Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา – # ตอนที่ 177 ใช้อำนาจข่มเหงผู้อื่น

หลังจากได้ยิน

ท่านเมิ่ง โจวเย่นชิวและคนอื่นๆ ต่างก็แสดงสีหน้าที่ดูแปลกออกมาในเวลาเดียวกัน

ไม่มีใครกล้ารับคำขอโทษของเฉินตงจริงๆ

ยิ่งไปกว่านั้น เฉินตงมีความผิดอย่างนั้นหรือ ?

การที่เขามาถึงยังที่นัดหมายตรงตามเวลา แสดงให้เห็นว่าไม่มีความผิด

แต่กลับเป็นคุณท่านใหญ่หลี่ที่พยายามใช้อำนาจข่มเหงผู้อื่น

คุณท่านใหญ่หลี่นั่งอยู่ตรงที่นั่งหลัก ด้วยสีหน้าขึงขัง

เดิมทีเขาตั้งใจจะถือโอกาสใช้อาหารมื้อนี้ เปิดเผยความลับของตระกูลหลี่ให้เฉินตงได้รับรู้

ต่อให้เมืองเล็กๆ แห่งนี้ เพียงแค่กวักมือก็สามารถเรียกผู้มีอิทธิพลของเมืองนี้มาได้ทั้งเมือง

แต่ในบรรดาคนเหล่านี้ ในสายตาของเขาแล้ว ดูเหมือนว่าเฉินตงจะเป็นคนที่ปกติแล้วน่าจะเชื้อเชิญมาได้ยากที่สุด

ตอนนี้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ไท่ตงถือว่าเป็นธุรกิจที่อยู่ในช่วงขาขึ้นของเมืองนี้ก็ว่าได้ แต่อย่างไรเสียก็ยังไม่อยู่ในสายตาของคุณท่านใหญ่หลี่อยู่ดี

เงินและเส้นสาย เป็นสองสิ่งที่แตกต่างกัน อีกทั้งเส้นสายนั้นสำคัญกว่าเงินมาก !

แต่เฉินตงกลับวางมาดเหมือนคนที่ไร้สมอง

นี่ทำให้สิ่งที่เขาวางแผนมาทั้งหมดต้องสูญเปล่า

ตึง !

คุณท่านใหญ่หลี่ที่กำลังโกรธจัดเคาะไม้เท้าอย่างแรงลงบนพื้น

“เสี่ยวโจว……”

เสียงของความโมโหดังลอดออกมาจากไรฟัน

โจวเย่นชิวสะดุ้งเฮือก สีหน้าที่เดิมทีก็ดูแปลกประหลาดอยู่แล้ว ตอนนี้กลับยิ่งดูน่าเกลียดไปกว่าเดิม

เขาเดินเข้าไปหาคุณท่านใหญ่หลี่ พร้อมทั้งแสดงท่าทีสวามิภักดิ์ต่อคุณท่านใหญ่หลี่

แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่า ตัวเอกในการรับประทานอาหารร่วมกันในครั้งนี้ จะเป็นเฉินตงไปได้ !

นี่……ไม่ทำกับว่ารนหาที่ให้เขาหรอกหรือ ?

วางตัวลำบากจริงๆ !

เมื่อได้ยิน

เฉินตงก็แสยะยิ้มออกมาพร้อมทั้งหันไม่มองโจวเย่นชิวที่กำลังอยู่ไม่สุข

ครั้งก่อนที่ไปขอโทษด้วยตนเอง โจวเย่นชิวได้ถูกเขาดัดหลังเรียบร้อยแล้ว ครั้งนี้เขายังจะกล้าอีกหรือ ?

เมื่อเห็นสายตาของเฉินตง โจวเย่นชิวก็รู้สึกวิตกกังวลทันที

เขากระเด้งตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงหันไปมองคุณท่านใหญ่หลี่ : “คุณท่านใหญ่ คุณชายเฉินตรงมาถึงที่หมายตรงเวลา ไม่ถือว่าเสียมารยาท กระผมว่าเรื่องนี้ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะครับ”

“เธอ……” คุณท่านใหญ่หลี่ใบหน้าแดงก่ำ เขาหันมองโจวเย่นชิวด้วยความโมโห

คำพูดไกล่เกลี่ยของโจวเย่นชิวยิ่งทำให้รู้สึกโมโหเข้าไปใหญ่

ก่อนหน้านี้พูดเอาไว้ว่าอย่างไร ?

