Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา – ตอนที่ 41 สารภาพอย่างฉับพลัน

บทที่ 41 สารภาพอย่างฉับพลัน

พอร์เชอ911ขับเคลื่อนอยู่บนถนนอย่างรวดเร็ว

ภายในรถเฉินตงพูดกับกู้ชิงหยิ่งอย่างซาบซึ้งใจ“ขอบคุณคุณมากนะสำหรับเมื่อกี้”

ท่าทางเมื่อสักครู่นี้ของกู้ชิงหยิ่งทำให้เขาคาดไม่ถึงเป็นอย่างยิ่ง

ซึ่งในความทรงจำ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่กู้ชิงหยิ่งเสียมารยาท

แต่ทว่าเฉินตงเข้าใจดี ทุกสิ่งที่กู้ชิงหยิ่งกระทำก็เพื่อช่วยเหลือนั่นเอง

“บ้านพวกหล่อนทำเกินไปจริงๆ”เห็นได้ชัดว่ากู้ชิงหยิ่งยังคงหงุดหงิดอยู่“คุณต้องพบเจอความลำบากมากขนาดนั้น ฉันสงสาร”

เฉินตงยิ้มชื่นบาน“แต่ท่าทางโกรธของคุณน่ารักมากเลย”

สำหรับบ้านตระกูลหวางกับหวางหนันหนัน หลังจากที่หวางหนันหนันเอาเงินจำนวนสองแสนหยวนสำหรับช่วยชีวิตแม่ของเขาไป เขาก็หมดใจจนหมดสิ้นแล้ว

การกระทำที่ไม่สนใจแม้กระทั่งชีวิตแม่ของเขา ถึงแม้เขาจะรักหวางหนันหนันมากเพียงใด แต่ก็เพียงพอต่อการเฉื่อยชาได้เลย

ไม่ว่าจะท่าทางของตระกูลหวางหรือความลำเอียงใจของหวางหนันหนัน

เขาก็รู้สึกว่าการกระทำของกู้ชิงหยิ่งเมื่อสักครู่นั้นไม่มีอะไรไม่ถูกต้องเลย

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าหากกู้ชิงหยิ่งไม่ได้อาละวาดเสียก่อน การตอบสนองของเขาคงต้องรุนแรงกว่ากู้ชิงหยิ่งเป็นแน่

มองดูการจราจรที่รวดเร็วกับเหาะบินของรถ เฉินตงเอ่ยขึ้นมาว่า“คุณขับรถเร็วเกินไปแล้ว”

“หงุดหงิดไง”กู้ชิงหยิ่งมุ่ยปาก ตั้งใจมองด้านหน้า แววตามีความล่องลอยราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่

ภายในรถเงียบสงัดลง

“เฉินตง……”

รอแสนนาน จู่ๆเสียงของกู้ชิงหยิ่งก็ดังขึ้นมากะทันหัน

เฉินตงเอียงหน้าไปมองกู้ชิงหยิ่ง“ทำไมเหรอ?”

ริมฝีปากแดงของกู้ชิงหยิ่งกระอักกระอ่วนราวกับได้รวบรวมความกล้า ก่อนจะเอ่ยว่า“สิ่งที่ฉันพูดเมื่อกี้ล้วนจริงใจทั้งสิ้น”

เฉินตงมีสีหน้าตกตะลึง

เสียงดังเอี๊ยด!

พอร์เชอ911จอดเทียบบนถนนข้างแม่น้ำ

กู้ชิงหยิ่งยกมือขึ้นปัดผมบริเวณใบหน้าให้ไปอยู่ด้านหลัง ดวงตากลมโตราวกับอัญมณีสบตาเฉินตงอย่างจริงจัง “คุณรู้ไหมว่าทำไมจู่ๆฉันถึงกลับเข้าประเทศ?”

เฉินตงสบตากับกู้ชิงหยิ่งอย่างแข็งค้าง

กำลังปริปากพูด แต่กู้ชิงหยิ่งก็ชิงพูดเสียก่อน“เพราะว่าคุณ ฉันชอบคุณ ที่ฉันกลับประเทศก็เพราะจะจีบคุณ!”

ภาพที่เกิดขึ้นกะทันหันเช่นนี้ทำให้เฉินตงตกใจจนทำอะไรไม่ถูก

เขาแสร้งทำเป็นเรียบเฉยพลางอมยิ้ม“อันนี้ถือว่าเป็นสารภาพรักหรือเปล่า?”

กู้ชิงหยิ่งพยักหน้าอย่างตั้งอกตั้งใจ“ฉันชอบคุณมาโดยตลอด ตั้งแต่เรียนปีสองแล้ว แต่คุณรักหวางหนันหนันมาเสมอ ดังนั้นฉันจึงเก็บซ่อนไว้ในใจ ตอนที่พวกคุณแต่งงาน ฉันก็เป็นเพื่อนเจ้าสาวให้พวกคุณ ตอนนั้นฉันอวยพรให้พวกคุณรักกันตลอดไป แต่……”

หยุดชะงักกะทันหัน กู้ชิงหยิ่งก้มหน้าสงบสติอารมณ์แล้วกล่าวต่อ“แต่ฉันคิดไม่ถึงว่าตระกูลหวางจะทำเช่นนี้กับคุณ ฉันรู้เรื่องหลายปีมานี้ดี ฉันรู้สึกสงสาร……”

อารมณ์ที่เพิ่งควบคุมได้เมื่อสักครู่ ได้แล่นพล่านขึ้นมาอีกครั้ง

ครั้งนี้น้ำตานองดวงตาของกู้ชิงหยิ่ง จากนั้นก็ไหลลงมาอย่างระงับไม่อยู่

“ฉันรู้ว่าสามปีมานี้คุณแบกรับอะไรไว้มากมาย ฉันไม่กล้าจินตนาการเลยว่าคุณผ่านหนึ่งเดือนนี้มาได้ยังไง ฉะนั้นพอฉันรู้ว่าคุณหย่ากับหวางหนันหนันแล้ว ฉันก็มีความคิดที่จะกลับเข้าประเทศ ฉันอยากอยู่เป็นเพื่อนคุณ ฉันอยากช่วยแบ่งเบาภาระของคุณ ถึงจะได้แค่พิงไหล่ของคุณก็พอใจ”

เห็นกู้ชิงหยิ่งร้องไห้ เฉินตงก็กระวนกระวายขึ้นมาทันที

เขาไม่เคยสังเกตถึงความรักที่กู้ชิงหยิ่งมีต่อเขาเลย ตั้งแต่พวกเขารู้จักกันที่รั้วมหาวิทยาลัยก็เล่นตบตีกันมาโดยตลอด

สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เฉินตงเอากระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดน้ำตาที่หางตาของกู้ชิงหยิ่ง

เขายิ้มฝืดๆแล้วค่อยๆพูดขึ้นมา“มันไม่ยุติธรรมกับคุณหรอก ผมเพิ่งหย่ากับหวางหนันหนันไม่นาน”

กู้ชิงหยิ่งไม่เคยมีแฟนหนุ่มมาก่อน แต่เขากลับเป็นผู้ชายที่เคยหย่ากับหวางหนันหนันมาแล้ว

“ฉันไม่ใส่ใจ”

ดวงตากู้ชิงหยิ่งหนักแน่น“สามปีที่ฉันอยู่ต่างประเทศ พ่อแม่ไม่ใช่ไม่เคยให้ฉันคบกับคนอื่นมาก่อน แต่ฉันลืมคุณไม่ได้ ถึงคนพวกนั้นจะดีเลิศแค่ไหน แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ทุกครั้งที่อยู่กับพวกเขาสมองของฉันก็มีแต่คุณเต็มไปหมด”

เฉินตงยิ้ม พูดแกล้งแหย่ว่า“ไม่รุนแรงถึงขั้นนั้นหรอก?ผมมีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“ตัวฉันเองก็ไม่รู้ว่าเริ่มรักคุณตอนไหน ”

กู้ชิงหยิ่งพูดอย่างสะอึกสะอื้น สีหน้าเต็มไปด้วยความน่าสงสารและจนหนทาง

ไม่รู้ว่าเริ่มรักแต่เมื่อไหร่ พอรู้ตัวอีกทีก็รักมากเข้าแล้ว……

เฉินตงลังเล

เขาไม่รู้ว่าควรตอบกู้ชิงหยิ่งยังไงในเวลากระชั้นชิดเช่นนี้

เห็นเฉินตงลังเล กู้ชิงหยิ่งก็โถมตัวเข้าหากะทันหัน

ทั้งคู่สบตากัน ไฟตามถนนในยามพลบค่ำสาดส่องเข้ามาภายในรถ ทำให้หยดน้ำตาบนใบหน้าของกู้ชิงหยิ่งเรือนแสงเลือนราง ช่างนักสงสารจับใจ อีกทั้งยังน่ารักชวนหลงใหลอีกด้วย

สองมือของเธอจับแก้มของเฉินตงไว้ ริมฝีปากขยับพูดว่า“ฉันไม่แคร์อดีตของคุณค่ะ ฉันแค่อยากมีอนาคตร่วมกับคุณ ฉันยินดีช่วยคุณไปถึงตำแหน่งที่ความสามารถของคุณควรจะเป็น มีชีวิตที่รุ่งโรจน์ ไม่ใช่เหมือนกับพวกหวางหนันหนันที่สักแต่จะขูดเลือดเนื้อของคุณ”

พูดจบ ร่างอรชรขยับเข้าไป

จนริมฝีปากแนบติดกัน

ชั่วพริบตา ร่างกายของเฉินตงก็แข็งค้างสัมผัสความนุ่มของริมฝีปากได้ สมองก็โล่งจนว่างเปล่า

ทันใดนั้น เฉินตงคล้ายกับโดนไฟฟ้าช็อตรีบโอบเอวของกู้ชิงหยิ่งไว้

จากนั้นก็ดันเธอออกอย่างอ่อนนุ่ม“ชิงหยิ่ง ขอ ขอโทษ ผมคิดว่าพวกเราควรไตร่ตรองเงียบๆแป๊บหนึ่ง”

พูดจบ เขาก็เปิดประตูรถเดินออกไป

กู้ชิงหยิ่งแข็งทื่ออยู่ในรถ ดวงตาที่มีน้ำตาจนทำให้เลือนรางมองการจากไปของเฉินตง ฟันขาวสะอาดกัดริมฝีปากแดงไว้

จากนั้นเธอฟุบตัวไปที่พวงมาลัยรถ ร่างอรชรเริ่มสั่นเทา

เฉินตงเดินไปตามถนนริมแม่น้ำจนมาที่เขื่อนน้ำแห่งหนึ่ง จากนั้นก็เดินผ่านเขื่อนไปอย่างไร้จุดหมายปลายทาง

ลมพัดมาทางแม่น้ำเบาๆแล้วมาสัมผัสบนร่างกายเขา เขามองดูผิวน้ำถูกแสงส่องจนเป็นประกายแวววาว เฉินตงไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี หรืออาจจะบอกว่าเกิดขึ้นกระชั้นชิดจนไม่ทันได้ต้านรับ

ถึงแม้เวลานี้สมองของเขาจะว่างเปล่า

เขาคาดไม่ถึงว่ากู้ชิงหยิ่งจะคิดอย่างนี้กับเขา

ยิ่งคาดไม่ถึงว่ากู้ชิงหยิ่งจะสารภาพรักเร็วและกะทันหันเช่นนี้

แต่อย่างนี้……จะยุติธรรมกับกู้ชิงหยิ่งเหรอ?

