Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา – ตอนที่ 55 ความโกรธแค้นของตระกูลหวาง

#####บทที่ 55 ความโกรธแค้นของตระกูลหวาง

บทที่ 55 ความโกรธแค้นของตระกูลหวาง

ช่วงเวลาเย็นในวันเดียวกัน

โทรทัศน์ท้องถิ่นได้แถลงข่าวออกมาหนึ่งข่าว

“อสังหาริมทรัพย์ไท่ติ่งจะทำการเปิดจองอาคารชุดภาคตะวันตกของเมืองในวันที่15 ของเดือนนี้ค่ะ”

ข่าวนี้เหมือนเป็นระเบิดลูกใหญ่ที่ระเบิดไปทั่วเมืองอีกครั้ง

ทั้งเมืองสั่นสะเทือน จิตใจประชาชนสั่นไหว

ข่าวที่ยี่เคอประกาศว่าจะมาตั้งอยู่ที่นี่ด้วยในตอนนั้น ก็ทำให้ราคาบ้านของย่านสลัมที่ภาคตะวันตกของเมืองสูงขึ้นตามไปด้วย

มีคนไม่น้อยเลยที่รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้รีบซื้อบ้านในย่านเมืองเก่า

และในครั้งนี้ อสังหาริมทรัพย์ที่ปรับปรุงใหม่แล้วเปิดขายในตลาด ทำให้เหล่าคนที่เสียดายมาก่อนหน้าใจเต้นขึ้นมาอีกครั้ง

แค่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ภาคตะวันตกของเมือง หลังจากที่ยี่เคอปักหลักเข้ามาแล้ว ราคาบ้านของภาคตะวันตกของเมืองต้องสูงขึ้นแน่นอน

เพราะว่าช่วงหลายปีมานี้ สถานที่ที่ยี่เคอเคยตั้งหลักมา ราคาบ้านก็ล้วนสูงขึ้นตามไปด้วย!

กระแสร้อนแรงเกี่ยวกับการซื้อบ้านเกิดขึ้นกับชาวเมืองของเมืองนี้อย่างเงียบๆอย่างไม่รู้ตัว

เฉินตงนั่งพิงอยู่ที่โซฟา ดูข่าวที่ฉายอยู่ในทีวีตอนนี้

เขายิ้มออกมาอย่างมั่นใจ

กระแสร้อนแรงนี้เป็นนานถึงหนึ่งเดือนกว่า ที่เหลือ ก็แค่รอปะทุในวันที่15 ทีเดียว

ในตอนนี้เอง โทรศัพท์ก็ดังขึ้น

มองดูสายเรียกเข้า เฉินตงก็เผยรอยยิ้มอ่อนโยนออกมา

“ฮัลโหล เสี่ยวหยิ่ง”

“ดีใจด้วยนะประธานเฉิน วันนี้15 ก็จะเปิดจองบ้านของภาคตะวันตกของเมืองแล้ว ฉันเห็นจากข่าวหมดแล้วล่ะ”

เฉินตงยิ้ม “เสี่ยวหยิ่ง วันนั้นเธอลางานได้หรือเปล่า?”

เขารู้ว่าหลังจากที่กู้ชิงหยิ่งกลับประเทศแล้วก็เริ่มทำงานแล้ว แต่นี่ก็เพิ่งไปไม่กี่วัน แถมช่วงนี้ยังเกิดเรื่องมากมายอีกด้วย เลยทำให้เขาตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่ากู้ชิงหยิ่งทำงานที่ไหน

“แน่นอนสิ! บริษัทแฟนฉันเปิดจองดีมากขนาดนี้ จะต้องได้เงินโบนัสจากเถ้าแก่เยอะมากแน่ๆ ต้องให้นายเลี้ยงข้าวให้ได้!”

ในสาย กู้ชิงหยิ่งน้ำเสียงดีใจมาก “จริงสิ เมื่อตอนบ่ายที่นายบอกว่าจะเซอร์ไพรส์ฉันในวันที่15 อย่าบอกนะว่าหมายถึงเงินโบนัสน่ะ?”

