(Yaoi) รุ่งอรุณเคียงหทัย – ตอนพิเศษ 1-2 ถึงกระนั้นก็ตาม

ตอนพิเศษ 1-2 ถึงกระนั้นก็ตาม

 

ดั่งคำของหมอหลวง ทันยองไม่ได้จัดการอะไรกับบาดแผลของตนเลย ทั้งๆ ที่ต้องเปลี่ยนผ้าพันแผลและทายาทุกๆ วัน ต้องทำให้อากาศไหลเวียน แต่ที่ผ่านมาเขาไม่มีเวลาว่างจึงเปลี่ยนผ้าพันแผลเพียงแค่สองครั้งเท่านั้น สัมผัสถึงความอับร้อน ความเจ็บแสบและอาการคัน แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ อีกทั้งยังรู้สึกยุบยิบจากบริเวณโดนตัดทิ้งตั้งแต่วันสองวันก่อน 

 

 

เขามองบรรดาแมลงสีขาวที่ลอยคว้างอยู่ในน้ำจึงทราบสาเหตุของอาการยุบยิบ เนื่องจากบาดแผลเน่าเปื่อยจนก่อให้เกิดตัวอ่อนของหนอน หมอหลวงใช้มือขัดขยี้ตัวอ่อนที่ติดแน่นอยู่กับบาดแผลออกอย่างไม่ลังเล ความเจ็บปวดนั้นทำให้ทันยองต้องกัดฟันแน่น 

 

 

ทำการล้างบาดแผลเช่นนั้นก่อนจะนำมือขึ้นมาจากน้ำ เช็ดให้แห้งด้วยผ้าพันแผลพร้อมกับเอ่ยตำหนิคนเจ็บ 

 

 

“เกือบจะได้ตัดแขนทิ้งเสียแล้ว พันแผลแน่นเช่นนั้นไม่ได้หรอกนะ อย่างน้อยก็ต้องให้ถูกลมเสียบ้างวันละครั้ง ไม่สิ วันละสองครั้ง ต้องหมั่นทายาด้วย” 

 

 

“ทราบแล้วขอรับ” 

 

 

“ทราบแล้วยังเป็นเช่นนี้หรือ” 

 

 

“ข้าไม่มีเวลาว่างเลย แต่ต่อไปจะคอยดูแลเป็นอย่างดีขอรับ” 

 

 

เมื่อได้ฟังคำตอบของทันยอง หมอหลวงก็ไม่กล่าวอะไรเสริมอีก แต่ทายาบนบาดแผลและช่วยพันผ้าพันแผลให้โดยไม่รัดแน่นนัก จากนั้นก็เอ่ยว่าประเดี๋ยวจะส่งยาต้มมาให้ ร่างบางจึงค้อมคำนับอีกฝ่ายและกล่าวขอบคุณ 

 

 

หลังจากหมอหลวงกลับไปแล้ว ทันยองก็เลือกจะนั่งลงข้างๆ เตียงของชังฮโยแทนการก้าวออกจากห้องนี้ เขานั่งลงบนเก้าอี้พลางเฝ้ามองใบหน้าของผู้ที่ยังไม่ได้สติเช่นเดิม เลือดไม่ไหลซึมออกมาแล้ว ดังนั้นยามนี้จึงเหลือเพียงเรื่องที่พวกเขาเคยเคลื่อนไหวภายใต้จมูกของอดีตจักรพรรดิยุน 

 

 

น่าโล่งใจ แม้จะไม่รู้ว่าโล่งใจเรื่องใด ทว่ามันก็เป็นความรู้สึกคล้ายหินในใจเบาขึ้นเล็กน้อย 

 

 

เป็นเช่นนั้นหรอกหรือ หากไม่ใช่ ก็คงเป็นเพราะตอนนี้นายท่านและเถ้าแก่ถูกจับกุม เหล่าตระกูลที่มีส่วนร่วมจนตอนนี้ล้วนถูกจัดการอย่างชัดแจ้ง อย่างไรเสียความกังวลก็คงจะคลายลง ทันยองรู้สึกเหมือนหนังตาค่อยๆ เริ่มหนักอึ้ง ก่อนจะสัปหงกทั้งๆ ที่ยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ 

 

 

เรื่องราวทุกอย่างจบสิ้นแล้ว อย่างน้อยในความรู้สึกของเขาก็เป็นเช่นนั้น 

 

 

 

 

 

หลังจากนั้น ยาต้มและยาทาก็ถูกส่งมาจากสำนักหมอหลวงในยามดึก อีกทั้งหมอหลวงก็ยังเข้ามาวันละหนึ่งครั้งเพื่อตรวจดูบาดแผลของชังฮโยและทันยอง ผ่านไปไม่กี่วัน ชังฮโยก็ได้สติขึ้นมาบ้างแล้ว 

 

 