ทำไมตอนนี้ถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้

เดิมทีเขาคิดที่จะใช้อำนาจในการกดขี่ เพื่อทำให้เฉินตงรู้ว่า ต่อให้มีเงิน ในสายตาของตระกูลหลี่แล้ว ก็เป็นได้แค่มดตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งเท่านั้น

แต่ทว่าตอนนี้ โจวเย่นชิวกับเริ่มพูดจาไกล่เกลี่ยแล้ว การขู่ในครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะไม่สำเร็จเสียแล้ว

คุณท่านใหญ่หลี่แอบถอนใจเบาๆ แล้วพยายามข่มความโกรธเอาไว้ จากนั้นจึงหรี่ตาหันมองทุกคน

“ทุกท่านมีความเห็นว่าอย่างไร ?”

“โจวเย่นชิวพูดถูกต้องครับ !”

ท่านเมิ่งเปิดปากพูดก่อนใคร

คุณท่านใหญ่หลี่ตกตึงในทันที

“คุณชายเฉินตงมาทันเวลา ไม่ถือว่าเสียมารยาทครับ” ผู้อำนวยการหลิวกล่าวเสริม

เริ่มมีเส้นเลือดปูดขึ้นมาที่บริเวณหน้าผากของคุณท่านใหญ่หลี่

ส่วนคนที่เหลือ เมื่อเห็นท่านเมิ่งและผู้อำนวยการหลิวเอ่ยปากพูดแล้ว ต่างก็ค่อยๆ พยักหน้าสนับสนุน

คุณท่านใหญ่หลี่กัดฟันด้วยความโมโห

แต่ในเมื่อทุกคนต่างให้อภัย เขาเองก็ไม่อาจดึงดันต่อไปได้

มีประกายของแสงที่เย็นวาบฉาบอยู่ในดวงตาของคุณท่านใหญ่หลี่ เขาหันไปมองเฉินตงด้วยแววตาเย็นชา

“เธอมันเป็นเด็กที่ดื้อรั้นและไม่รู้จักเชื่อฟัง ต้องโทษแม่ของเธอที่ไม่รู้จักสั่งสอนเธอ เธอถึงได้เสียมารยาทขนาดนี้ แต่ในเมื่อทุกคนใจกว้างเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นเรื่องนี้ก็ขอให้จบลงเพียงเท่านี้ !”

จากนั้น

“พรวด !”

เฉินตงหลุดขำออกมาในทันที

ถึงแม้จะกำลังหัวเราะอยู่ แต่การแสดงออกเขากลับดูเย็นชามากขึ้น ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง

ปัง !

เสียงฝ่ามือตบลงบนโต๊ะดังขึ้น

เฉินตงลุกยืนขึ้นมา จากนั้นจึงชี้นิ้วไปที่คุณท่านใหญ่หลี่พูดว่า : “คุณมีสิทธิ์อะไรมาสอนเรื่องความกตัญญูกับผม ? แม่ผมให้กำเนิดและเลี้ยงดูผมมาอย่างดี คงไม่ต้องให้คนนอกอย่างคุณเข้ามาแส่ !”

บรรยากาศภายในห้องหยุดนิ่งราวกับถูกแช่แข็งในทันที

ท่านเมิ่งหน้าถอดสีทันที

ไม่ใช่เป็นเพราะจู่ๆ เฉินตงก็ลุกขึ้นมาตะคอกด้วยความโกรธ

แต่เป็นเพราะทุกคนที่นี่ต่างไม่ได้ใครโง่เขลา พวกเขาพอจะดูออกว่าเฉินตงกับคุณท่านใหญ่หลี่นั้นมีความแค้นต่อกัน

อาหารมื้อนี้ ดูท่าว่าคงจะไม่อร่อยจริงๆ ?

ถ้าอีกเดี๋ยวไม่ถึงขั้นล้มโต๊ะกัน ก็คงจะถือว่าโชคดีมากแล้ว !

