(Yaoi) รุ่งอรุณเคียงหทัย – ตอนที่ 4-9 สนมชาย

ตอนที่ 4-9 สนมชาย

 

ด้วยมีคำกล่าวว่า จะเป็นการดี หากไม่สร้างความเข้าใจผิดระหว่างผู้ใด และกล่าวให้ชัดแจ้งเพื่อไม่เกิดความเข้าใจผิด 

 

 

โซกังจึงเบนสายตาขึ้นมอง ก่อนจะเอ่ยปากอธิบาย 

 

 

“ฝ่าบาท หากเงยหน้าขึ้นมากขนาดนั้น มันจะทำให้หายใจลำบากนัก กระหม่อมไม่ได้มีเจตนาจะปฏิเสธฝ่าบาทผู้เป็นพระสวามีเลยพ่ะย่ะค่ะ” 

 

 

“หายใจได้ลำบากมากเลยหรือ” 

 

 

“พ่ะย่ะค่ะ แม้ไม่ใช่เช่นนั้น ทว่าจุมพิตของฝ่าบาทก็เป็นดั่งดวงอาทิตย์อันร้อนแรงยามกลางวัน ขณะเดียวกันก็คล้ายสายฝนโหมกระหน่ำ…” 

 

 

ใบหน้าของผู้กล่าววาจานั้นแดงกํ่า ตั้งใจชมเชยการจุมพิตของอีกฝ่าย กลับหน้าร้อนขึ้นมาเสียเอง แต่เพื่อคลายความขุ่นข้องหมองใจก็คิดว่านั่นเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว การชมเชยแล้วชมเชยอีก ชมเชยโดยไร้ข้อแม้คือคำตอบ และความคิดของโซกังก็ถูกต้อง ตอนนี้ความเย็นชา ความขุ่นเคืองที่พาดผ่านในแววตาของจาฮอนสลายไปสิ้น 

 

 

ร่างสูงยกยิ้มพรายพลางขยับเข้าหา แล้วโอบรัดช่วงเอวบางเอาไว้ 

 

 

“ช่างเป็นเด็กเจ้าเล่ห์นักนะ” 

 

 

การได้ยินวาจาออดอ้อนจากบุรุษไม่ใช่สิ่งรื่นหู ทว่าเมื่อมันมาจากโซกังแล้ว กลับไม่ได้รู้สึกประหลาดแต่อย่างใด ด้วยเหตุนั้นอารมณ์ของจาฮอนจึงคลายลง หากจะไม่เกิดเรื่องลำบากกับร่างกายตน ให้ออดอ้อนเพียงใดก็ย่อมทำได้ 

 

 

“ขอโทษที ข้าไม่รู้” 

 

 

“ไม่เป็นไรพ่ะย่ะค่ะ” 

 

 

ฝ่าบาทวาดยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะโน้มพระพักตร์ไปหาอีกครา ร่างบางพลันหลับตาลงและเผยอริมฝีปากอย่างเผลอไผล ทว่ายามริมฝีปากทั้งสองสัมผัสกัน กลับมีเสียงเอ่ยรายงานดังขึ้นมาจากด้านนอก 

 

 

“ฝ่าบาท ล่วงเข้ายามแฮแล้วพ่ะย่ะค่ะ” 

 

 

“น่าตายนัก” 

 

 

วาจาไม่คาดคิดจะเป็นของฝ่าบาทหลุดสบถออกมา เมื่อได้ยินเสียงของขันทีโชดังจากด้านนอกและตามด้วยเสียงของคนตรงหน้า โซกังก็ลืมตาขึ้น จาฮอนตอบรับคำรายงานของขันทีโชอย่างหงุดหงิด 

 

 

“ข้าจะออกไปแล้ว” 

 

 

“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” 

 

 

“โซกังอา แล้วพบกันใหม่นะ” 

 

 

“พ่ะย่ะค่ะ” 

 

 

ทำท่าอิดออดอย่างนึกเสียดาย ทว่าด้วยการเอ่ยเตือนของขันทีโช สุดท้ายฝ่าบาทจึงยอมเสด็จออกจากตำหนักฮงฮวา จาฮอนเสียดายช่วงเวลาของยามแฮอย่างถึงที่สุด 

 

 

 

 

 

* * * 

 

 

 

 

 

ด้านหนึ่งของตำหนักฮงฮวา 

 

 