ยัยนี้นี่ ถึงตอนนี้แล้วก็ยังไม่รู้เหรอเนี่ย?

แต่ก็ดี แบบนี้การเซอร์ไพรส์ของวันที่15 ถึงจะได้ยิ่งตื่นตะลึง ยิ่งตื่นเต้น!

เฉินตงหัวเราะออกมาอย่างมีพิรุธ “ประมาณนั้นน่ะ”

“คิคิ……ฉันจะไป Genting Sky ในวันนั้นฉันก็มีเซอร์ไพรส์ให้นายด้วยนะ” กู้ชิงหยิ่งหัวเราะพูดออกว่าอย่างมีเลศนัย

เซอร์ไพรส์?

เฉินตงตะลึงงันวูบหนึ่ง

ส่วน Genting Sky เขาไม่แคร์เลยแม้แต่น้อย

มันคือร้านอาหารไพรเวทไฮโซ ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของตึกที่สูงที่สุดในเมืองนี้ สามารถก้มลงมองเห็นทั่วเมืองได้ ถ้าโชคดีได้เจอหมอก ก็จะรู้สึกเหมือนตัวกำลังอยู่บนทะเลหมอก

ภัตตาคาร Genting ได้ชื่อเสียงมาจากเหตุนี้นี่เอง

กล่าวกันว่า ค่าใช้จ่ายต่ำสุดก็เป็นหลักแสนขึ้นแล้ว

นี่จึงเป็นเหตุทำให้เมืองนี้มีแค่คนส่วนน้อยที่สามารถไปใช้บริการภัตตาคาร Genting ได้

ต่อให้เป็นเฉินตงในแต่ก่อนที่เป็นรองประธานได้เงินหลักล้านต่อปี ก็ไม่กล้าฟุ่มเฟือยขนาดนี้

แต่ว่าตอนนี้เขาไม่ต้องแคร์แล้ว

“ได้สิ” เฉินตงยิ้มพูด

ในสาย กู้ชิงหยิ่งกำลังตื่นเต้นมาก “อร๊ายยย วันนั้นฉันควรแต่งตัวยังไงดีนะ ต้องแต่งตัวให้สวยหน่อยแล้ว ไป Genting Sky ที่ที่ไฮโซขนาดนั้น ต้องห้ามทำให้แฟนฉันขายหน้าเด็ดขาด”

เฉินตงหัวเราะ จริงๆแล้วกู้ชิงหยิ่งสวยมาก แม้จะแค่แต่งตัวง่ายๆสบายๆ แต่แค่เสน่ห์ที่พัฒนามาตั้งแต่เด็กจนโต ก็สวยกว่าดาราบางคนแล้ว

และอีกอย่าง กู้ชิงหยิ่งจะไม่เคยไป Genting Sky?

เขารู้ว่าที่กู้ชิงหยิ่งพูดแบบนี้ก็เพราะแค่อยากออดอ้อนกับเขาในฐานะแฟน

เฉินตงกำลังคิดจะอวยกลับ

แต่ในสาย เสียงของกู้ชิงหยิ่งจู่ๆก็ดังขึ้น “และยิ่งไปกว่านั้นนะ เรื่องขูดรีดคนมีตังค์เรื่องจริงจังขนาดนี้ ไม่แต่งตัวให้สวยหน่อยก็คือทำผิดต่อเสี่ยเฉินน่ะสิ”

เฉินตงพลันหัวเราะออกมาไม่ได้แล้ว

แฟนคนนี้ เอาไม่ได้แล้วมั้ง?