“สามหาว ! นี่ฉันเป็นตาของแกนะ !” คุณท่านใหญ่หลี่ตะคอกด้วยความโมโหและกระหืดกระหอบ

“ตาประสาอะไรกัน !” เฉินตงทำสีหน้าดูถูก

ถ้าไม่ใช่เพราะถูกคุณท่านใหญ่หลี่ข่มขู่แล้วล่ะก็ การร่วมรับประทานอาหารในมื้อนี้เขาไม่มีทางมาโดยเด็ดขาด

ในเมื่อมาแล้ว ก็ไม่มีทางเป็นเต่าที่เอาแต่หดหัวอยู่แต่ในกระดองเด็ดขาด !

คำก็คุณธรรม สองคำก็มารยาท เขาต้องการยืนอยู่บนคุณธรรมอันสูงส่ง เพื่อจะดูถูกข่มเหงแม่ของเขาใช่หรือไม่ ?

ไปให้พ้นเลย !

หน้าด้านจริงๆ !

“แก……แกคิดจะแข็งข้อกับฉันจริงๆ ใช่ไหม !”

คุณท่านใหญ่หลี่โกรธจนตัวสั่น ท่าทีแข็งกร้าวของเฉินตง ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า

การร่วมรับประทานอาหารในวันนี้ ถือว่าเป็นงานสำคัญสำหรับเขา

เป็นเวลาที่เขาจะเปิดเผยความลับของตระกูลหลี่ให้เฉินตงได้รับรู้

ไม่ใช้ให้เฉินตงมาฉีกหน้าเขาต่อหน้าทุกคนเช่นนี้

คุณท่านใหญ่หลี่โกรธจนหน้าแดง หายใจเหนื่อยหอบ เขาใช้มือข้างขวาที่สั่นเทาของเขาชี้ไปที่ท่านเมิ่ง : “แก แกรู้ไหมว่าพวกเขาเป็นใคร ? เขา เขาเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองนี้ !”

“เขา เป็นผู้นำธุรกิจห้างสรรพสินค้าที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองนี้”

“เขา เป็นผู้มีอำนาจในแวดวงการแพทย์”

……

มือของคุณท่านใหญ่หลี่ค่อยๆ ชี้ไปยังคนที่นั่งนิ่งด้วยความตกใจ และแนะนำตัวพวกเขาทีละคนๆ ด้วยความโมโห

แต่ในขณะที่เขากำลังอยู่ในอารมณ์โกรธนั้น คุณท่านใหญ่หลี่กับไม่ได้สังเกตเลยว่า ในระหว่างที่เขากำลังแนะนำ สีหน้าของท่านเมิ่งก็ค่อยๆเปลี่ยนไป

หลังจากที่กล่าวแนะนำคนสุดท้ายเสร็จ

คุณท่านใหญ่หลี่เคาะไม้เท้าของเขาลงบนพื้นอย่างเดือดดาล

“แกไปเอาความกล้ามากจากไหน ถึงได้กล้ามาแสดงท่าทีหยิ่งผยองกับฉันที่นี่ ?”

“ตระกูลหลี่ของฉันเป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวง ฉันเป็นเจ้าบ้านตระกูลหลี่ อีกทั้งยังเป็นตาของแกด้วย จะให้แกมาเสียมารยาทอย่างนี้ได้หรือ ?”

“แกเก่ง สามารถบริหารไท่ติ่งได้อย่างดีเยี่ยม แต่ในสายตาของตระกูลหลี่ของฉันแล้ว แกก็เป็นได้แค่มดตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งเท่านั้น !”

คำพูดและน้ำเสียงเต็มไปด้วยพลังและความโกรธ

มีอำนาจที่แผ่ซ่านออกมาเพื่อที่จะกดขี่เฉินตงเอาไว้

“เหอะๆ !”

เฉินตงแสยะยิ้มอย่างไม่แยแส : “ในเมื่อตระกูลหลี่ของคุณยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ ? แล้วทำไมคนแก่หนังเหนียวอย่างคุณ ถึงต้องยอมด้านหน้ามาเชิญผมกลับไปเป็นเจ้าบ้านด้วยล่ะ ?”

เปรี้ยง !

คำพูดที่เปล่งออกไปทำให้ทุกคนตกตะลึงเป็นอย่างมาก

ท่านเมิ่งเหมือนถูกฟ้าผ่า ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

ตระกูลหลี่เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวงเชียวนะ

แล้วหัวหน้าตระกูลที่มีอำนาจล้นฟ้า จะมาเชิญเฉินตงกลับไปเป็นเจ้าบ้านง่ายๆ เช่นนี้หรือ ?

