Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา – ตอนที่ 72 อดีตของคุนหลุน

บทที่ 72 อดีตของคุนหลุน

เป็นมื้ออาหารที่เต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ

ค่ำคืนที่เงียบสงบ

เฉินตงยังไม่ได้เข้านอน

เขานั่งรับลมเย็นยามค่ำคืนบนระเบียงคนเดียว

“คุณชาย ไม่สบายเหรอ?”

เสียงของคุนหลุนดังมาจากด้านหลัง

เฉินตงมองไปที่ไกลสุดลูกหูลูกตา จากตำแหน่งของระเบียง เขาสามารถมองเห็นทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองทั้งเมืองภายใต้ภูเขาเทียนซานได้

เขาไม่ได้ตอบคำถามของคุนหลุน

จนกระทั่งคุนหลุนนั่งลงข้างเขา

“มีบุหรี่ไหม?” เฉินตงถาม

คุนหลุนพยักหน้าแล้วหยิบบุหรี่ออกมาจากซองหนึ่งม้วนแล้วยื่นให้เขา

เฉินตงเป็นคนไม่สูบบุหรี่ แต่ ณ ตอนนี้เขาอยากลองจริงๆ

เขารับไฟแช็กจากคุนหลุนแล้วจุดบุหรี่ม้วนนั้น

ทันใดที่สูบ ควันฉุนก็พวยพุ่งเข้าปอด ทำให้เขาสำลักไออย่างรุนแรงและมีน้ำตาไหลออกมา

เมื่อมองไปที่บุหรี่ เฉินตงก็โยนมันลงบนพื้นและยิ้มพูดอย่างขมขื่น “ผมไม่สูบดีกว่า”

“มันไม่จำเป็นหรอกนะ ที่จริงคุณบอกผมได้”

คุนหลุนส่ายหัว เขารู้ว่าเฉินตงมีความในใจอยู่

จากนั้นเฉินตงนอนเอนลงไปที่เก้าอี้พับแล้วสองมือวางไว้ข้างหลังศีรษะและมองดูดวงดาวบนท้องฟ้า “จู่ ๆ ผมก็ไม่รู้ว่าจะคิดยังไงกับพ่อดี”

ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าพ่อของเขานั้นเป็นคนที่ทอดทิ้งครอบครัวเพื่อแสวงหาความมั่งคั่งมาตลอด

กระทั่งการปรากฏตัวของท่านหลงทำให้สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไป

สำหรับพ่อที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อน นอกจากความขุ่นเคืองแล้วไม่มีความรู้สึกใดๆ ต่อเขาอีกเลย

แต่สิ่งที่แม่พูดมันทำให้เขาเริ่มรู้สึกหวั่นไหว

ถ้าการจากไปของพ่อเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อไม่ให้ทุกคนต้องตาย

แล้ว……เกิดอะไรขั้นกับตระกูลเฉินในวันนั้น?

เขาอยากรู้เรื่องในอดีตมาก

แต่น่าเสียดายที่แม่รู้ไม่มาก ถ้าอยากจะรู้มากกว่านี้ เห็นทีว่าต้องไปเจอพ่ออย่างเดียวแล้ว

“อันที่จริง คุณท่านดีมากเลยนะครับ”

คุนหลุนถอนหายใจ ดวงตาของเขาเปล่งประกายแวววาว “เขาเป็นคนที่ดีที่สุดในโลกเท่าที่ผมเคยเห็นเลยนะครับ”

เฉินตงเลิกคิ้วแล้วยิ้มถามเขา “จริงสิ คุณเคยเป็นทหารรับจ้าง ทำไมคุณถึงเลือกที่จะติดตามเขา?”

