[WN] Tsukushita Garina Uchi no Yome ni tsuite Dere temo ii ka? – ตอนที่ 5

—เมื่อคืนผมนอนหลับสนิทโดยไม่ตื่นขึ้นมากลางดึกเลยสักครั้ง พอรู้ตัวอีกทีทั้งห้องก็เริ่มสว่างขึ้น มันเช้าแล้ว ..

 

ผมได้กินอาหารอร่อยๆ ฟื้นฟูร่างกายของตัวเอง และพักผ่อนเพียงพอ ตอนนี้ร่างกายของผมรู้สึกดีขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ ความรู้สึกเหนื่อยล้าของผมจากเมื่อวานได้หายไปอย่างสมบูรณ์

 

ผมค่อยๆลุกขึ้นนั่ง และตกใจเมื่อพบว่า ฮานาเอะ ริโกะ นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงของผม เธอขดตัวราวกับว่ารู้สึกหนาวและกำลังฟุบหน้าของเธออยู่บนเสื้อคลุม

 

“เอ๊ะ!!…ทำไมกันล่ะ..”

 

“อึมมมม~~”

 

ริโกะที่ได้ยินคำพูดของผมค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ เธอลืมตาขึ้นเล็กน้อยดูเหมือนว่าตอนนี้เธอยังไม่ค่อยได้สติ แค่ทันทีที่เธอเห็นผมในสายตา เธอก็สะดุ้งขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

“ฉ..ฉันขอโทษค่ะ…ฉันไม่ได่ตั้งใจจะอยู่ถึงเช้า…อันที่จริงฉันพยายามจะกลับบ้านไปหลังจากที่คุณนิยามะหลับแล้ว แต่รถไฟดันหลุดเพราะเมื่อคืนหิมะตก”

 

“ง….งั้นเหรอเพราะรถไฟสินะ”

 

*ทำไมเราถึงไม่รู้สึกถึงเรื่องนี้กันนะ*

 

ไม่ว่าผมจะเป็นหวัดมากแค่ไหน นั่นก็ไม่ควรเป็นข้ออ้างที่จะพูดถึงมัน รู้สึกละอายตัวเองมาก ที่คิดถึงแต่เรื่องของตัวเอง

 

“อาการเป็นยังไงบ้าง..คุณนิยามะ”

 

“อึม…รู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อยแล้วล่ะครับ ไข้ของผมดูเหมือนจะลดลงแล้ว”

 

ดูเหมือนว่าริโกะจะยังเป็นห่วงผมอยู่เธอยื่น เทอร์โมมิเตอร์ให้ผม ผมวัดไข้ได้ที่ 36.6องศา อุณหภูมิของผมตอนนี้กลับมาเป็นปกติแล้ว

 

เธอมองดูตัวเลขบนเทอร์โมมิเตอร์และหายใจราวกับว่าเธอโล่งใจ ถึงกระนั้นเธอก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังว่า “คุณต้องกินยาตอนเช้า เดี๋ยวฉันมานะคะรอสักครู่” และรีบเดินออกจากห้อง

 

ผมควรจะทำยังไงดี…ตอนนี้ผมรู้สึกดีขึ้นแล้วควรจะลุกขึ้น..

 

ถ้าผมทำอย่างนี้ ริโกะคงจะพูดว่า”ดูเหมือนคุณจะไม่เป็นไรแล้วจริงๆ หมดหน้าที่ฉันแล้วขอตัวกลับก่อนนะคะ”แล้วก็จากไป….และนั่นเป็นจุดสิ้นสุดความสัมพันธ์ของเรา

 

พวกเราไม่เคยคุยกันที่โรงเรียนมาก่อน

 

นับตั้งแต่วันจันทร์เราจะกลายเป็นคนแปลกหน้ากันอีกครั้ง

 

แต่ผมไม่อยากให้เธอกลับบ้านเลย….