ทันใดนั้น ความคิดของทุกคนก็เปลี่ยนไป สายตาที่พวกเขามองเฉินตงเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงถึงขีดสุด

ทางด้านหนึ่งก็ทำหน้าที่เป็นผู้สืบทอดมรดกของตระกูลเฉิน ส่วนอีกด้านหนึ่งก็มีตำแหน่งเป็นถึงเจ้าบ้านตระกูลหลี่

ทำไมเมืองเล็กๆของเรา ถึงได้มีมังกรทองเช่นนี้หลบซ่อนตัวอยู่ได้นะ ?

คุณท่านใหญ่หลี่โกรธจนหน้าแดงแทบจะกระอักเลือดออกมา หายใจฟึดฟัดราวกับวัวกระทิง ในดวงตาปรากฏเส้นเลือดสีแดงเต็มไปหมด เขาจ้องมองเฉินตงอย่างไม่ละสายตา โกรธจนแทบอยากจะกลืนกินเฉินตงเข้าไปเสียตอนนี้

คำพูดประโยคนี้ทำลายความมั่นใจและความภาคภูมิใจของเขาเสียจนหมดสิ้น !

ตอนนี้เอง

จู่ๆ ท่านเมิ่งก็ลุกขึ้นมา แล้วหันไปยกมือคารวะคุณท่านใหญ่หลี่ : “ขอโทษด้วยคุณท่านใหญ่หลี่ กระผมต้องขอตัวก่อน”

พูดจบเขาไม่ได้สนใจสีหน้าของคุณท่านใหญ่หลี่เลยแม้แต่น้อย

รีบเดินจ้ำอ้าวเข้าไปหาเฉินตง พยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นจึงยิ้มเพื่อแสดงความขอโทษ : “หลานชาย ขอโทษด้วย วันนี้เป็นความประมาทของลุงเอง ถ้าหากลุงรู้ว่าการรับประทานอาหารร่วมกันในมื้อนี้จัดขึ้นเพราะหลาน ลุงไม่มีทางปล่อยให้เรื่องทุกอย่างเป็นเช่นนี้แน่นอน”

พูดจบ เขาก็เดินออกจากห้องอาหารไปอย่างรวดเร็ว

จากนั้น ผู้อำนวยการหลิวก็ลุกขึ้นตามทันที

เขาถึงขั้นไม่ยอมกล่าวลากับคุณท่านใหญ่หลี่ แต่กลับเดินเข้าไปหาเฉินตงด้วยความเคารพ

“ขอโทษด้วยหลานชาย เรื่องนี้จะให้พ่อตาขอหลานรู้ไม่ได้โดยเด็ดขาดเลยนะ มิฉะนั้นด้วยนิสัยของเขาแล้ว จะต้องไปพังประตูโรงพยาบาลของลุงแน่ๆ”

หลังจากกล่าวขอโทษเสร็จ ผู้อำนวยการหลิวก็รีบเดินออกไปในทันที

คนหนึ่งก็เป็นผู้มีอิทธิพล ส่วนอีกคนก็เป็นผู้มีอำนาจในวงการแพทย์

เมื่อลองแยกแยะฐานะของทั้งสองคนดูอย่างชัดเจนแล้ว จะเห็นได้ว่าทั้งสองไม่จำเป็นต้องไว้หน้าคุณท่านใหญ่หลี่จริงๆ

ถึงแม้ตระกูลหลี่จะร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวงก็จริง แต่ที่นี่ไม่ใช่เมืองหลวงเสียหน่อย !

การไว้หน้ากัน หากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ถูกต้อง ก็เห็นทีว่าไม่จำเป็นต้องไว้หน้า

หลังจากที่ทั้งสองกลับ คุณท่านใหญ่หลี่ก็นั่งนิ่งราวกับท่อนไม้ด้วยความตกตะลึง ร่างกายของเขาสั่นเทา รู้สึกราวกับว่าเพิ่งสูญเสียอะไรบางอย่าง

เมื่อเห็นผู้อำนวยการหลิวกำลังจะเดินออกไป คุณท่านใหญ่หลี่ก็ตะคอกออกมาด้วยความรู้สึกสงสัยในชีวิต : “ผู้อำนวยการหลิว เจ้าเด็กคนนี้ก็เป็นแค่เด็กเมื่อวานซืนหัวรั้นคนหนึ่งที่ร่อนเร่พเนจรอยู่นอกตระกูลของฉันก็เท่านั้น ทำไมพวกคุณจะต้องขอโทษเขาด้วย ?”