คุนหลุนจุดบุหรี่ให้ตัวเองแล้วสูบมัน “ตอนนั้นผมรุ่งเรืองในวงการทหารรับจ้าง ผมมีลูกน้องมากกว่าร้อยคน ถ้าอยู่ในสนามรบเราก็เสมือนปลาได้น้ำ”

“นั่นมันไม่ดีเหรอ?” เฉินตงยิ้มถาม

“ดี?” คุนหลุนส่ายหัวแล้วพูดต่อ “ทุกวันเราต้องผูกติดกับหัวเข็มขัด วิ่งอยู่ท่ามกลางห่ากระสุน อันที่จริงผมเบื่อมันมานานแล้ว”

“ดังนั้น ถึงได้มาติดตามพ่อของผมเหรอ?”

“พ่อของคุณช่วยชีวิตผมไว้”

คุนหลุนส่ายหัว ดวงตาที่ลึกซึ้งดูเหมือนกำลังนึกถึงอดีต

“ตอนนั้นผมปฏิบัติภารกิจหนึ่ง เป็นภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากคุณพ่อของคุณเพื่อช่วยตัวประกันที่สนามรบทะเลทรายในประเทศแห่งหนึ่ง”

“น่าเสียดายที่ภารกิจครั้งนั้นเราล้มเหลว พี่น้องของเรา 100 กว่าคนต้องเสียชีวิตไปถึง 90 กว่าคน ส่วนคนที่เหลือก็ถูกจับไปพร้อมกับผมด้วย”

“ในวันประหารนั้น เป็นวันที่ผมไม่มีวันลืมมันได้ตลอดไป”

เมื่อพูดถึงจุดนี้ คุนหลุนมองไปที่เฉินตงแล้วพูดอย่างซาบซึ้ง “คุณชายครับ นักธุรกิจตัวจริง เขาย่อมให้ความสำคัญกับลูกจ้างมากกว่าผลกำไร คุณรู้อยู่ใช่ไหมครับ?”

เฉินตงพยักหน้า

“ผมจำได้ว่าวันนั้นแดดแรงมาก ตอนนั้นผมคุกเข่าอยู่บนเวทีประหารที่มีคนดูนับหมื่นคน”

คุนหลุนยิ้มจางๆ แล้วเล่าต่อ “เพื่อป้องกันนักโทษประหารหลบหนี ศัตรูจึงเอารถถังและรถหุ้มเกราะจอดอยู่เต็มหน้าลานประหาร แต่เวลานั้น คุณพ่อของคุณก็มาจนได้”

เขายกนิ้วชี้ขึ้นแล้วพูดต่อ “เขามาคนเดียวโดยขับรถจี๊ปแล้วพุ่งตรงเข้ามาที่ลานประหาร”

มุมตาของเฉินตงกระตุกเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ

แม้คำพูดของคุนหลุนจะฟังพูดผ่อนคลาย

แต่ฉากในตอนนั้นต้องอันตรายมากอย่างแน่นอน

เมื่อต้องเผชิญกับการประหารชีวิตต่อหน้าผู้คนนับหมื่น นั่นไม่ใช่กำลังของคนคนเดียวที่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้

แต่พ่อของเขากล้าไป นั่นหมายความว่าเขากล้าแลกด้วยชีวิต

“น่าแปลกใจใช่ไหมครับ?”

คุนหลุนยิ้มถาม จากนั้นพูดต่อโดยที่ไม่รอเฉินตงตอบ “อันที่จริงผมก็รู้สึกตกใจมาก แต่คุณพ่อของคุณมาคนเดียวจริงๆ เขาขับรถฝ่าเข้ามาในลานประหาร จากนั้นลงจากรถอย่างใจเย็นและใช้ภาษาพื้นเมืองที่คล่องแคล่วทักทายทุกคนที่มาร่วมงานด้วยรอยยิ้ม”

เมื่อพูดถึกจุดนี้ คุนหลุนอดไม่ได้ที่จะยกย่องเขา “พูดตามความจริงนะ ผมอยู่ในสนามรบมานานหลายปี พวกนายจ้างหรือผู้บังคับบัญชา เมื่อต้องเผชิญกับความตาย ไม่มีใครไม่หวาดกลัวหรอก แต่สำหรับคนอย่างคุณพ่อของคุณผมไม่เคยเจอจริงๆ”

จากนั้นเขามองไปที่เฉินตงแล้วพูดต่อ “คุณคล้ายกับเขามานะ แต่ยังมีหนทางอีกยาวไกลกว่าคุณจะไปถึงในจุดที่เขายืนอยู่”

เฉินตงขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “แล้วยังไงต่อ?”

