปครั้งแล้วครั้งเล่า ก็ค่อยๆเพิ่มความมั่นใจให้กับเฉินตง และเขาก็ไม่วิตกกังวลเหมือนในตอนแรกอีกต่อไป

ป้าง ป้าง ป้าง……….

ระยะไกล เสียงปืนดังอย่างต่อเนื่อง ดุเดือดอย่างมาก

ถึงขนาดได้ยินเสียงกรีดร้องที่เลือนราง

“มีคนบาดเจ็บหรือตายมั้ย?”

เฉินตงคิ้วย่นขึ้นมาแล้ว สีหน้าค่อยๆจมดิ่งลงไป “ในหนึ่งสัปดาห์ ลอบฆ่าไปสิบแปดครั้ง ในที่สุดก็มีคนบาดเจ็บแล้ว”

ตลอดหนึ่งสัปดาห์ มีการลอบสังหารไปสิบแปดครั้ง ประสิทธิภาพการป้องกันการต่อสู้ของทีมบอดี้การ์ดน่าทึ่งมาก ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากปฏิบัติการหน้าที่ในสิบแปดครั้งเลย

สิ่งนี้ถึงทำให้เฉินตงเข้าใจอย่างแท้จริงว่าทีมบอดี้การ์ดข้างกายพ่อของเขานั้นแข็งแกร่งเพียงใด

แต่การต่อสู้ที่เขาเทียนซาน เห็นได้ชัดว่าเป็นข้อยกเว้นขอข้อยกเว้น

“คุณชาย ยังไงก็หลบก่อนเถอะ กระผมรู้สึกว่าครั้งนี้มันจะไม่ง่ายขนาดนั้น”

ฟังเสียงปืนที่ดังสนั่นอยู่ด้านนอก ท่านหลงพูดอย่างระมัดระวัง

เฉินตงพยักหน้า

ในขณะที่ทั้งสองลุกขึ้นนั้น

ฉูบ!

เสียงลมแตกก็ดังขึ้นมาทันที

“ท่านหลงระวังด้วย!”

สีหน้าของเฉินตงเปลี่ยนไปอย่างมาก เขาสไลด์ไปข้างหน้าของท่านหลง จับตัวท่านหลงสไลด์ออกไปอีกหนึ่งก้าว

จากหางตาของเขา เขาเห็นลูกธนูลอยทะลุผ่านอากาศเข้าไปมาอย่างชัดเจน

ตูบ!

ลูกธนูได้มาปักอยู่บนกำแพงในห้อง ด้ามธนูกำลังสั่น

มาแล้ว!

ยายเมิ่ง!

ม่านตาของเฉินตงหดเกร็งถึงขีดสุด หนังหัวชาขึ้นมาทันที

“คุณชาย……..” ท่านหลงก็ตระหนกตกใจเช่นกัน

ชั่วขณะของเมื่อกี้ หากไม่ใช่เฉินตงยื่นมือมาช่วย ลูกธนูดอกนี้คงปักอยู่ที่ร่างกายของเขาแล้ว!

“เธอมาแล้ว!”

เฉินตงปล่อยท่านหลงออก พูดด้วยน้ำเสียงที่ต่ำ “ท่านหลง กลับไปที่ห้องของคุณ ปิดประตูแล้วอย่าออกมา เป้าหมายของเธอคือผม คงไม่ลงมือกับคุณโดยไม่มีเหตุผล”

ในคืนนั้นที่ใช้ลูกธนูติดจดหมายมาเตือน ทำให้เขาเข้าใจนิสัยของยายเมิ่งเล็กน้อย

ผู้หญิงคนนี้ อวดดีอย่างมาก!

ขอเพียงท่านหลงอยู่ในห้องโดยที่ไม่ออกมา ยายเมิ่งไม่มีทางทำร้ายท่านหลงอย่างแน่นอน

“คุณชาย กระผม………” สีหน้าของท่านหลงเคร่งขรึม กำลังจะโต้แย้ง

“ผมเป็นนายของคุณ กลับไปที่ห้องซะ!”