ผู้อำนวยการหลิวหยุดเดิน

เขาพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า : “เฉินตงเป็นหนึ่งในผู้สืบทอดมรดกของตระกูลเฉิน อีกทั้งยังเป็นลูกเขยของประธานกู้แห่งบริษัทชิงหยิ่งอีกด้วย คุณว่า……ทำไมพวกเราจะต้องขอโทษด้วย ?”

เปรี้ยง !

คุณท่านใหญ่หลี่ตัวสั่น ทันใดนั้นใบหน้าสีแดงก่ำของเขาก็ซีดเผือดทันที

เฉินตง……เป็นลูกเขยของประธานบริษัทชิงหยิ่ง ?

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

บทนำ เฉินตงกับหวางหนันหนันแต่งงานกัน3ปี ถูกภรรยาที่ยกน้องชายเป็นหัวแก้วหัวแหวนบีบคั้น แล้วยังถูกดูถูกเหยียดหยาม วันหนึ่งได้กลับตระกูลมหาเศรษฐี เขาสาบานว่าต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา ต้องทำให้คนที่ดูถูกเขาเสียใจกับสิ่งที่ทำ ให้คนที่เหยียดหยามเขาต้องชดใช้อย่างสาสม เรื่องย่อ “ขอโทษครับคุณเฉิน ระยะมะเร็งตับของแม่ของคุณ…..” มองคุณหมอที่อยู่ตรงหน้าส่ายหน้า เฉินตงมึนงงไปชั่วขณะ ในพริบตาดวงตาก็กลายเป็นสีแดง ตั้งแต่เล็กจนโต เขากับแม่พึ่งพาอาศัยกัน เพื่อที่จะส่งให้เขาเรียนหนังสือ แม่ทำงานจนป่วย ไม่ทันที่จะได้สะดวกสบาย ก็ตกลงมาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้แล้ว “คุณหมอ ขอร้องล่ะครับ ช่วยแม่ผมด้วย แค่หนทางสักนิดก็ไม่มีแล้วเหรอครับ?” เสียงของเฉินตงแหบแห้งยังมีเสียงสะอื้นปนอยู่ คุณหมอลังเลอยู่ชั่วครู่ กล่าวขึ้น “ยังมีวิธีสุดท้ายอยู่ ก็คือทำการเปลี่ยนถ่ายตับ ตอนนี้ทางแพทย์มีของอยู่พอดี…..” ชะงักไปชั่วครู่ เขาก็มองเฉินตงตั้งแต่หัวจรดเท้า การรักษาที่ยาวนาน ทำให้เขารู้สถานการณ์ตอนนี้ของเฉินตงดี แต่ เขาก็ยังพูดออกมา “แต่ว่า…..ค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยนะครับ อย่างน้อยๆในช่วงแรกก็ประมาณสองแสน” สองแสน? ดวงตาของเฉินตงวาววับ รีบจับมือของคุณหมอเอาไว้ “รักษา จะต้องรักษานะครับ ผมยังมีอีกสองแสน!” เงินไม่มีแล้วยังหาได้ แต่ว่าไม่มีแม่แล้ว ก็ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว “อย่างนั้นคุณก็รีบๆรวบรวมเงิน ถ้าเกิดว่ายังประวิงเวลาออกไปอีก วิธีปลูกถ่ายตับก็หมดหนทางแล้ว” นายแพทย์พยักหน้า ถอนหายใจครั้งหนึ่งแล้วก็หมุนตัวจากไป เดินออกมาจากโรงพยาบาล ท้องฟ้ามีฝนเม็ดเล็กๆโปรยลงมา เฉินตงรีบร้อนกลับบ้าน ภรรยา หวางหนันหนันกำลังนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา แถมในปากยังกินขนมมันฝรั่งทอดอยู่อีกด้วย เธอเหลือบมองเฉินตง หวางหนันหนันว่าขึ้น “แม่ดีขึ้นบ้างไหม?” “หมอบอกว่า ถ้าเกิดว่าสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายตับได้ ก็ยังมีทางรักษา” เฉินตงพูดขึ้นอย่างดีใจราวกับคว้าเอาหญ้ากอสุดท้ายที่ใช้รักษาชีวิตเอาไว้ได้ “ต้องใช้สองแสน ยังดีที่บ้านของเรายังพอมีอยู่ แม่ยังมีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง” พูดไป เขาก็หมุนตัวเข้าไปหยิบเอาบัตรธนาคารในห้อง