คุนหลุนเล่าต่อ “จากนั้นเขาใช้เงิน 1 หมื่นล้านมอบให้กับคนในพื้นที่เพื่อแลกกับชีวิตของผม”

“เงิน 1 หมื่นล้าน……กับชีวิตของคุณ? ไม่แปลกใจเลยที่คุณติดตามเขาไม่ยอมไปไหน” เฉินตงยิ้มพูด

“ถือว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณเขาก็ได้” คุนหลุนยิ้มตอบ จากนั้นแสงในดวงตาก็สว่างขึ้น “แต่ความกล้าของเขาในตอนนั้นทำให้ผมตายใจมากกว่า ผมเคยเป็นทหารรับจ้าง ผมเคยยิ่งใหญ่มาก่อน แน่นอนว่าผมเคยชินกับการมีชื่อเสียง แต่พ่อของคุณทำให้ผมเปลี่ยนไป”

เฉินตงยิ้มพูด “ก้อนเมฆมันต้องเปิดออกเมื่อมังกรมันบินผ่าน น้ำทะเลมันก็ต้องเกิดคลื่นเมื่อเรือยักษ์มันขับผ่าน ว่าไหมครับ?”

“ฮ่า ๆ ๆ ……คุณชายเข้าใจผมจริงๆ” คุนหลุนยิ้มอย่างมีความสุขและยอมรับในคำพูดของเขา

เฉินตงก็รู้สึกอย่างนั้น

ถ้าเขาเป็นคุนหลุน เขาก็จะเลือกเหมือนคุนหลุนด้วยเช่นกัน

แต่……เท่าที่คุนหลุนเล่ามา มันทำให้พ่อในอุดมคติของเขาเปลี่ยนไป

ในลานประหารที่มีรถถัง รถหุ้มเกราะล้อมรอบ และยังมีคนดูนับหมื่นคน

แต่พ่อของเขาฝ่าเข้าไปด้วยตัวคนเดียว แค่ความกล้าหาญนี้ มันก็ไม่ใช่สิ่งที่นักธุรกิจธรรมดาคนหนึ่งจะสามารถทำได้แล้ว

“แต่คุณชายครับ คุณท่านไม่ได้เป็นอย่างที่คิดนะครับ”

เมื่อเห็นเฉินตงเงียบไป คุนหลุนก็พูดต่อ “เรื่องบางอย่าง เราที่เป็นคนรับใช้ไม่ควรพูดมากเกินไป แต่คุณท่านส่งผมมาหาคุณชายแบบนี้ เรียกได้ว่าคุณท่านให้ความสำคัญกับคุณชายมากกว่าตัวเขาเองนะครับ”

“หมายถึงอะไร?” เฉินตงถาม

“ผมเป็นบอดี้การ์ดติดตัวของคุณท่าน และเป็นบอดี้การ์ดคนเดียวที่ใกล้ชิดที่สุดของเขา”

ดวงตาของคุนหลุนมีแววสังหารอย่างคลุมเครือ “ตั้งแต่ติดตามคุณท่านมา โดยเฉลี่ยแล้วผมต้องช่วยแกแก้ไขปัญหาการลอบสังหารอย่างน้อยสิบครั้งต่อปีนะครับ”

“ลอบสังหารสิบครั้ง?”

เฉินตงอดไม่ได้ที่จะตกอยู่ในความคิดของตนอีกครั้ง

คุนหลุนยืนขึ้นแล้วตบไหล่เฉินตงเบาๆ และพูดว่า “ที่คุณท่านให้ผมมาหาคุณ นั่นคือการทำให้ตัวเองตกเป็นเป้าในการถูกลอบสังหารทั้งสิบครั้งนั้นเลยนะครับ”

หลังจากที่เฉินตงตั้งสติได้ คุนหลุนก็จากไปแล้ว

เฉินตงได้แต่เงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยความงุนงง

และในเวลาเดียวกัน

ณ บ้านตระกูลหวาง

“เขตวิลล่าเขาเทียนซานจริงๆ เหรอ?” จาวซิ่วจือรู้สึกตกใจมาก จากนั้นวางสายลงด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวจาง ป้าไม่เสียแรงที่เป็นห่วงเธอเลย”

หวางเต๋อที่อยู่ข้างๆ ก็รู้สึกตกใจ “เฉินตงพักอยู่ที่เขตวิลล่าเขาเทียนซานจริงๆ เหรอ? ไม่มีทางหรอก ราคาบ้านที่นั่นสูงเสียดฟ้าเลยนะ!”

“หลานชายของฉันทำงานขายบ้านมือสองเชียวนะ เขาจะมั่วได้ไง?”

จาวซิ่วจือเหลือบมองไปที่หวางเต๋อแล้วพูดอย่างมีเลศนัย “พระเจ้า ลูกเขยที่ดีของฉันรวยขนาดนี้ ถ้าฉันได้อยู่วิลล่าเขาเทียนซานราคา 130 ล้านแล้วล่ะก็……”

“คุณคิดจะทำอะไร?” หวางเต๋อถามอย่างเป็นห่วง “ผมจะบอกคุณนะว่า บ้านของเราถูกคนทั้งเมืองดูถูกมามากพอแล้ว คุณอย่าทำให้มันแย่กว่านี้อีกเลย”

“คุณถึงสมควรที่จะยากจนไปตลอดชีวิตไงล่ะ”

จาวซิ่วจือจ้องหน้าหวางเต๋อแล้วพูดต่อ “ลูกเขยที่ดีคนนั้นร่ำรวยขนาดนี้ แน่นอนว่าเขาต้องแต่งงานใหม่กับหนันหนันสิ ถ้าเป็นแบบนี้เราก็จะสามารถเข้าไปอยู่ในเขตวิลล่าเขาเทียนซาน ลองคิดดูสิว่ามันจะมีความสุขมากแค่ไหน?”

จากนั้นสีหน้าของจาวซิ่วจือเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันแล้วบ่นว่า “เพราะยัยซื่อบื้อหนันหนันคนเดียว ไม่รู้จักดิ้นรนทั้ง ๆ ที่เกิดอยู่ในครอบครัวลำบาก แค่ให้เธอไปหาลูกเขยดีๆ ก็ทำไม่ได้ ยังต้องให้ฉันช่วยอีก”

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

บทนำ เฉินตงกับหวางหนันหนันแต่งงานกัน3ปี ถูกภรรยาที่ยกน้องชายเป็นหัวแก้วหัวแหวนบีบคั้น แล้วยังถูกดูถูกเหยียดหยาม วันหนึ่งได้กลับตระกูลมหาเศรษฐี เขาสาบานว่าต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา ต้องทำให้คนที่ดูถูกเขาเสียใจกับสิ่งที่ทำ ให้คนที่เหยียดหยามเขาต้องชดใช้อย่างสาสม เรื่องย่อ “ขอโทษครับคุณเฉิน ระยะมะเร็งตับของแม่ของคุณ…..” มองคุณหมอที่อยู่ตรงหน้าส่ายหน้า เฉินตงมึนงงไปชั่วขณะ ในพริบตาดวงตาก็กลายเป็นสีแดง ตั้งแต่เล็กจนโต เขากับแม่พึ่งพาอาศัยกัน เพื่อที่จะส่งให้เขาเรียนหนังสือ แม่ทำงานจนป่วย ไม่ทันที่จะได้สะดวกสบาย ก็ตกลงมาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้แล้ว “คุณหมอ ขอร้องล่ะครับ ช่วยแม่ผมด้วย แค่หนทางสักนิดก็ไม่มีแล้วเหรอครับ?” เสียงของเฉินตงแหบแห้งยังมีเสียงสะอื้นปนอยู่ คุณหมอลังเลอยู่ชั่วครู่ กล่าวขึ้น “ยังมีวิธีสุดท้ายอยู่ ก็คือทำการเปลี่ยนถ่ายตับ ตอนนี้ทางแพทย์มีของอยู่พอดี…..” ชะงักไปชั่วครู่ เขาก็มองเฉินตงตั้งแต่หัวจรดเท้า การรักษาที่ยาวนาน ทำให้เขารู้สถานการณ์ตอนนี้ของเฉินตงดี แต่ เขาก็ยังพูดออกมา “แต่ว่า…..ค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยนะครับ อย่างน้อยๆในช่วงแรกก็ประมาณสองแสน” สองแสน? ดวงตาของเฉินตงวาววับ รีบจับมือของคุณหมอเอาไว้ “รักษา จะต้องรักษานะครับ ผมยังมีอีกสองแสน!” เงินไม่มีแล้วยังหาได้ แต่ว่าไม่มีแม่แล้ว ก็ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว “อย่างนั้นคุณก็รีบๆรวบรวมเงิน ถ้าเกิดว่ายังประวิงเวลาออกไปอีก วิธีปลูกถ่ายตับก็หมดหนทางแล้ว” นายแพทย์พยักหน้า ถอนหายใจครั้งหนึ่งแล้วก็หมุนตัวจากไป เดินออกมาจากโรงพยาบาล ท้องฟ้ามีฝนเม็ดเล็กๆโปรยลงมา เฉินตงรีบร้อนกลับบ้าน ภรรยา หวางหนันหนันกำลังนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา แถมในปากยังกินขนมมันฝรั่งทอดอยู่อีกด้วย เธอเหลือบมองเฉินตง หวางหนันหนันว่าขึ้น “แม่ดีขึ้นบ้างไหม?” “หมอบอกว่า ถ้าเกิดว่าสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายตับได้ ก็ยังมีทางรักษา” เฉินตงพูดขึ้นอย่างดีใจราวกับคว้าเอาหญ้ากอสุดท้ายที่ใช้รักษาชีวิตเอาไว้ได้ “ต้องใช้สองแสน ยังดีที่บ้านของเรายังพอมีอยู่ แม่ยังมีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง” พูดไป เขาก็หมุนตัวเข้าไปหยิบเอาบัตรธนาคารในห้อง ในพริบตาสีหน้าของหวานหนันหนันก็เปลี่ยนไป รีบร้องขึ้น “เฉินตง คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เฉินตงเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ราวกับว่านึกอะไรขึ้นได้ หมุนตัวหันกลับมามองหวางหนันหนัน “เงินล่ะ?” หวางหนันหนันวิตกกังวล อึกๆอักๆไม่พูดออกมา “เอาไปให้ที่บ้านคุณอีกแล้วเหรอ?” เฉินตงเลิกคิ้ว รอยยิ้มที่แสดงออกมานั้นช่างดูขมขื่นจนหาอะไรมาเปรียบเทียบไม่ได้ ฝีเท้าของเขาก้าวลงไปนั่งบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง หยิบซองบุหรี่ที่ยับยู่ยี่ออกมา “แช๊ะ” จุดบุหรี่มวนนึงขึ้น ดูดบุหรี่เข้าปอดแรงๆ ทิ้งร่างนอนพาดอยู่บนโซฟา แต่งงานมาสามปี เรื่องซ้ำ ๆเดิม ๆ และมันไม่ใช่ครั้งแรก “หนันหนัน นี่เป็นเงินที่เอาไว้ใช้รักษาแม่ผม” เฉินตงพูดขึ้นอย่างอ่อนล้า “ขอคืนมาได้ไหม?” “ขอคืนมา?” คิ้วของหวางหนันหนันกระตุกขึ้น ตวาดออกมาเสียงแหลม “เฉินตง คุณหมายความว่ายังไง? ฉันเอาเงินเล็กๆน้อยๆไปแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ฉัน จะมีหน้าที่ไหนไปขอกลับมาห้ะ?” เฉินตงข่มสีหน้าและอารมณ์ให้เย็นลง แล้วว่าขึ้น “โรงพยาบาลบอกว่าตอนนี้มีตับที่เข้ากันได้อยู่พอดี ถ้าสามารถเอาเงินไปให้โรงพยาบาลได้ในทันที โรงพยาบาลก็สามารถที่จะเริ่มทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับให้แม่ผมได้เลย จากสถานการณ์ของแม่ผมในตอนนี้ คงจะทนได้อีกไม่นาน” “ฉันไม่สนใจ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเอง คุณก็ไปหาทางเอาเอง” ในทันใดหวางหนันหนันก็ร้องเริ่มร้องไห้เสียงดัง น้ำตาไหลนอง “ภายในเวลาสั้นๆผมจะไปหาเงินสองแสนมาจากไหน?” เฉินตงรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะระเบิดออกมาแล้ว กึ่งหนึ่งคือการขอร้อง “หนันหนัน ช่วยผมครั้งหนึ่ง ขอคืนมาเถอะนะ แม่ของผมยังรอเงินสองแสนนั่นมาช่วยชีวิตอยู่นะ!” “เฉินตง! เงินนั่นให้แม่ฉันไปแล้ว ฉันไม่มีทางที่จะไปขอกลับมา” หวางหนันหนันร้องไห้ไปแล้วทรุดนั่งลงบนพื้น ทั้งน้ำมูกทั้งน้ำตาไหลออกมา “แม่ของคุณก็กำลังจะตายอยู่แล้ว คุณยังจะเอาเงินไปผลาญทิ้งที่โรงพยาบาลอีก ตกลงคุณเคยคิดถึงครอบครัวพวกเราบ้างหรือเปล่า?” ร่างกายของเฉินตงสั่น ความโกรธมากระจุกรวมกันอยู่ที่ลำคอของเขา เขาหยิบโทรศัพท์ของหวางหนันหนันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “คุณไม่โทร ผมโทร!” ไม่รอให้หวางหนันหนันขัดขวาง สายโทรออกก็โดนรับสาย “แม่ครับ หนันหนันเพิ่งจะให้เงินแม่ไปสองแสนใช่ไหมครับ?” เฉินตงขอร้อง “ขอร้องล่ะครับช่วยคืนเงินสองแสนให้ผมได้ไหม นั่นเป็นเงินที่จะใช้รักษาแม่ผม แม่ผมท่านยังรอรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่นะครับ” อีกฝั่งของสาย อยู่แม่ยายก็ตวาดขึ้น “เฉินตงแกพูดจาบ้าบออะไรออกมา? เงินนั่นเป็นเงินที่หนันหนันแสดงความกตัญญูต่อพวกเรา แกยังมีหน้าจะมาขอเงินกลับไปอีก? ในตอนนั้นหนันหนันอยากจะแต่งงานกับแก พวกเราก็ไม่เห็นด้วย จากสภาพของแก ก็เป็นเพราะหนันหนันหน้ามืดตามัวถึงได้ยอมแต่งงานกับแก” “ในตอนนี้หนักกว่านั้นอีก