 

ผมรู้สึกละอายใจตัวเองที่คิดแบบนั้น เธอคงจะเหนื่อยเพราะผม นั่นเป็นเหตุผลที่ต้องปล่อยให้เธอกลับบ้านไป…

 

ขณะที่ผมกำลังมุ่งหน้าไปที่ห้องนั่งเล่นหลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้า ริโกะกลับมาพร้อมกับแซนด์วิชไข่สำหรับทานสองคนพร้อมกับแอปเปิ้ลหั่นพอดีคำ และยาสำหรับผม

 

“อ๊ะ!..อย่าทำอย่างนั้นคุณนิยามะ สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือต้องฟื้นตัวจากอาการไข้ของคุณ กรุณากลับไปที่เตียงนอนด้วยค่ะ”

 

ไม่มีทางที่ผมจะต่อต้านเธอได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนของเธอ ในท้ายที่สุดผมกินแซนด์วิชไข่แสนอร่อยที่ทำโดย ฮานาเอะ ริโกะ

 

—กินแอปเปิ้ลทานยาและมีความสุขความฝันที่ยาวนาน…

 

ริโกะนั่งข้างๆผม พร้อมกับกินแซนด์วิชของตัวเองด้วย

 

เธอหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วกินแซนด์วิชอย่างมีความสุข มันน่ารักมากจนผมอดใจไม่ได้ที่จะเหลือบมองเธอเป็นบางครั้ง..

 

หวังว่าเธอจะมีสังเกตพฤติกรรมที่น่าขนลุกของผมนะ…

 

===

 

—หลังจากที่รักทานอาหารหารเสร็จ ผมกล่าวขอบคุณเธออีกครั้ง และขอโทษในหลายๆเรื่องด้วย

 

“ขอบคุณนะครับคุณฮานาเอะ สำหรับทุกอย่าง และขอโทษจริงๆ คุณนอนบนเก้าอี้…มันคงจะหนาวมากเลยสินะ…ขอโทษจริงๆนะครับ..”

 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันใส่เสื่อแขนยาวอยู่เพราะงั้นไม่เป็นไรหรอก ? “

 

“แต่ก็น่าจะปลุกผมก่อนนะ”

 

เธอยิ้มเล็กน้อยกับคำพูดของผม

 

“ฉันดีใจค่ะ ที่ได้ยินว่าคุณอาการดีขึ้นแล้ว คุณนิยามะ แต่ฉันคิดว่าร่างกายของคุณยังอ่อนแออยู่ ดังนั้นคุณต้องพักผ่อนอีกหน่อยนะคะ”

 

มันคงจะหนาวมากเลยด้วยเสื้อแขนยาวเพียงตัวเดียวของเธอ แต่เธอไม่ได้พูดด้วยความขุ่นเคืองแม้แต่คำเดียว ตรงข้ามกัน เธอกลับเป็นห่วงผม

 

ทำไมเธอถึงใจดีขนาดนี้….

 

นอกจากความรู้สึกผิดแล้ว ยังมีอารมณ์อื่นๆปะปน มันเป็นความรู้สึกที่ผมไม่เคยมีให้ใครมาก่อน ผมรู้สึกหลงไหลผสมกับความหวังดีของเธอ… ทันไดนั้นหน้าอกของผมก็รู้สึกเจ็บแปล๊บๆขึ้นมา

 

ผมมันงี่เง่า นี่ผมกำลังคิดอะไรอยู่ มันเป็นไปไม่ได้ นี่ผมกำลังจะตกหลุมรักกับสาวที่น่ารักที่สุดในโรงเรียนแล้วงั้นเหรอ—?

 

ใช่แล้วตอนนี้ยังพอหันหลังกลับไปได้….มันเป็นเพียงแค่ความหลงไหลเพียงชั่วครู่ ไม่ใช่ว่าผมตกหลุมรักเธอ ผมบ่นกับตัวเองในใจว่า *เมื่อไหร่หิมะจะหยุดตกกันนะ*

 

—ริโกะ พึมกับกับตัวเองเบาๆเหมือนเธอจะพูดอะไรบางอย่าง…เธอเดินออกไปที่หน้าต่าง ม่านถูกเปิดออกเผยให้เห็นนอกหน้าต่าง เป็นภูมิทัศน์ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ผมกับริโกะอดไม่ได้ที่จะมองหน้ากันท่ามกลางทิวทัศน์ที่ขาวโพลน…~~

 

“ว้าว…”

 

ผมลุกขึ้นยืนและเดินไปที่หน้าต่าง

 

“ผมควรจะทำยังไงดี…ดูเหมือนว่ารถไฟจะยังไม่ทำงาน”

 

ริโกะที่ยืนอยู่ข้างๆผม ดูเหมือนว่สเธอจะชอบหิมะมาก

 

“นี่คุณนิยามะ…ฉันขออยู่ต่อที่นี่อีกหน่อยได้รึเปล่า”

 

“อ…อึมแน่นอนถ้าคุณฮานาเอะไม่รังเกียจล่ะก็นะ..”