ในพริบตาสีหน้าของหวานหนันหนันก็เปลี่ยนไป รีบร้องขึ้น “เฉินตง คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เฉินตงเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ราวกับว่านึกอะไรขึ้นได้ หมุนตัวหันกลับมามองหวางหนันหนัน “เงินล่ะ?” หวางหนันหนันวิตกกังวล อึกๆอักๆไม่พูดออกมา “เอาไปให้ที่บ้านคุณอีกแล้วเหรอ?” เฉินตงเลิกคิ้ว รอยยิ้มที่แสดงออกมานั้นช่างดูขมขื่นจนหาอะไรมาเปรียบเทียบไม่ได้ ฝีเท้าของเขาก้าวลงไปนั่งบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง หยิบซองบุหรี่ที่ยับยู่ยี่ออกมา “แช๊ะ” จุดบุหรี่มวนนึงขึ้น ดูดบุหรี่เข้าปอดแรงๆ ทิ้งร่างนอนพาดอยู่บนโซฟา แต่งงานมาสามปี เรื่องซ้ำ ๆเดิม ๆ และมันไม่ใช่ครั้งแรก “หนันหนัน นี่เป็นเงินที่เอาไว้ใช้รักษาแม่ผม” เฉินตงพูดขึ้นอย่างอ่อนล้า “ขอคืนมาได้ไหม?” “ขอคืนมา?” คิ้วของหวางหนันหนันกระตุกขึ้น ตวาดออกมาเสียงแหลม “เฉินตง คุณหมายความว่ายังไง? ฉันเอาเงินเล็กๆน้อยๆไปแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ฉัน จะมีหน้าที่ไหนไปขอกลับมาห้ะ?” เฉินตงข่มสีหน้าและอารมณ์ให้เย็นลง แล้วว่าขึ้น “โรงพยาบาลบอกว่าตอนนี้มีตับที่เข้ากันได้อยู่พอดี ถ้าสามารถเอาเงินไปให้โรงพยาบาลได้ในทันที โรงพยาบาลก็สามารถที่จะเริ่มทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับให้แม่ผมได้เลย จากสถานการณ์ของแม่ผมในตอนนี้ คงจะทนได้อีกไม่นาน” “ฉันไม่สนใจ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเอง คุณก็ไปหาทางเอาเอง” ในทันใดหวางหนันหนันก็ร้องเริ่มร้องไห้เสียงดัง น้ำตาไหลนอง “ภายในเวลาสั้นๆผมจะไปหาเงินสองแสนมาจากไหน?” เฉินตงรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะระเบิดออกมาแล้ว กึ่งหนึ่งคือการขอร้อง “หนันหนัน ช่วยผมครั้งหนึ่ง ขอคืนมาเถอะนะ แม่ของผมยังรอเงินสองแสนนั่นมาช่วยชีวิตอยู่นะ!” “เฉินตง! เงินนั่นให้แม่ฉันไปแล้ว ฉันไม่มีทางที่จะไปขอกลับมา” หวางหนันหนันร้องไห้ไปแล้วทรุดนั่งลงบนพื้น ทั้งน้ำมูกทั้งน้ำตาไหลออกมา “แม่ของคุณก็กำลังจะตายอยู่แล้ว คุณยังจะเอาเงินไปผลาญทิ้งที่โรงพยาบาลอีก ตกลงคุณเคยคิดถึงครอบครัวพวกเราบ้างหรือเปล่า?” ร่างกายของเฉินตงสั่น ความโกรธมากระจุกรวมกันอยู่ที่ลำคอของเขา เขาหยิบโทรศัพท์ของหวางหนันหนันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “คุณไม่โทร ผมโทร!” ไม่รอให้หวางหนันหนันขัดขวาง สายโทรออกก็โดนรับสาย “แม่ครับ หนันหนันเพิ่งจะให้เงินแม่ไปสองแสนใช่ไหมครับ?” เฉินตงขอร้อง “ขอร้องล่ะครับช่วยคืนเงินสองแสนให้ผมได้ไหม นั่นเป็นเงินที่จะใช้รักษาแม่ผม แม่ผมท่านยังรอรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่นะครับ” อีกฝั่งของสาย อยู่แม่ยายก็ตวาดขึ้น “เฉินตงแกพูดจาบ้าบออะไรออกมา? เงินนั่นเป็นเงินที่หนันหนันแสดงความกตัญญูต่อพวกเรา