Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา – ตอนที่ 412 คนแรกของโลก

บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นเต็มไปด้วยความกดดัน

เฉินตงและเย่หยวนชิวนั่งมองตากัน

สายตาที่ดุดันของเย่ยหวนชิว ทำให้เฉินตงรู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออก ราวกับมีมีดแหลมคมคอยทิ่มแทงอยู่ตลอดเวลา

นี่……ถึงจะเป็นรัศมีที่จู่เหลารุ่นหยวนของหงหุ้ยพึงมี!

สิ่งที่เรียกว่าความน่าเกรงขาม เมื่อปรากฏต่อหน้าเย่หยวนกลับดูไร้ค่า

รัศมีที่แผ่ออกมาจากตัวของเย่หยวนชิว ไม่ใช่ความโกรธและไม่ใช่การข่มขู่ ต่อให้กำลังยิ้มอยู่ ก็สามารถทำให้คนรู้สึกเกรงขาม และรู้สึกถูกกดดันขนสิ้นหวังได้

พักใหญ่

เฉินตงยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “คุณชนะแล้ว”

“ดี! รู้จักเอาตัวรอดเป็นยอดดี ผมจะรีบตระเตรียมพิธีการเดี๋ยวนี้”

ท่าทางน่าเกรงขามของเย่หยวนชิวหายไปในทันที แววตาของเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน และเผยรอยยิ้มออกมา

พิธีการถูกจัดขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายใต้การดูแลของเย่หยวนชิวและเย่หลิงหลง

เฉินตงคุกเข่าด้านหน้ากล่องเครื่องหอม เย่หยวนชิวยืนอยู่ด้านข้าง หลังจากการบริกรรมคาถาเสร็จสิ้น

เฉินตงเผากระดาษเงินกระดาษทอง และดื่มเหล้า

จากนั้นจึงรับป้ายหงหุ้ยมาจากเย่หยวนชิว

ป้ายดูคล้ายกันกับของเย่หลิงหลง

เป็นป้ายที่ทำจากไม้จันทน์ แกะสลักคำว่า “หง” เอาไว้ ส่วนอีกด้านหนึ่ง แกะสลักคำว่า “หยวน” เอาไว้

“คุณเฉิน นี่คือป้ายเพื่อแสดงฐานะในหงหุ้ย ผู้ที่ครอบครองป้ายนี้ หงหุ้ยทั้งสามพันหกร้อยแห่งบนโลกนี้ จะต้องเชื่อฟัง แม้แต่หลงโถวก็ยังต้องให้ความเคารพ”

ตอนที่เย่หยวนชิวพูด เขาก็ยืดตัวขึ้นโดยไม่รู้ตัว ราวกับว่ากำลังแสดงความสูงส่งและเย่อหยิ่งออกมา

ส่วนเย่หลิงหลงที่ยืนอยู่อีกด้านหนึ่ง เมื่อเธอเห็นป้ายที่สลักคำว่า “หยวน” เอาไว้ สีหน้าก็ซีดเผือดทันที และแทบจะไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

ในขณะที่กำลังอึ้งอยู่นั้น

ป้ายสลักคำว่าหยวน แสดงให้เห็นว่าอยู่ในรุ่น “หยวน” ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับคุณปู่!

รุ่นนี้ ในหงหุ้ยตอนนี้ มีเพียงคุณปู่คนเดียวเท่านั้นที่มี!

ตอนนี้……หงหุ้ยได้เชิญผู้อาวุโสเข้ามาอีกคน?

ในฐานะที่เป็นหนึ่งในหงกุ้นของหงหุ้ย เย่หลิงหลงย่อมรู้ดีว่า การแบ่งรุ่นในหงหุ้ยนั้น มีความสำคัญมากขนาดไหน!

เป็นเพราะรู้ดี จึงรู้สึกตกตะลึง!