เหตุผลที่ผู้คนมากมายยุ่งวุ่นวายเช่นนี้ เพราะวันนี้จะเป็นวันร่วมหอครั้งแรก หลังพิธีแต่งตั้งตำแหน่งของโซอีมามา และถือเป็นพระสนมที่ฝ่าบาททรงยินยอมร่วมหอด้วยเป็นครั้งแรกหลังจากขึ้นครองราชย์ 

 

 

สนมฮยอนควีบี สนมยุนซุกบี สนมออมฮยอนบี สตรีทั้งสามคนนี้ พระองค์รับเข้ามาเป็นสนมเพราะไม่อาจเอาชนะการเซ้าซี้ของเหล่าขุนนาง ดังนั้น หลังจบสิ้นพิธีแต่งตั้งของพวกนาง จาฮอนจึงสั่งให้ขันทีโชไปที่ฝ่ายในอย่างลับๆ และถ่ายทอดรับสั่งของฝ่าบาทต่อนางกำนัลผู้รับผิดชอบฝ่ายใน 

 

 

“ฝ่าบาททรงจัดการเรื่องทางกรมฝ่ายเหนือแล้ว กล่าวคือไม่ทรงรับวันมงคล และจะไม่กำหนดวันร่วมหอโดยเด็ดขาด” 

 

 

“เจ้าค่ะ ท่านใต้เท้า” 

 

 

จากนั้นขันทีโชจึงก็แอบไปเยือนกรมฝ่ายเหนือตามรับสั่งของฝ่าบาทต่อ ด้วยเหตุนั้นจึงเกิดข่าวลือว่า องค์จักรพรรดิอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับพระวรกาย แน่นอนว่าเป็นช่วงโซกังอยู่ในตำหนักคอนรยุง ทว่ายามนี้ข่าวลือนั้นสงบเงียบแล้ว กลับกลายเป็นข่าวลือว่าฝ่าบาทกำลังลุ่มหลงบุรุษผู้มีสถานะต้อยตํ่าแทน 

 

 

อันที่จริงข่าวลือนั้นก็นับว่ามีเหตุผลอยู่ เพราะในวันแต่งตั้งตำแหน่งสนมโซอี หลังจากเสร็จสิ้นพิธีทั้งหมด ขันทีโชก็ตรงไปยังฝ่ายในโดยไม่รีรอ นางกำนัลผู้รับผิดชอบฝ่ายในพยักหน้ารับเหมือนทราบล่วงหน้าแล้วก่อนอีกฝ่ายจะสั่งการอะไร ทว่าขันทีโชกลับไม่ใส่ใจนางและเอ่ยปากขึ้น 

 

 

“แจ้งแก่กรมฝ่ายเหนือให้กำหนดวันร่วมหอ ระบุวันที่เร็วที่สุดลงไปด้วย” 

 

 

“เจ้าคะ? ครานี้ฝ่าบาททรงร่วมหอจริงๆ หรือเจ้าคะ” 

 

 

“แน่สิ ไม่นานจะมีจดหมายมาจากกรมฝ่ายเหนือ ดังนั้นหลังจากนี้เจ้าจงไปจัดการตามนั้น” 

 

 

“เจ้าค่ะ ท่านใต้เท้า” 

 

 

 

 

 

ฤกษ์มงคลที่เร็วที่สุดก็คือ หนึ่งสัปดาห์หลังจากพิธีแต่งตั้ง แม้เป็นช่วงเวลาเหมาะสมสำหรับสตรีที่สามารถให้กำเนิดทายาท ทว่าพวกเขาก็จัดเตรียมการร่วมหอในยามอิน[1] ซึ่งถือเป็นฤกษ์ดีของการให้กำเนิดโอรสตามธรรมเนียม ฝ่ายในจึงวิ่งวุ่นตั้งแต่ยามชุก[2] 

 

 

อีกด้านหนึ่ง โซกังก็ได้รับการปรนนิบัติจากเหล่าขันทีฝ่ายใน ช่วยการอาบน้ำชำระร่างกายจนเกลี้ยงเกลาหมดจด 

 

 

จาฮอนไม่ชอบใจอย่างถึงที่สุด เมื่อเหล่าขันทีช่วยอาบน้ำและเตรียมตัวให้โซกัง ทว่าตั้งแต่แรกเดิมทีก็ต้องเป็นเช่นนั้น พอผู้อื่นนอกเหนือจากตน ได้เห็นและสัมผัสกายบอบบางของอีกฝ่าย มันทำให้เขาไม่สบอารมณ์และน่าหงุดหงิดอย่างยิ่ง ทว่าเหล่าผู้น้อยก็ไม่อาจละเลยการปรนนิบัติพระสนมที่ต้องเข้าร่วมหอกับองค์จักรพรรดิได้ ด้วยเพราะธรรมเนียมของวังหลวงเป็นเช่นนั้น 