 

“ฉันจะไปรังเกียจได้ยังไงล่ะคะ”

 

ผมไม่รู้จะตอบกลับไปยังไงเลยได้แต่เงียบไปเนื่องจากผมรู้จักเธอก่อนหน้านี้ผมจึงมีปัญหาในการพูดคุยกับเธออยู่ ดีด้วยเหตุนี้ผมจึงพบว่าตัวเองถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่าโดยไม่รู้ตัว~~

 

“….คุณนิยามะ…คุณไม่ชอบฉันเหรอ”

 

“เอ๊ะ..!!”

 

“คุณดูไม่ค่อยสบายใจเลย…”

 

“….”

 

…อะไรนะ??

 

ดวงตาของเธอเริ่มมี่น้ำตาคลอเบ้า มันคงอดไม่ได้ที่จะคิดว่ามีคนไม่ชอบตัวเอง … แต่ผมเข้าใจดีว่าความรู้สึกนั้นมันเป็นอย่างไร ที่ต้องมองข้ามไปโดยไม่มีใครชอบ มันไม่สำคัญว่าผมจะไม่มีใครสังเกตเห็นเมื่อเปรียบเทียบระหว่างเธอกับผม ผมสามารถสัมผัสถึงความรู้สึกเศร้าของเธอได้…ผมไม่อยากริโกะต้องเห็นร้องไห้ผมจึงรีบพูดแก้ไขสถาณการณ์ในทันที

 

“ไม่ใช่!!..ไม่ใช่อย่างงั้น..คือพวกเราไม่เคยรู้จักดันมาก่อนผมเลยไม่รู้จะทำตัวยังไงดี”

 

“จริงๆเหรอคะ?”

 

“อะ..อึม…”

 

เมื่อผมพยักหน้าตอบกลับ ริโกะค่อยๆผ่อนคลายสีหน้าที่แสดงถึงความตึงเครียดออกมาราวกับว่าเธอโล่งใจ..จะว่าเธอโล่งใจ….มันก็ใช่แหละนะ

 

“.. ถึงแม้เราอยู่ชั้นเรียนเดียวกัน แต่ปกติพวกเราไม่ค่อยได้คุยกันเลยฉันสงสัยว่าคุณนิยามะไม่ชอบเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคนอื่นเท่าไหร่นอกจากคุณซาวะและเพื่อนคนอื่น ๆ “

 

“นั่นมันก็คุณฮานาเอะด้วยไม่ใช่เหรอ ดูเหมือนเธอจะระวังเรื่องนี้มากกว่าผมอีกนะ -.- “

 

แต่เดี๋ยวนะ..ผมไม่ได้สร้างกำแพงความสัมพันธ์ระหว่างตัวผมกับคนอื่นๆ ผมเป็นแค่ผู้ชายล่องหนธรรมดาที่ไม่ได้รับความสนใจจากใครเท่านั้นเอง…

 

“ฉันดูระวังตัวเหรอคะ ในโรงเรียนฉะนดูเป็นแบบนั้นเหรอคะ?”

 

“ใช่แล้ว…เธอมักจะหลีกเลี่ยงพวกผู้ชายและอยู่กับเพื่อนผู้หญิงมาโดยตลอด”

 

ผมพูดแบบนั้น ริโกะก้มหน้าลงครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง..

 

“บอกตรงๆค่ะ ฉันไม่เก่งเรื่องคุยกับผู้ชายน่ะ…แต่ถ้าเป็นคุณนิยามะละก็…คิดว่าอยากจะลองคุยด้วยสักครั้งอยู่นะ.. ฉันอยากสนิทกับคุณนิยามะค่ะ!!!”

 

เธอพูดเหมือนผมเป็นคนพิเศษเพียงคนเดียว และผมเกือบเข้าใจผิด แต่ผมรู้ ไม่มีทางที่คนอย่างผมจะได้รับการปฏิบัติแบบพิเศษ…บางทีเธออาจเป็นพวกที่เห็นผมแบบที่ว่าไม่ถือเป็นเพศตรงข้าม

 

บางทีสิ่งที่เธอคิดตอนนี้ในหัวคือ..

 

(ความคิดในอดีตแทรกขึ้นมา) **ที่ชั้นไม่เคยคิดว่านายเป็นเพศตรงข้ามที่น่าขยะแขยงเลย นั่นเป็นเหตุผลที่ชั้นปฏิบัติต่อนายเหมือนเพื่อนเพศเดียวกัน**

 

“คุณนิยามะ ฉันดีใจมากเลยค่ะที่ได้คุยกับคุณนิยามะ”

 

ผมพยายามที่จะไม่เข้าใจผิดเกี่ยวกับคำพูดของเธอ

 

“ถ้าฉันแสดงความกล้าที่จะพูดออกมาให้เร็วกว่านี้ล่ะก็คงจะดีเหมือนกัน….”

 

“กล้าพูดอะไรเหรอครับ”

 

“ฉันน่ะ..จะได้ย้ายไปต่างประเทศเพราะงานของคุณพ่อน่ะ….”

 

“เอ๊ะ!!”

 

ผมรู้สึกตกใจมากกหลังจากที่ได้รู้เรื่องนี้ ริโกะจะย้ายไปต่างประเทศในไม่ช้า…

 

หมายความว่าผมจะไม่ได้เจอเธออีกแล้วงั้นเหรอ….

 

ไม่หรอก…แต่ผมคืดว่ามันน่าจะดีที่สุดแล้ว

 

ผมแน่ใจว่าความรู้สึกที่ไม่สมหวังจะหายไปเมื่อเราสองคนจากกัน …ใช่แล้วล่ะ…..

 

 

“จริงๆแล้วก็อยากจะให้เหลือแค่ฉันไว้ที่ญี่ปุ่นคนเดียวเท่านั้นเอง มีแค่เรื่องนี้เท่านั้นที่ยังไงก็ไม่อนุญาติ”

 

“อ้อ…เรื่องนั้นเองสินะ..เข้าใจแล้ว คุณฮานาเอะเป็นผู้หญิงดังนั้นเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องเป็นห่วง”

 

“แต่ว่านะ…ยังไงฉันก็….อ….อยากจะอยู่ที่นี่ต่อน่ะ..”

 

ริโกะ พึมพำด้วยเสียงเบาๆของเธอก่อนที่จะจางหายไป เมื่อผมหันไปมองด้านข้างผมไม่รู้ว่าเธอมีสีหน้ายังไง แต่แต่บอกได้เลยว่าเธอกำลังรู้สึกหดหู่ ผมไม่สามารถอยู่เฉยๆได้ผมจึงเริ่มให้กำลังใจ ริโกะด้วยคำพูดของตัวเองไม่กี่คำ

 

“ค..คือว่า…แล้วทำไมไม่ไปอยู่กับญาติของเธอล่ะ”

 

“ญาติของฉัน…พวกเขาอาศัยอยู่ฮอกไกโดทั้งหมดเลยน่ะ.-.

 

“หรือไม่ก็ไปถามเพื่อนสนิทของเธอล่ะเป็นไง..”

 

“อึม…พวกเขาทั้งหมดก็ดูเป็นห่วงฉัน…แต่เสียดายที่ไม่เหลือที่ว่างสำหรับฉันน่ะ แฮะๆ~~”

 

เหตุผลที่ผมต้องมาอาศัยอยู่คนเดียวพ่อกับแม่ของผมต้องย้ายไปทำงานต่างจังหวัดอยู่บ่อยๆดังนั้นมันจะไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่ที่ผมต้องย้ายโรงเรียนอยู่บ่อยครั้ง

 

“ถ..ถ้าเกิดว่าคุณฮานาเอะเป็นเพศเดียวกันล่ะก็…จะให้อาศัยอยู่หรอก”

 

รอโกะได้ยินคำพูดของผม เธอเงยหน้าขึ้น…

 

“คุณนิยามะ ไม่ได้ไม่ชอบที่ฉันอยู่ด้วยอย่างงั้นเหรอคะ!!”