เฉินตงพลิกแผ่นป้ายดูสักครู่ หลังจากแน่ใจว่าเย่หยวนชิวไม่มีธุระอย่างอื่นอีกแล้ว จึงเดินทางกลับ

เย่หยวนชิวไปส่งเฉินตงที่ประตูด้วยตัวเอง อีกทั้งยังมองกุญแจรถของเย่หลิงหลงให้เฉินตง จากนั้นจึงกำชับเฉินตงว่า พรุ่งนี้ให้จอดรถเอาไว้ด้านล่างบริษัท แล้วเย่หลิงหลงจะเป็นคนไปขับรถกลับมาเอง

เย่หยวนชิวมองดูรถบีเอ็มดับเบิลยู i8 สีน้ำเงินขับออกไปด้วยแววตาลึกซึ้ง แววตาแอบเปล่งประกายออกมา รอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้ายิ่งชัดเจนมากขึ้น

ต่อให้รถแล่นจนลับตาไปแล้ว

เย่หยวนชิวยังคงยืนนิ่งอยู่ที่ประตู

“คุณปู่!”

เสียงของเย่หลิงหลง ทำให้เย่หยวนชิวหันหลังกลับ

“มีอะไร?” เย่หยวนชิวถามด้วยรอยยิ้ม

“เป็น……รุ่นหยวนจริงๆ หรือ?” เย่หลงหลิงถามโดยไม่อยากจะเชื่อนัก

ต่อให้จะเห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ด้วยตาตัวเอง แต่เธอก็ยังคงรู้สึกตกตะลึงอยู่ดี

“ปู่รู้ดีว้เธอกำลังสงสัย แต่เขาควรอยู่ในฐานะรุ่นหยวน นี่เป็นสิ่งที่ปู่และหลงโถวได้ปรึกษากันเรียบร้อยแล้ว หงหุ้ยทั้งสามพันหกร้องแห่ง จะต้องปฏิบัติตาม”

เย่หยวนชิวไม่ได้อธิบาย แต่ใช้น้ำเสียงที่เคร่งขรึมเพื่อระงับความสงสัยภายในใจของเย่หลิงหลง

“แต่เขา แต่เขายังอายุน้อยเช่นนี้ ความสำเร็จก็ยังไม่ถึงขั้นติดอันดับต้นๆ ของโลก แต่เพียงแค่เข้ามาในหงหุ้ยก็ได้ขึ้นเป็นรุ่นหยวนแล้ว จะให้หงหุ้ยทั้งสามพันหกร้อยแห่งเห็นด้วยได้อย่างไร?”

เย่หลิงหลงยังคงพูดอย่างไม่เต็มใจ “ปกติแล้วคุณปู่เป็นคนเปิดเผย ทำอะไรตรงไปตรงมา หนูเป็นถึงหลานสาวของคุณปู่ การแบ่งรุ่นยังไม่เคยได้รับสิทธิพิเศษ ยังถูกแบ่งรุ่นตามกฎเกณฑ์ของหงหุ้ย”

“มอบให้หรือ?”

เย่หยวนชิวยิ้ม “นั่นคือสิ่งที่เขาควรได้รับ!”

คำที่ต่างกัน ก็ให้ความหมายที่ต่างกันราวฟ้ากับดิน!

พูดจบ เขาก็หันหลังกลับไปมองยังทางที่ส่งเฉินตงจากไป

แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชมและพึงพอใจ

จากนั้นจึงพึมพำว่า “คนหนึ่งเช่นนี้ ตั้งแต่ที่ฉันผ่านร้อนผ่านหนาวมาเป็นร้อยปี เพิ่งจะเห็นเป็นคนแรกของโลก!”

เปรี้ยง!

เย่หลิงหลงตัวสั่น ราวกับถูกฟ้าผ่าลงตรงกลางใจอย่างแรง

เธอตกใจจนลืมตาอ้าปากค้าง และหันมองเย่หยวนชิวด้วยความตะลึง

คำพูดแสดงความเห็นเช่นนี้ ในความทรงจำของเธอ นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ออกมาจากปากของคุณปู่!

แม้แต่บรรดาหลงโถวในอดีตที่เธอรู้จัก ก็ยังไม่เคยได้รับการชื่นชมจากคุณปู่แม้เพียงประโยคเดียว!

“คุณปู่ เขาคู่ควรกับคำพูดนี้ของคุณปู่จริงๆ หรือคะ?”

ริมฝีปากแดงระเรื่อของเย่หลิงหลงสั่นเทา และพูดออกมาอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง “แต่เมื่อครู่เขาเสียมารยาทกับคุณปู่ขนาดนั้น ราวกับว่าเป็นเด็กหนุ่มที่ไม่รู้ประสา แล้วจะถือเป็นคนแรกในโลกได้อย่างไร?”

“หากรู้ประสาจะเรียกว่าคนหนุ่มได้อย่างไร?”

เย่หยวนชิวแสยะยิ้มออกมาหนึ่งครั้ง และมีแววตาที่เป็นประกาย “คนหนุ่มนิสัยบ้าคลั่ง และคนหนุ่มที่พยายามบ้าคลั่งยิ่งขึ้น ถ้าหากไม่มีพลังเช่นนี้แม้แต่น้อย จะเอาชนะและขึ้นเป็นราชาได้อย่างไร?”

เย่หลิงหลงเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เรื่องหนึ่ง เธอก็รีบถามขึ้นว่า “ก่อนหน้านี้คุณปู่ใช้ให้หนูทดสอบฝีมือการต่อสู้ของเขาชัดๆ แต่ทำไมสุดท้ายกลับกล่าวโทษหนู?”

“ปู่ใช้ให้หลานหยั่งเชิงดูเท่านั้น ไม่ได้ใช้ให้ต่อสู้กันแบบเอาเป็นเอาตาย”

เย่หยวนชิวหันไปมองด้วยแววตาตำหนิ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “หากจะพูดว่าคนหนุ่มสาวไม่รู้ประสา หลานต่างหากที่ไม่รู้ประสา เมื่อครู่ตอนเธอประมือกับเขาหลายรอบ เธอแยกระดับฝีมือไม่ออกเลยเชียวหรือ? ตอนนี้เธอถามเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นปู่ขอถามเธอกลับ ถ้าเธอต่อสู้กับเขาอย่างสุดชีวิตจริงๆ เธอจะมีโอกาสเอาชนะเขาแค่ไหนกัน?”

เย่หลิงหลงขมวดคิ้วแล้วครุ่นคิด

คำพูดของคุณปู่ ทำให้เธอเถียงไม่ออก

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น เพียงแค่เรื่องทักษะในการต่อสู้ เวลาที่ผ่านมาอย่างสูญเปล่ากว่ายี่สิบปี หลังจากผ่านการฝึกฝนอย่างหนักในช่วงสั้นๆ กลับเอาชนะหงกุ้นของหงหุ้ยอย่างเธอได้

พรสวรรค์เช่นนี้ ถือว่าน่ากลัวมากจริงๆ!

“หลิงหลง เธอจำเอาไว้นะ คนประเภทนี้ เพียงแค่เขาขยับก็ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงได้ เธออาจรู้สึกว่าเขาเป็นแค่คนธรรมดา แต่เมื่อไหร่ที่เขาได้ลอยขึ้นไปอยู่ในจุดที่สูงขึ้น คำว่าพรสวรรค์ ที่ใช้อธิบายคนเหล่านี้นั้น ได้รับการสะสมมาตามกาลเวลา”

เย่หยวนชิวพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม จากนั้นจึงเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจู่ๆ ก็ยิ้มออกมา

เขาหันหลังกลับไป แล้วยิ้มแปลกๆ ให้กับเย่หลิงหลง

“แต่ว่า ปู่เลี้ยงเธอมาจนโตขนาดนี้ ถึงแม้ปากของเธอจะก่นด่าเฉินตงด้วยความไม่พอใจ แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ปู่เห็นเธอยั่วยวนคนนะ”

“หา?!”