พอจาฮอนทราบข่าวว่าอีกฝ่ายฟื้นสติ ก็รับสั่งว่าให้เวลาพักฟื้นร่างกายต่ออีกสักพัก แม้ตนเองจะยุ่งจนไม่ลืมหูลืมตา ทว่าเขาก็ได้รับฟังเรื่องมากมายมาจากคนเหล่านั้น และขั้นตอนต่อไปก็ต้องสอบถามว่าภายภาคหน้าพวกเขาจะทำอย่างไร 

 

 

วันหนึ่ง เมื่อร่างกายของชังฮโยฟื้นฟูขึ้นมาได้ระดับหนึ่งแล้ว จาฮอนก็มาเยือนห้องนอนด้านในตำหนักคอนรยุงที่ชังฮโยกับทันยองใช้อยู่ในยามชิน ทันทีที่มายืนด้านหน้าที่พัก เหล่าทหารหลวงเฝ้ายามก็ค้อมคำนับแสดงความเคารพ และนางกำนัลก็รายงานการมาถึงเข้าไปด้านใน 

 

 

“ฝ่าบาทเสด็จ” 

 

 

จาฮอนไม่คิดจะรั้งรอ เขาสั่งให้นางกำนัลเปิดประตูและก้าวเข้าไปทันที ภายในคลุ้งด้วยกลิ่นยาต้มและยาทา เมื่อเห็นผู้มาเยือน ทันยองก็ผุดลุกจากที่นั่งแล้วคุกเข่าลงกับพื้น 

 

 

“ถวายพระพรพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” 

 

 

ขณะเดียวกัน ชังฮโยก็พยายามจะลุกจากเตียงเช่นกัน แต่ก็ซวนเซจนล้มกลับไปนั่งดังเดิม จาฮอนจึงโบกมือไปทางอีกฝ่าย 

 

 

“ไม่ต้องหรอก เจ้าไม่ฝืนลุกขึ้นมาจะดีกว่า ยอง เจ้าเองก็ลุกขึ้นแล้วนั่งสบายๆ เถิด” 

 

 

“พ่ะย่ะค่ะ” 

 

 

“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” 

 

 

จากนั้นจาฮอนก็ลากเก้าอี้มาหนึ่งตัวก่อนจะหย่อนตัวนั่งลง เมื่อเห็นว่าฝ่าบาทนั่งลงแล้ว ทันยองถึงลุกกลับไปนั่งบนเก้าอี้บ้าง เขาเอ่ยถามคนตัวเล็กถึงเรื่องที่ปรากฏในบันทึก รวมถึงการวางยาพิษ ทันยองเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดที่ทันยอบเคยทำตามที่ตนเองรู้มา ส่วนชังฮโย โดยทั่วไปมักจะถูกส่งไปตามจวนเหล่าขุนนางมากกว่า จึงไม่ค่อยรู้เรื่องงานที่ยาอึมลักลอบกระทำในวังหลวงมากนัก 

 

 

หลังจากได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมด จาฮอนก็ปิดปากเงียบและจมอยู่ในห้วงความคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากอีกครั้ง 

 

 

“เดิมทีข้าตั้งใจจะมาถามว่าระหว่างไต่สวน พวกเจ้าสามารถออกไปเป็นพยานให้การเรื่องพวกนี้ได้หรือไม่ แต่เห็นสภาพของพวกเจ้าแล้ว ข้าเองก็ไม่ต้องการให้ทำเช่นนั้น” 

 

 

“หาไม่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมสามารถเป็นพยานให้การได้” 

 

 

“ช่างเถอะ ข้าบอกแล้วว่าไม่ต้องการให้ทำเช่นนั้น เอาเช่นนี้ ข้าจะส่งนักฆ่ายาอึมออกไปแทนสักสองสามคน ดังนั้น พวกเจ้าจงเล่าเรื่องเหล่านี้ให้พวกเขาฟังอย่างละเอียด” 

 

 

“เช่นนั้นก็นับเป็นพยานเท็จมิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ” 

 

 

“หาเป็นอันใดไม่ อย่างไรก็เป็นผู้มีความผิดและมีหลักฐานมัดตัว เพียงแค่กล่าวแทนพวกเจ้าที่ให้ความช่วยเหลือข้าอย่างมากมายเท่านั้น การเป็นพยานในการไต่สวนก็ไม่ใช่สิ่งที่นำไปใช้ตัดสินแน่ชัด เพียงช่วยเสริม จึงไม่นับว่าเป็นพยานเท็จ” 

 

 

ทันยองมองพระพักตร์ประดับรอยยิ้ม ก่อนจะค้อมศีรษะลงแล้วเอ่ยขึ้น 

 

 

“เป็นพระกรุณาอย่างถึงที่สุดพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” 

 

 

“เอาเถอะ เช่นนั้นข้าจะขอถามเป็นคำถามสุดท้าย หากร่างกายดีขึ้นแล้ว พวกเจ้าคิดจะทำเช่นไรต่อไป” 

 

 

ความเงียบพาดผ่านชั่วขณะ ชังฮโยและทันยองไม่ได้มองเจ้าของคำถาม ไม่ได้มองกันและกัน จาฮอนเองก็ปิดปากเงียบเฝ้ารอคำตอบของทั้งสองคน 

 

 

ความจริงแล้ว เขาไม่รู้เลยว่าชังฮโยกับทันยองมีเรื่องราวและมีความสัมพันธ์เช่นไร แม้จะได้รับความช่วยเหลือและเกี่ยวพันกัน แต่จักรพรรดิเช่นเขาก็ไม่มีเหตุผลจะต้องซักไซ้ หรือรับรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้งสองคน ดังนั้นจึงไม่คิดจะถามถึงตั้งแต่แรก 

 

 

วันนั้น ทันยองกลับมาพร้อมกับองครักษ์ฮวังรยง ก่อนจะหมอบคำนับร้องขอเตียงหนึ่งหลัง อุปกรณ์ในการรักษา และหมออย่างจริงจัง อีกฝ่ายฝากฝังบุรุษแขนขาดข้างหนึ่งจนไม่อาจประคองตัวไว้ในมือขององครักษ์ฮวังรยง ทันยองดูเหมือนกำลังจะร้องไห้ออกมา แต่ก็ดูกรุ่นโกรธอย่างบอกไม่ถูก ดังนั้น เขาจึงคาดเดาเอาว่าบุรุษผู้นั้นย่อมเป็นคนสำคัญ ด้วยเหตุนี้แม้ทั้งสองจะอยู่แต่ในห้องนอน ไม่ได้ออกไปไหน เขาก็ไม่ได้เข้ามาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบใดๆ 

 

 

กระทั่งคำถามในยามนี้ก็เป็นเช่นนั้น เพราะคิดว่าบุรุษสองคนตรงหน้าย่อมจะขออยู่ด้วยกัน 

 

 

 

 

 

อีกด้านหนึ่ง หลังจากช่วยชีวิตชังฮโยแล้ว ทันยองก็ยังไม่ได้ลองขบคิดว่าภายภาคหน้าจะทำอย่างไร การปล่อยให้คนไม่อยากมีชีวิตมาครุ่นคิดเกี่ยวชีวิตในอนาคต มิใช่เรื่องน่าขัน 

 

 

ทั้งเขาเองก็ยังไม่อาจเข้าใจว่าตนยกโทษให้ชังฮโยแล้ว หรือยังคงเกลียดชังอยู่ ปรารถนาให้อีกฝ่ายได้รับความทุกข์ทรมาน หรือปรารถนาถึงความสงบสุขกันแน่ และไม่อาจล่วงรู้เลยว่าชังฮโยคิดเช่นไร เพราะหลังจากกลับมาจากประตูแห่งความตายแล้ว อีกคนก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆ ให้เขาได้เห็นเลย 

 

 

สภาพของทั้งสองคนเป็นเช่นนั้น แม้จะเป็นคำถามจากองค์จักรพรรดิผู้เข้มงวด แต่ก็พวกเขาก็ไม่สามารถเอ่ยปากตอบได้ง่ายๆ 

 

 

ทันยองเผลอกำมือข้างขวาที่วางอยู่บนต้นขาแน่นโดยไม่รู้ตัว ระหว่างขบคิดว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป 

 

 

หากนึกถึงเรื่องที่ชังฮโยกระทำต่อทันยอบแล้ว ก็สมควรที่เขาจะทิ้งอีกฝ่ายไปเฉยๆ ยิ่งรับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่ายที่มีต่อกันแล้ว ก็ยิ่งสมควรเป็นเช่นนั้น ทว่าชังฮโยต้องสูญเสียแขนข้างหนึ่งเพราะช่วยชีวิตเขาเอาไว้ เขาจึงไม่ได้รู้สึกยินดีหากจะทิ้งไปเฉยๆ การติดหนี้บุญคุณมันหนักหนาเช่นนี้เอง จนทำให้เขาไม่ยินดีจะทิ้งผู้ลงมือฆ่าทันยอบ 

 

 

ขณะนั้นเสียงของฝ่าบาทก็ดังเข้ามาในโสตประสาทของทันยอง ดังแทรกจิตใจสับสนวุ่นวาย 

 

 

“คงยังไม่ได้คิดไว้สินะ” 

 

 

“ขะ ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ” 

 

 

ร่างบางพลันตระหนักได้ว่าตอนนี้ตนละเลยคำถามของฝ่าบาทและมัวแต่ขบคิดถึงเรื่องอื่น จึงรีบร้อนก้าวลงจากเก้าอี้แล้วคุกเข่าลง จาฮอนมองท่าทางเช่นนั้นของอีกฝ่ายพลางหลุดหัวเราะออกมา 