 

“ก็ไม่ใช่ว่าไม่ชอบ… แต่ว่าคุณฮานาเอะเป็นผู้หญิงนะ!”

 

“คุณนิยามะ…คุณอยากที่จะอยู่กับฉันมั้ย—?”

 

คำถามที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหันและไม่คาดฝันว่าจะเกิดขึ้น ทำเอาผมช็อคไปชั่วขณะ

 

“ก็อยากอยู่นะครับ แต่ว่าคุณฮานาเอะเป็นผู้หญิงนะ!”

 

มีโอกาสหนึ่งในล้านที่เราจะอยู่ด้วยกัน… ผมหมายความว่า ริโกะ คิดว่าเป็นได้ไหมที่เราจะได้อยู่ด้วยกันถ้าหากเธอถามผมว่า….

 

เดี๋ยวก่อน!!..บ้าเอ้ยนี่ผมคิดอะไรอยู่วะเนี่ย แม้จะเป็นไปไม่ที่เธอแค่ไม่อยากออกจากญี่ปุ่นและสามารถทนอยู่กับผมได้

 

ถ้าเกิดเป็นอย่างนั้น ก็ยังดีที่รู้ว่าเธอไม่ได้รู้สึกเกลียดผม

 

ในขณะที่ผมกำลังคิดอยู่กับเรื่องนี้ ริโกะหันหน้ามาที่ผมและค่อยๆเอนตัวเข้ามา ระยะห่างของเราทั้งสองคนลดลงในทันที

 

อ๊ะ!!!!….เธอค่อยๆขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้ตัวของพวกเราแทบจะแนบชิดกัน

“ข..ขอร้อง…ได้โปรด นิยามะ มินาโตะคุง …ห..ให้ฉันเป็นภรรยาของคุณได้มั้ยคะ?”

 

เอ๊ะ!!!!…ตะกี้เธอพูดว่าจะมาเป็นภรรยาของผมอย่างนั้นเหรอ..??

 

ด…เดี๋ยวก่อนนะ…ภ..ภรร..ภรรยา!!!!???

 

—เอ๋!!!!!!!!!!(เครื่องหมายตกใจสองหน้ากระดาษ)จบ…

มาแล้ววว!!!การขอแต่งงานแบบสุดกระทันหัน!!

 

 

เจอสกิลการตัดจบแบบละครไทยไปสิ… =)))อ่านจบแล้วมาเม้นพูดคุยเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยน้าาา จะได้มีกำลังใจแปลต่อ อิอิ❤️

[WN] Tsukushita Garina Uchi no Yome ni tsuite Dere temo ii ka?

[WN] Tsukushita Garina Uchi no Yome ni tsuite Dere temo ii ka?

Status: Ongoing
อ่านนิยาย [WN] Tsukushita Garina Uchi no Yome ni tsuite Dere temo ii ka?—ช่วงเวลาที่หนาวมากๆ..หิมะตกในเดือนกุมภาพันธ์.. เธออยู่ในอาพาร์ตเมนต์ของผม ฮานาเอะ ริโกะ “นิยามะ มินาโตะคุง..ได้โปรด…ห..ให้ฉัน…ป..เป็นภรรยาของคุณได้ไหมคะ” ผมไม่เข้าใจว่าเธอหมายถึงอะไรบางคิดผมอาจคิดไปเองหรืออาจแค่ฟังผิด แต่ด้วยการที่เธอนั้นจ้องมองมาที่ผมด้วยสายตาอ้อนวอน ผมบอกได้เลยว่าเธอคิดอย่างนั้นจริงๆ และมือเล็กๆที่โอบที่หน้าอกของเธอก็ได้สั่นเล็กน้อย

Comment

Options

not work with dark mode
Reset