เย่หลิงหลงตกใจอย่างมาก ใบหน้าอันงดงามของเธอแดงก่ำขึ้นมาทันที

เธอก้มหน้าด้วยความเขินอาย แล้วพึมพำว่า “ก็คุณปู่สั่งให้หนูทดสอบเขานี่คะ!”

“ปู่ไม่ได้สั่งให้เธอยั่วยวนเขาเสียหน่อย”

“อ้าว ทำไมคุณปู่ถึงปัดความรับผิดชอบเช่นนี้ล่ะคะ?” เย่หลิงหลงพูดเสียงแหลมขึ้นมา

อีกทางด้านหนึ่ง

เฉินตงขับรถบีเอ็มดับเบิลยู i8 กลับมาที่เขาเทียนซาน

ภายในรถ ยังมีกลิ่นหอมอบอวลคละคลุ้งอยู่ เป็นกลิ่นหอมของเย่หลิงหลง

แต่เฉินตงกลับไม่สนใจเลยสักนิด

เขาไม่ใช่คนเจ้าชู้ และไม่ใช่คนน่าสมเพช ไม่มีทางที่จะหวั่นไหวเพียงเพราะกลิ่นหอมอย่างแน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้น ความรู้สึกแรกที่เขามีให้กับเย่หลิงหลง เหลือเพียงแค่ความรู้สึกรังเกียจก็เท่านั้น

เขาพลิกป้ายหงหุ้ยที่อยู่ในมือไปมา

เฉินตงขมวดคิ้ว แววตาเต็มไปด้วยความสงสัยมากมาย

เขามองไปยังถนนที่มืดมิดตรงหน้า แล้วพึมพำออกมาเบาๆ

“เข้าร่วมหงหุ้ย ก็จะได้อยู่ในตำแหน่งที่สูงส่งเหนือใคร แต่หากไม่เขาร่วมหงหุ้ย ทางด้านของฉินเย่ก็ต้องพังไม่เป็นท่า บนโลกนี้มีเรื่องดีขนาดนี้เลยหรือ?”

“หงหุ้ย……เพียงแค่มีเวลาว่าง หรือขาดบรรพบุรุษให้บูชาจริงหรือ?”

เขาโยนป้ายลงบนเบาะที่นั่งข้างคนขับ แล้วเฉินตงก็หัวเราะตัวเอง “มีเรื่องดีขนาดนี้ที่ไหนกัน เพียงแต่จุดประสงค์ที่หงหุ้ยต้องการให้ฉันเข้าร่วมคืออะไรเท่านั้น?”

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

บทนำ เฉินตงกับหวางหนันหนันแต่งงานกัน3ปี ถูกภรรยาที่ยกน้องชายเป็นหัวแก้วหัวแหวนบีบคั้น แล้วยังถูกดูถูกเหยียดหยาม วันหนึ่งได้กลับตระกูลมหาเศรษฐี เขาสาบานว่าต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา ต้องทำให้คนที่ดูถูกเขาเสียใจกับสิ่งที่ทำ ให้คนที่เหยียดหยามเขาต้องชดใช้อย่างสาสม เรื่องย่อ “ขอโทษครับคุณเฉิน ระยะมะเร็งตับของแม่ของคุณ…..” มองคุณหมอที่อยู่ตรงหน้าส่ายหน้า เฉินตงมึนงงไปชั่วขณะ ในพริบตาดวงตาก็กลายเป็นสีแดง ตั้งแต่เล็กจนโต เขากับแม่พึ่งพาอาศัยกัน เพื่อที่จะส่งให้เขาเรียนหนังสือ แม่ทำงานจนป่วย ไม่ทันที่จะได้สะดวกสบาย ก็ตกลงมาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้แล้ว “คุณหมอ ขอร้องล่ะครับ ช่วยแม่ผมด้วย แค่หนทางสักนิดก็ไม่มีแล้วเหรอครับ?” เสียงของเฉินตงแหบแห้งยังมีเสียงสะอื้นปนอยู่ คุณหมอลังเลอยู่ชั่วครู่ กล่าวขึ้น “ยังมีวิธีสุดท้ายอยู่ ก็คือทำการเปลี่ยนถ่ายตับ ตอนนี้ทางแพทย์มีของอยู่พอดี…..” ชะงักไปชั่วครู่ เขาก็มองเฉินตงตั้งแต่หัวจรดเท้า การรักษาที่ยาวนาน ทำให้เขารู้สถานการณ์ตอนนี้ของเฉินตงดี แต่ เขาก็ยังพูดออกมา “แต่ว่า…..ค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยนะครับ อย่างน้อยๆในช่วงแรกก็ประมาณสองแสน” สองแสน? ดวงตาของเฉินตงวาววับ รีบจับมือของคุณหมอเอาไว้ “รักษา จะต้องรักษานะครับ ผมยังมีอีกสองแสน!” เงินไม่มีแล้วยังหาได้ แต่ว่าไม่มีแม่แล้ว ก็ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว “อย่างนั้นคุณก็รีบๆรวบรวมเงิน ถ้าเกิดว่ายังประวิงเวลาออกไปอีก วิธีปลูกถ่ายตับก็หมดหนทางแล้ว” นายแพทย์พยักหน้า ถอนหายใจครั้งหนึ่งแล้วก็หมุนตัวจากไป เดินออกมาจากโรงพยาบาล ท้องฟ้ามีฝนเม็ดเล็กๆโปรยลงมา เฉินตงรีบร้อนกลับบ้าน ภรรยา หวางหนันหนันกำลังนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา แถมในปากยังกินขนมมันฝรั่งทอดอยู่อีกด้วย เธอเหลือบมองเฉินตง หวางหนันหนันว่าขึ้น “แม่ดีขึ้นบ้างไหม?” “หมอบอกว่า ถ้าเกิดว่าสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายตับได้ ก็ยังมีทางรักษา” เฉินตงพูดขึ้นอย่างดีใจราวกับคว้าเอาหญ้ากอสุดท้ายที่ใช้รักษาชีวิตเอาไว้ได้ “ต้องใช้สองแสน ยังดีที่บ้านของเรายังพอมีอยู่ แม่ยังมีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง” พูดไป เขาก็หมุนตัวเข้าไปหยิบเอาบัตรธนาคารในห้อง ในพริบตาสีหน้าของหวานหนันหนันก็เปลี่ยนไป รีบร้องขึ้น “เฉินตง คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เฉินตงเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ราวกับว่านึกอะไรขึ้นได้ หมุนตัวหันกลับมามองหวางหนันหนัน “เงินล่ะ?” หวางหนันหนันวิตกกังวล อึกๆอักๆไม่พูดออกมา “เอาไปให้ที่บ้านคุณอีกแล้วเหรอ?” เฉินตงเลิกคิ้ว รอยยิ้มที่แสดงออกมานั้นช่างดูขมขื่นจนหาอะไรมาเปรียบเทียบไม่ได้ ฝีเท้าของเขาก้าวลงไปนั่งบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง หยิบซองบุหรี่ที่ยับยู่ยี่ออกมา “แช๊ะ” จุดบุหรี่มวนนึงขึ้น ดูดบุหรี่เข้าปอดแรงๆ ทิ้งร่างนอนพาดอยู่บนโซฟา แต่งงานมาสามปี เรื่องซ้ำ ๆเดิม ๆ และมันไม่ใช่ครั้งแรก “หนันหนัน นี่เป็นเงินที่เอาไว้ใช้รักษาแม่ผม” เฉินตงพูดขึ้นอย่างอ่อนล้า “ขอคืนมาได้ไหม?” “ขอคืนมา?” คิ้วของหวางหนันหนันกระตุกขึ้น ตวาดออกมาเสียงแหลม “เฉินตง คุณหมายความว่ายังไง? ฉันเอาเงินเล็กๆน้อยๆไปแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ฉัน จะมีหน้าที่ไหนไปขอกลับมาห้ะ?” เฉินตงข่มสีหน้าและอารมณ์ให้เย็นลง แล้วว่าขึ้น “โรงพยาบาลบอกว่าตอนนี้มีตับที่เข้ากันได้อยู่พอดี ถ้าสามารถเอาเงินไปให้โรงพยาบาลได้ในทันที โรงพยาบาลก็สามารถที่จะเริ่มทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับให้แม่ผมได้เลย จากสถานการณ์ของแม่ผมในตอนนี้ คงจะทนได้อีกไม่นาน” “ฉันไม่สนใจ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเอง คุณก็ไปหาทางเอาเอง” ในทันใดหวางหนันหนันก็ร้องเริ่มร้องไห้เสียงดัง น้ำตาไหลนอง “ภายในเวลาสั้นๆผมจะไปหาเงินสองแสนมาจากไหน?” เฉินตงรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะระเบิดออกมาแล้ว กึ่งหนึ่งคือการขอร้อง “หนันหนัน ช่วยผมครั้งหนึ่ง ขอคืนมาเถอะนะ แม่ของผมยังรอเงินสองแสนนั่นมาช่วยชีวิตอยู่นะ!” “เฉินตง! เงินนั่นให้แม่ฉันไปแล้ว ฉันไม่มีทางที่จะไปขอกลับมา” หวางหนันหนันร้องไห้ไปแล้วทรุดนั่งลงบนพื้น ทั้งน้ำมูกทั้งน้ำตาไหลออกมา “แม่ของคุณก็กำลังจะตายอยู่แล้ว คุณยังจะเอาเงินไปผลาญทิ้งที่โรงพยาบาลอีก ตกลงคุณเคยคิดถึงครอบครัวพวกเราบ้างหรือเปล่า?” ร่างกายของเฉินตงสั่น ความโกรธมากระจุกรวมกันอยู่ที่ลำคอของเขา เขาหยิบโทรศัพท์ของหวางหนันหนันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “คุณไม่โทร ผมโทร!” ไม่รอให้หวางหนันหนันขัดขวาง สายโทรออกก็โดนรับสาย “แม่ครับ หนันหนันเพิ่งจะให้เงินแม่ไปสองแสนใช่ไหมครับ?” เฉินตงขอร้อง “ขอร้องล่ะครับช่วยคืนเงินสองแสนให้ผมได้ไหม นั่นเป็นเงินที่จะใช้รักษาแม่ผม แม่ผมท่านยังรอรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่นะครับ” อีกฝั่งของสาย อยู่แม่ยายก็ตวาดขึ้น “เฉินตงแกพูดจาบ้าบออะไรออกมา? เงินนั่นเป็นเงินที่หนันหนันแสดงความกตัญญูต่อพวกเรา แกยังมีหน้าจะมาขอเงินกลับไปอีก? ในตอนนั้นหนันหนันอยากจะแต่งงานกับแก พวกเราก็ไม่เห็นด้วย จากสภาพของแก ก็เป็นเพราะหนันหนันหน้ามืดตามัวถึงได้ยอมแต่งงานกับแก” “ในตอนนี้หนักกว่านั้นอีก หนันหนันมีใจอยากจะกตัญญูต่อพ่อแม่ เอาเงินมาให้พวกเราสองคนใช้ ชายหงส์(ผู้ชายที่เกิดในบ้านยากจนและเข้ามหาวิทยาลัยโดยความพยายาม จบเรียนแล้วก็ดำเนินชีวิตที่เมือง)อย่างแกยังกล้าที่จะบากหน้ามาขอเงินกลับไป ฉันจะบอกแกให้นะ หวางเห้ากำลังจะแต่งงานแล้ว เงินนั่นพวกเราเตรียมจะเอาไปวางดาวน์ค่าบ้านงวดแรกให้หวางเห้า อยากได้เงิน? แค่แดงเดียวก็ไม่มี!” ปัง! สายตัดไปแล้ว เฉินตงแน่นิ่งไป แม่ยายนี่ฟังในสิ่งที่ฉันพูดไม่เข้าใจหรือยังไง? “เฉินตง คุณเป็นบ้าเหรอ?” หวางหนันหนันกระชากคอเสื้อของเฉินตงราวกับคนบ้า “คุณทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ลงไปได้ยังไง ฉันเอาเงินไปให้พ่อแม่ฉัน ทำไมคุณต้องทำเหมือนมันฟ้ามันจะผ่าลงมาให้ได้?” เฉินตงมองหวางหนันหนันอย่างหดหู่ ดวงตาแดงก่ำ “ในสายตาของพวกคุณ ชีวิตของแม่ผม ยังไม่มีค่าเท่ากับเงินดาวน์บ้านงวดแรกของน้องชายคุณอย่างนั้นเหรอ?” “ไร้สาระ!” หวางหนันหนันปล่อยมือจากเฉินตง หยิบของในห้องขึ้นมาแล้วก็เขวี้ยงปาข้าวของจนเละเทะ ในพริบตา ห้องรับแขกก็รกและยุ่งเหยิงไปหมด หวางหนันหนันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา “เฉินตงคุณมันคนใจดำ ตอนนั้นทำไมฉันถึงได้แต่งงานกับคุณนะ เพื่อแม่ของคุณ คุณทุ่มเททิ้งเงินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว? ฉันยอมอดทนลำบากมากับคุณ แม้แต่บ้านที่อยู่ก็ต้องเช่า คุณเคยสงสารฉันบ้างไหม? เสี่ยวเห้าเป็นน้องชายของฉัน แล้วก็เป็นน้องของคุณด้วย เขากำลังจะแต่งงานแล้ว ฉันเป็นถึงพี่สาว จะช่วยฉันบ้าง ไม่ได้เลยเหรอ?” “ช่วยคุณสักครั้ง?” เฉินตงโมโหสุดขีด “พวกเราแต่งงานกันมาสามปี คุณช่วยหวางเห้าไอ้สวะนั่นไปตั้งเท่ากี่ครั้งแล้ว? ไอ้สวะหวางเห้ามัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบจนชีวิตไม่ก้าวหน้า ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านเกาะพ่อแม่กิน ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะพวกคุณ!” “อย่ามาพูดถึงน้องชายฉันแบบนั้นนะ!” หวางหนันหนันใบหน้าบิดเบี้ยว ยืนชี้หน้าเฉินตงด้วยท่าทางป่าเถื่อนพร้อมพูดข่มขู่ เฉินตงพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ทำไมถึงจะพูดไม่ได้? เรียนมหาลัยก็ไปทำคนอื่นท้อง เงินที่ชดใช้ก็เป็นเงินของผม เขาอยากจะซื้อรถก็เป็นผมที่จ่ายเงินซื้อให้เขา ในสามปีนี้ทั้งในที่ลับและที่แจ้งผมจ่ายเงินให้เขาไปตั้งเท่าไหร่? คุณมันปีศาจฝูตี้(ผู้หญิงที่มีน้องชายและต้องช่วยน้องชายในทุกด้านเพราะพ่อแม่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว) คุณต่างหากที่ไม่เคยคิดถึงครอบครัวของเรา!” “กรี๊ด! แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ” หวางหนันหนันหวีดร้องออกมาเสียงแหลม “แกหมายความว่ายังไง? แกไม่อยากจะอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม?” “พวกคุณเอาเงินที่จะใช้รักษาแม่ผมไปซื้อบ้านให้ไอ้สวะ ไม่สนใจไยดีแม่ผม คนที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันต่อมันเป็นคุณต่างหาก!” เฉินตงยักไหล่ พูดออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “หย่ากันเถอะ!” หวางหนันหนันนิ่งไปในทันที “มึง มึงพูดว่าอะไรนะ?” แต่งงานมาสามปี ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเฉินตงไม่เคยพูดจาอะไรแบบนี้ออกมา “หย่ากันเถอะ” เฉินตงบอก “แต่งงานกับผมมันทำให้คุณลำบากมาก ผมเองก็ไม่เหมาะกับคุณ ครอบครัวนี้ของคุณ ผมแบกไม่ไหว” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไป เขาไม่ใช่คนที่มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง สามปีที่ผ่านมา แต่ละครั้งที่อดทน ก็เป็นเพราะคิดว่าในตอนนั้นหวางหนันหนันแต่งกับเขา ความจริงแล้วก็นับว่าเธอยอมลดตัวลงมาแต่งกับเขา อีกอย่างหวางหนันหนันก็ยังมีความรู้สึกดีๆต่อเขาบ้าง แต่ว่าครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รอจนเฉินตงออกไปจากบ้านแล้ว ในที่สุดหวางหนันหนันก็ได้สติ เธอรีบพุ่งตัวไปหยิบโทรศัพท์มาโทรหามารดาด้วยความวิตกและไร้สติ ร้องไห้ฟูมฟายแล้วว่าขึ้น “แม่…..เฉินตงอยากจะหย่ากับหนู” “ไอ้ชั่วนั่นอยากจะขอหย่ากับแก?” อีกฝั่งของสาย เสียงตวาดของมารดาดังขึ้น “หย่าก็หย่า! มันก็แค่ไอ้คนจน ยังจะกล้ายกหางตัวเองอวดเบ่ง คิดว่าตัวเองแน่นักนะ! เงินสองแสนสุดท้ายนั่นยังไงก็อยู่ที่พวกเราแล้ว มันจะหย่ากับแก อย่างนั้นก็สงเคราะห์มันไป ให้มันไปนั่งร้องไห้กับแม่แก่ใกล้ตายของมันไปเสีย” ณ ขณะนี้ เวลานี้ เฉินตงออกเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ท้องฟ้าในตอนกลางคืน มีฝนเม็ดเล็กๆโปรยปรายลงมา ทำให้ตัวของเขาเปียกไปทั้งตัว เขาส่ายหัวอย่างกลัดกลุ้ม เอาเท้าเตะน้ำที่ขังนองอยู่ข้างทาง เงิน เงิน เงิน แม่งทะเลาะกันก็เพราะเงิน! ตอนนี้มีเรื่องกับตระกูลหวางจนต่อกันไม่ติดแล้ว กูแม่งจะไปหาเงินสองแสนนั่นมาจากไหนกันวะ? ฝืด……. ในเวลานี้ รถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อมคันหนึ่งก็หยุดลงตรงข้างตัวของเฉินตง กระจกของรถถูกเลื่อนลง ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดราชวงศ์ถังมีมองมาที่เฉินตงด้วยใบหน้าที่แต้มไว้ด้วยรอยยิ้ม “เป็นคุณชายเฉินตงใช่ไหมครับ? เชิญขึ้นรถครับ ไปโรงพยาบาลลี่จิงกับผม” คุณชาย ?! เฉินตงมองชายชราตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง นานนับชั่วขณะหนึ่งที่ชะงักไป ชายชรายิ้มออกมาเล็กน้อย “คุณแม่ของคุณกำลังเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”

Options

not work with dark mode
Reset