แกยังมีหน้าจะมาขอเงินกลับไปอีก? ในตอนนั้นหนันหนันอยากจะแต่งงานกับแก พวกเราก็ไม่เห็นด้วย จากสภาพของแก ก็เป็นเพราะหนันหนันหน้ามืดตามัวถึงได้ยอมแต่งงานกับแก” “ในตอนนี้หนักกว่านั้นอีก หนันหนันมีใจอยากจะกตัญญูต่อพ่อแม่ เอาเงินมาให้พวกเราสองคนใช้ ชายหงส์(ผู้ชายที่เกิดในบ้านยากจนและเข้ามหาวิทยาลัยโดยความพยายาม จบเรียนแล้วก็ดำเนินชีวิตที่เมือง)อย่างแกยังกล้าที่จะบากหน้ามาขอเงินกลับไป ฉันจะบอกแกให้นะ หวางเห้ากำลังจะแต่งงานแล้ว เงินนั่นพวกเราเตรียมจะเอาไปวางดาวน์ค่าบ้านงวดแรกให้หวางเห้า อยากได้เงิน? แค่แดงเดียวก็ไม่มี!” ปัง! สายตัดไปแล้ว เฉินตงแน่นิ่งไป แม่ยายนี่ฟังในสิ่งที่ฉันพูดไม่เข้าใจหรือยังไง? “เฉินตง คุณเป็นบ้าเหรอ?” หวางหนันหนันกระชากคอเสื้อของเฉินตงราวกับคนบ้า “คุณทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ลงไปได้ยังไง ฉันเอาเงินไปให้พ่อแม่ฉัน ทำไมคุณต้องทำเหมือนมันฟ้ามันจะผ่าลงมาให้ได้?” เฉินตงมองหวางหนันหนันอย่างหดหู่ ดวงตาแดงก่ำ “ในสายตาของพวกคุณ ชีวิตของแม่ผม ยังไม่มีค่าเท่ากับเงินดาวน์บ้านงวดแรกของน้องชายคุณอย่างนั้นเหรอ?” “ไร้สาระ!” หวางหนันหนันปล่อยมือจากเฉินตง หยิบของในห้องขึ้นมาแล้วก็เขวี้ยงปาข้าวของจนเละเทะ ในพริบตา ห้องรับแขกก็รกและยุ่งเหยิงไปหมด หวางหนันหนันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา “เฉินตงคุณมันคนใจดำ ตอนนั้นทำไมฉันถึงได้แต่งงานกับคุณนะ เพื่อแม่ของคุณ คุณทุ่มเททิ้งเงินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว? ฉันยอมอดทนลำบากมากับคุณ แม้แต่บ้านที่อยู่ก็ต้องเช่า คุณเคยสงสารฉันบ้างไหม? เสี่ยวเห้าเป็นน้องชายของฉัน แล้วก็เป็นน้องของคุณด้วย เขากำลังจะแต่งงานแล้ว ฉันเป็นถึงพี่สาว จะช่วยฉันบ้าง ไม่ได้เลยเหรอ?” “ช่วยคุณสักครั้ง?” เฉินตงโมโหสุดขีด “พวกเราแต่งงานกันมาสามปี คุณช่วยหวางเห้าไอ้สวะนั่นไปตั้งเท่ากี่ครั้งแล้ว? ไอ้สวะหวางเห้ามัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบจนชีวิตไม่ก้าวหน้า ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านเกาะพ่อแม่กิน ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะพวกคุณ!” “อย่ามาพูดถึงน้องชายฉันแบบนั้นนะ!” หวางหนันหนันใบหน้าบิดเบี้ยว ยืนชี้หน้าเฉินตงด้วยท่าทางป่าเถื่อนพร้อมพูดข่มขู่ เฉินตงพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ทำไมถึงจะพูดไม่ได้? เรียนมหาลัยก็ไปทำคนอื่นท้อง เงินที่ชดใช้ก็เป็นเงินของผม เขาอยากจะซื้อรถก็เป็นผมที่จ่ายเงินซื้อให้เขา ในสามปีนี้ทั้งในที่ลับและที่แจ้งผมจ่ายเงินให้เขาไปตั้งเท่าไหร่? คุณมันปีศาจฝูตี้(ผู้หญิงที่มีน้องชายและต้องช่วยน้องชายในทุกด้านเพราะพ่อแม่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว) คุณต่างหากที่ไม่เคยคิดถึงครอบครัวของเรา!” “กรี๊ด! แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ” หวางหนันหนันหวีดร้องออกมาเสียงแหลม “แกหมายความว่ายังไง? แกไม่อยากจะอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม?” “พวกคุณเอาเงินที่จะใช้รักษาแม่ผมไปซื้อบ้านให้ไอ้สวะ ไม่สนใจไยดีแม่ผม คนที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันต่อมันเป็นคุณต่างหาก!” เฉินตงยักไหล่ พูดออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “หย่ากันเถอะ!” หวางหนันหนันนิ่งไปในทันที “มึง มึงพูดว่าอะไรนะ?” แต่งงานมาสามปี ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเฉินตงไม่เคยพูดจาอะไรแบบนี้ออกมา “หย่ากันเถอะ” เฉินตงบอก “แต่งงานกับผมมันทำให้คุณลำบากมาก ผมเองก็ไม่เหมาะกับคุณ ครอบครัวนี้ของคุณ ผมแบกไม่ไหว” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไป เขาไม่ใช่คนที่มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง สามปีที่ผ่านมา แต่ละครั้งที่อดทน ก็เป็นเพราะคิดว่าในตอนนั้นหวางหนันหนันแต่งกับเขา ความจริงแล้วก็นับว่าเธอยอมลดตัวลงมาแต่งกับเขา อีกอย่างหวางหนันหนันก็ยังมีความรู้สึกดีๆต่อเขาบ้าง แต่ว่าครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รอจนเฉินตงออกไปจากบ้านแล้ว ในที่สุดหวางหนันหนันก็ได้สติ เธอรีบพุ่งตัวไปหยิบโทรศัพท์มาโทรหามารดาด้วยความวิตกและไร้สติ ร้องไห้ฟูมฟายแล้วว่าขึ้น “แม่…..เฉินตงอยากจะหย่ากับหนู” “ไอ้ชั่วนั่นอยากจะขอหย่ากับแก?” อีกฝั่งของสาย เสียงตวาดของมารดาดังขึ้น “หย่าก็หย่า! มันก็แค่ไอ้คนจน ยังจะกล้ายกหางตัวเองอวดเบ่ง คิดว่าตัวเองแน่นักนะ! เงินสองแสนสุดท้ายนั่นยังไงก็อยู่ที่พวกเราแล้ว มันจะหย่ากับแก อย่างนั้นก็สงเคราะห์มันไป ให้มันไปนั่งร้องไห้กับแม่แก่ใกล้ตายของมันไปเสีย” ณ ขณะนี้ เวลานี้ เฉินตงออกเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ท้องฟ้าในตอนกลางคืน มีฝนเม็ดเล็กๆโปรยปรายลงมา ทำให้ตัวของเขาเปียกไปทั้งตัว เขาส่ายหัวอย่างกลัดกลุ้ม เอาเท้าเตะน้ำที่ขังนองอยู่ข้างทาง เงิน เงิน เงิน แม่งทะเลาะกันก็เพราะเงิน! ตอนนี้มีเรื่องกับตระกูลหวางจนต่อกันไม่ติดแล้ว กูแม่งจะไปหาเงินสองแสนนั่นมาจากไหนกันวะ? ฝืด……. ในเวลานี้ รถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อมคันหนึ่งก็หยุดลงตรงข้างตัวของเฉินตง กระจกของรถถูกเลื่อนลง ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดราชวงศ์ถังมีมองมาที่เฉินตงด้วยใบหน้าที่แต้มไว้ด้วยรอยยิ้ม “เป็นคุณชายเฉินตงใช่ไหมครับ? เชิญขึ้นรถครับ ไปโรงพยาบาลลี่จิงกับผม” คุณชาย ?! เฉินตงมองชายชราตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง นานนับชั่วขณะหนึ่งที่ชะงักไป ชายชรายิ้มออกมาเล็กน้อย “คุณแม่ของคุณกำลังเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”

Options

not work with dark mode
Reset