หนันหนันมีใจอยากจะกตัญญูต่อพ่อแม่ เอาเงินมาให้พวกเราสองคนใช้ ชายหงส์(ผู้ชายที่เกิดในบ้านยากจนและเข้ามหาวิทยาลัยโดยความพยายาม จบเรียนแล้วก็ดำเนินชีวิตที่เมือง)อย่างแกยังกล้าที่จะบากหน้ามาขอเงินกลับไป ฉันจะบอกแกให้นะ หวางเห้ากำลังจะแต่งงานแล้ว เงินนั่นพวกเราเตรียมจะเอาไปวางดาวน์ค่าบ้านงวดแรกให้หวางเห้า อยากได้เงิน? แค่แดงเดียวก็ไม่มี!” ปัง! สายตัดไปแล้ว เฉินตงแน่นิ่งไป แม่ยายนี่ฟังในสิ่งที่ฉันพูดไม่เข้าใจหรือยังไง? “เฉินตง คุณเป็นบ้าเหรอ?” หวางหนันหนันกระชากคอเสื้อของเฉินตงราวกับคนบ้า “คุณทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ลงไปได้ยังไง ฉันเอาเงินไปให้พ่อแม่ฉัน ทำไมคุณต้องทำเหมือนมันฟ้ามันจะผ่าลงมาให้ได้?” เฉินตงมองหวางหนันหนันอย่างหดหู่ ดวงตาแดงก่ำ “ในสายตาของพวกคุณ ชีวิตของแม่ผม ยังไม่มีค่าเท่ากับเงินดาวน์บ้านงวดแรกของน้องชายคุณอย่างนั้นเหรอ?” “ไร้สาระ!” หวางหนันหนันปล่อยมือจากเฉินตง หยิบของในห้องขึ้นมาแล้วก็เขวี้ยงปาข้าวของจนเละเทะ ในพริบตา ห้องรับแขกก็รกและยุ่งเหยิงไปหมด หวางหนันหนันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา “เฉินตงคุณมันคนใจดำ ตอนนั้นทำไมฉันถึงได้แต่งงานกับคุณนะ เพื่อแม่ของคุณ คุณทุ่มเททิ้งเงินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว? ฉันยอมอดทนลำบากมากับคุณ แม้แต่บ้านที่อยู่ก็ต้องเช่า คุณเคยสงสารฉันบ้างไหม? เสี่ยวเห้าเป็นน้องชายของฉัน แล้วก็เป็นน้องของคุณด้วย เขากำลังจะแต่งงานแล้ว ฉันเป็นถึงพี่สาว จะช่วยฉันบ้าง ไม่ได้เลยเหรอ?” “ช่วยคุณสักครั้ง?” เฉินตงโมโหสุดขีด “พวกเราแต่งงานกันมาสามปี คุณช่วยหวางเห้าไอ้สวะนั่นไปตั้งเท่ากี่ครั้งแล้ว? ไอ้สวะหวางเห้ามัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบจนชีวิตไม่ก้าวหน้า ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านเกาะพ่อแม่กิน ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะพวกคุณ!” “อย่ามาพูดถึงน้องชายฉันแบบนั้นนะ!” หวางหนันหนันใบหน้าบิดเบี้ยว ยืนชี้หน้าเฉินตงด้วยท่าทางป่าเถื่อนพร้อมพูดข่มขู่ เฉินตงพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ทำไมถึงจะพูดไม่ได้? เรียนมหาลัยก็ไปทำคนอื่นท้อง เงินที่ชดใช้ก็เป็นเงินของผม เขาอยากจะซื้อรถก็เป็นผมที่จ่ายเงินซื้อให้เขา ในสามปีนี้ทั้งในที่ลับและที่แจ้งผมจ่ายเงินให้เขาไปตั้งเท่าไหร่? คุณมันปีศาจฝูตี้(ผู้หญิงที่มีน้องชายและต้องช่วยน้องชายในทุกด้านเพราะพ่อแม่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว) คุณต่างหากที่ไม่เคยคิดถึงครอบครัวของเรา!” “กรี๊ด! แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ” หวางหนันหนันหวีดร้องออกมาเสียงแหลม “แกหมายความว่ายังไง? แกไม่อยากจะอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม?” “พวกคุณเอาเงินที่จะใช้รักษาแม่ผมไปซื้อบ้านให้ไอ้สวะ ไม่สนใจไยดีแม่ผม คนที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันต่อมันเป็นคุณต่างหาก!” เฉินตงยักไหล่ พูดออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “หย่ากันเถอะ!” หวางหนันหนันนิ่งไปในทันที “มึง มึงพูดว่าอะไรนะ?” แต่งงานมาสามปี ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเฉินตงไม่เคยพูดจาอะไรแบบนี้ออกมา “หย่ากันเถอะ” เฉินตงบอก “แต่งงานกับผมมันทำให้คุณลำบากมาก ผมเองก็ไม่เหมาะกับคุณ ครอบครัวนี้ของคุณ ผมแบกไม่ไหว” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไป เขาไม่ใช่คนที่มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง สามปีที่ผ่านมา แต่ละครั้งที่อดทน ก็เป็นเพราะคิดว่าในตอนนั้นหวางหนันหนันแต่งกับเขา ความจริงแล้วก็นับว่าเธอยอมลดตัวลงมาแต่งกับเขา อีกอย่างหวางหนันหนันก็ยังมีความรู้สึกดีๆต่อเขาบ้าง แต่ว่าครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รอจนเฉินตงออกไปจากบ้านแล้ว ในที่สุดหวางหนันหนันก็ได้สติ เธอรีบพุ่งตัวไปหยิบโทรศัพท์มาโทรหามารดาด้วยความวิตกและไร้สติ ร้องไห้ฟูมฟายแล้วว่าขึ้น “แม่…..เฉินตงอยากจะหย่ากับหนู” “ไอ้ชั่วนั่นอยากจะขอหย่ากับแก?” อีกฝั่งของสาย เสียงตวาดของมารดาดังขึ้น “หย่าก็หย่า! มันก็แค่ไอ้คนจน ยังจะกล้ายกหางตัวเองอวดเบ่ง คิดว่าตัวเองแน่นักนะ! เงินสองแสนสุดท้ายนั่นยังไงก็อยู่ที่พวกเราแล้ว มันจะหย่ากับแก อย่างนั้นก็สงเคราะห์มันไป ให้มันไปนั่งร้องไห้กับแม่แก่ใกล้ตายของมันไปเสีย” ณ ขณะนี้ เวลานี้ เฉินตงออกเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ท้องฟ้าในตอนกลางคืน มีฝนเม็ดเล็กๆโปรยปรายลงมา ทำให้ตัวของเขาเปียกไปทั้งตัว เขาส่ายหัวอย่างกลัดกลุ้ม เอาเท้าเตะน้ำที่ขังนองอยู่ข้างทาง เงิน เงิน เงิน แม่งทะเลาะกันก็เพราะเงิน! ตอนนี้มีเรื่องกับตระกูลหวางจนต่อกันไม่ติดแล้ว กูแม่งจะไปหาเงินสองแสนนั่นมาจากไหนกันวะ? ฝืด……. ในเวลานี้ รถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อมคันหนึ่งก็หยุดลงตรงข้างตัวของเฉินตง กระจกของรถถูกเลื่อนลง ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดราชวงศ์ถังมีมองมาที่เฉินตงด้วยใบหน้าที่แต้มไว้ด้วยรอยยิ้ม “เป็นคุณชายเฉินตงใช่ไหมครับ? เชิญขึ้นรถครับ ไปโรงพยาบาลลี่จิงกับผม” คุณชาย ?! เฉินตงมองชายชราตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง นานนับชั่วขณะหนึ่งที่ชะงักไป ชายชรายิ้มออกมาเล็กน้อย “คุณแม่ของคุณกำลังเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”

Options

not work with dark mode
Reset