 

 

เป็นผู้มีมารยาท ทั้งยังรู้จักหวาดกลัวต่อองค์จักรพรรดิ แต่กลับเป็นหนึ่งในนักฆ่ายาอึม มือเป็นเท้าของคนเหล่านั้นได้อย่างไรกัน 

 

 

“ไม่เป็นไร ลุกขึ้นเถิด ไม่ว่าจะมองอย่างไร เจ้าก็ไม่เหมือนนักฆ่าเอาเสียเลย จนกระทั่งเข้ามาแฝงตัวในวังหลวงได้ แต่ว่าไปแล้ว คงเป็นทางวังหลวงประมาทเองเสียมากกว่า” 

 

 

“เป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ แม้จะน่าละอาย ทว่าเป็นดั่งเช่นคำกล่าวของพระองค์พ่ะย่ะค่ะ” 

 

 

“หมายความว่าอย่างไร” 

 

 

“เมื่อครู่มิใช่ว่าทรงกล่าวถึงปัญหาที่มีในวังหลวงหรอกหรือ วังหลวงจำเป็นต้องเพิ่มกำลังป้องกันและปรับเปลี่ยนเป็นการใหญ่พ่ะย่ะค่ะ ไม่รู้ว่ามีผู้ใดเคยกราบทูลเรื่องนี้หรือไม่ ทว่าเถ้าแก่เจ้าของร้านผ้าไหมทราบดีว่าการป้องกันส่วนใดอ่อนแอ ควรบุกรุกเข้ามาทางใด และ…บ่อยครั้งกระหม่อมเองก็ไม่ได้ลอบเข้ามาตอนกลางคืนพ่ะย่ะค่ะ” 

 

 

“เป็นเช่นนั้นหรือ” 

 

 

“พ่ะย่ะค่ะ… แม้จะทำให้ทรงขุ่นเคืองพระทัยยามรับฟัง แต่ทัน ทันยอบที่ยามนี้นอนนิ่งอยู่ในสำนักหมอหลวง มักจะห้ามไม่ให้กระหม่อมออกไปในยามค่ำคืนพ่ะย่ะค่ะ” 

 

 

“เช่นนั้นเอง อืม เหมือนจะออกนอกเรื่องไปแล้วสินะ เช่นนั้นพวกเจ้าจะทำอย่างไรต่อไปล่ะ” 

 

 

จาฮอนเอ่ยถามย้ำขึ้นมาอีกครั้ง เขามีเหตุผลที่ต้องบังคับถามเอาเช่นนี้ เพราะสองคนตรงหน้า แม้จะเสียนิ้วมือ เสียแขน แต่พวกเขาก็ถือเป็นนักฆ่า 

 

 

นักฆ่ามักจะเชี่ยวชาญการใช้พิษและมีทักษะพิเศษในการจดจำเส้นทางยามค่ำคืน อีกทั้งยังมีทักษะการต่อสู้ที่ค่อนข้างโดดเด่น สามารถลักลอบเข้ามาโดยไม่หลงเหลือร่องรอยทิ้งไว้ และกำจัดเป้าหมายก่อนอีกฝ่ายจะทันได้ส่งเสียงกรีดร้องด้วยซ้ำ 

(Yaoi) รุ่งอรุณเคียงหทัย

(Yaoi) รุ่งอรุณเคียงหทัย

ยูโซกัง บุตรชายเพียงคนเดียวของอดีตขุนนางกรมราชเลขา ชีวิตต้องพลิกผันจากทายาทขุนนางชั้นสูงกลายเป็นเพียงทาสผู้ต่ำต้อย หลังผู้เป็นบิดาได้รับการตัดสินโทษประหารด้วยข้อหากบฏ จำต้องอดทนอดกลั้นถูกเหล่าทาสข่มเหงรังแกทุกวี่ทุกวัน ทว่าวันหนึ่ง ขณะกำลังชำระล้างร่างกาย เขาบังเอิญช่วยชีวิตคนผู้นึงไว้ได้ โดยหารู้ไม่ว่าคนผู้นั้นคือองค์จักรพรรดิแห่งอาณาจักรฮยอนวอน ยังจาฮอน ด้วยสาเหตุนั้นเอง ทำให้โซกังได้มีโอกาสเข้าวังหลวง จาฮอนตกหลุมรักโซกัง และพยายามรั้งอีกฝ่ายเอาไว้ข้างกาย ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาคือบุตรชายของอดีตนักโทษประหารข้อหาร้ายแรงต่อแผ่นดิน ความรักต่างชนชั้นของทั้งคู่จะข้ามผ่านอุปสรรคและคำครหาทั้งหลายไปได้หรือไม่นะ?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset