Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา – ตอนที่ 399 คุณเฉินใจกว้างมากแล้ว

เปรี้ยง ครืน…

ฝนในฤดูใบไม้ร่วงตกปรอยๆ

ท้องฟ้าในค่ำคืนเช่นนี้ ไม่รู้ว่าเมฆดำก่อตัวเป็นชั้นหนาๆ ตั้งแต่เมื่อใด

เสียงฟ้าร้อง ดังขึ้นกลางเมฆสีดำอย่างไม่ขาดตอน

ราวกับพร้อมจะแปรสภาพกลายเป็นฝนได้ทุกเมื่อ

ลมราตรีเย็นสบาย

พัดเอาต้นไม้ใบหญ้าในป่าส่งเสียง

โคมไฟหลายดวงสุกสว่างปรากฏขึ้นกลางป่า

เงาร่างนั้นเคลื่อนที่ไปอย่างสั่นไหว ผอมบางและบิดเบี้ยว

แก๊ก … แก๊ก…

ดวงตาของจางซิ่วจือแดงก่ำ เธอออกแรงกวัดแกว่งจอบในมือ ดินในหลุมที่ถูกขุดออกมาแล้วกองรวมกันอยู่ด้านข้างหลุม

เธอเหงื่อออกทั่วหน้า หายใจหอบแรง แต่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพัก

และในตอนนั้นเอง ปลายหางตาของเธอเหลือบไปเห็นรูปภาพของหลี่หลานที่อยู่บนป้ายหลุมศพ

ร่างของจางซิ่วจือสั่นสะท้าน หัวใจของเธอเต้นระส่ำจากความหวาดกลัว

และยิ่งมีแสงจากโคมไฟ รวมทั้งสรรพเสียงที่ดังอยู่รอบๆ ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกขนลุกซู่

ตึ้ง!

จางซิ่วจือถีบไปที่ป้ายบนหลุมศพเต็มแรงและกัดฟันด่ากราด “นางแพศยา แกมันสมควรตาย! ตอนมีชีวิตอยู่ ฉันรังแกแกได้ ต่อให้แกตายแล้ว ฉันก็จะขุดหลุมเอาแกขึ้นมา!”

ดวงตาแดงฉาน แววตากระสับกระส่าย

ยิ่งเห็นรูปภาพบนหลุมศพของหลี่หลาน จางซิ่วจือก็ยิ่งรู้สึกขนลุก

เธอกัดฟันกรอด แล้วยกจอบขึ้นใช้คมจอบฟันไปที่รูปภาพของหลี่หลานจนแตกละเอียด

ทันใดนั้น

โครม!

จางซิ่วจือใช้จอบทุบไปที่ป้ายบนหลุมศพเต็มแรง

หลังจากทุบต่อเนื่องไปหลายครั้ง ป้ายหลุมศพที่ไม่ค่อยแข็งแรงนักก็ส่งเสียงหักและร่วงลงบนพื้น

จากนั้น จางซิ่วจือก็กัดฟันขุดหลุมศพต่อไป

“ฉันจะขุดแกขึ้นมา แล้วเอาเถ้ากระดูกแกไปรีดเงินจากคนเส็งเคร็งอย่างเฉินตงนั่น เขาต้องยอมให้เงินแน่!”

จางซิ่วจือขุดหลุมไปพลางก่นด่าพึมพำราวกับคนเสียสติ “เฉินตง ไอคนเส็งเคร็ง คิดว่าจะรังแกครอบครัวของเราง่ายๆ งั้นรึ คิดแผนการขึ้นมาเพื่อหาเรื่องหย่ากับหวางหนันหนัน นางลูกสาวตัวดีนั่น จนพวกเราไร้บ้าน แกคิดว่าฉันโง่หรือไง?”

“เงินแค่ไม่กี่ล้านจะไปพอได้ยังไง? ไม่พอหรอก ไม่มากพอให้ฉันยอมแพ้ คราวนี้ฉันต้องได้อีกร้อยล้าน!”

“ไม่ให้หรอ ถ้าคนเส็งเคร็งนั่นไม่ยอมให้ ฉันจะเอากระดูกแกไปทิ้ง! ไม่สิ เขาต้องให้แน่ คนไม่เอาไหนอย่างเขากตัญญูกับแกมากที่สุด ต่อให้แกกลายเป็นเถ้าถ่านแบบนี้ไปแล้ว เขาก็ยังคงโง่กตัญญูแกต่อไป”

คำพูดจาชั่วร้ายนี้ เต็มไปด้วยความโกรธชัง

แต่อารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ทำให้ท่าทางของเธอใกล้จะเป็นคนบ้า

จางซิ่วจือในเวลานี้ เดินทางมาถึงทางตันจนทำเรื่องคลุ้มคลั่งเสียสติเช่นนี้

เธอต้องการเงิน!

เงินจำนวนมาก!

เธอถึงจะสามารถใช้หนี้หมดและเอาเงินที่เหลือไปใช้ชีวิตอย่างสุรุ่ยสุร่ายต่อไป

รู้จักประหยัดจนร่ำรวยนั้นไม่ลำบาก แต่หากร่ำรวยแล้วแปรเปลี่ยนเป็นคนจนชีวิตย่อมลำบาก

เธอไม่เพียงกลัวการกระโดดตึกตายเท่านั้น แต่เธอไม่ต้องการกลับไปใช้ชีวิตเหมือนอย่างเมื่อก่อนด้วย!

“ฉันมาไกลเกินไปแล้ว!”

หลังจากก่นด่าจบก็มีเสียงดังขึ้น

เคร้ง!

ระหว่างที่จอบฟันลงไปบนดินอย่างแรงจนขุดเอาดินขึ้นมา ก็เกิดเสียงคล้ายเครื่องกระเบื้องแตก

เสียงแตกร้าวนี้ เมื่อเข้าไปอยู่ในหูของจางซิ่วจือกลับกลายเป็นเสียงที่มาจากสวรรค์

ดวงตาของเธอสว่างไสว และค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความสะใจ

ช่วงเวลานั้น เธอไม่รู้จักความกลัวอีกต่อไป!

“ต่อให้ขุดหลุมออกมาแล้ว นางแพศยาหลี่หลานก็ยังคงทำประโยชน์ให้ครอบครัวเราอยู่”

จางซิ่วจือปาดเหงื่อบนหน้าของตน เธอโยนจอบทิ้ง และใช้สองมือปัดดินที่เหลืออยู่บนหลุมออก

จากนั้นจึงยกโกศใส่กระดูกออกมา เพียงแต่ขอบด้านข้างโดนจอบฟันจนแตกไปแล้ว ทำให้เห็นกระดูกสีขาวเทาอยู่ด้านในอย่างชัดเจน

“เงินทั้งนั้น ของในนี้คือเงินร้อยล้าน!”

จางซิ่วจือตาแดงแสยะยิ้มขึ้นมา เธอกอดโกศใส่กระดูกเอาไว้แล้วนั่งอยู่บนหลุมศพของหลี่หลาน เธอเอ่ยออกมาอย่างมีความคาดหวังเต็มเปี่ยม “รอให้ได้เงินมาก่อนเถอะ พวกแกจะต้องเสียใจ ผู้ชายสารเลวอย่างหวางเต๋อ อยากหย่าก็หย่าเลย ฉันไปหาคนที่หนุ่มกว่าแกก็ได้!”

“หวางหนันหนัน นางลูกไม่รักดี ฉันคลอดแกออกมา เลี้ยงแกมายี่สิบกว่าปี อยู่ๆ ก็มาบอกมาตัดแม่ตัดลูกกัน รอให้ฉันมีเงินก่อน นางเด็กหัวอ่อนนั่นจะต้องกลับมาร้องเรียกฉันว่าแม่”

ระหว่างที่พูด เธอก็ยิ่งจับโกศใส่กระดูกไว้แน่นราวกับเป็นของล้ำค่า ที่หากจับไว้ไม่แน่นจะหายวับไปกับตา

“ทุกอย่างผ่านไปแล้ว ทุกอย่างจะจบลงแล้ว ฮ่าๆๆ… ถ้าฉันมีเงินเมื่อไหร่ ฉันจะสอนให้พวกแกรู้ว่าเล่นของสูงมันเป็นยังไง ต่อจากนี้ไป ฉันจะเลี้ยงเสี่ยวเห้าอย่างดี หาลูกสะใภ้สวยๆ เอาให้สวยกว่าหลินเสว่เอ๋อนั่นร้อยเท่าพันเท่า!”

ภาพเหตุการณ์นี้ไม่ว่าใครที่มองเห็น จะต้องตกใจหน้าซีด ขนลุกสะท้านไปทั้งตัวอย่างแน่นอน

จะมีใครที่ไหนอีกที่นั่งกอดเศษกระดูกอยู่บนหลุมศพได้อย่างมีความสุขเช่นนี้?

จางซิ่วจือมองไปยังป่ามืดมิดรอบตัว แล้วร้อนใจจนต้องหยิบมือถือออกมาเพื่อโทรหาเฉินตง

แต่เสียงรอสายเพิ่งจะดัง สายก็โดนตัดไปในทันที

จากนั้นก็มีข้อความใหม่ส่งมาอย่างรวดเร็ว

“อยู่ระหว่างทาง”

คำพูดง่ายๆ เช่นนี้กลับทำให้จางซิ่วจือยิ้มกว้าง

เงิน…อยู่ระหว่างทางแล้ว!

และในเวลาเดียวกันนี้

อีกด้านหนึ่ง

รถ BMW X7 กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วจี๋

อู๋จุนหาวเงียบขรึม เพ่งสมาธิไปที่การขับรถ

แต่สายตาของเขาก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบไปมองหลินหลิ่งตงที่นั่งอยู่ที่เบาะข้างคนขับ

แปลกจริง…ทำไมพี่หลิ่งตงไม่ยอมไปนั่งเป็นเพื่อนพี่สะใภ้ด้านหลังล่ะ?

เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?

เขาไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น เมื่อครู่นี้ตอนที่เขานั่งจีบสาวอยู่ที่ผับ หลินหลิ่งตงก็โทรมาบอกให้เขาไปขับรถให้

และพอมองไปที่กระจกหลัง อู๋จุนหาวก็เห็นหวางหนันหนันนั่งหมดอาลัยตายอยาก สีหน้าซีดเผือดไม่เห็นสีเลือด

หลินหลิ่งตงนั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับด้วยสีหน้าเย็นยะเยือก จนอู๋จุนหาวรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ

เขากล่าวเสียงเฉียบว่า “เร็วกว่านี้!”

อู๋จุนหาวชะงักไป “เจ้านาย ตอนนี้ขับ 120 แล้วนะครับ ความเร็วสูงสุดแล้ว”

“นั่นคือความเร็วจำกัด ไม่ใช่ความเร็วสูงสุดที่รถจะขับได้”

หลินหลิ่งตงเอ่ยเสียงเย็นชา หากไม่รีบไปให้ถึง เขาไม่รู้เลยว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นต่อไป

แต่เขาแน่ใจว่า เขารองรับความโกรธแค้นของเฉินตงไม่ไหวแน่!

ขุดหลุมศพของแม่เขาขึ้นมา แถมยังจะเอากระดูกขึ้นมาโปรยทิ้งอีก

เรื่องนี้สำหรับเฉินตงแล้วมันต่างอะไรกับการถูกฆ่ายกตระกูลหรือ?

เรื่องที่เขาไม่กล้าทำ แต่แม่ของหวางหนันหนันกล้าทำ!

หวางหนันหนันที่นั่งอยู่เบาะหลังจิตใจว้าวุ่น สายตาเลื่อนลอย ราวกับวิญญาณได้หลุดจากร่างของเธอไปแล้ว

ที่เท้าของเธอมีกระเป๋าหลุยส์ วิตตองใบใหญ่ใบหนึ่งวางอยู่ ในกระเป๋าเต็มไปด้วยธูปเทียน กระดาษเงินกระดาษทอง และมีข้าวสวยร้อนหนึ่งถ้วย

เธอทำใจไม่ได้ เธอไม่เต็มใจ แต่เมื่อหลินหลิ่งตงมีท่าทีเช่นนี้แล้ว เธอก็ได้แต่สิ้นหวัง

หลินหลิ่งตงเป็นที่พึ่งเดียวของเธอ

และตอนนี้ ที่พึ่งเดียวของเธออยู่ฝั่งดียวกับเฉินตงไปแล้ว

เรื่องที่แม่ทำ ฟ้าดินพิโรธ ผู้คนต้องสาปแช่ง

แม้ว่าเธอจะตัดขาดความสัมพันธ์กับจางซิ่วจือไปแล้ว แต่หากให้ตัดขาดความผูกพัน ในใจของเธอยังคงไม่สามารถทำใจได้

แต่ตอนนี้ เธอรู้แล้วว่า…

การเดินทางคราวนี้ คือการไปส่งแม่ของเธอ…

เปรี้ยงงง…

เสียงฟ้าฟาดกลางดึก ทำให้หวางหนันหนันรู้สึกผวา

ร่างกายบอบบางของเธอสั่นไหว ดวงตาแดงก่ำที่มีน้ำตาคลอมองไปยังหลินหลิ่งตงที่นั่งอยู่ด้านข้างคนขับด้วยความหวังสุดท้าย

“หลิ่งตง…ไม่มีทางอื่น…”

ยังไม่ทันจะพูดจบ

หลินหลิ่งตงกลับส่ายหน้าและหัวเราะเยาะออกมา แล้วหันไปมองอู๋จุนหาว

“จุนหาว ถ้ามีคนขุดหลุมศพของแม่นายและเอาเถ้ากระดูกของแม่นายออกมาด้วย นายจะทำยังไง?”

อู๋จุนหาวชะงักงัน ความสงสัยในใจของเขาเริ่มจับต้นชนปลายถูกขึ้นมาบ้าง

เขาไม่ได้คิดละเอียดมากนัก เขากัดฟันแล้วเอ่ยด้วยสีหน้าอำมหิต “ฆ่าพวกมันทั้งบ้าน!”

หลินหลิ่งตงอมยิ้ม ในรอยยิ้มของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา

เขาหันหน้ามาช้าๆ แล้วมองไปที่หวางหนันหนันที่กำลังมีความหวัง “เห็นไหมว่าคุณเฉินใจกว้างมากแล้ว”

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

บทนำ เฉินตงกับหวางหนันหนันแต่งงานกัน3ปี ถูกภรรยาที่ยกน้องชายเป็นหัวแก้วหัวแหวนบีบคั้น แล้วยังถูกดูถูกเหยียดหยาม วันหนึ่งได้กลับตระกูลมหาเศรษฐี เขาสาบานว่าต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา ต้องทำให้คนที่ดูถูกเขาเสียใจกับสิ่งที่ทำ ให้คนที่เหยียดหยามเขาต้องชดใช้อย่างสาสม เรื่องย่อ “ขอโทษครับคุณเฉิน ระยะมะเร็งตับของแม่ของคุณ…..” มองคุณหมอที่อยู่ตรงหน้าส่ายหน้า เฉินตงมึนงงไปชั่วขณะ ในพริบตาดวงตาก็กลายเป็นสีแดง ตั้งแต่เล็กจนโต เขากับแม่พึ่งพาอาศัยกัน เพื่อที่จะส่งให้เขาเรียนหนังสือ แม่ทำงานจนป่วย ไม่ทันที่จะได้สะดวกสบาย ก็ตกลงมาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้แล้ว “คุณหมอ ขอร้องล่ะครับ ช่วยแม่ผมด้วย แค่หนทางสักนิดก็ไม่มีแล้วเหรอครับ?” เสียงของเฉินตงแหบแห้งยังมีเสียงสะอื้นปนอยู่ คุณหมอลังเลอยู่ชั่วครู่ กล่าวขึ้น “ยังมีวิธีสุดท้ายอยู่ ก็คือทำการเปลี่ยนถ่ายตับ ตอนนี้ทางแพทย์มีของอยู่พอดี…..” ชะงักไปชั่วครู่ เขาก็มองเฉินตงตั้งแต่หัวจรดเท้า การรักษาที่ยาวนาน ทำให้เขารู้สถานการณ์ตอนนี้ของเฉินตงดี แต่ เขาก็ยังพูดออกมา “แต่ว่า…..ค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยนะครับ อย่างน้อยๆในช่วงแรกก็ประมาณสองแสน” สองแสน? ดวงตาของเฉินตงวาววับ รีบจับมือของคุณหมอเอาไว้ “รักษา จะต้องรักษานะครับ ผมยังมีอีกสองแสน!” เงินไม่มีแล้วยังหาได้ แต่ว่าไม่มีแม่แล้ว ก็ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว “อย่างนั้นคุณก็รีบๆรวบรวมเงิน ถ้าเกิดว่ายังประวิงเวลาออกไปอีก วิธีปลูกถ่ายตับก็หมดหนทางแล้ว” นายแพทย์พยักหน้า ถอนหายใจครั้งหนึ่งแล้วก็หมุนตัวจากไป เดินออกมาจากโรงพยาบาล ท้องฟ้ามีฝนเม็ดเล็กๆโปรยลงมา เฉินตงรีบร้อนกลับบ้าน ภรรยา หวางหนันหนันกำลังนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา แถมในปากยังกินขนมมันฝรั่งทอดอยู่อีกด้วย เธอเหลือบมองเฉินตง หวางหนันหนันว่าขึ้น “แม่ดีขึ้นบ้างไหม?” “หมอบอกว่า ถ้าเกิดว่าสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายตับได้ ก็ยังมีทางรักษา” เฉินตงพูดขึ้นอย่างดีใจราวกับคว้าเอาหญ้ากอสุดท้ายที่ใช้รักษาชีวิตเอาไว้ได้ “ต้องใช้สองแสน ยังดีที่บ้านของเรายังพอมีอยู่ แม่ยังมีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง” พูดไป เขาก็หมุนตัวเข้าไปหยิบเอาบัตรธนาคารในห้อง ในพริบตาสีหน้าของหวานหนันหนันก็เปลี่ยนไป รีบร้องขึ้น “เฉินตง คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เฉินตงเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ราวกับว่านึกอะไรขึ้นได้ หมุนตัวหันกลับมามองหวางหนันหนัน “เงินล่ะ?” หวางหนันหนันวิตกกังวล อึกๆอักๆไม่พูดออกมา “เอาไปให้ที่บ้านคุณอีกแล้วเหรอ?” เฉินตงเลิกคิ้ว รอยยิ้มที่แสดงออกมานั้นช่างดูขมขื่นจนหาอะไรมาเปรียบเทียบไม่ได้ ฝีเท้าของเขาก้าวลงไปนั่งบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง หยิบซองบุหรี่ที่ยับยู่ยี่ออกมา “แช๊ะ” จุดบุหรี่มวนนึงขึ้น ดูดบุหรี่เข้าปอดแรงๆ ทิ้งร่างนอนพาดอยู่บนโซฟา แต่งงานมาสามปี เรื่องซ้ำ ๆเดิม ๆ และมันไม่ใช่ครั้งแรก “หนันหนัน นี่เป็นเงินที่เอาไว้ใช้รักษาแม่ผม” เฉินตงพูดขึ้นอย่างอ่อนล้า “ขอคืนมาได้ไหม?” “ขอคืนมา?” คิ้วของหวางหนันหนันกระตุกขึ้น ตวาดออกมาเสียงแหลม “เฉินตง คุณหมายความว่ายังไง? ฉันเอาเงินเล็กๆน้อยๆไปแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ฉัน จะมีหน้าที่ไหนไปขอกลับมาห้ะ?” เฉินตงข่มสีหน้าและอารมณ์ให้เย็นลง แล้วว่าขึ้น “โรงพยาบาลบอกว่าตอนนี้มีตับที่เข้ากันได้อยู่พอดี ถ้าสามารถเอาเงินไปให้โรงพยาบาลได้ในทันที โรงพยาบาลก็สามารถที่จะเริ่มทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับให้แม่ผมได้เลย จากสถานการณ์ของแม่ผมในตอนนี้ คงจะทนได้อีกไม่นาน” “ฉันไม่สนใจ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเอง คุณก็ไปหาทางเอาเอง” ในทันใดหวางหนันหนันก็ร้องเริ่มร้องไห้เสียงดัง น้ำตาไหลนอง “ภายในเวลาสั้นๆผมจะไปหาเงินสองแสนมาจากไหน?” เฉินตงรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะระเบิดออกมาแล้ว กึ่งหนึ่งคือการขอร้อง “หนันหนัน ช่วยผมครั้งหนึ่ง ขอคืนมาเถอะนะ แม่ของผมยังรอเงินสองแสนนั่นมาช่วยชีวิตอยู่นะ!” “เฉินตง! เงินนั่นให้แม่ฉันไปแล้ว ฉันไม่มีทางที่จะไปขอกลับมา” หวางหนันหนันร้องไห้ไปแล้วทรุดนั่งลงบนพื้น ทั้งน้ำมูกทั้งน้ำตาไหลออกมา “แม่ของคุณก็กำลังจะตายอยู่แล้ว คุณยังจะเอาเงินไปผลาญทิ้งที่โรงพยาบาลอีก ตกลงคุณเคยคิดถึงครอบครัวพวกเราบ้างหรือเปล่า?” ร่างกายของเฉินตงสั่น ความโกรธมากระจุกรวมกันอยู่ที่ลำคอของเขา เขาหยิบโทรศัพท์ของหวางหนันหนันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “คุณไม่โทร ผมโทร!” ไม่รอให้หวางหนันหนันขัดขวาง สายโทรออกก็โดนรับสาย “แม่ครับ หนันหนันเพิ่งจะให้เงินแม่ไปสองแสนใช่ไหมครับ?” เฉินตงขอร้อง “ขอร้องล่ะครับช่วยคืนเงินสองแสนให้ผมได้ไหม นั่นเป็นเงินที่จะใช้รักษาแม่ผม แม่ผมท่านยังรอรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่นะครับ” อีกฝั่งของสาย อยู่แม่ยายก็ตวาดขึ้น “เฉินตงแกพูดจาบ้าบออะไรออกมา? เงินนั่นเป็นเงินที่หนันหนันแสดงความกตัญญูต่อพวกเรา แกยังมีหน้าจะมาขอเงินกลับไปอีก? ในตอนนั้นหนันหนันอยากจะแต่งงานกับแก พวกเราก็ไม่เห็นด้วย จากสภาพของแก ก็เป็นเพราะหนันหนันหน้ามืดตามัวถึงได้ยอมแต่งงานกับแก” “ในตอนนี้หนักกว่านั้นอีก หนันหนันมีใจอยากจะกตัญญูต่อพ่อแม่ เอาเงินมาให้พวกเราสองคนใช้ ชายหงส์(ผู้ชายที่เกิดในบ้านยากจนและเข้ามหาวิทยาลัยโดยความพยายาม จบเรียนแล้วก็ดำเนินชีวิตที่เมือง)อย่างแกยังกล้าที่จะบากหน้ามาขอเงินกลับไป ฉันจะบอกแกให้นะ หวางเห้ากำลังจะแต่งงานแล้ว เงินนั่นพวกเราเตรียมจะเอาไปวางดาวน์ค่าบ้านงวดแรกให้หวางเห้า อยากได้เงิน? แค่แดงเดียวก็ไม่มี!” ปัง! สายตัดไปแล้ว เฉินตงแน่นิ่งไป แม่ยายนี่ฟังในสิ่งที่ฉันพูดไม่เข้าใจหรือยังไง? “เฉินตง คุณเป็นบ้าเหรอ?” หวางหนันหนันกระชากคอเสื้อของเฉินตงราวกับคนบ้า “คุณทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ลงไปได้ยังไง ฉันเอาเงินไปให้พ่อแม่ฉัน ทำไมคุณต้องทำเหมือนมันฟ้ามันจะผ่าลงมาให้ได้?” เฉินตงมองหวางหนันหนันอย่างหดหู่ ดวงตาแดงก่ำ “ในสายตาของพวกคุณ ชีวิตของแม่ผม ยังไม่มีค่าเท่ากับเงินดาวน์บ้านงวดแรกของน้องชายคุณอย่างนั้นเหรอ?” “ไร้สาระ!” หวางหนันหนันปล่อยมือจากเฉินตง หยิบของในห้องขึ้นมาแล้วก็เขวี้ยงปาข้าวของจนเละเทะ ในพริบตา ห้องรับแขกก็รกและยุ่งเหยิงไปหมด หวางหนันหนันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา “เฉินตงคุณมันคนใจดำ ตอนนั้นทำไมฉันถึงได้แต่งงานกับคุณนะ เพื่อแม่ของคุณ คุณทุ่มเททิ้งเงินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว? ฉันยอมอดทนลำบากมากับคุณ แม้แต่บ้านที่อยู่ก็ต้องเช่า คุณเคยสงสารฉันบ้างไหม? เสี่ยวเห้าเป็นน้องชายของฉัน แล้วก็เป็นน้องของคุณด้วย เขากำลังจะแต่งงานแล้ว ฉันเป็นถึงพี่สาว จะช่วยฉันบ้าง ไม่ได้เลยเหรอ?” “ช่วยคุณสักครั้ง?” เฉินตงโมโหสุดขีด “พวกเราแต่งงานกันมาสามปี คุณช่วยหวางเห้าไอ้สวะนั่นไปตั้งเท่ากี่ครั้งแล้ว? ไอ้สวะหวางเห้ามัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบจนชีวิตไม่ก้าวหน้า ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านเกาะพ่อแม่กิน ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะพวกคุณ!” “อย่ามาพูดถึงน้องชายฉันแบบนั้นนะ!” หวางหนันหนันใบหน้าบิดเบี้ยว ยืนชี้หน้าเฉินตงด้วยท่าทางป่าเถื่อนพร้อมพูดข่มขู่ เฉินตงพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ทำไมถึงจะพูดไม่ได้? เรียนมหาลัยก็ไปทำคนอื่นท้อง เงินที่ชดใช้ก็เป็นเงินของผม เขาอยากจะซื้อรถก็เป็นผมที่จ่ายเงินซื้อให้เขา ในสามปีนี้ทั้งในที่ลับและที่แจ้งผมจ่ายเงินให้เขาไปตั้งเท่าไหร่? คุณมันปีศาจฝูตี้(ผู้หญิงที่มีน้องชายและต้องช่วยน้องชายในทุกด้านเพราะพ่อแม่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว) คุณต่างหากที่ไม่เคยคิดถึงครอบครัวของเรา!” “กรี๊ด! แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ” หวางหนันหนันหวีดร้องออกมาเสียงแหลม “แกหมายความว่ายังไง? แกไม่อยากจะอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม?” “พวกคุณเอาเงินที่จะใช้รักษาแม่ผมไปซื้อบ้านให้ไอ้สวะ ไม่สนใจไยดีแม่ผม คนที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันต่อมันเป็นคุณต่างหาก!” เฉินตงยักไหล่ พูดออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “หย่ากันเถอะ!” หวางหนันหนันนิ่งไปในทันที “มึง มึงพูดว่าอะไรนะ?” แต่งงานมาสามปี ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเฉินตงไม่เคยพูดจาอะไรแบบนี้ออกมา “หย่ากันเถอะ” เฉินตงบอก “แต่งงานกับผมมันทำให้คุณลำบากมาก ผมเองก็ไม่เหมาะกับคุณ ครอบครัวนี้ของคุณ ผมแบกไม่ไหว” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไป เขาไม่ใช่คนที่มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง สามปีที่ผ่านมา แต่ละครั้งที่อดทน ก็เป็นเพราะคิดว่าในตอนนั้นหวางหนันหนันแต่งกับเขา ความจริงแล้วก็นับว่าเธอยอมลดตัวลงมาแต่งกับเขา อีกอย่างหวางหนันหนันก็ยังมีความรู้สึกดีๆต่อเขาบ้าง แต่ว่าครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รอจนเฉินตงออกไปจากบ้านแล้ว ในที่สุดหวางหนันหนันก็ได้สติ เธอรีบพุ่งตัวไปหยิบโทรศัพท์มาโทรหามารดาด้วยความวิตกและไร้สติ ร้องไห้ฟูมฟายแล้วว่าขึ้น “แม่…..เฉินตงอยากจะหย่ากับหนู” “ไอ้ชั่วนั่นอยากจะขอหย่ากับแก?” อีกฝั่งของสาย เสียงตวาดของมารดาดังขึ้น “หย่าก็หย่า! มันก็แค่ไอ้คนจน ยังจะกล้ายกหางตัวเองอวดเบ่ง คิดว่าตัวเองแน่นักนะ! เงินสองแสนสุดท้ายนั่นยังไงก็อยู่ที่พวกเราแล้ว มันจะหย่ากับแก อย่างนั้นก็สงเคราะห์มันไป ให้มันไปนั่งร้องไห้กับแม่แก่ใกล้ตายของมันไปเสีย” ณ ขณะนี้ เวลานี้ เฉินตงออกเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ท้องฟ้าในตอนกลางคืน มีฝนเม็ดเล็กๆโปรยปรายลงมา ทำให้ตัวของเขาเปียกไปทั้งตัว เขาส่ายหัวอย่างกลัดกลุ้ม เอาเท้าเตะน้ำที่ขังนองอยู่ข้างทาง เงิน เงิน เงิน แม่งทะเลาะกันก็เพราะเงิน! ตอนนี้มีเรื่องกับตระกูลหวางจนต่อกันไม่ติดแล้ว กูแม่งจะไปหาเงินสองแสนนั่นมาจากไหนกันวะ? ฝืด……. ในเวลานี้ รถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อมคันหนึ่งก็หยุดลงตรงข้างตัวของเฉินตง กระจกของรถถูกเลื่อนลง ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดราชวงศ์ถังมีมองมาที่เฉินตงด้วยใบหน้าที่แต้มไว้ด้วยรอยยิ้ม “เป็นคุณชายเฉินตงใช่ไหมครับ? เชิญขึ้นรถครับ ไปโรงพยาบาลลี่จิงกับผม” คุณชาย ?! เฉินตงมองชายชราตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง นานนับชั่วขณะหนึ่งที่ชะงักไป ชายชรายิ้มออกมาเล็กน้อย “คุณแม่ของคุณกำลังเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”

Options

not work with dark mode
Reset