 

 

ฝ่าบามข่มขู่ฝ่ายในไว้เป็นที่เรียบร้อยว่าหลังจากอาบนํ้า อนุญาตให้ปรนนิบัติดูแลการแต่งตัวและเตรียมพร้อมร่วมหอเท่านั้น หากแตะต้องที่ลับของอีกฝ่ายแม้เพียงปลายนิ้ว คนผู้นั้นคงไม่อาจรักษาศีรษะเอาไว้ได้ มันเป็นการข่มขู่อันน่าหวาดกลัวยิ่ง ด้วยเหตุนั้น โซกังจึงไม่ได้เผชิญประสบการณ์น่าอับอายดั่งเช่นที่เรือนทาส ด้วยการปลดปล่อยห้วงอารมณ์ด้วยมือเหล่าขันที 

 

 

ทำการชำระล้างร่างกายและกลั้วปากด้วยนํ้าสมุนไพร สีฟันด้วยกิ่งสมุนไพรบดให้กลิ่นหอมหวาน เมื่อออกมาแล้ว ร่างบางก็นั่งลงบนเก้าอี้ตามคำสั่งเหล่าขันที พวกเขาห่อกายเปลือยเปล่าของโซกังด้วยผ้าแพร จากนั้นก็เช็ดหยาดน้ำจากเส้นผมแล้วสางซ้ำไปซ้ำมา ม้วนยึดเส้นผมเหยียดตรงอย่างนุ่มนวลด้วยผ้าแพรสีดำ ก่อนจะปล่อยพาดไว้กับลาดไหล่ฝั่งหนึ่ง 

 

 

“โซอีมามา มิได้ซุกซ่อนสิ่งใดไว้ในกายใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” 

 

 

“ไม่มี” 

 

 

“เดิมทีพวกกระหม่อมต้องตรวจสอบทั้งหมดอย่างเข้มงวด ทว่าฝ่าบาทไม่ทรงอนุญาต จึงได้เพียงแค่ตรวจดูด้วยสายตาเท่านั้น” 

 

 

ถูกเรียกขานว่าโซอีก็รู้สึกแปลกๆ แล้ว ยังถูกเรียกต่อด้วยคำว่ามามาอีก สองปีที่เกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นเรือนทาส การได้ยินคำยกย่องเช่นนี้ ส่งผลให้โซกังรู้สึกแปลกประหลาดหูเป็นอย่างมาก 

 

 

แต่จะทำอย่างไรได้ เมื่อตนตกเป็นดอกไม้ในอ้อมกอดของฝ่าบาทเสียแล้ว 

 

 

โซกังลุกขึ้นจากที่นั่งตามการนำพาของขันที ก่อนจะยืนกางขาออกเล็กน้อย ขันทีผู้นั้นปลดผ้าแพรออก แล้วกวาดสายตามองร่างกายเปลือยเปล่า มองสำรวจตรวจสอบกระทั่งช่องทางด้านล่าง 

 

 

“ยามนี้เชิญเสด็จไปยังตำหนักคอนรยุงเถิดพ่ะย่ะค่ะ โซอีมามา” 

 

 

“ทราบแล้ว” 

 

 

อาภรณ์ผ้าแพรสีขาวสะอาดสวมทับบนกายของโซกัง สัมผัสของผ้าแพรเนื้อดีแนบกับกายเปลือยเปล่าเสียจนรู้สึกจั๊กจี้ ขันทีสวมผ้าแพรให้เสร็จสรรพ ก่อนจะคลุมใบหน้างดงามด้วยผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว จากนั้นจึงโอบอุ้มอีกฝ่ายขึ้น เคลื่อนย้ายไปยังตำหนักคอนรยุงเช่นนั้น เหล่าบุรุษและสตรีทั้งหลายที่เข้าห้องบรรทมขององค์จักรพรรดิล้วนต้องผ่านขั้นตอนนี้ นี่คือธรรมเนียมของวังหลวง 

 

 

ณ ตำหนักคอนรยุงที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยกว่าตำหนักฮงฮวา โซกังสวมเพียงอาภรณ์ที่ทำจากผ้าแพรเนื้อบาง เหล่าขันทีค้อมคำนับก่อนจะออกจากห้องบรรทม เขานั่งลงบนเก้าอี้ด้านหน้าโต๊ะมีการจัดวางสำรับง่ายๆ และสุราเอาไว้ เพื่อรอคอยองค์จักรพรรดิ ขณะนั้นสายตาเหลือบไปเห็นขนมทาชิกในสำรับพอดี ก็พลันนึกถึงสตรีผู้หนึ่งที่เคยทานขนมแห้งๆ นั่นและกล่าวว่าอร่อย 