น้ำเสียงที่เฉียบขาดของเฉินตง ทำให้คำพูดในปากของท่านหลงถูกกลืนลงไปในท้อง

ชำเลืองมองท่านหลงที่กลับไปห้อง

เฉินตงสงบจิตสงบใจ หรี่ตามอง และจ้องไปที่ลานด้านนอกห้องโถงด้วยสายตาที่เย็นชา

ลูกธนูถูกยิงเข้ามาทางประตูหลัก คนผู้นั้นน่าจะอยู่ตรงทิศทางนั้น

นี่คือ……การล่อเสือออกจากถ้ำเหรอ?

อย่างไรก็ตาม ไฟในลานสลัว และมองเห็นลานภายนอกไม่ค่อยจะชัดเจน

แม้แต่ อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยที่ติดตั้งโดยกูหลังและทีมบอดี้การ์ดในสนาม ก็ไม่มีการเตือนตั้งแต่ต้นจนจบ

ด้านนอก เสียงปืนยังคงดังอย่างสนั่น

แต่ในห้อง เงียบจนสามารถได้ยินเสียงเข็มตกลงบนพื้น

ในความล่องหน แรงกดดันอันน่าสยดสยองได้ห่อหุ้มร่างกายของเฉินตงเอาไว้

ทำให้ทางหางตาของเขามีเม็ดเหงื่อหลายออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ค่อยๆหยดลงมา

ทันใดนั้น

ในห้องโถงที่เงียบเหมือนป่าช้า ดังขึ้นด้วยเสียงของกระแสไฟ

เฉินตงที่เกือบจะตึงเครียดก็ตกใจในทันที

พริบตาเดียวเครื่องวิทยุสื่อสารที่วางอยู่โต๊ะก็ถูกเชื่อมต่อ

เกือบจะในเวลาเดียวกัน กระแสไฟฟ้าในเครื่องวิทยุสื่อสารก็หายไป และในขณะเดียวกันก็มีเสียงอุทานของกูหลังดังขึ้น

“คุณเฉิน รีบหลบไป ฝ่ายตรงข้ามแข็งแกร่งมาก!”

โครม!

ร่างกายที่แข็งแรงของเฉินตงสะดุ้งไปหนึ่งที แข็งแกร่งมาก?

แข็งแกร่งแค่ไหน?

ความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าที่มีต่อกูหลังและบอดี้การ์ด ตอนนี้ได้พังทลายลงพร้อมกับเสียงอุทานของกูหลังในตอนนี้

ฝ่ายตรงข้ามมาแค่คนเดียว กลับทำให้กูหลังอุทานอย่างตกใจขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าสถานการณ์บนหินผา ได้เกินขอบเขตที่จะสามารถควบคุมแล้ว

ในลาน เสียงฝีเท้าดังขึ้นอย่างหนาแน่น

เฉินตงเห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในชุดสูทและรองเท้าหนังคนหนึ่งวิ่งเข้ามา

“คุณชาย รีบหลบเร็ว!”

บอดี้การ์ดประมาณสิบคนบุกเข้าไปในห้อง คุ้มกันพาเฉินตงหนีโดยไม่อธิบายอะไรเลย

เฉินตงมองออกไปลานด้านนอกที่มืดสลัวด้วยหัวใจที่สั่น ทีมบอดี้การ์ดไม่รู้ แต่เขารู้ นักฆ่าที่มาตอนนี้ ไม่เพียงมีแต่คนที่อยู่ในหินผา ด้านนอกนี้ ยังมียายเมิ่งที่เป็นเหมือนเสือกำลังรอตะครุบเหยื่ออยู่!

หากพุ่งออกไปแบบนี้ ไม่เท่ากับพาตัวเองไปเป็นเป้าเหรอ ไปตั้งวางตรงหน้ายายเมิ่ง?

ในวิทยุสื่อสารของเจ้าหน้าที่บอดี้การ์ดที่อยู่ด้านข้างเขาดังขึ้นด้วยเสียงที่กำลังโกรธ

“หลบหนี รีบหลบหนี! นักฆ่าที่อยู่ในหินผาได้บุกมาถึงที่ลานป่าไผ่แล้ว!”

แม้ว่ากำลังพูดด้วยความโกรธ แต่ในน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเร่งรีบและหวาดกลัว ยังคงสามารถฟังออก

รอไม่ได้แล้ว!

เฉินตงกัดฟันอย่างแรง คิดถึงท่านหลง ก็รีบกล่าวขึ้น “แบ่งคนครึ่งหนึ่ง ไปคุ้มกันท่านหลง!”

“คุณชาย……..”

“ทำตามที่ฉันสั่ง หรือว่าลืมการต่อสู้ที่เขาเทียนซานแล้ว?”

สีหน้าของเฉินตงดุดันและจริงจัง เขาไม่มีทางที่จะทิ้งคนข้างกายของเขาแม้แต่คนเดียว และก็ไม่มีทางที่จะทำให้คนข้างกายต้องมาตกอยู่ในอันตรายเพราะตัวเขา

ตอนเขาเทียนซานคุนหลุนเป็นแบบนี้ ตอนนี้ท่านหลงก็เหมือนกัน

บอดี้การ์ดสิบกว่าคนรู้ทางเลือกของเฉินตงตอนที่ต่อสู้กันในเขาเทียนซานดี ไม่มีเวลามาพูดมาก ก็รีบแบ่งคนแปดคนบุกเข้าไปในห้องนอนของท่านหลง

ตามติดมาด้วย

บอดี้การ์ดแปดคนที่เหลือคุ้มกันพาเฉินตง บุกออกไปด้านนอก มุ่งหน้าไปทางลาน

สถานการณ์ตึงเครียด การฆ่ากันที่ดุเดือด

วิทยุสื่อสารของบอดี้การ์ดที่ข้างกาย ดังด้วยเสียงของเพื่อนร่วมทีมที่รายงานการเคลื่อนไหวของนักฆ่าอย่างไม่ขาดสาย

สีหน้าของทุกคนเคร่งเครียดอย่างมาก

และแล้ว

ในขณะที่เฉินตงกำลังตามบอดี้การ์ดมาถึงประตูลานป่าไผ่นั้น

เฉินตงที่คอยระมัดระวังยายเมิ่งทุกทิศทาง ทันใดนั้นแววตาก็เปล่งแสง

เขาดูตกใจ ทันใดนั้นก็มองไปมุมมุมหนึ่ง

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

บทนำ เฉินตงกับหวางหนันหนันแต่งงานกัน3ปี ถูกภรรยาที่ยกน้องชายเป็นหัวแก้วหัวแหวนบีบคั้น แล้วยังถูกดูถูกเหยียดหยาม วันหนึ่งได้กลับตระกูลมหาเศรษฐี เขาสาบานว่าต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา ต้องทำให้คนที่ดูถูกเขาเสียใจกับสิ่งที่ทำ ให้คนที่เหยียดหยามเขาต้องชดใช้อย่างสาสม เรื่องย่อ “ขอโทษครับคุณเฉิน ระยะมะเร็งตับของแม่ของคุณ…..” มองคุณหมอที่อยู่ตรงหน้าส่ายหน้า เฉินตงมึนงงไปชั่วขณะ ในพริบตาดวงตาก็กลายเป็นสีแดง ตั้งแต่เล็กจนโต เขากับแม่พึ่งพาอาศัยกัน เพื่อที่จะส่งให้เขาเรียนหนังสือ แม่ทำงานจนป่วย ไม่ทันที่จะได้สะดวกสบาย ก็ตกลงมาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้แล้ว “คุณหมอ ขอร้องล่ะครับ ช่วยแม่ผมด้วย แค่หนทางสักนิดก็ไม่มีแล้วเหรอครับ?” เสียงของเฉินตงแหบแห้งยังมีเสียงสะอื้นปนอยู่ คุณหมอลังเลอยู่ชั่วครู่ กล่าวขึ้น “ยังมีวิธีสุดท้ายอยู่ ก็คือทำการเปลี่ยนถ่ายตับ ตอนนี้ทางแพทย์มีของอยู่พอดี…..” ชะงักไปชั่วครู่ เขาก็มองเฉินตงตั้งแต่หัวจรดเท้า การรักษาที่ยาวนาน ทำให้เขารู้สถานการณ์ตอนนี้ของเฉินตงดี แต่ เขาก็ยังพูดออกมา “แต่ว่า…..ค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยนะครับ อย่างน้อยๆในช่วงแรกก็ประมาณสองแสน” สองแสน? ดวงตาของเฉินตงวาววับ รีบจับมือของคุณหมอเอาไว้ “รักษา จะต้องรักษานะครับ ผมยังมีอีกสองแสน!” เงินไม่มีแล้วยังหาได้ แต่ว่าไม่มีแม่แล้ว ก็ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว “อย่างนั้นคุณก็รีบๆรวบรวมเงิน ถ้าเกิดว่ายังประวิงเวลาออกไปอีก วิธีปลูกถ่ายตับก็หมดหนทางแล้ว” นายแพทย์พยักหน้า ถอนหายใจครั้งหนึ่งแล้วก็หมุนตัวจากไป เดินออกมาจากโรงพยาบาล ท้องฟ้ามีฝนเม็ดเล็กๆโปรยลงมา เฉินตงรีบร้อนกลับบ้าน ภรรยา หวางหนันหนันกำลังนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา แถมในปากยังกินขนมมันฝรั่งทอดอยู่อีกด้วย เธอเหลือบมองเฉินตง หวางหนันหนันว่าขึ้น “แม่ดีขึ้นบ้างไหม?” “หมอบอกว่า ถ้าเกิดว่าสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายตับได้ ก็ยังมีทางรักษา” เฉินตงพูดขึ้นอย่างดีใจราวกับคว้าเอาหญ้ากอสุดท้ายที่ใช้รักษาชีวิตเอาไว้ได้ “ต้องใช้สองแสน ยังดีที่บ้านของเรายังพอมีอยู่ แม่ยังมีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง” พูดไป เขาก็หมุนตัวเข้าไปหยิบเอาบัตรธนาคารในห้อง ในพริบตาสีหน้าของหวานหนันหนันก็เปลี่ยนไป รีบร้องขึ้น “เฉินตง คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เฉินตงเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ราวกับว่านึกอะไรขึ้นได้ หมุนตัวหันกลับมามองหวางหนันหนัน “เงินล่ะ?” หวางหนันหนันวิตกกังวล อึกๆอักๆไม่พูดออกมา “เอาไปให้ที่บ้านคุณอีกแล้วเหรอ?” เฉินตงเลิกคิ้ว รอยยิ้มที่แสดงออกมานั้นช่างดูขมขื่นจนหาอะไรมาเปรียบเทียบไม่ได้ ฝีเท้าของเขาก้าวลงไปนั่งบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง หยิบซองบุหรี่ที่ยับยู่ยี่ออกมา “แช๊ะ” จุดบุหรี่มวนนึงขึ้น ดูดบุหรี่เข้าปอดแรงๆ ทิ้งร่างนอนพาดอยู่บนโซฟา แต่งงานมาสามปี เรื่องซ้ำ ๆเดิม ๆ และมันไม่ใช่ครั้งแรก “หนันหนัน นี่เป็นเงินที่เอาไว้ใช้รักษาแม่ผม” เฉินตงพูดขึ้นอย่างอ่อนล้า “ขอคืนมาได้ไหม?” “ขอคืนมา?” คิ้วของหวางหนันหนันกระตุกขึ้น ตวาดออกมาเสียงแหลม “เฉินตง คุณหมายความว่ายังไง? ฉันเอาเงินเล็กๆน้อยๆไปแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ฉัน จะมีหน้าที่ไหนไปขอกลับมาห้ะ?” เฉินตงข่มสีหน้าและอารมณ์ให้เย็นลง แล้วว่าขึ้น “โรงพยาบาลบอกว่าตอนนี้มีตับที่เข้ากันได้อยู่พอดี ถ้าสามารถเอาเงินไปให้โรงพยาบาลได้ในทันที โรงพยาบาลก็สามารถที่จะเริ่มทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับให้แม่ผมได้เลย จากสถานการณ์ของแม่ผมในตอนนี้ คงจะทนได้อีกไม่นาน” “ฉันไม่สนใจ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเอง คุณก็ไปหาทางเอาเอง” ในทันใดหวางหนันหนันก็ร้องเริ่มร้องไห้เสียงดัง น้ำตาไหลนอง “ภายในเวลาสั้นๆผมจะไปหาเงินสองแสนมาจากไหน?” เฉินตงรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะระเบิดออกมาแล้ว กึ่งหนึ่งคือการขอร้อง “หนันหนัน ช่วยผมครั้งหนึ่ง ขอคืนมาเถอะนะ แม่ของผมยังรอเงินสองแสนนั่นมาช่วยชีวิตอยู่นะ!” “เฉินตง! เงินนั่นให้แม่ฉันไปแล้ว ฉันไม่มีทางที่จะไปขอกลับมา” หวางหนันหนันร้องไห้ไปแล้วทรุดนั่งลงบนพื้น ทั้งน้ำมูกทั้งน้ำตาไหลออกมา “แม่ของคุณก็กำลังจะตายอยู่แล้ว คุณยังจะเอาเงินไปผลาญทิ้งที่โรงพยาบาลอีก ตกลงคุณเคยคิดถึงครอบครัวพวกเราบ้างหรือเปล่า?” ร่างกายของเฉินตงสั่น ความโกรธมากระจุกรวมกันอยู่ที่ลำคอของเขา เขาหยิบโทรศัพท์ของหวางหนันหนันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “คุณไม่โทร ผมโทร!” ไม่รอให้หวางหนันหนันขัดขวาง สายโทรออกก็โดนรับสาย “แม่ครับ หนันหนันเพิ่งจะให้เงินแม่ไปสองแสนใช่ไหมครับ?” เฉินตงขอร้อง “ขอร้องล่ะครับช่วยคืนเงินสองแสนให้ผมได้ไหม นั่นเป็นเงินที่จะใช้รักษาแม่ผม แม่ผมท่านยังรอรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่นะครับ” อีกฝั่งของสาย อยู่แม่ยายก็ตวาดขึ้น “เฉินตงแกพูดจาบ้าบออะไรออกมา? เงินนั่นเป็นเงินที่หนันหนันแสดงความกตัญญูต่อพวกเรา แกยังมีหน้าจะมาขอเงินกลับไปอีก? ในตอนนั้นหนันหนันอยากจะแต่งงานกับแก พวกเราก็ไม่เห็นด้วย จากสภาพของแก ก็เป็นเพราะหนันหนันหน้ามืดตามัวถึงได้ยอมแต่งงานกับแก” “ในตอนนี้หนักกว่านั้นอีก หนันหนันมีใจอยากจะกตัญญูต่อพ่อแม่ เอาเงินมาให้พวกเราสองคนใช้ ชายหงส์(ผู้ชายที่เกิดในบ้านยากจนและเข้ามหาวิทยาลัยโดยความพยายาม จบเรียนแล้วก็ดำเนินชีวิตที่เมือง)อย่างแกยังกล้าที่จะบากหน้ามาขอเงินกลับไป ฉันจะบอกแกให้นะ หวางเห้ากำลังจะแต่งงานแล้ว เงินนั่นพวกเราเตรียมจะเอาไปวางดาวน์ค่าบ้านงวดแรกให้หวางเห้า อยากได้เงิน? แค่แดงเดียวก็ไม่มี!” ปัง! สายตัดไปแล้ว เฉินตงแน่นิ่งไป แม่ยายนี่ฟังในสิ่งที่ฉันพูดไม่เข้าใจหรือยังไง? “เฉินตง คุณเป็นบ้าเหรอ?” หวางหนันหนันกระชากคอเสื้อของเฉินตงราวกับคนบ้า “คุณทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ลงไปได้ยังไง ฉันเอาเงินไปให้พ่อแม่ฉัน ทำไมคุณต้องทำเหมือนมันฟ้ามันจะผ่าลงมาให้ได้?” เฉินตงมองหวางหนันหนันอย่างหดหู่ ดวงตาแดงก่ำ “ในสายตาของพวกคุณ ชีวิตของแม่ผม ยังไม่มีค่าเท่ากับเงินดาวน์บ้านงวดแรกของน้องชายคุณอย่างนั้นเหรอ?” “ไร้สาระ!” หวางหนันหนันปล่อยมือจากเฉินตง หยิบของในห้องขึ้นมาแล้วก็เขวี้ยงปาข้าวของจนเละเทะ ในพริบตา ห้องรับแขกก็รกและยุ่งเหยิงไปหมด หวางหนันหนันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา “เฉินตงคุณมันคนใจดำ ตอนนั้นทำไมฉันถึงได้แต่งงานกับคุณนะ เพื่อแม่ของคุณ คุณทุ่มเททิ้งเงินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว? ฉันยอมอดทนลำบากมากับคุณ แม้แต่บ้านที่อยู่ก็ต้องเช่า คุณเคยสงสารฉันบ้างไหม? เสี่ยวเห้าเป็นน้องชายของฉัน แล้วก็เป็นน้องของคุณด้วย เขากำลังจะแต่งงานแล้ว ฉันเป็นถึงพี่สาว จะช่วยฉันบ้าง ไม่ได้เลยเหรอ?” “ช่วยคุณสักครั้ง?” เฉินตงโมโหสุดขีด “พวกเราแต่งงานกันมาสามปี คุณช่วยหวางเห้าไอ้สวะนั่นไปตั้งเท่ากี่ครั้งแล้ว? ไอ้สวะหวางเห้ามัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบจนชีวิตไม่ก้าวหน้า ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านเกาะพ่อแม่กิน ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะพวกคุณ!” “อย่ามาพูดถึงน้องชายฉันแบบนั้นนะ!” หวางหนันหนันใบหน้าบิดเบี้ยว ยืนชี้หน้าเฉินตงด้วยท่าทางป่าเถื่อนพร้อมพูดข่มขู่ เฉินตงพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ทำไมถึงจะพูดไม่ได้? เรียนมหาลัยก็ไปทำคนอื่นท้อง เงินที่ชดใช้ก็เป็นเงินของผม เขาอยากจะซื้อรถก็เป็นผมที่จ่ายเงินซื้อให้เขา ในสามปีนี้ทั้งในที่ลับและที่แจ้งผมจ่ายเงินให้เขาไปตั้งเท่าไหร่? คุณมันปีศาจฝูตี้(ผู้หญิงที่มีน้องชายและต้องช่วยน้องชายในทุกด้านเพราะพ่อแม่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว) คุณต่างหากที่ไม่เคยคิดถึงครอบครัวของเรา!” “กรี๊ด! แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ” หวางหนันหนันหวีดร้องออกมาเสียงแหลม “แกหมายความว่ายังไง? แกไม่อยากจะอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม?” “พวกคุณเอาเงินที่จะใช้รักษาแม่ผมไปซื้อบ้านให้ไอ้สวะ ไม่สนใจไยดีแม่ผม คนที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันต่อมันเป็นคุณต่างหาก!” เฉินตงยักไหล่ พูดออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “หย่ากันเถอะ!” หวางหนันหนันนิ่งไปในทันที “มึง มึงพูดว่าอะไรนะ?” แต่งงานมาสามปี ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเฉินตงไม่เคยพูดจาอะไรแบบนี้ออกมา “หย่ากันเถอะ” เฉินตงบอก “แต่งงานกับผมมันทำให้คุณลำบากมาก ผมเองก็ไม่เหมาะกับคุณ ครอบครัวนี้ของคุณ ผมแบกไม่ไหว” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไป เขาไม่ใช่คนที่มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง สามปีที่ผ่านมา แต่ละครั้งที่อดทน ก็เป็นเพราะคิดว่าในตอนนั้นหวางหนันหนันแต่งกับเขา ความจริงแล้วก็นับว่าเธอยอมลดตัวลงมาแต่งกับเขา อีกอย่างหวางหนันหนันก็ยังมีความรู้สึกดีๆต่อเขาบ้าง แต่ว่าครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รอจนเฉินตงออกไปจากบ้านแล้ว ในที่สุดหวางหนันหนันก็ได้สติ เธอรีบพุ่งตัวไปหยิบโทรศัพท์มาโทรหามารดาด้วยความวิตกและไร้สติ ร้องไห้ฟูมฟายแล้วว่าขึ้น “แม่…..เฉินตงอยากจะหย่ากับหนู” “ไอ้ชั่วนั่นอยากจะขอหย่ากับแก?” อีกฝั่งของสาย เสียงตวาดของมารดาดังขึ้น “หย่าก็หย่า! มันก็แค่ไอ้คนจน ยังจะกล้ายกหางตัวเองอวดเบ่ง คิดว่าตัวเองแน่นักนะ! เงินสองแสนสุดท้ายนั่นยังไงก็อยู่ที่พวกเราแล้ว มันจะหย่ากับแก อย่างนั้นก็สงเคราะห์มันไป ให้มันไปนั่งร้องไห้กับแม่แก่ใกล้ตายของมันไปเสีย” ณ ขณะนี้ เวลานี้ เฉินตงออกเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ท้องฟ้าในตอนกลางคืน มีฝนเม็ดเล็กๆโปรยปรายลงมา ทำให้ตัวของเขาเปียกไปทั้งตัว เขาส่ายหัวอย่างกลัดกลุ้ม เอาเท้าเตะน้ำที่ขังนองอยู่ข้างทาง เงิน เงิน เงิน แม่งทะเลาะกันก็เพราะเงิน! ตอนนี้มีเรื่องกับตระกูลหวางจนต่อกันไม่ติดแล้ว กูแม่งจะไปหาเงินสองแสนนั่นมาจากไหนกันวะ? ฝืด……. ในเวลานี้ รถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อมคันหนึ่งก็หยุดลงตรงข้างตัวของเฉินตง กระจกของรถถูกเลื่อนลง ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดราชวงศ์ถังมีมองมาที่เฉินตงด้วยใบหน้าที่แต้มไว้ด้วยรอยยิ้ม “เป็นคุณชายเฉินตงใช่ไหมครับ? เชิญขึ้นรถครับ ไปโรงพยาบาลลี่จิงกับผม” คุณชาย ?! เฉินตงมองชายชราตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง นานนับชั่วขณะหนึ่งที่ชะงักไป ชายชรายิ้มออกมาเล็กน้อย “คุณแม่ของคุณกำลังเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”

Options

not work with dark mode
Reset