เฉินตงนั่งเหม่อลอยด้วยอารมณ์ตึงเครียดเป็นอย่างยิ่ง

จากที่เขาเป็นคนไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อน เวลานี้ก็อยากจุดบุหรี่สูบดูสักมวน เพื่อคลายความเครียดลง

ชาติตระกูลของตนกับกู้ชิงหยิ่งนั้นต่างกันราวฟ้ากับดิน

ยิ่งไปกว่านั้น เพราะชาติกำเนิดทำให้ตอนเขาแต่งงานกับหวางหนันหนันก็รู้สึกตัวเองฝ่ายสูงแล้ว ฉะนั้นหลังแต่งงานจึงได้ขยันทำงานสุดชีวิต เพื่อทำงานหาเงินให้ได้มากที่สุด

แต่สิ่งที่แลกมาคือเกือบจะช่วยชีวิตแม่เขาไม่ได้

หากไม่ใช่ท่านหลง……

นึกมาถึงจุดนี้ ดวงตาเฉินตงก็เปล่งประกายขึ้น

เขาเอามือล้วงกระเป๋าบัตรเอทีเอ็มลายชงโคในกระเป๋ากางเกง จู่ๆก็ยิ้มเย้ยหยันตัวเองขึ้นมา

“ใช่สิ กู้ชิงหยิ่งไม่ถือสา ผู้หญิงสามารถทำถึงขั้นนี้แล้ว ตัวเองยังถือสาอะไรอีก?”

ขนาดที่พึมพำอยู่ เฉินตงก็เอามือถือออกมาส่งข้อความผ่านวีแชทให้กู้ชิงหยิ่ง

“ขอโทษด้วยเมื่อกี้ผมไม่น่าจากมา”

พอผ่านไปสักพัก เขาก็ส่งอีกข้อความหนึ่ง

“ผมคิดว่าพวกเราลองคบดูกันได้”

ช่วงเวลาสั้นๆ เขาก็คิดถึงคำพูดของกู้ชิงหยิ่งอีกครั้ง ขมวดคิ้วแล้วส่งเป็นข้อความที่สามผ่านวีแชท

“แต่คุณต้องรับปากผม ไม่ช่วยผม ผมไหวอยู่ ไม่นานผมจะมีเซอร์ไพรส์ให้คุณ ตอนนี้สถานะของผมไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คุณคิด ยิ่งไปกว่านั้น……ผมไม่อยากกินข้าวอ่อน(เกาะผู้หญิงกิน)”

ติ๊ง!

ในที่สุดกู้ชิงหยิ่งก็ได้ตอบกลับทางวีแชทเสียที

เนื้อหานั้นเรียบง่าย แต่กลับทำให้เฉินตงมึนงงทำตัวไม่ถูก

“อิอิอิ……คุณเคยกินแล้วนี่”

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

บทนำ เฉินตงกับหวางหนันหนันแต่งงานกัน3ปี ถูกภรรยาที่ยกน้องชายเป็นหัวแก้วหัวแหวนบีบคั้น แล้วยังถูกดูถูกเหยียดหยาม วันหนึ่งได้กลับตระกูลมหาเศรษฐี เขาสาบานว่าต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา ต้องทำให้คนที่ดูถูกเขาเสียใจกับสิ่งที่ทำ ให้คนที่เหยียดหยามเขาต้องชดใช้อย่างสาสม เรื่องย่อ “ขอโทษครับคุณเฉิน ระยะมะเร็งตับของแม่ของคุณ…..” มองคุณหมอที่อยู่ตรงหน้าส่ายหน้า เฉินตงมึนงงไปชั่วขณะ ในพริบตาดวงตาก็กลายเป็นสีแดง ตั้งแต่เล็กจนโต เขากับแม่พึ่งพาอาศัยกัน เพื่อที่จะส่งให้เขาเรียนหนังสือ แม่ทำงานจนป่วย ไม่ทันที่จะได้สะดวกสบาย ก็ตกลงมาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้แล้ว “คุณหมอ ขอร้องล่ะครับ ช่วยแม่ผมด้วย แค่หนทางสักนิดก็ไม่มีแล้วเหรอครับ?” เสียงของเฉินตงแหบแห้งยังมีเสียงสะอื้นปนอยู่ คุณหมอลังเลอยู่ชั่วครู่ กล่าวขึ้น “ยังมีวิธีสุดท้ายอยู่ ก็คือทำการเปลี่ยนถ่ายตับ ตอนนี้ทางแพทย์มีของอยู่พอดี…..” ชะงักไปชั่วครู่ เขาก็มองเฉินตงตั้งแต่หัวจรดเท้า การรักษาที่ยาวนาน ทำให้เขารู้สถานการณ์ตอนนี้ของเฉินตงดี แต่ เขาก็ยังพูดออกมา “แต่ว่า…..ค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยนะครับ อย่างน้อยๆในช่วงแรกก็ประมาณสองแสน” สองแสน? ดวงตาของเฉินตงวาววับ รีบจับมือของคุณหมอเอาไว้ “รักษา จะต้องรักษานะครับ ผมยังมีอีกสองแสน!” เงินไม่มีแล้วยังหาได้ แต่ว่าไม่มีแม่แล้ว ก็ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว “อย่างนั้นคุณก็รีบๆรวบรวมเงิน ถ้าเกิดว่ายังประวิงเวลาออกไปอีก วิธีปลูกถ่ายตับก็หมดหนทางแล้ว” นายแพทย์พยักหน้า ถอนหายใจครั้งหนึ่งแล้วก็หมุนตัวจากไป เดินออกมาจากโรงพยาบาล ท้องฟ้ามีฝนเม็ดเล็กๆโปรยลงมา เฉินตงรีบร้อนกลับบ้าน ภรรยา หวางหนันหนันกำลังนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา แถมในปากยังกินขนมมันฝรั่งทอดอยู่อีกด้วย เธอเหลือบมองเฉินตง หวางหนันหนันว่าขึ้น “แม่ดีขึ้นบ้างไหม?” “หมอบอกว่า ถ้าเกิดว่าสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายตับได้ ก็ยังมีทางรักษา” เฉินตงพูดขึ้นอย่างดีใจราวกับคว้าเอาหญ้ากอสุดท้ายที่ใช้รักษาชีวิตเอาไว้ได้ “ต้องใช้สองแสน ยังดีที่บ้านของเรายังพอมีอยู่ แม่ยังมีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง” พูดไป เขาก็หมุนตัวเข้าไปหยิบเอาบัตรธนาคารในห้อง ในพริบตาสีหน้าของหวานหนันหนันก็เปลี่ยนไป รีบร้องขึ้น “เฉินตง คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เฉินตงเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ราวกับว่านึกอะไรขึ้นได้ หมุนตัวหันกลับมามองหวางหนันหนัน “เงินล่ะ?” หวางหนันหนันวิตกกังวล อึกๆอักๆไม่พูดออกมา “เอาไปให้ที่บ้านคุณอีกแล้วเหรอ?” เฉินตงเลิกคิ้ว รอยยิ้มที่แสดงออกมานั้นช่างดูขมขื่นจนหาอะไรมาเปรียบเทียบไม่ได้ ฝีเท้าของเขาก้าวลงไปนั่งบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง หยิบซองบุหรี่ที่ยับยู่ยี่ออกมา “แช๊ะ” จุดบุหรี่มวนนึงขึ้น ดูดบุหรี่เข้าปอดแรงๆ ทิ้งร่างนอนพาดอยู่บนโซฟา แต่งงานมาสามปี เรื่องซ้ำ ๆเดิม ๆ และมันไม่ใช่ครั้งแรก “หนันหนัน นี่เป็นเงินที่เอาไว้ใช้รักษาแม่ผม” เฉินตงพูดขึ้นอย่างอ่อนล้า “ขอคืนมาได้ไหม?” “ขอคืนมา?” คิ้วของหวางหนันหนันกระตุกขึ้น ตวาดออกมาเสียงแหลม “เฉินตง คุณหมายความว่ายังไง? ฉันเอาเงินเล็กๆน้อยๆไปแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ฉัน จะมีหน้าที่ไหนไปขอกลับมาห้ะ?” เฉินตงข่มสีหน้าและอารมณ์ให้เย็นลง แล้วว่าขึ้น “โรงพยาบาลบอกว่าตอนนี้มีตับที่เข้ากันได้อยู่พอดี ถ้าสามารถเอาเงินไปให้โรงพยาบาลได้ในทันที โรงพยาบาลก็สามารถที่จะเริ่มทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับให้แม่ผมได้เลย จากสถานการณ์ของแม่ผมในตอนนี้ คงจะทนได้อีกไม่นาน” “ฉันไม่สนใจ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเอง คุณก็ไปหาทางเอาเอง” ในทันใดหวางหนันหนันก็ร้องเริ่มร้องไห้เสียงดัง น้ำตาไหลนอง “ภายในเวลาสั้นๆผมจะไปหาเงินสองแสนมาจากไหน?” เฉินตงรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะระเบิดออกมาแล้ว กึ่งหนึ่งคือการขอร้อง “หนันหนัน ช่วยผมครั้งหนึ่ง ขอคืนมาเถอะนะ แม่ของผมยังรอเงินสองแสนนั่นมาช่วยชีวิตอยู่นะ!” “เฉินตง! เงินนั่นให้แม่ฉันไปแล้ว ฉันไม่มีทางที่จะไปขอกลับมา” หวางหนันหนันร้องไห้ไปแล้วทรุดนั่งลงบนพื้น ทั้งน้ำมูกทั้งน้ำตาไหลออกมา “แม่ของคุณก็กำลังจะตายอยู่แล้ว คุณยังจะเอาเงินไปผลาญทิ้งที่โรงพยาบาลอีก ตกลงคุณเคยคิดถึงครอบครัวพวกเราบ้างหรือเปล่า?” ร่างกายของเฉินตงสั่น ความโกรธมากระจุกรวมกันอยู่ที่ลำคอของเขา เขาหยิบโทรศัพท์ของหวางหนันหนันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “คุณไม่โทร ผมโทร!” ไม่รอให้หวางหนันหนันขัดขวาง สายโทรออกก็โดนรับสาย “แม่ครับ หนันหนันเพิ่งจะให้เงินแม่ไปสองแสนใช่ไหมครับ?” เฉินตงขอร้อง “ขอร้องล่ะครับช่วยคืนเงินสองแสนให้ผมได้ไหม นั่นเป็นเงินที่จะใช้รักษาแม่ผม แม่ผมท่านยังรอรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่นะครับ” อีกฝั่งของสาย อยู่แม่ยายก็ตวาดขึ้น “เฉินตงแกพูดจาบ้าบออะไรออกมา? เงินนั่นเป็นเงินที่หนันหนันแสดงความกตัญญูต่อพวกเรา แกยังมีหน้าจะมาขอเงินกลับไปอีก? ในตอนนั้นหนันหนันอยากจะแต่งงานกับแก พวกเราก็ไม่เห็นด้วย จากสภาพของแก ก็เป็นเพราะหนันหนันหน้ามืดตามัวถึงได้ยอมแต่งงานกับแก” “ในตอนนี้หนักกว่านั้นอีก หนันหนันมีใจอยากจะกตัญญูต่อพ่อแม่ เอาเงินมาให้พวกเราสองคนใช้ ชายหงส์(ผู้ชายที่เกิดในบ้านยากจนและเข้ามหาวิทยาลัยโดยความพยายาม จบเรียนแล้วก็ดำเนินชีวิตที่เมือง)อย่างแกยังกล้าที่จะบากหน้ามาขอเงินกลับไป ฉันจะบอกแกให้นะ หวางเห้ากำลังจะแต่งงานแล้ว เงินนั่นพวกเราเตรียมจะเอาไปวางดาวน์ค่าบ้านงวดแรกให้หวางเห้า อยากได้เงิน? แค่แดงเดียวก็ไม่มี!” ปัง! สายตัดไปแล้ว เฉินตงแน่นิ่งไป แม่ยายนี่ฟังในสิ่งที่ฉันพูดไม่เข้าใจหรือยังไง? “เฉินตง คุณเป็นบ้าเหรอ?” หวางหนันหนันกระชากคอเสื้อของเฉินตงราวกับคนบ้า “คุณทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ลงไปได้ยังไง ฉันเอาเงินไปให้พ่อแม่ฉัน ทำไมคุณต้องทำเหมือนมันฟ้ามันจะผ่าลงมาให้ได้?” เฉินตงมองหวางหนันหนันอย่างหดหู่ ดวงตาแดงก่ำ “ในสายตาของพวกคุณ ชีวิตของแม่ผม ยังไม่มีค่าเท่ากับเงินดาวน์บ้านงวดแรกของน้องชายคุณอย่างนั้นเหรอ?” “ไร้สาระ!” หวางหนันหนันปล่อยมือจากเฉินตง หยิบของในห้องขึ้นมาแล้วก็เขวี้ยงปาข้าวของจนเละเทะ ในพริบตา ห้องรับแขกก็รกและยุ่งเหยิงไปหมด หวางหนันหนันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา “เฉินตงคุณมันคนใจดำ ตอนนั้นทำไมฉันถึงได้แต่งงานกับคุณนะ เพื่อแม่ของคุณ คุณทุ่มเททิ้งเงินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว? ฉันยอมอดทนลำบากมากับคุณ แม้แต่บ้านที่อยู่ก็ต้องเช่า คุณเคยสงสารฉันบ้างไหม? เสี่ยวเห้าเป็นน้องชายของฉัน แล้วก็เป็นน้องของคุณด้วย เขากำลังจะแต่งงานแล้ว ฉันเป็นถึงพี่สาว จะช่วยฉันบ้าง ไม่ได้เลยเหรอ?” “ช่วยคุณสักครั้ง?” เฉินตงโมโหสุดขีด “พวกเราแต่งงานกันมาสามปี คุณช่วยหวางเห้าไอ้สวะนั่นไปตั้งเท่ากี่ครั้งแล้ว? ไอ้สวะหวางเห้ามัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบจนชีวิตไม่ก้าวหน้า ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านเกาะพ่อแม่กิน ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะพวกคุณ!” “อย่ามาพูดถึงน้องชายฉันแบบนั้นนะ!” หวางหนันหนันใบหน้าบิดเบี้ยว ยืนชี้หน้าเฉินตงด้วยท่าทางป่าเถื่อนพร้อมพูดข่มขู่ เฉินตงพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ทำไมถึงจะพูดไม่ได้? เรียนมหาลัยก็ไปทำคนอื่นท้อง เงินที่ชดใช้ก็เป็นเงินของผม เขาอยากจะซื้อรถก็เป็นผมที่จ่ายเงินซื้อให้เขา ในสามปีนี้ทั้งในที่ลับและที่แจ้งผมจ่ายเงินให้เขาไปตั้งเท่าไหร่? คุณมันปีศาจฝูตี้(ผู้หญิงที่มีน้องชายและต้องช่วยน้องชายในทุกด้านเพราะพ่อแม่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว) คุณต่างหากที่ไม่เคยคิดถึงครอบครัวของเรา!” “กรี๊ด! แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ” หวางหนันหนันหวีดร้องออกมาเสียงแหลม “แกหมายความว่ายังไง? แกไม่อยากจะอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม?” “พวกคุณเอาเงินที่จะใช้รักษาแม่ผมไปซื้อบ้านให้ไอ้สวะ ไม่สนใจไยดีแม่ผม คนที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันต่อมันเป็นคุณต่างหาก!” เฉินตงยักไหล่ พูดออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “หย่ากันเถอะ!” หวางหนันหนันนิ่งไปในทันที “มึง มึงพูดว่าอะไรนะ?” แต่งงานมาสามปี ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเฉินตงไม่เคยพูดจาอะไรแบบนี้ออกมา “หย่ากันเถอะ” เฉินตงบอก “แต่งงานกับผมมันทำให้คุณลำบากมาก ผมเองก็ไม่เหมาะกับคุณ ครอบครัวนี้ของคุณ ผมแบกไม่ไหว” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไป เขาไม่ใช่คนที่มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง สามปีที่ผ่านมา แต่ละครั้งที่อดทน ก็เป็นเพราะคิดว่าในตอนนั้นหวางหนันหนันแต่งกับเขา ความจริงแล้วก็นับว่าเธอยอมลดตัวลงมาแต่งกับเขา อีกอย่างหวางหนันหนันก็ยังมีความรู้สึกดีๆต่อเขาบ้าง แต่ว่าครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รอจนเฉินตงออกไปจากบ้านแล้ว ในที่สุดหวางหนันหนันก็ได้สติ เธอรีบพุ่งตัวไปหยิบโทรศัพท์มาโทรหามารดาด้วยความวิตกและไร้สติ ร้องไห้ฟูมฟายแล้วว่าขึ้น “แม่…..เฉินตงอยากจะหย่ากับหนู” “ไอ้ชั่วนั่นอยากจะขอหย่ากับแก?” อีกฝั่งของสาย เสียงตวาดของมารดาดังขึ้น “หย่าก็หย่า! มันก็แค่ไอ้คนจน ยังจะกล้ายกหางตัวเองอวดเบ่ง คิดว่าตัวเองแน่นักนะ! เงินสองแสนสุดท้ายนั่นยังไงก็อยู่ที่พวกเราแล้ว มันจะหย่ากับแก อย่างนั้นก็สงเคราะห์มันไป ให้มันไปนั่งร้องไห้กับแม่แก่ใกล้ตายของมันไปเสีย” ณ ขณะนี้ เวลานี้ เฉินตงออกเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ท้องฟ้าในตอนกลางคืน มีฝนเม็ดเล็กๆโปรยปรายลงมา ทำให้ตัวของเขาเปียกไปทั้งตัว เขาส่ายหัวอย่างกลัดกลุ้ม เอาเท้าเตะน้ำที่ขังนองอยู่ข้างทาง เงิน เงิน เงิน แม่งทะเลาะกันก็เพราะเงิน! ตอนนี้มีเรื่องกับตระกูลหวางจนต่อกันไม่ติดแล้ว กูแม่งจะไปหาเงินสองแสนนั่นมาจากไหนกันวะ? ฝืด……. ในเวลานี้ รถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อมคันหนึ่งก็หยุดลงตรงข้างตัวของเฉินตง กระจกของรถถูกเลื่อนลง ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดราชวงศ์ถังมีมองมาที่เฉินตงด้วยใบหน้าที่แต้มไว้ด้วยรอยยิ้ม “เป็นคุณชายเฉินตงใช่ไหมครับ? เชิญขึ้นรถครับ ไปโรงพยาบาลลี่จิงกับผม” คุณชาย ?! เฉินตงมองชายชราตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง นานนับชั่วขณะหนึ่งที่ชะงักไป ชายชรายิ้มออกมาเล็กน้อย “คุณแม่ของคุณกำลังเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”

Options

not work with dark mode
Reset