คุยเรื่อยเปื่อยกับกู้ชิงหยิ่งอีกสักพัก เฉินตงก็วางสายลง

อีกฝั่ง หลังจากที่กู้ชิงหยิ่งวางสายลงแล้ว ก็รอคอยวันที่15 มาถึงอย่างตื่นเต้น

เธอหัวเราะออกมาอย่างมีพิรุธ “ตาทึ่ม ตอนนี้ก็ยังไม่รู้สินะว่าฉันเป็นเถ้าแก่ของยิงลี่? รอบอกเขาในวันที่15 ถึงตอนนั้นเขาคงทั้งดีใจทั้งตกใจจนตะลึงงันไปเลยสินะ”

ในขณะที่พึมพำอยู่ เธอก็อดไม่ได้ที่จะจินตนาการท่าทางเฉินตงตอนตะลึงงัน รอยยิ้มบนใบหน้าก็พลันอ่อนหวานมากขึ้น

……

บ้านตระกูลหวาง

บรรยากาศตอนนี้ราวกับกำลังจะแข็งตัวเข้าเต็มที

ความกดอากาศต่ำจนทำให้คนรู้สึกหายใจไม่ออกเล็กน้อย

ครอบครัวหวางหนันหนันทั้งสี่คนกำลังนั่งอยู่ที่โซฟา ดูข่าวที่กำลังฉายในทีวี แต่ละคนแสดงสีหน้าต่างกัน

หวางเต๋อและจางซิ่วจือโกรธจนหน้าเขียวปัด จางซิ่วจือถึงกับกำหมัดแน่น ขบเคี้ยวเขี้ยวฟันเหมือนกับจะกินคน

หวางเต๋อจ้องโทรทัศน์เขม็งด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น

ส่วนหวางหนันหนันก้มหน้านั่งอยู่ที่โซฟา ดวงตาสวยน้ำตาคลอเบ้าคล้ายกำลังจะร้องไห้ออกมา

“พี่ ทำไมแต่ก่อนพี่ถึงไม่เกลี้ยกล่อมพวกเรามากกว่านี้เนี่ย?”

หวางเห้าพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น ทำลายบรรยากาศเงียบสงัดในห้องรับแขกนี้ และขอร้องอ้อนวอนกับจางซิ่วจือว่า “แม่……พวกแม่ยังอยากให้ผมแต่งงานกับเสว่เอ๋ออยู่หรือเปล่าเนี่ย?”

แค่ประโยคเดียว ก็ทำให้จางซิ่วจือระเบิดออกมาทันที

เธอลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธแค้น “หวางหนันหนัน ตกลงในใจแกยังมีบ้านนี้อยู่หรือเปล่า? ตอนนั้นถ้าแกเกลี้ยกล่อมแม่กับพ่อแกอีกสักนิด ให้เราไปซื้อบ้านที่ภาคตะวันตกของเมือง ป่านนี้เสี่ยวเห้าก็คงแต่งงานกับเสว่เอ๋อไปนานแล้ว เพราะแก เพราะแกเลย!”

คำพูดบาดลึกเสียดแทงเข้าไปในกระดูก

หวางหนันหนันมองจางซิ่วจือด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง

เมื่อกี้ตอนที่ดูข่าว เธอก็รู้ล่วงหน้าแล้วว่าจะต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

แต่เธอก็รับไม่ได้จริงๆ เรื่องมันก็ผ่านไปหลายวันแล้ว แต่คนทั้งบ้านก็ยังโทษเธอเรื่องที่ไม่ได้ซื้อบ้าน

“แม่……ทำไมต้องโทษหนูด้วย? หนูยังทำเพื่อบ้านนี้ไม่เยอะพออีกเหรอ?”

หวางหนันหนันกลั้นน้ำตาไม่อยู่อีกต่อไป ร้องไห้ขอร้องออกมา “ขอร้องล่ะ ปล่อยหนูไปเถอะ หนูพยายามแล้วจริงๆ แต่งงานกับเฉินตงในสามปีนี้ หนูเอาเงินจากที่บ้านมาเยอะเท่าไหร่แล้ว? และก็ช่วยเสี่ยวเห้ามาแล้วอีกกี่ครั้ง แค่นี้ยังไม่พออีกเหรอ?”

“ไร้สาระ!”

สีหน้าจางซิ่วจือเต็มไปด้วยความดุดันและพูดออกมาอย่างโหดร้ายว่า “แกเป็นพี่สาว แกก็สมควรเอาจากที่บ้านอยู่แล้ว แกคิดว่าตัวเองน่าภาคภูมิใจนักเหรอ? เรื่องแต่งงานของน้องชายที่ใหญ่ขนาดนี้ แกก็ช่วยอะไรไม่ได้ ยังจะมาอ้างกับแม่อีก? ”

หวางหนันหนันรู้สึกเหนื่อยใจเต็มแก่ ก้มหน้าร้องไห้ออกมาอย่างสิ้นหวัง

“ร้องๆๆ ร้องเป็นอย่างเดียว! แกมันไม่มีประโยชน์ ถ้าฟังที่แม่กับพ่อแกพูดแต่แรกไปแต่งงานกับคนรวย บ้านเราจะตกอับถึงขั้นนี้? แต่แกก็ดื้อจะลดตัวไปแต่งงานกับไอ้เหี้ยเฉินตงให้ได้!”

จางซิ่วจือด่ากัดไม่ปล่อย ไม่สนใจความรู้สึกของหวางหนันหนันในตอนนี้แม้แต่น้อย

หวางเห้าที่ทำสีหน้าน้อยใจอยู่ข้างๆพอได้ยิน “เฉินตง” สองคำนี้ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาทันที

เขาพูดออกมาโดยไม่คิดว่า “พ่อแม่ เฉินตงมีเงิน! ผมเคยเจอไอ้แม่ผีทะเลของเฉินตงที่โรงพยาบาลลี่จิง พยาบาลเคยบอกผมว่าแม่ของมันเพิ่งผ่าตัดปลูกถ่ายตับมาช่วงนี้ ตอนนี้เริ่มดีขึ้นแล้ว แต่ตอนนั้นที่พี่เอาสองแสนกลับมา บอกชัดว่ามันเป็นเงินสองแสนสุดท้ายของเฉินตง”

“ว่าไงนะ?”

หวางเต๋อและจางซิ่วจือสีหน้าเปลี่ยนขึ้นมาทันที

จางซิ่วจือเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งพูดว่า “เสี่ยวเห้า แกพูดบ้าอะไรน่ะ ไอ้เศษสวะนั่นจะยังมีเงินเหลืออีกได้ยังไง?”

หลังจากนั้น หวางเห้าก็พูดออกมาอย่างขบเคี้ยวเขี้ยวฟัน “จริงๆนะ ผมที่เป็นลูกจะโกหกพวกแม่ทำไม? พวกเราโดนหลอกแล้ว พี่โดนเฉินตงหลอกแล้ว มันต้องวางแผนเอาไว้นานแล้วแน่ๆ ตั้งใจใช้ข้ออ้างสองแสนนั้นเพื่อหย่ากับพี่!”

ได้ยินที่พูด

หวางเต๋อและจางซิ่วจือสีหน้าก็เต็มไปด้วยความโกรธขึ้นมาทันที

จางซิ่วจือยิ่งเหมือนกับถูกฟ้าผ่า นั่งลงบนโซฟาอย่างอ่อนแรง ตีอกกระทืบเท้าร้องไห้พูดว่า “โอ๊ย……เลวจริงๆ ไอ้เศษสวะนั่นทำไมถึงได้ชั่วขนาดนี้ บ้านเราคือไปขุดหลุมศพบรรพบุรุษมันหรือไง?”

“หวางหนันหนัน กูไม่สนว่าแกจะใช้วิธีอะไร แกต้องไปเอาอีกหลายแสนจากเฉินตงมาอีกให้ได้ ไม่อย่างนั้น กูที่เป็นแม่แก ก็จะตายต่อหน้าแก!”

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

บทนำ เฉินตงกับหวางหนันหนันแต่งงานกัน3ปี ถูกภรรยาที่ยกน้องชายเป็นหัวแก้วหัวแหวนบีบคั้น แล้วยังถูกดูถูกเหยียดหยาม วันหนึ่งได้กลับตระกูลมหาเศรษฐี เขาสาบานว่าต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา ต้องทำให้คนที่ดูถูกเขาเสียใจกับสิ่งที่ทำ ให้คนที่เหยียดหยามเขาต้องชดใช้อย่างสาสม เรื่องย่อ “ขอโทษครับคุณเฉิน ระยะมะเร็งตับของแม่ของคุณ…..” มองคุณหมอที่อยู่ตรงหน้าส่ายหน้า เฉินตงมึนงงไปชั่วขณะ ในพริบตาดวงตาก็กลายเป็นสีแดง ตั้งแต่เล็กจนโต เขากับแม่พึ่งพาอาศัยกัน เพื่อที่จะส่งให้เขาเรียนหนังสือ แม่ทำงานจนป่วย ไม่ทันที่จะได้สะดวกสบาย ก็ตกลงมาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้แล้ว “คุณหมอ ขอร้องล่ะครับ ช่วยแม่ผมด้วย แค่หนทางสักนิดก็ไม่มีแล้วเหรอครับ?” เสียงของเฉินตงแหบแห้งยังมีเสียงสะอื้นปนอยู่ คุณหมอลังเลอยู่ชั่วครู่ กล่าวขึ้น “ยังมีวิธีสุดท้ายอยู่ ก็คือทำการเปลี่ยนถ่ายตับ ตอนนี้ทางแพทย์มีของอยู่พอดี…..” ชะงักไปชั่วครู่ เขาก็มองเฉินตงตั้งแต่หัวจรดเท้า การรักษาที่ยาวนาน ทำให้เขารู้สถานการณ์ตอนนี้ของเฉินตงดี แต่ เขาก็ยังพูดออกมา “แต่ว่า…..ค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยนะครับ อย่างน้อยๆในช่วงแรกก็ประมาณสองแสน” สองแสน? ดวงตาของเฉินตงวาววับ รีบจับมือของคุณหมอเอาไว้ “รักษา จะต้องรักษานะครับ ผมยังมีอีกสองแสน!” เงินไม่มีแล้วยังหาได้ แต่ว่าไม่มีแม่แล้ว ก็ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว “อย่างนั้นคุณก็รีบๆรวบรวมเงิน ถ้าเกิดว่ายังประวิงเวลาออกไปอีก วิธีปลูกถ่ายตับก็หมดหนทางแล้ว” นายแพทย์พยักหน้า ถอนหายใจครั้งหนึ่งแล้วก็หมุนตัวจากไป เดินออกมาจากโรงพยาบาล ท้องฟ้ามีฝนเม็ดเล็กๆโปรยลงมา เฉินตงรีบร้อนกลับบ้าน ภรรยา หวางหนันหนันกำลังนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา แถมในปากยังกินขนมมันฝรั่งทอดอยู่อีกด้วย เธอเหลือบมองเฉินตง หวางหนันหนันว่าขึ้น “แม่ดีขึ้นบ้างไหม?” “หมอบอกว่า ถ้าเกิดว่าสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายตับได้ ก็ยังมีทางรักษา” เฉินตงพูดขึ้นอย่างดีใจราวกับคว้าเอาหญ้ากอสุดท้ายที่ใช้รักษาชีวิตเอาไว้ได้ “ต้องใช้สองแสน ยังดีที่บ้านของเรายังพอมีอยู่ แม่ยังมีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง” พูดไป เขาก็หมุนตัวเข้าไปหยิบเอาบัตรธนาคารในห้อง ในพริบตาสีหน้าของหวานหนันหนันก็เปลี่ยนไป รีบร้องขึ้น “เฉินตง คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เฉินตงเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ราวกับว่านึกอะไรขึ้นได้ หมุนตัวหันกลับมามองหวางหนันหนัน “เงินล่ะ?” หวางหนันหนันวิตกกังวล อึกๆอักๆไม่พูดออกมา “เอาไปให้ที่บ้านคุณอีกแล้วเหรอ?” เฉินตงเลิกคิ้ว รอยยิ้มที่แสดงออกมานั้นช่างดูขมขื่นจนหาอะไรมาเปรียบเทียบไม่ได้ ฝีเท้าของเขาก้าวลงไปนั่งบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง หยิบซองบุหรี่ที่ยับยู่ยี่ออกมา “แช๊ะ” จุดบุหรี่มวนนึงขึ้น ดูดบุหรี่เข้าปอดแรงๆ ทิ้งร่างนอนพาดอยู่บนโซฟา แต่งงานมาสามปี เรื่องซ้ำ ๆเดิม ๆ และมันไม่ใช่ครั้งแรก “หนันหนัน นี่เป็นเงินที่เอาไว้ใช้รักษาแม่ผม” เฉินตงพูดขึ้นอย่างอ่อนล้า “ขอคืนมาได้ไหม?” “ขอคืนมา?” คิ้วของหวางหนันหนันกระตุกขึ้น ตวาดออกมาเสียงแหลม “เฉินตง คุณหมายความว่ายังไง? ฉันเอาเงินเล็กๆน้อยๆไปแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ฉัน จะมีหน้าที่ไหนไปขอกลับมาห้ะ?” เฉินตงข่มสีหน้าและอารมณ์ให้เย็นลง แล้วว่าขึ้น “โรงพยาบาลบอกว่าตอนนี้มีตับที่เข้ากันได้อยู่พอดี ถ้าสามารถเอาเงินไปให้โรงพยาบาลได้ในทันที โรงพยาบาลก็สามารถที่จะเริ่มทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับให้แม่ผมได้เลย จากสถานการณ์ของแม่ผมในตอนนี้ คงจะทนได้อีกไม่นาน” “ฉันไม่สนใจ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเอง คุณก็ไปหาทางเอาเอง” ในทันใดหวางหนันหนันก็ร้องเริ่มร้องไห้เสียงดัง น้ำตาไหลนอง “ภายในเวลาสั้นๆผมจะไปหาเงินสองแสนมาจากไหน?” เฉินตงรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะระเบิดออกมาแล้ว กึ่งหนึ่งคือการขอร้อง “หนันหนัน ช่วยผมครั้งหนึ่ง ขอคืนมาเถอะนะ แม่ของผมยังรอเงินสองแสนนั่นมาช่วยชีวิตอยู่นะ!” “เฉินตง! เงินนั่นให้แม่ฉันไปแล้ว ฉันไม่มีทางที่จะไปขอกลับมา” หวางหนันหนันร้องไห้ไปแล้วทรุดนั่งลงบนพื้น ทั้งน้ำมูกทั้งน้ำตาไหลออกมา “แม่ของคุณก็กำลังจะตายอยู่แล้ว คุณยังจะเอาเงินไปผลาญทิ้งที่โรงพยาบาลอีก ตกลงคุณเคยคิดถึงครอบครัวพวกเราบ้างหรือเปล่า?” ร่างกายของเฉินตงสั่น ความโกรธมากระจุกรวมกันอยู่ที่ลำคอของเขา เขาหยิบโทรศัพท์ของหวางหนันหนันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “คุณไม่โทร ผมโทร!” ไม่รอให้หวางหนันหนันขัดขวาง สายโทรออกก็โดนรับสาย “แม่ครับ หนันหนันเพิ่งจะให้เงินแม่ไปสองแสนใช่ไหมครับ?” เฉินตงขอร้อง “ขอร้องล่ะครับช่วยคืนเงินสองแสนให้ผมได้ไหม นั่นเป็นเงินที่จะใช้รักษาแม่ผม แม่ผมท่านยังรอรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่นะครับ” อีกฝั่งของสาย อยู่แม่ยายก็ตวาดขึ้น “เฉินตงแกพูดจาบ้าบออะไรออกมา? เงินนั่นเป็นเงินที่หนันหนันแสดงความกตัญญูต่อพวกเรา แกยังมีหน้าจะมาขอเงินกลับไปอีก? ในตอนนั้นหนันหนันอยากจะแต่งงานกับแก พวกเราก็ไม่เห็นด้วย จากสภาพของแก ก็เป็นเพราะหนันหนันหน้ามืดตามัวถึงได้ยอมแต่งงานกับแก” “ในตอนนี้หนักกว่านั้นอีก หนันหนันมีใจอยากจะกตัญญูต่อพ่อแม่ เอาเงินมาให้พวกเราสองคนใช้ ชายหงส์(ผู้ชายที่เกิดในบ้านยากจนและเข้ามหาวิทยาลัยโดยความพยายาม จบเรียนแล้วก็ดำเนินชีวิตที่เมือง)อย่างแกยังกล้าที่จะบากหน้ามาขอเงินกลับไป ฉันจะบอกแกให้นะ หวางเห้ากำลังจะแต่งงานแล้ว เงินนั่นพวกเราเตรียมจะเอาไปวางดาวน์ค่าบ้านงวดแรกให้หวางเห้า อยากได้เงิน? แค่แดงเดียวก็ไม่มี!” ปัง! สายตัดไปแล้ว เฉินตงแน่นิ่งไป แม่ยายนี่ฟังในสิ่งที่ฉันพูดไม่เข้าใจหรือยังไง? “เฉินตง คุณเป็นบ้าเหรอ?” หวางหนันหนันกระชากคอเสื้อของเฉินตงราวกับคนบ้า “คุณทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ลงไปได้ยังไง ฉันเอาเงินไปให้พ่อแม่ฉัน ทำไมคุณต้องทำเหมือนมันฟ้ามันจะผ่าลงมาให้ได้?” เฉินตงมองหวางหนันหนันอย่างหดหู่ ดวงตาแดงก่ำ “ในสายตาของพวกคุณ ชีวิตของแม่ผม ยังไม่มีค่าเท่ากับเงินดาวน์บ้านงวดแรกของน้องชายคุณอย่างนั้นเหรอ?” “ไร้สาระ!” หวางหนันหนันปล่อยมือจากเฉินตง หยิบของในห้องขึ้นมาแล้วก็เขวี้ยงปาข้าวของจนเละเทะ ในพริบตา ห้องรับแขกก็รกและยุ่งเหยิงไปหมด หวางหนันหนันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา “เฉินตงคุณมันคนใจดำ ตอนนั้นทำไมฉันถึงได้แต่งงานกับคุณนะ เพื่อแม่ของคุณ คุณทุ่มเททิ้งเงินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว? ฉันยอมอดทนลำบากมากับคุณ แม้แต่บ้านที่อยู่ก็ต้องเช่า คุณเคยสงสารฉันบ้างไหม? เสี่ยวเห้าเป็นน้องชายของฉัน แล้วก็เป็นน้องของคุณด้วย เขากำลังจะแต่งงานแล้ว ฉันเป็นถึงพี่สาว จะช่วยฉันบ้าง ไม่ได้เลยเหรอ?” “ช่วยคุณสักครั้ง?” เฉินตงโมโหสุดขีด “พวกเราแต่งงานกันมาสามปี คุณช่วยหวางเห้าไอ้สวะนั่นไปตั้งเท่ากี่ครั้งแล้ว? ไอ้สวะหวางเห้ามัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบจนชีวิตไม่ก้าวหน้า ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านเกาะพ่อแม่กิน ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะพวกคุณ!” “อย่ามาพูดถึงน้องชายฉันแบบนั้นนะ!” หวางหนันหนันใบหน้าบิดเบี้ยว ยืนชี้หน้าเฉินตงด้วยท่าทางป่าเถื่อนพร้อมพูดข่มขู่ เฉินตงพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ทำไมถึงจะพูดไม่ได้? เรียนมหาลัยก็ไปทำคนอื่นท้อง เงินที่ชดใช้ก็เป็นเงินของผม เขาอยากจะซื้อรถก็เป็นผมที่จ่ายเงินซื้อให้เขา ในสามปีนี้ทั้งในที่ลับและที่แจ้งผมจ่ายเงินให้เขาไปตั้งเท่าไหร่? คุณมันปีศาจฝูตี้(ผู้หญิงที่มีน้องชายและต้องช่วยน้องชายในทุกด้านเพราะพ่อแม่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว) คุณต่างหากที่ไม่เคยคิดถึงครอบครัวของเรา!” “กรี๊ด! แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ” หวางหนันหนันหวีดร้องออกมาเสียงแหลม “แกหมายความว่ายังไง? แกไม่อยากจะอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม?” “พวกคุณเอาเงินที่จะใช้รักษาแม่ผมไปซื้อบ้านให้ไอ้สวะ ไม่สนใจไยดีแม่ผม คนที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันต่อมันเป็นคุณต่างหาก!” เฉินตงยักไหล่ พูดออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “หย่ากันเถอะ!” หวางหนันหนันนิ่งไปในทันที “มึง มึงพูดว่าอะไรนะ?” แต่งงานมาสามปี ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเฉินตงไม่เคยพูดจาอะไรแบบนี้ออกมา “หย่ากันเถอะ” เฉินตงบอก “แต่งงานกับผมมันทำให้คุณลำบากมาก ผมเองก็ไม่เหมาะกับคุณ ครอบครัวนี้ของคุณ ผมแบกไม่ไหว” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไป เขาไม่ใช่คนที่มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง สามปีที่ผ่านมา แต่ละครั้งที่อดทน ก็เป็นเพราะคิดว่าในตอนนั้นหวางหนันหนันแต่งกับเขา ความจริงแล้วก็นับว่าเธอยอมลดตัวลงมาแต่งกับเขา อีกอย่างหวางหนันหนันก็ยังมีความรู้สึกดีๆต่อเขาบ้าง แต่ว่าครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รอจนเฉินตงออกไปจากบ้านแล้ว ในที่สุดหวางหนันหนันก็ได้สติ เธอรีบพุ่งตัวไปหยิบโทรศัพท์มาโทรหามารดาด้วยความวิตกและไร้สติ ร้องไห้ฟูมฟายแล้วว่าขึ้น “แม่…..เฉินตงอยากจะหย่ากับหนู” “ไอ้ชั่วนั่นอยากจะขอหย่ากับแก?” อีกฝั่งของสาย เสียงตวาดของมารดาดังขึ้น “หย่าก็หย่า! มันก็แค่ไอ้คนจน ยังจะกล้ายกหางตัวเองอวดเบ่ง คิดว่าตัวเองแน่นักนะ! เงินสองแสนสุดท้ายนั่นยังไงก็อยู่ที่พวกเราแล้ว มันจะหย่ากับแก อย่างนั้นก็สงเคราะห์มันไป ให้มันไปนั่งร้องไห้กับแม่แก่ใกล้ตายของมันไปเสีย” ณ ขณะนี้ เวลานี้ เฉินตงออกเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ท้องฟ้าในตอนกลางคืน มีฝนเม็ดเล็กๆโปรยปรายลงมา ทำให้ตัวของเขาเปียกไปทั้งตัว เขาส่ายหัวอย่างกลัดกลุ้ม เอาเท้าเตะน้ำที่ขังนองอยู่ข้างทาง เงิน เงิน เงิน แม่งทะเลาะกันก็เพราะเงิน! ตอนนี้มีเรื่องกับตระกูลหวางจนต่อกันไม่ติดแล้ว กูแม่งจะไปหาเงินสองแสนนั่นมาจากไหนกันวะ? ฝืด……. ในเวลานี้ รถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อมคันหนึ่งก็หยุดลงตรงข้างตัวของเฉินตง กระจกของรถถูกเลื่อนลง ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดราชวงศ์ถังมีมองมาที่เฉินตงด้วยใบหน้าที่แต้มไว้ด้วยรอยยิ้ม “เป็นคุณชายเฉินตงใช่ไหมครับ? เชิญขึ้นรถครับ ไปโรงพยาบาลลี่จิงกับผม” คุณชาย ?! เฉินตงมองชายชราตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง นานนับชั่วขณะหนึ่งที่ชะงักไป ชายชรายิ้มออกมาเล็กน้อย “คุณแม่ของคุณกำลังเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”

Options

not work with dark mode
Reset