 

 

“โซยงอา…” 

 

 

โซกังเอ่ยเรียกชื่อของสตรีผู้ไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว และเมื่อย้อนนึกดู ตั้งแต่มาถึงตำหนักคอนรยุงแห่งนี้ด้วยฝีมือของฝ่าบาท ก็เหมือนว่าเขาจะไม่เคยคิดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับโซยงเลยสักครั้ง แน่ชัดว่าบุรุษผู้นั้นไม่ยินยอมให้ตนคิดเรื่องอื่น ด้วยการโอบกอด อยู่เคียงข้างช่วยดูแลและทำให้เจ็บปวด 

 

 

ไม่นานมานี้ในความคิดทั้งหมดของเขา ดูจะคิดเกี่ยวกับจาฮอนเพียงเท่านั้น ไม่สิ มันเป็นเช่นนั้น 

 

 

โซกังพลันตระหนักถึงความจริงเหล่านั้นขึ้นมา ก่อนหน้านี้เขาเอาแต่คิดถึงช่วงเวลานั้น คิดถึงโซยง คิดถึงการกระทำของท่านพ่อ ไม่เคยมีเว้นว่างเลยสักวันเดียว ทว่าเมื่อมาที่วังหลวงแห่งนี้ ก็ไม่ได้คิดถึงอีก ไม่เลยแม้สักวัน 

 

 

วันคืนเหล่านั้นถูกองค์จักรพรรดิเติมเต็ม ความรู้สึกนั้นคืออันใดกัน… ช่างเป็นเรื่องพิเศษกับการคิดถึงคนเพียงคนเดียว 

 

 

“นี่มัน ทำไมกัน…” 

 

 

ร่างบางกดมือลงบนหัวใจที่เต้นแรงขึ้น จนคล้ายจะเจ็บปวดจากการเต้นกระหน่ำเสียงดังเช่นนี้ ทว่าขณะนั้น ก็มีเสียงรายงานสนทนาจากด้านนอกดังเข้ามา 

 

 

“อยู่ด้านในแล้วหรือ” 

 

 

“พ่ะย่ะค่ะ ทรงรออยู่ด้านในแล้ว” 

 

 

“สำรับเช้าไม่จำเป็นต้องจัดเตรียมอะไรนัก สั่งให้เตรียมแค่โจ๊กมาก็พอ” 

 

 

“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” 

 

 

จากนั้นประตูก็เปิดออกอย่างเงียบๆ และโซกังก็ได้เห็นบุรุษผู้ทำให้ใจของตนเต้นกระหน่ำจนเจ็บปวดเดินเข้ามา 

 

 

 

 

 

[1] ยามอิน ช่วงเวลาตีสามถึงตีห้า

 

 

[2] ยามชุก ช่วงเวลาตีหนึ่งถึงตีสาม

(Yaoi) รุ่งอรุณเคียงหทัย

(Yaoi) รุ่งอรุณเคียงหทัย

ยูโซกัง บุตรชายเพียงคนเดียวของอดีตขุนนางกรมราชเลขา ชีวิตต้องพลิกผันจากทายาทขุนนางชั้นสูงกลายเป็นเพียงทาสผู้ต่ำต้อย หลังผู้เป็นบิดาได้รับการตัดสินโทษประหารด้วยข้อหากบฏ จำต้องอดทนอดกลั้นถูกเหล่าทาสข่มเหงรังแกทุกวี่ทุกวัน ทว่าวันหนึ่ง ขณะกำลังชำระล้างร่างกาย เขาบังเอิญช่วยชีวิตคนผู้นึงไว้ได้ โดยหารู้ไม่ว่าคนผู้นั้นคือองค์จักรพรรดิแห่งอาณาจักรฮยอนวอน ยังจาฮอน ด้วยสาเหตุนั้นเอง ทำให้โซกังได้มีโอกาสเข้าวังหลวง จาฮอนตกหลุมรักโซกัง และพยายามรั้งอีกฝ่ายเอาไว้ข้างกาย ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาคือบุตรชายของอดีตนักโทษประหารข้อหาร้ายแรงต่อแผ่นดิน ความรักต่างชนชั้นของทั้งคู่จะข้ามผ่านอุปสรรคและคำครหาทั้งหลายไปได้หรือไม่นะ?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset